เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    7 บรรยากาศแปลกๆในห้องเรียน


    ....ยามเช้าแสงแดดสาดลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องเรียน เสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ดังระงม ทั้งหัวเราะ ทั้งกระซิบกระซาบ รอคอยอาจารย์มาสอนบางคนพลิกตำรา บางคนคุยเล่นหยอกล้อกันอย่างออกรส บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวาครืด! เสียงเปิดประตูห้อง แต่ไม่ใช่อาจารย์ เป็๲หลินเซียนเมื่อหลินเซียนก้าวเข้ามาในห้องเรียน ชุดเซียนสีขาวใหม่สะท้อนแสงแดด ทำให้ทั้งห้องเงียบชะงักไปชั่วขณะทุกสายตาหันมามองเขา ด้วยความตกตะลึง ผิวพรรณราวกับหยกและท่าทางสง่างามทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดเวลาพวกศิษย์ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ ต่างพากันก้าวเข้ามาใกล้ รู้สึกเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เสียงหัวเราะเบาๆ คลอเบาๆ ในห้องบางคนมือยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น หลินเซียนเพียงยิ้มบางเบา แต่ก็ทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นไม่เป็๲จังหวะแม้แต่เพื่อนชายบางคนก็แอบเหลือบตาเขาอย่างชื่นชมแต่...สายตาของหลิวเซี่ยงกลับเต็มไปด้วยความอิจฉา แน่นอนว่าไม่พอใจมากหลินเซียนก้าวไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างสง่า ชุดเซียนสีขาวปลิวไหวเบาๆ กับลมพัดผ่านทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ทำให้ศิษย์หลายคนลืมหายใจไปชั่วขณะพวกผู้หญิงพากันขยับใกล้เพื่อมองชุดสวยและรายละเอียดเล็กๆ ของชุด แต่ก็ยังคงเกรงใจเขาอยู่เสียงกระซิบกระซาบของพวกเธอเต็มห้อง คล้ายลมพัดเบาๆ แต่ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและชื่นชมหลิวเซี่ยงนั่งก้มหน้า ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากจ้องด้วยสายตาอิจฉาและแดงก่ำเล็กน้อย....ประตูห้องเรียนถูกเลื่อนเปิดออก อาจารย์จื่อหยงก้าวเข้ามาพร้อมศิษย์หญิงร่างบางผู้ติดตามมาด้วยเธอคือจินฮวา ศิษย์หญิงที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น แม้นไม่ได้เก่งอะไร แต่เธอสามารถมาเรียนร่วมรุ่นได้ด้วยสิทธิพิเศษบางอย่างจากใครบางคน ซึ่งในห้องไม่มีใครกล้าซุบซิบพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้เลยสายตาของทั้งคู่สบกันเพียงครู่ ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย แฝงความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ศิษย์ในห้องต่างหันไปมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอาจารย์จื่อหยงไอเบาๆ คลายความเขิน ก่อนยกมือตรงหน้ากระดานหิน“วันนี้…เราจะเริ่มเรียนวิชาค่ายกลเซียน” เสียงเขาดังกังวาน ตัดบรรยากาศอึดอัดลงในทันทีวิชาค่ายกลที่อาจารย์จื่อหยงสอนนั้นเป็๲ค่ายกลรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีสอนในสำนักนี้ ศิษย์ทุกคนในห้องสนใจมาก บางคนพูดจาหยอกล้อกับอาจารย์จื่อหยงอย่างออกรสยกเว้นหลินเซียน อาจเพราะเขามองว่าค่ายกลพวกนี้ไม่สำคัญเท่าการเพิ่มระดับปราณเซียน เพราะหากปราณเซียนแข็งแกร่งมากพอ ค่ายกลก็ถูกทำลายได้อยู่ดีหลินเซียนจึงมองดูก้อนเมฆและนกบนฟ้ามากกว่าจะฟังอาจารย์จื่อหยงสอนหน้าห้อง"หลินเซียน หันหน้ากลับมาฟังที่ข้าสอนหน่อย"หลินเซียนหันหน้ากลับมาก้มหน้ามองตำราบนโต๊ะ“เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เ๽้าจะเก่งเพียงใด ก็ยังมีผู้ที่เก่งกว่าเ๽้าอยู่เสมอ”หลิวเซี่ยงรีบปรบมือเสียงดัง ดังขึ้นจากด้านข้างหลินเซียน“หึ…คนเก่งที่สุดในรุ่นนี่นะ แต่กลับมัวเหม่อไม่ฟังที่อาจารย์สอน”หลิวเซี่ยงกอดอก สายตาเปี่ยมไปด้วยการเยาะเย้ย ปากยกยิ้มประชด"หรืออาจารย์จื่อหยงไม่มีความรู้พอที่จะสอนอัจฉริยะเช่นเ๽้า"“เ๽้าถึงคิดว่าตัวเองเก่งจนไม่จำเป็๲ต้องเรียนแล้ว?”ศิษย์รอบข้างต่างเหลือบมอง บางคนกลั้นหัวเราะ บางคนอึ้งกับความกล้าเสือกของหลิวเซี่ยงหลินเซียนหันมามองเพียงชั่วครู่ แววตาสงบ ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะตอบโต้บรรยากาศเงียบกริบลงทันที ความสง่างามของหลินเซียนยิ่งทำให้หลิวเซี่ยงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด....หลังเสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น ศิษย์ทั้งหลายทยอยออกจากห้องไปทีละคนหลินเซียนกำลังเดินออกจากตึกเรียนอย่างสงบ จู่ๆ เงาร่างสูงของอาจารย์เฉิงเสินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าในมือของอาจารย์ถือคัมภีร์เก่าแก่ปกสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นอายพลังเซียนแ๶่๥เบาแผ่ซ่านออกมา“หลินเซียน” เสียงทุ้มดังชัด “นี่คือ คัมภีร์วิชากระบี่เซียน ที่ข้าได้จากสำนักเซียนชั้นสูงตอนที่ข้าไปเรียนที่นั่น ข้ามอบให้เ๽้า”ดวงตาของหลินเซียนเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะอาจารย์เฉิงเสินเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง “วิชานี้ขึ้นชื่อเ๱ื่๵๹กระบี่วายุปราณ สามารถพลิกพลังปราณเป็๲คมกระบี่ได้ แม้ไร้ดาบอยู่ในมือ”มือทั้งสองของหลินเซียนยกขึ้นคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนยื่นไปรับคัมภีร์ด้วยความเคารพสูงสุด“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะฝึกฝนอย่างสุดกำลัง” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสายตาอาจารย์เฉิงเสินทอดมองศิษย์ด้วยความพอใจ ลึกๆ แฝงรอยยิ้มแห่งความหวัง"ท่านเฉิงเสิน เ๽้าสำนักเรียกขอรับ" เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งเดินแทรกเข้ามาบอก"อ๋อ ท่านอาจารย์เรียกข้าเหรอ? ได้ เ๽้านำทางข้าไปเลย"ว่าแล้วอาจารย์เฉิงเสินก็รีบเดินออกไป ก่อนเดินจากหลินเซียนเขาเอามือตบไหล่หลินเซียนแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป....

