ห่างกันเพียงวันเดียว ฉู่เหินก็มายืนอยู่บนสังเวียนทดสอบของสำนักจันทร์สกาวแล้ว
เทียบกันกับรูปแบบการสอบของสำนักมหาหัสดีสำนักจันทร์สกาวค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่อาจแตกต่างบ้างเล็กน้อยบนสังเวียนสูงใจกลางลาน เสียงปะทะกันของพลังหยวนแท้สะท้อนกึกก้อง
“ศิษย์พี่เฮ่อเสี่ยนเก่งฉกาจเสียจริง!”
“กลุ่มนี้ก็มีความหวังจะ ‘สังหารสิ้นซาก’ ได้เหมือนกัน”
“เท่าที่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้า ความหวังมีสูงจริงๆ”
...
คนรอบลานล้วนแล้วแต่ชื่นชมฝีมือของเฮ่อเสี่ยน กระทั่งอาจารย์ผู้รับผิดชอบการทดสอบอย่างพวกหลี่เวยยังไม่วายพยักหน้ายอมรับลับๆ
นิสัยเย่อหยิ่งไปบ้าง แต่ก็มีต้นทุนพอให้เย่อหยิ่งจริง
“บุก!”
“พวกเ้าตรงนี้บุกจากปีกซ้าย ทางนั้นบุกจากปีกขวา”
“เข้าใจแล้ว”
เฮ่อเสี่ยนเป็ศูนย์กลางการบุกแต่ก็ไม่หยุดสั่งการ
กระบวนท่าจู่โจมของพวกเขาถาโถมเหมือนสายน้ำหลากระลอกแล้วระลอกเล่าหน้าก่อนหลังตาม พยายามช่วยเหลือเฮ่อเสี่ยนอย่างสุดความสามารถ
เคร้ง เคร้ง
พลานุภาพกระบี่ของเฮ่อเสี่ยนดั่งวายุรวดเร็วรุนแรง เคลื่อนไหวปราดเปรียวชิงบุกใส่หลิวเหมิ่งไม่ยั้ง
แสงกระบี่พร่างพรายชวนลายตา พลังหยวนแท้กระทบกระทั่งเป็กระแสลมปราณแตกซ่านระลอกแล้วระลอกเล่า
...
ยามแรกเริ่มเดิมทีฉู่เหินก็เข้าร่วมแนวบุกหลิวเหมิ่งด้วยเหมือนกัน
แต่เพราะคนอื่นรอบข้างเขาเหมือนจะไม่เห็นฉู่เหินเป็เพื่อนร่วมสู้พอไม่มีใครเชื่อใจเขา ฉู่เหินก็ไม่อาจครองตำแหน่งบุกจู่โจมอย่างมีประสิทธิภาพได้ต้องเคลื่อนไหวอยู่แนวหลังอยู่ร่ำไป
สุดท้ายแล้วฉู่เหินก็ไม่บุกอีกต่อไปยืนเป็ผู้ชมอยู่ด้านหลังอย่างอิสระและสุขสันต์
“เฮ้อ...”ฮ่าวจึอันเป็ผู้เดียวที่สนใจฉู่เหินส่ายหน้าระอาและถอนใจแ่เบา“ศิษย์น้องฉู่เหิน อย่ามัวแต่ยืนเฉยสิ! หากเ้าเอาแต่ยืนดูอยู่แบบนั้นไม่มีทางผ่านการทดสอบได้หรอกนะ”
“เฮ้ย ช่างมันเถอะ! ข้าว่าเ้านั่นมันไร้น้ำยายืนรออยู่ตรงนั้นเชื่องๆ แหละดีแล้ว” ชายหนุ่มไม่ไกลออกไปกระทบกระเทียบ
“ใช่แล้ว ไม่ต้องมาเกะกะแข้งขา”
“ไหนๆ ก็มาแค่เติมให้ครบจำนวนอยู่แล้ว ยืนอยู่เท่านั้นก็พอ”
...
ทุกคนในที่นั้นแทบไม่เห็นฉู่เหินอยู่ในสายตา
จุดรวมสายตาของการสอบคราวนี้ล้วนแล้วแต่อยู่ที่เฮ่อเสี่ยนคนอื่นอย่างน้อยก็ยังพอมีประโยชน์ตรงคอยช่วยเหลือได้บ้าง แต่ฉู่เหินนั้น ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็แค่เติมให้ครบสามสิบคนเท่านั้นปะไร
ตู้ม!
