ตอนที่ 17 ขนมเปี๊ยะหล่นจากฟ้าล้วนเป็เหล็ก
ชายชราเกาศีรษะอย่างหงุดหงิดใจ ข้อสงสัยในแบบร่างที่เขายังไม่เข้าใจเสมือนเป็ลูกแมวที่เกาหัวใจเขาอยู่ตลอด มันคอยะโโลดเต้นอยู่ในตัวเขา และที่น่าโมโหคือเขาทำอะไรมันไม่ได้เลยนี่สิ
“ท่านผู้เฒ่า ทองคำห้าร้อยตำลึงมันแพงเกินไป ข้าจะนำกลับไป...”
“ปึง!”
เสียงดังสนั่นตัดคำพูดที่ตามมาของฮวาอิ่งเม่ย ชายชราตะปบนิ้วมือฮวาอิ่งเม่ยที่คีบจับมุมหนึ่งของกระดาษแบบร่างเอาไว้ มองดูฮวาอิ่งเม่ยด้วยสายตาแดงก่ำที่คล้ายโกรธแค้นฝังหุ่นกันมา
“ช่างมารดาห้าร้อยตำลึงทองมันเถอะ เ้าทิ้งเครื่องประดับไว้ ข้ารับทำงานนี้ก็แล้วกัน” น้ำลายกระเซ็นเข้าใส่หน้าฮวาอิ่งเม่ย
หญิงสาวมุมปากกระตุกวูบ ของบอบบางอย่างกระดาษนี้นางไม่อาจแข็งขืนดึงออกมา ท่ามกลางสายตาที่ฆ่าคนได้ของชายชรา นางได้แต่ชักมือกลับอย่างหวาดๆ มองดูอีกฝ่ายเก็บแบบร่างเข้าอกเสื้ออย่างหวงแหนราวกับจะมีคนมาแย่งไป
“นี่มัน...ไม่ดีนักกระมัง...”
ชายชราถลึงตาเข้าให้ “มีอะไรไม่ดีกัน!”
“คือว่า...อาจารย์ข้าบอกว่า คนเราอยู่ดีๆ เข้ามาประจบเอาใจต้องมีประสงค์ร้าย...”
“บ้าไปแล้ว ใครประจบเอาใจกันล่ะ”
“เงินค่าจ้างทองคำห้าร้อยตำลึงแต่ท่านผู้เฒ่ารับไว้ด้วยราคาแค่ห้าร้อยตำลึง นี่ยังไม่ใช่ประจบเอาใจอีกหรือ”
“ข้ามีเงื่อนไขหรอก!”
“อืม มีเงื่อนไขก็ดีแล้วๆ” ฮวาอิ่งเม่ยทำท่าโล่งอก
“เ้าทำท่าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
“อาจารย์ข้าบอกว่า ขนมเปี๊ยะที่หล่นจากฟ้าล้วนแต่เป็เหล็กทั้งนั้น หากมีคนมอบขนมให้เ้า ลำดับต่อมาก็คือคิดจะเอาชีวิตเ้า”
“...” อาจารย์อะไรประหลาดชะมัด!
ชายชราหน้าตาบูดบึ้ง มุมปากกระตุกไม่หยุด ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างถี่เร็ว มองดูก็รู้ว่าโมโหไม่เบาเลย
แผ่นดินนี้มีคน้าให้เขาจัดทำอาวุธให้ตั้งมากมายเพียงไหน แต่เ้าเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้ายังไม่รู้จักรักดีถึงเพียงนี้ ช่างน่าโมโหแทบตายแล้ว!
หากไม่ใช่เห็นแก่แบบร่างสุดพิสดารที่ทำให้เขาคันมือไม้ขึ้นมา ต่อให้เอาูเาเงินูเาทองมากองสุมต่อหน้า เขาก็จะไม่จัดทำอาวุธให้เ้านี่หรอก!
“ข้า้าเพียงอย่างเดียวคือดูแผนภาพประกอบชิ้นส่วนหลังจัดทำชิ้นส่วนเสร็จเรียบร้อย”
“ท่านผู้เฒ่า คืนแบบร่างให้ข้าเถอะ!” ตลกแล้ว ชิ้นส่วนเ้าเป็คนจัดทำขึ้น หากให้พวกเ้าเห็นแผนภาพประกอบชิ้นส่วนอีก อาวุธลับเฉพาะตัวของนางมิได้เกลื่อนถนนไปหมดหรือ!
“เ้า...”
ชายชราโกรธจัด โมโหจนอยากจะโยนแบบร่างใส่หน้าเด็กหนุ่ม แล้วะโออกมาดังๆ ว่าข้าผู้เฒ่าไม่สนแล้ว แต่พอนึกถึงความพิสดารของอาวุธชิ้นนี้ มันทำให้เขาไม่อาจหักใจทำอะไรบุ่มบ่ามลงไปได้
“หากข้ารับปากท่าน อาจารย์คงได้ตีข้าตายแน่!”
