แม้กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าวันนี้พวกเขาคงหนีเรื่องนี้ไม่พ้น แต่พอเห็นเจียงซื่อทำท่าทางเหมือนคนไม่สะทกสะท้าน ไม่กลัวใคร ทั้งสองก็ยังอดเดือดดาลไม่ได้
เถียนฮวนกัดฟันแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
กู้ฉางสุ่ยมองภรรยาที่ตัวสั่นด้วยความโกรธแล้วมองไปยังเจียงซื่อที่ยังคงยืนยิ้มอย่างได้ใจแววตาก็พลันมืดครึ้มลง เขาประคองเถียนฮวนให้ค่อยๆ ลุกขึ้น
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย วันนี้พวกข้าถูกท่านพ่อท่านแม่กลั่นแกล้ง พวกเขาฉวยโอกาสตอนที่พวกเราขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรแอบเข้าไปถอนผักในแปลงของพวกเรา แถมยังทุบข้าวของในบ้านจนพัง พวกเราทนไม่ไหวเลยมาถามหาคำอธิบายแต่ใครจะคิดว่า พวกเขาไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น เพิ่งมาถึงลงมือกับพวกเราทันที! ตอนนี้หลักฐานก็ยังอยู่ที่บ้านข้าขอเชิญท่านหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยไปตรวจสอบด้วยตาตนเอง”
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยหน้าดำคล้ำในทันใด ชาวบ้านรอบข้างก็รีบพูดขึ้นว่า
“ตอนกลางวันพวกข้าเห็นจือเจี่ยเอ๋อร์กับเย่ว์เจี่ยเอ๋อร์พาลูกพี่ลูกน้องไปที่เชิงเขาเห็นพวกเขาวิ่งเล่นกันในแปลงผักของสุ่ยเกอเอ๋อร์ พวกข้าเข้าไปห้าม แต่พวกเขากลับด่าทอและตีพวกข้า!”
เด็กกลุ่มนี้ได้รับการถ่ายทอดวิชาโดยตรงจากบ้านเจียงซื่อ ไม่ว่าจะฝีปากหรือฝีมือล้วนร้ายกาจเกินต้านชาวบ้านสู้ไม่ได้ก็เลยหนีกลับไปหมด แต่พอเห็นกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนกลับมา พวกเขาก็รีบออกมาเป็นพยาน
เจียงซื่อได้ยินดังนั้นก็โวยวายขึ้นอีกครั้งว่า “เด็กๆ ซุกซนไม่รู้ความ จะทำผิดบ้างไม่ได้หรือพวกเจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ควรให้อภัยเด็กสิ เรื่องเล็กนิดเดียวถึงกับต้องยกพวกมาทำร้ายกันเชียว? แล้วจะเรียกตนว่าเป็นพี่ชายพี่สะใภ้ได้อย่างไร!”
“ท่านแม่ ท่านกำลังบิดเบือนความจริงและเบี่ยงประเด็นนะขอรับ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยเน้นทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน“ต่อให้เด็กซุกซนไม่รู้ความ แต่หลักการพื้นฐานของการเป็นคนก็ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นบุกเข้าบ้านคนอื่นทุบข้าวของ หรือขโมยของ ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เด็กบ้านไหนมีการอบรมสั่งสอนก็จะไม่มีวันทำเช่นนี้ข้าอยู่ในหมู่บ้านนี้มาหลายปี ยังไม่เคยเห็นลูกหลานบ้านไหนทำเช่นนี้เลยสักครั้ง”
ใบหน้าเจียงซื่อแปรเปลี่ยนทันที “ดี ดีมาก! เจ้าลูกไม่รักดีเจ้าหาว่าบ้านข้าไร้การอบรม ว่าพวกข้าไม่ใช่คนดีอย่างนั้นหรือ อย่าลืมนะว่าเจ้าเองก็เป็นคนที่พวกข้าเลี้ยงมาเหมือนกัน!”
“ข้าได้รับการอบรมจากท่านปู่ของข้า” กู้ฉางสุ่ยตอบกลับทันควัน
เจียงซื่อถึงกับสะอึก แล้วรีบหันไปมองกู้อัน “พ่อของลูก ท่านได้ยินหรือไม่ เจ้าสารเลวผู้นี้ไม่ยอมรับพวกเราแล้ว!ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าเขาอกตัญญู เลี้ยงไม่ขึ้น!”