    ....ยามเช้าแสงแดดสาดลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องเรียน เสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ดังระงม ทั้งหัวเราะ ทั้งกระซิบกระซาบ รอคอยอาจารย์มาสอน
    บางคนพลิกตำรา บางคนคุยเล่นหยอกล้อกันอย่างออกรส บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา


    ครืด! เสียงเปิดประตูห้อง แต่ไม่ใช่อาจารย์ เป็๞หลินเซียน


    เมื่อหลินเซียนก้าวเข้ามาในห้องเรียน ชุดเซียนสีขาวใหม่สะท้อนแสงแดด ทำให้ทั้งห้องเงียบชะงักไปชั่วขณะ
    ทุกสายตาหันมามองเขา ด้วยความตกตะลึง ผิวพรรณราวกับหยกและท่าทางสง่างามทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดเวลา
    พวกศิษย์ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ ต่างพากันก้าวเข้ามาใกล้ รู้สึกเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เสียงหัวเราะเบาๆ คลอเบาๆ ในห้อง
    บางคนมือยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น หลินเซียนเพียงยิ้มบางเบา แต่ก็ทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นไม่เป็๞จังหวะ
    แม้แต่เพื่อนชายบางคนก็แอบเหลือบตาเขาอย่างชื่นชม


    แต่...สายตาของหลิวเซี่ยงกลับเต็มไปด้วยความอิจฉา แน่นอนว่าไม่พอใจมาก
    หลินเซียนก้าวไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างสง่า ชุดเซียนสีขาวปลิวไหวเบาๆ กับลมพัดผ่าน
    ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ทำให้ศิษย์หลายคนลืมหายใจไปชั่วขณะ
    พวกผู้หญิงพากันขยับใกล้เพื่อมองชุดสวยและรายละเอียดเล็กๆ ของชุด แต่ก็ยังคงเกรงใจเขาอยู่
    เสียงกระซิบกระซาบของพวกเธอเต็มห้อง คล้ายลมพัดเบาๆ แต่ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและชื่นชม
    หลิวเซี่ยงนั่งก้มหน้า ไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากจ้องด้วยสายตาอิจฉาและแดงก่ำเล็กน้อย


    ....ประตูห้องเรียนถูกเลื่อนเปิดออก อาจารย์จื่อหยงก้าวเข้ามาพร้อมศิษย์หญิงร่างบางผู้ติดตามมาด้วย

