ตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ

    บทที่ 74: การทดสอบประตูมังกร

    บทที่ 74: การทดสอบประตูมังกร


    ณ จัตุรัสกลางเมืองระฟ้า ที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของลานประลองชั่วคราว บัดนี้ได้ถูกแปรสภาพไปโดยสิ้นเชิงเวทีศิลาขนาดมหึมาถูกสร้างขึ้นใจกลางจัตุรัส และที่เหนือเวทีนั้น ประตูแสงสีทองอร่ามบานหนึ่งกำลังลอยหมุนวนอยู่กลางอากาศ ปลดปล่อยพลังงานมิติที่ลึกล้ำออกมา นี่คือ "ประตูมังกร" ทางเข้าสู่มิติพิเศษที่จะใช้ในการทดสอบด่านแรก


    รอบจัตุรัสถูกอัดแน่นไปด้วยผู้คนนับหมื่นที่แห่มารอชมการประลองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี 


    บนแท่นชมการประลองที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหรา เหล่าผู้นำจากขั้วอำนาจต่างๆ ได้ทยอยกันมาจับจองที่นั่ง ทั้งผู้นำตระกูลหวัง, ผู้นำตระกูลหลี่, และตัวแทนจากหอคอยนักล่า แต่ที่นั่งประธานสูงสุดนั้น ยังคงว่างเปล่า...รอคอยการมาถึงของ "จวนเจ้าเมือง"


    ไม่นานนัก รัศมีพลังที่น่าเกรงขามก็แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งจัตุรัส "เว่ยหลง" ผู้บัญชาการองครักษ์ในชุดเกราะเต็มยศ ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีประธาน พร้อมกับชายชราอีกผู้หนึ่งที่สวมอาภรณ์สีม่วงเข้มและมีกลิ่นอายที่ลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งถึง...นี่คือ "เจ้าเมือง" แห่งเมืองระฟ้า ยอดฝีมือขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลาย!


    "การทดสอบประตูมังกร...จงเริ่มต้นขึ้น!" เสียงของเจ้าเมืองดังก้องกังวานไปทั่วเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ลงทะเบียนไว้ราวร้อยกว่าคน ทยอยกันเดินเข้าไปรวมตัวกันที่หน้าเวที ในกลุ่มนั้นมีร่างที่โดดเด่นอยู่สามร่างซึ่งเป็นจุดสนใจของทุกคน


    "ดาบวายุคลั่ง" หวังเล่ย ยืนกอดอกด้วยท่าทีหยิ่งผยอง สายตาของเขามองไปรอบๆ ราวกับพยัคฆ์ที่มองฝูงแกะ


    "หยกเย็น" หลี่ซิงเยว่ ยืนสงบนิ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ความงามและความเยือกเย็นของนางทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้


    และคนสุดท้าย...


    ร่างในชุดสีดำที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่มุมหนึ่ง เรือนผมสีเงินและกระบี่วิญญาณที่แตกร้าวข้างเอวของเขา กลายเป็นสัญลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในเมืองนี้...อสูรผมเงิน หลิงเซียว!


    การปรากฏตัวของเขาสร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ อย่างมาก หลายคนถึงกับถอยห่างออกจากเขาโดยไม่รู้ตัวหวังเล่ยเหลือบมองหลิงเซียวด้วยสายตาดูแคลนระคนท้าทาย  ฮึ่ม! ก็แค่พวกป่าเถื่อนที่ใช้เป็นแต่กำลัง ข้าจะรอดูว่าเมื่ออยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ เจ้าจะยังเหลือความสามารถอะไรอีก!"


    หลี่ซิงเยว่เพียงแค่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปอย่างไม่สนใจ ราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุหลิงเซียวไม่ได้สนใจการยั่วยุหรือสายตาเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขากำลังจดจ่ออยู่กับคำอธิบายกฎกติกาของเว่ยหลง


    "ด่านแรกคือ 'หุบเขาอสูรคลั่ง'!" เว่ยหลงประกาศลั่น "มันคือมิติขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสร้างแก่นแท้ พวกเจ้ามีเวลาสามวันในการล่าสัตว์อสูรและเก็บ 'แก่นวิญญาณ' ของพวกมัน"


    "คะแนนจะถูกนับจากจำนวนและคุณภาพของแก่นวิญญาณที่พวกเจ้าได้มา ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดห้าสิบคนเท่านั้นที่จะได้ผ่านไปยังด่านต่อไป!"


    "และจำไว้ให้ขึ้นใจ!" น้ำเสียงของเว่ยหลงพลันเข้มงวดขึ้น "ในหุบเขาแห่งนี้...ห้ามสังหารคู่ต่อสู้โดยเด็ดขาด! หากมีการตรวจพบเจตนาฆ่าฟัน ผู้คุมกฎเกณฑ์ของจวนเจ้าเมืองที่ซ่อนตัวอยู่จะลงมือสังหารพวกเจ้าทันที! 


    พวกเจ้าสามารถแย่งชิงแก่นวิญญาณกันได้ แต่ห้ามทำร้ายกันถึงชีวิต!"


    กฎข้อนี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขันหลายคนถอนหายใจอย่างโล่งอก...อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูก "อสูรผมเงิน" สังหารระหว่างการทดสอบ


    "เมื่อพร้อมแล้ว...จงก้าวผ่านประตูมังกรไป!"


    สิ้นเสียงของเว่ยหลง เหล่าอัจฉริยะก็ทะยานร่างขึ้นไปบนเวทีและพุ่งผ่านประตูแสงสีทองเข้าไปทีละคนหลิงเซียวเป็นคนสุดท้ายที่ก้าวเข้าไป เขาก้าวเท้าผ่านม่านแสงเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน...และในชั่วพริบตาต่อมา ทิวทัศน์รอบกายของเขาก็พลันเปลี่ยนแปลงไป!


    คล้ายกับเรื่องตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ ที่คุณอ่าน