กู้อันหน้าดำคล้ำทันที “เจ้าลูกอกตัญญู คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
กู้ฉางสุ่ยคุกเข่าลงตามคำสั่ง แต่ยังคงเชิดหน้า “ท่านพ่อ ข้ามิได้พูดผิด น้องสาวทั้งสองทำผิดจริงในฐานะพี่ชาย ข้าจึงออกหน้าตักเตือน และท่านพ่อเองก็ได้รับการอบรมจากท่านปู่เช่นกันท่านจะกล่าวว่าคำสอนของท่านปู่ไม่ถูกต้องงั้นหรือ”
กู้อันถึงกับจนคำพูด
เพราะหากเขากล่าวว่าคำสอนของผู้เป็นพ่อนั้นผิด ก็เท่ากับปฏิเสธรากเหง้าของตนเองและถ้าหากเขาปฏิเสธ เช่นนั้นลูกที่เขาเลี้ยงดูมากับมือจะเป็นคนดีได้อย่างไร
ในทางกลับกัน ถ้าเขายอมรับ ก็เท่ากับว่าสิ่งที่กู้ฉางสุ่ยกล่าวมาทั้งหมดล้วนถูกต้องเช่นนั้นเรื่องที่กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนบุกมาบ้านตระกูลกู้ก็นับว่ามีเหตุผลยิ่งนัก
ไม่ว่าจะเรื่องที่กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์พาลูกพี่ลูกน้องไปทำลายข้าวของบ้านกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนหรือพี่น้องตระกูลเจียงที่รุมทำร้ายพวกเขา เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นความผิดของบ้านตระกูลกู้
กู้อันจมอยู่ในภวังค์ความคิด ไม่ว่ายอมรับหรือปฏิเสธพวกตนย่อมเสียเปรียบ ไร้เหตุผลใดให้กล่าวอ้าง
ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน สุดท้ายก็ได้แต่นิ่งเงียบมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
พวกเจียงซื่อเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว
บุตรชายคนโตของตระกูลเจียงรีบร้องโวยวาย “กู้ฉางสุ่ย เจ้าคิดจะเล่นกลอุบายอันใดกันข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ พวกข้าไม่ตกหลุมพรางเจ้าหรอก!”
พี่น้องตระกูลเจียงอีกสองคนก็พากันโวยวายอย่างโกรธเคือง
“ใช่แล้ว! เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์! เมื่อครู่ไม่รู้ว่าผู้ใดใช้อาคมใส่พวกข้าทั้งหยิกทั้งกด เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ไม่อย่างนั้นพวกข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
“ข้ารู้มานานแล้วว่าเขาไม่มีทางเป็นคนดี! เมื่อครู่ข้าถึงกับเจ็บแทบสลบไปหลายครั้ง!ตอนนี้บนตัวข้ายังมีแผลอยู่เลย! พวกเขาต้องชดใช้ค่ายาให้ข้า!”
คนกลับกลอก กล่าวหาคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด...ล้วนอยู่เบื้องหน้าของเถียนฮวนและกู้ฉางสุ่ย
เถียนฮวนฟังเสียงตะโกนด่าของพวกเขา ก็ถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“พวกท่านก็แค่กลัวว่าหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยจะเอาเรื่อง จึงพยายามผลักความผิดมาให้พวกข้าใช่หรือไม่ยังปากกล้าใส่ความว่าเราทำร้ายพวกท่านอีก! แต่เมื่อครู่ทุกคนก็เห็นเต็มตาว่าพวกท่านคนเยอะกว่าร่างกายสูงใหญ่กว่า รุมทำร้ายพวกเรา! บาดแผลเพียงอย่างเดียวของพวกท่านก็มีแค่แผลที่ข้าใช้มีดเฉือนก็เท่านั้น!แต่สามีข้าถูกพวกท่านรุมทำร้ายจนสภาพเป็นเช่นนี้แล้ว!”
นางหันไปมองกู้ฉางสุ่ยที่ทั่วทั้งศีรษะและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ท้ายที่สุดก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ที่จริงแล้ว คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เห็นสภาพยับเยินเลือดอาบของกู้ฉางสุ่ย ต่างก็รู้สึกสะเทือนใจทั้งนั้น
บ้านตระกูลเจียงทำเกินไปแล้ว! สองสามีภรรยาอยู่กันอย่างเรียบง่ายสงบสุข กลับถูกคนพวกนั้นบุกมาทำลายข้าวของทุกอย่างที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาแล้วยังกล้าทำร้ายเจ้าของบ้านอีก
เท่านั้นยังไม่พอ ตอนนี้กลับยังหน้าด้านหน้าทนโยนความผิดกลับมาให้พวกเขาอีกหรือ
“ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน!”
มีคนทนไม่ไหวเอ่ยด่าออกมา คนอื่นๆ ก็พากันซุบซิบนินทา
พวกพี่น้องตระกูลเจียงก็รู้สึกขัดเคืองใจนัก พวกเขารู้สึกว่าเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย
ตั้งแต่เล็กจนโต เวลาพวกเขาร่วมมือกันทำร้ายผู้ใด มีแต่จะชนะอย่างขาดลอยเสียทุกครั้งแต่คราวนี้แม้จะดูเหมือนชนะ ทว่ากลับมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าร่างกายปวดระบมไปหมดแค่ยืนก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว!
พวกเขารู้สึกว่าตนเองแพ้อย่างน่าอัปยศนัก!
ผลลัพธ์กลายเป็นเช่นนี้ แต่กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนกลับยังมีหน้ามาร้องทุกข์อีกหรือส่วนชาวบ้านพวกนี้ก็ล้วนตาถั่ว ถึงกับเชื่อคำลวงของสองสามีภรรยา!
พวกเขาทนไม่ไหว จึงเริ่มปลดเข็มขัด ถอดเสื้อผ้าออกทันที
“อย่าถูกท่าทางน่าสงสารของสองคนนี้หลอกเด็ดขาด แท้จริงแล้วพวกเขาเสแสร้งทั้งนั้น!คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดคือพวกข้าต่างหาก! ไม่เชื่อก็ลองดูบาดแผลบนตัวพวกข้าเถิด!”
บรรดาสตรีน้อยใหญ่ในหมู่บ้านเมื่อเห็นภาพเช่นนั้นก็พากันหน้าแดงก่ำ รีบยกมือปิดตาบ้างวิ่งหนีไปทันที
บุรุษในหมู่บ้านกลับเบิกตากว้าง จ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแววตาฉายชัดถึงความดูถูก
“พวกเจ้าบาดเจ็บตรงที่ใดกัน บาดเจ็บงั้นหรือ หึ! ข้าไม่เห็นเลยสักนิด!”
พี่น้องตระกูลเจียงหันไปมองกันและกัน ก่อนจะพบว่าแท้จริงแล้วบนร่างของพวกเขาก็ไม่มีรอยแผลเลยสักจุด!
นะ...นี่มันเรื่องอันใดกันแน่!
พวกเขารีบหยิกลงไปตรงบริเวณที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อยบนร่างกาย
“โอ๊ย เจ็บจริงๆ!”
“เจ้าพวกสารเลว พวกเจ้าทำอะไรกันแน่!”
กู้ฉางสุ่ยสีหน้าเย็นยะเยือก “จนถึงตอนนี้พวกท่านจะเสแสร้งให้ผู้ใดชม เมื่อครู่ข้าทำสิ่งใดทุกคนล้วนเห็นกันหมด”
“ใช่ พวกเจ้ารุมทำร้ายเขา สุ่ยเกอเอ๋อร์ไม่ได้ทำอันใดเลยสักอย่าง! พวกเจ้าหลายคนรุมเขาคนเดียวไม่พอยังคิดจะลงมือกับภรรยาเขาด้วย!” ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
พี่น้องตระกูลเจียงยิ่งรู้สึกคับแค้น “พวกข้าไม่ได้โกหก พวกข้าเจ็บจริงๆ! ไม่เชื่อก็ลองมาบีบดู!”
เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้โกหก พวกเขาถึงกับลากคนมาลองกดดูตามร่างกายตนเอง
หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเห็นดังนั้น ใบหน้าแก่ชราก็ถมึงทึงมืดดำจนแทบจะไหลเป็นน้ำหมึก
“กลางวันแสกๆ แก้ผ้าเปลือยกาย ไร้ศีลธรรม! นี่พวกเจ้าจงใจทำตัวน่าขยะแขยงให้พวกข้ารังเกียจหรืออย่างไรใครก็ได้ รีบไล่เจ้าพวกสารเลวนี่ออกไปให้หมด! จากนี้ห้ามพวกเขาเหยียบย่างเข้ามาในหมู่บ้านกานสุ่ยอีกเด็ดขาด!”