    เธอคือจินฮวา ศิษย์หญิงที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น แม้นไม่ได้เก่งอะไร แต่เธอสามารถมาเรียนร่วมรุ่นได้ด้วยสิทธิพิเศษบางอย่างจากใครบางคน ซึ่งในห้องไม่มีใครกล้าซุบซิบพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้เลย

    สายตาของทั้งคู่สบกันเพียงครู่ ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย แฝงความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
    ศิษย์ในห้องต่างหันไปมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
    อาจารย์จื่อหยงไอเบาๆ คลายความเขิน ก่อนยกมือตรงหน้ากระดานหิน
    “วันนี้…เราจะเริ่มเรียนวิชาค่ายกลเซียน” เสียงเขาดังกังวาน ตัดบรรยากาศอึดอัดลงในทันที

    วิชาค่ายกลที่อาจารย์จื่อหยงสอนนั้นเป็๲ค่ายกลรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีสอนในสำนักนี้ 

    ศิษย์ทุกคนในห้องสนใจมาก บางคนพูดจาหยอกล้อกับอาจารย์จื่อหยงอย่างออกรส

    ยกเว้นหลินเซียน อาจเพราะเขามองว่าค่ายกลพวกนี้ไม่สำคัญเท่าการเพิ่มระดับปราณเซียน 

    เพราะหากปราณเซียนแข็งแกร่งมากพอ ค่ายกลก็ถูกทำลายได้อยู่ดี

    หลินเซียนจึงมองดูก้อนเมฆและนกบนฟ้ามากกว่าจะฟังอาจารย์จื่อหยงสอนหน้าห้อง

    "หลินเซียน หันหน้ากลับมาฟังที่ข้าสอนหน่อย"

    หลินเซียนหันหน้ากลับมาก้มหน้ามองตำราบนโต๊ะ

    “เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เ๯้าจะเก่งเพียงใด ก็ยังมีผู้ที่เก่งกว่าเ๯้าอยู่เสมอ”

    หลิวเซี่ยงรีบปรบมือเสียงดัง ดังขึ้นจากด้านข้างหลินเซียน

    “หึ…คนเก่งที่สุดในรุ่นนี่นะ แต่กลับมัวเหม่อไม่ฟังที่อาจารย์สอน”

    หลิวเซี่ยงกอดอก สายตาเปี่ยมไปด้วยการเยาะเย้ย ปากยกยิ้มประชด

    "หรืออาจารย์จื่อหยงไม่มีความรู้พอที่จะสอนอัจฉริยะเช่นเ๯้า"

    “เ๽้าถึงคิดว่าตัวเองเก่งจนไม่จำเป็๲ต้องเรียนแล้ว?”

    ศิษย์รอบข้างต่างเหลือบมอง บางคนกลั้นหัวเราะ บางคนอึ้งกับความกล้าเสือกของหลิวเซี่ยง
    หลินเซียนหันมามองเพียงชั่วครู่ แววตาสงบ ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะตอบโต้
    บรรยากาศเงียบกริบลงทันที ความสง่างามของหลินเซียนยิ่งทำให้หลิวเซี่ยงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด


    ....หลังเสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น ศิษย์ทั้งหลายทยอยออกจากห้องไปทีละคน

    หลินเซียนกำลังเดินออกจากตึกเรียนอย่างสงบ จู่ๆ เงาร่างสูงของอาจารย์เฉิงเสินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
    ในมือของอาจารย์ถือคัมภีร์เก่าแก่ปกสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นอายพลังเซียนแ๶่๥เบาแผ่ซ่านออกมา
    “หลินเซียน” เสียงทุ้มดังชัด “นี่คือ คัมภีร์วิชากระบี่เซียน ที่ข้าได้จากสำนักเซียนชั้นสูงตอนที่ข้าไปเรียนที่นั่น ข้ามอบให้เ๽้า”
    ดวงตาของหลินเซียนเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ
    อาจารย์เฉิงเสินเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง “วิชานี้ขึ้นชื่อเ๱ื่๵๹กระบี่วายุปราณ สามารถพลิกพลังปราณเป็๲คมกระบี่ได้ แม้ไร้ดาบอยู่ในมือ”
    มือทั้งสองของหลินเซียนยกขึ้นคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนยื่นไปรับคัมภีร์ด้วยความเคารพสูงสุด
    “ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะฝึกฝนอย่างสุดกำลัง” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
    สายตาอาจารย์เฉิงเสินทอดมองศิษย์ด้วยความพอใจ ลึกๆ แฝงรอยยิ้มแห่งความหวัง

    "ท่านเฉิงเสิน เ๽้าสำนักเรียกขอรับ" เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งเดินแทรกเข้ามาบอก

    "อ๋อ ท่านอาจารย์เรียกข้าเหรอ? ได้ เ๯้านำทางข้าไปเลย"

    ว่าแล้วอาจารย์เฉิงเสินก็รีบเดินออกไป ก่อนเดินจากหลินเซียนเขาเอามือตบไหล่หลินเซียนแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป....