
....ยามเช้าแสงแดดสาดลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องเรียน เสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ดังระงม ทั้งหัวเราะ ทั้งกระซิบกระซาบ รอคอยอาจารย์มาสอนบางคนพลิกตำรา บางคนคุยเล่นหยอกล้อกันอย่างออกรส บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวาครืด! เสียงเปิดประตูห้อง แต่ไม่ใช่อาจารย์ เป็หลินเซียนเมื่อหลินเซียนก้าวเข้ามาในห้องเรียน ชุดเซียนสีขาวใหม่สะท้อนแสงแดด ทำให้ทั้งห้องเงียบชะงักไปชั่วขณะทุกสายตาหันมามองเขา ด้วยความตกตะลึง ผิวพรรณราวกับหยกและท่าทางสง่างามทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดเวลาพวกศิษย์ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ ต่างพากันก้าวเข้ามาใกล้ รู้สึกเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เสียงหัวเราะเบาๆ คลอเบาๆ ในห้องบางคนมือยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น หลินเซียนเพียงยิ้มบางเบา แต่ก็ทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นไม่เป็จังหวะแม้แต่เพื่อนชายบางคนก็แอบเหลือบตาเขาอย่างชื่นชมแต่...สายตาของหลิวเซี่ยงกลับเต็มไปด้วยความอิจฉา แน่นอนว่าไม่พอใจมากหลินเซียนก้าวไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างสง่า ชุดเซียนสีขาวปลิวไหวเบาๆ กับลมพัดผ่านทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ทำให้ศิษย์หลายคนลืมหายใจไปชั่วขณะพวกผู้หญิงพากันขยับใกล้เพื่อมองชุดสวยและรายละเอียดเล็กๆ ของชุด แต่ก็ยังคงเกรงใจเขาอยู่เสียงกระซิบกระซาบของพวกเธอเต็มห้อง คล้ายลมพัดเบาๆ แต่ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและชื่นชมหลิวเซี่ยงนั่งก้มหน้า ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากจ้องด้วยสายตาอิจฉาและแดงก่ำเล็กน้อย....ประตูห้องเรียนถูกเลื่อนเปิดออก อาจารย์จื่อหยงก้าวเข้ามาพร้อมศิษย์หญิงร่างบางผู้ติดตามมาด้วยเธอคือจินฮวา ศิษย์หญิงที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น แม้นไม่ได้เก่งอะไร แต่เธอสามารถมาเรียนร่วมรุ่นได้ด้วยสิทธิพิเศษบางอย่างจากใครบางคน ซึ่งในห้องไม่มีใครกล้าซุบซิบพูดถึงเื่นี้เลยสายตาของทั้งคู่สบกันเพียงครู่ ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย แฝงความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ศิษย์ในห้องต่างหันไปมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอาจารย์จื่อหยงไอเบาๆ คลายความเขิน ก่อนยกมือตรงหน้ากระดานหิน“วันนี้…เราจะเริ่มเรียนวิชาค่ายกลเซียน” เสียงเขาดังกังวาน ตัดบรรยากาศอึดอัดลงในทันทีวิชาค่ายกลที่อาจารย์จื่อหยงสอนนั้นเป็ค่ายกลรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีสอนในสำนักนี้ ศิษย์ทุกคนในห้องสนใจมาก บางคนพูดจาหยอกล้อกับอาจารย์จื่อหยงอย่างออกรสยกเว้นหลินเซียน อาจเพราะเขามองว่าค่ายกลพวกนี้ไม่สำคัญเท่าการเพิ่มระดับปราณเซียน เพราะหากปราณเซียนแข็งแกร่งมากพอ ค่ายกลก็ถูกทำลายได้อยู่ดีหลินเซียนจึงมองดูก้อนเมฆและนกบนฟ้ามากกว่าจะฟังอาจารย์จื่อหยงสอนหน้าห้อง"หลินเซียน หันหน้ากลับมาฟังที่ข้าสอนหน่อย"หลินเซียนหันหน้ากลับมาก้มหน้ามองตำราบนโต๊ะ“เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เ้าจะเก่งเพียงใด ก็ยังมีผู้ที่เก่งกว่าเ้าอยู่เสมอ”หลิวเซี่ยงรีบปรบมือเสียงดัง ดังขึ้นจากด้านข้างหลินเซียน“หึ…คนเก่งที่สุดในรุ่นนี่นะ แต่กลับมัวเหม่อไม่ฟังที่อาจารย์สอน”หลิวเซี่ยงกอดอก สายตาเปี่ยมไปด้วยการเยาะเย้ย ปากยกยิ้มประชด"หรืออาจารย์จื่อหยงไม่มีความรู้พอที่จะสอนอัจฉริยะเช่นเ้า"“เ้าถึงคิดว่าตัวเองเก่งจนไม่จำเป็ต้องเรียนแล้ว?”ศิษย์รอบข้างต่างเหลือบมอง บางคนกลั้นหัวเราะ บางคนอึ้งกับความกล้าเสือกของหลิวเซี่ยงหลินเซียนหันมามองเพียงชั่วครู่ แววตาสงบ ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะตอบโต้บรรยากาศเงียบกริบลงทันที ความสง่างามของหลินเซียนยิ่งทำให้หลิวเซี่ยงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด....หลังเสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น ศิษย์ทั้งหลายทยอยออกจากห้องไปทีละคนหลินเซียนกำลังเดินออกจากตึกเรียนอย่างสงบ จู่ๆ เงาร่างสูงของอาจารย์เฉิงเสินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าในมือของอาจารย์ถือคัมภีร์เก่าแก่ปกสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นอายพลังเซียนแ่เบาแผ่ซ่านออกมา“หลินเซียน” เสียงทุ้มดังชัด “นี่คือ คัมภีร์วิชากระบี่เซียน ที่ข้าได้จากสำนักเซียนชั้นสูงตอนที่ข้าไปเรียนที่นั่น ข้ามอบให้เ้า”ดวงตาของหลินเซียนเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะอาจารย์เฉิงเสินเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง “วิชานี้ขึ้นชื่อเื่กระบี่วายุปราณ สามารถพลิกพลังปราณเป็คมกระบี่ได้ แม้ไร้ดาบอยู่ในมือ”มือทั้งสองของหลินเซียนยกขึ้นคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนยื่นไปรับคัมภีร์ด้วยความเคารพสูงสุด“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะฝึกฝนอย่างสุดกำลัง” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสายตาอาจารย์เฉิงเสินทอดมองศิษย์ด้วยความพอใจ ลึกๆ แฝงรอยยิ้มแห่งความหวัง"ท่านเฉิงเสิน เ้าสำนักเรียกขอรับ" เ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินแทรกเข้ามาบอก"อ๋อ ท่านอาจารย์เรียกข้าเหรอ? ได้ เ้านำทางข้าไปเลย"ว่าแล้วอาจารย์เฉิงเสินก็รีบเดินออกไป ก่อนเดินจากหลินเซียนเขาเอามือตบไหล่หลินเซียนแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป....
....ยามเช้าแสงแดดสาดลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องเรียน เสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ดังระงม ทั้งหัวเราะ ทั้งกระซิบกระซาบ รอคอยอาจารย์มาสอน
บางคนพลิกตำรา บางคนคุยเล่นหยอกล้อกันอย่างออกรส บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ครืด! เสียงเปิดประตูห้อง แต่ไม่ใช่อาจารย์ เป็หลินเซียน
เมื่อหลินเซียนก้าวเข้ามาในห้องเรียน ชุดเซียนสีขาวใหม่สะท้อนแสงแดด ทำให้ทั้งห้องเงียบชะงักไปชั่วขณะ
ทุกสายตาหันมามองเขา ด้วยความตกตะลึง ผิวพรรณราวกับหยกและท่าทางสง่างามทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดเวลา
พวกศิษย์ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ ต่างพากันก้าวเข้ามาใกล้ รู้สึกเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เสียงหัวเราะเบาๆ คลอเบาๆ ในห้อง
บางคนมือยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น หลินเซียนเพียงยิ้มบางเบา แต่ก็ทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นไม่เป็จังหวะ
แม้แต่เพื่อนชายบางคนก็แอบเหลือบตาเขาอย่างชื่นชม
แต่...สายตาของหลิวเซี่ยงกลับเต็มไปด้วยความอิจฉา แน่นอนว่าไม่พอใจมาก
หลินเซียนก้าวไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างสง่า ชุดเซียนสีขาวปลิวไหวเบาๆ กับลมพัดผ่าน
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ทำให้ศิษย์หลายคนลืมหายใจไปชั่วขณะ
พวกผู้หญิงพากันขยับใกล้เพื่อมองชุดสวยและรายละเอียดเล็กๆ ของชุด แต่ก็ยังคงเกรงใจเขาอยู่
เสียงกระซิบกระซาบของพวกเธอเต็มห้อง คล้ายลมพัดเบาๆ แต่ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและชื่นชม
หลิวเซี่ยงนั่งก้มหน้า ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากจ้องด้วยสายตาอิจฉาและแดงก่ำเล็กน้อย
....ประตูห้องเรียนถูกเลื่อนเปิดออก อาจารย์จื่อหยงก้าวเข้ามาพร้อมศิษย์หญิงร่างบางผู้ติดตามมาด้วย
เธอคือจินฮวา ศิษย์หญิงที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น แม้นไม่ได้เก่งอะไร แต่เธอสามารถมาเรียนร่วมรุ่นได้ด้วยสิทธิพิเศษบางอย่างจากใครบางคน ซึ่งในห้องไม่มีใครกล้าซุบซิบพูดถึงเื่นี้เลย
สายตาของทั้งคู่สบกันเพียงครู่ ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย แฝงความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
ศิษย์ในห้องต่างหันไปมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
อาจารย์จื่อหยงไอเบาๆ คลายความเขิน ก่อนยกมือตรงหน้ากระดานหิน
“วันนี้…เราจะเริ่มเรียนวิชาค่ายกลเซียน” เสียงเขาดังกังวาน ตัดบรรยากาศอึดอัดลงในทันที
วิชาค่ายกลที่อาจารย์จื่อหยงสอนนั้นเป็ค่ายกลรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีสอนในสำนักนี้
ศิษย์ทุกคนในห้องสนใจมาก บางคนพูดจาหยอกล้อกับอาจารย์จื่อหยงอย่างออกรส
ยกเว้นหลินเซียน อาจเพราะเขามองว่าค่ายกลพวกนี้ไม่สำคัญเท่าการเพิ่มระดับปราณเซียน
เพราะหากปราณเซียนแข็งแกร่งมากพอ ค่ายกลก็ถูกทำลายได้อยู่ดี
หลินเซียนจึงมองดูก้อนเมฆและนกบนฟ้ามากกว่าจะฟังอาจารย์จื่อหยงสอนหน้าห้อง
"หลินเซียน หันหน้ากลับมาฟังที่ข้าสอนหน่อย"
หลินเซียนหันหน้ากลับมาก้มหน้ามองตำราบนโต๊ะ
“เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เ้าจะเก่งเพียงใด ก็ยังมีผู้ที่เก่งกว่าเ้าอยู่เสมอ”
หลิวเซี่ยงรีบปรบมือเสียงดัง ดังขึ้นจากด้านข้างหลินเซียน
“หึ…คนเก่งที่สุดในรุ่นนี่นะ แต่กลับมัวเหม่อไม่ฟังที่อาจารย์สอน”
หลิวเซี่ยงกอดอก สายตาเปี่ยมไปด้วยการเยาะเย้ย ปากยกยิ้มประชด
"หรืออาจารย์จื่อหยงไม่มีความรู้พอที่จะสอนอัจฉริยะเช่นเ้า"
“เ้าถึงคิดว่าตัวเองเก่งจนไม่จำเป็ต้องเรียนแล้ว?”
ศิษย์รอบข้างต่างเหลือบมอง บางคนกลั้นหัวเราะ บางคนอึ้งกับความกล้าเสือกของหลิวเซี่ยง
หลินเซียนหันมามองเพียงชั่วครู่ แววตาสงบ ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะตอบโต้
บรรยากาศเงียบกริบลงทันที ความสง่างามของหลินเซียนยิ่งทำให้หลิวเซี่ยงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด
....หลังเสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น ศิษย์ทั้งหลายทยอยออกจากห้องไปทีละคน
หลินเซียนกำลังเดินออกจากตึกเรียนอย่างสงบ จู่ๆ เงาร่างสูงของอาจารย์เฉิงเสินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ในมือของอาจารย์ถือคัมภีร์เก่าแก่ปกสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นอายพลังเซียนแ่เบาแผ่ซ่านออกมา
“หลินเซียน” เสียงทุ้มดังชัด “นี่คือ คัมภีร์วิชากระบี่เซียน ที่ข้าได้จากสำนักเซียนชั้นสูงตอนที่ข้าไปเรียนที่นั่น ข้ามอบให้เ้า”
ดวงตาของหลินเซียนเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ
อาจารย์เฉิงเสินเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง “วิชานี้ขึ้นชื่อเื่กระบี่วายุปราณ สามารถพลิกพลังปราณเป็คมกระบี่ได้ แม้ไร้ดาบอยู่ในมือ”
มือทั้งสองของหลินเซียนยกขึ้นคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนยื่นไปรับคัมภีร์ด้วยความเคารพสูงสุด
“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะฝึกฝนอย่างสุดกำลัง” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
สายตาอาจารย์เฉิงเสินทอดมองศิษย์ด้วยความพอใจ ลึกๆ แฝงรอยยิ้มแห่งความหวัง
"ท่านเฉิงเสิน เ้าสำนักเรียกขอรับ" เ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินแทรกเข้ามาบอก
"อ๋อ ท่านอาจารย์เรียกข้าเหรอ? ได้ เ้านำทางข้าไปเลย"
ว่าแล้วอาจารย์เฉิงเสินก็รีบเดินออกไป ก่อนเดินจากหลินเซียนเขาเอามือตบไหล่หลินเซียนแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป....