ชายชราข่มเพลิงโทสะที่อัดอั้นเอาไว้เต็มอก กล่าวออกมาด้วยเสียงแทบจะเป็ตะคอกว่า “อย่างนั้นให้ข้าดูอาวุธที่ประกอบเสร็จแล้วคงจะได้หรอกกระมัง!”
เขา...ตงจี๋อู่หวง เคยยอมทนกับผู้คนได้ถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อไรกัน ถึงกับร้องขอจัดทำอาวุธให้ผู้อื่น!
‘ข้าก็รอประโยคนี้ของเ้านี่ล่ะ’ ฮวาอิ่งเม่ยกระตุกยิ้มบางจนแทบไม่ทันสังเกตเห็นออกมา แต่ยังทำสีหน้าลำบากใจ ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงกล่าวว่า “นี่...ข้าต้องถามอาจารย์ของข้าดูก่อน”
“รีบไสหัวกลับไปถามเลยนะ!”
“ได้เลยขอรับ แต่ท่านอย่าให้คนสะกดรอยตามข้ามานะ เกิดข้ากลัวขึ้นมาจะไม่กลับมาอีก!” ฮวาอิ่งเม่ยโบกมืออำลา หมุนกายเดินออกไป
“ปึงปัง” เสียงตบโต๊ะกับเขวี้ยงถาดดังตามหลังมา
ช่างอารมณ์ร้ายเสียจริง! ฮวาอิ่งเม่ยลูบจมูก เบะปากบ่น
ฮวาอิ่งเม่ยออกมายืนหน้าร้านอาวุธหลิงปิง ป้ายยี่ห้อร้านยังคงถูกลมพัดจนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเช่นเคย คล้ายกับว่าจะหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ แต่ใครจะคิดว่า ผ่านค่ายกลดอกเหมยแปดทิศเข้าไปจะกลายเป็อีกเื่หนึ่งเลย
ฮวาอิ่งเม่ยหันกลับไปมองร้านอาวุธที่ล้อมด้วยกำแพงเก่าโทรมแวบหนึ่ง แล้วมุดปราดเข้าไปในกลุ่มคน
“นายท่าน จะไม่ตามรอยเ้าหนุ่มนั่นไปจริงหรือขอรับ” ร้านอาวุธหลิงปิง ตงจี๋อู่หวงที่เมื่อครู่ยังโมโหเดือดพล่านอยู่ ยามนี้มองดูชายหนุ่มที่ยืนไพล่หลังอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางนอบน้อม
“ไม่ต้อง!” แขนเสื้อปักลายไผ่โบกเบาๆ ชายหนุ่มที่ทอดตามองออกไปนอกหน้าต่างหันกลับมา ดวงตาสุกสกาวทอประกายปัญญา ริมฝีปากสีชมพูอ่อนยกยิ้มคล้ายไม่เชิงยิ้ม “อย่างไรเสียเขายังต้องกลับมาอยู่ดี”
“ขอรับ!” คำพูดของชายหนุ่ม สำหรับตงจี๋แล้วเหมือนดั่งคำบัญชาจากฮ่องเต้ นับแต่ตนติดตามรับใช้ข้างกายเขา ไม่มีสักเื่ที่ผิดพลาดไปจากแผนการที่นายท่านของเขาวางเอาไว้ เื่ในวันนี้ก็จะไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน
“ตงจี๋ เป็ของดีมากหรือ” ชายหนุ่มกวาดตามองแบบร่างในมือตงจี๋อู่หวงพลางกล่าวถามขึ้น
ตงจี๋อู่หวงตอบด้วยท่าทางตื่นเต้นว่า “ไม่ใช่แค่ของดีของรับ แต่เป็ของชั้นเลิศเลยต่างหากขอรับ ขออภัยที่ข้าน้อยไร้ความสามารถ มองไม่ออกถึงรูปลักษณ์แท้จริงของอาวุธชนิดนี้ แต่ข้าน้อยคาดเดาว่า อำนาจทำลายล้างของอาวุธนี้ ต้องไม่ด้อยไปกว่า ‘หวงจี๋’ ที่ผู้น้อยจัดสร้างขึ้นแน่ขอรับ”
“หืม!?” ชายหนุ่มดวงตาเป็ประกายวาววับอย่างแปลกใจ เขากล่าวว่า “เทียบกับหวงจี๋ได้เชียวรึ มิน่าเล่าจึงทำให้เ้าตื่นเต้นได้ถึงเพียงนี้”
“ตงจี๋ มอบให้เ้าแล้ว!” ชายหนุ่มหรี่ตาลง เก็บซ่อนประกายระยับในดวงตาเอาไว้
“ขอรับ นายท่าน” ตงจี๋ตอบรับทันทีอย่างไม่กล้ารอช้า