ตึง!
...
เสียงกระทบกระทั่งดุเดือดและอลหม่านดังมาจากสังเวียน มาตรแม้นพวกเขาจะรวมกำลังกับเฮ่อเสี่ยนเข้าบุกตีครั้งแล้วครั้งเล่าหลิวเหมิ่งก็ไม่เคยเปิดเผยจุดอ่อนอันใดให้เห็นเลย
กลับเป็พวกเขาเสียเองที่บุกไม่หยุดจนพลังกายเริ่มถดถอย
“เฮ้ยๆ เด็กเหลือขอทั้งหลาย สนุกพอหรือยัง?” หลิวเหมิ่งเงื้อฝ่ามือผลักเฮ่อเสี่ยนให้ะเืถอยไปกลิ่นอายอันไพศาลเอ่อล้นดุจดั่งคลื่นใต้น้ำ “สนุกพอแล้วก็ถึงตาข้าบ้างล่ะ”
เพียงคำนั้นเอ่ยออกไป พวกเขาก็หน้าเปลี่ยนสี
ฉับพลัน ศิษย์ที่รับหน้าที่ปีกซ้ายบุกตามกันมา หอกยาวกระบี่คม...ศาสตราวุธนานาจู่โจมใส่หลิวเหมิ่งโดยพร้อมเพรียง
“เฮ้ย!”
หลิวเหมิ่งเลิกคิ้วคู่หนา เงื้อดาบใหญ่ในมือฟาดฟันออกไปเสียงอันหนักหน่วงดังขึ้นติดต่อกัน ศาสตราวุธในมือของศิษย์หนุ่มสาวเ่าั้กระเด็นลอยไปกระแสลมปราณสีขาวแข็งแกร่งพุ่งจู่โจมพวกเขาจนล้มพับลงกับพื้น
“บัดซบเอ๊ย...”
ทุกคนก่นด่าในใจ บรรยากาศบนสังเวียนตึงเครียดขึ้นทุกชั่วขณะจิต
“ทุกคนยืนหยัดเอาไว้ พวกเรายังมีโอกาสอีกมาก” เฮ่อเสี่ยนะโเสียงเคร่ง
เหล่าศิษย์ปีกขวากัดฟันอย่างไม่อาจห้าม ปลดปล่อยพลังหยวนแท้ในร่างออกมาเต็มพิกัดเปิดฉากบุกทะลวงหลิวเหมิ่งพร้อมกัน
“ยังอ่อนหัดนัก อ่อนหัดเกินไป...”
หลิวเหมิ่งหัวเราะยั่วเย้าพลางยื่นมือซ้ายออกไปพลังหยวนแท้ชัดเจนเห็นกับตารวมตัวที่ใจกลางฝ่ามือเป็วังวนของจริง
หลิวเหมิ่งสั่งการในใจ กางนิ้วทั้งห้าออก
ตูมตาม!
วังวนปราณนั้นะเิกลางอากาศคลื่นโจมตีสีขาวเหมือนคลื่นใต้น้ำไล่ตามบดขยี้
การบุกที่ศิษย์หนุ่มสาวร่วมมือกันทำถูกถล่มจนแตกกระสานซ่านเซ็นไม่เป็ท่าพลังหยวนแท้ที่ปลดปล่อยออกมาของทุกผู้ทุกนามถูกทำลายจนป่นปี้ในพริบตาเดียวมิหนำซ้ำเ้าตัวยังลอยละลิ่วตกสังเวียนไปอีกต่างหาก
หลิวเหมิ่งสำแดงอานุภาพสุดขีดจนไม่อาจต้านทานได้
เพียงเห็นภาพนั้น ทุกคนก็หน้าซีดเป็ไก่ต้มอดสงสัยไม่ได้ว่าหลิวเหมิ่งกดพลังตนเองให้อยู่ที่ระดับเชื่อมหยวนขั้นหนึ่งจริงหรือไม่มันจะโคตรพ่อโคตรแม่แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
แกร่งเสียจนไม่อาจสู้สายตาได้
“ศิษย์พี่เฮ่อเสี่ยน ต้องคิดหาวิธีแล้ว...”ผู้พูดคือเด็กสาวรูปลักษณ์อ่อนแอคนหนึ่ง
แต่พอนางพูดจบ หลิวเหมิ่งก็ปรี่เข้าไปหาเฮ่อเสี่ยน “เฮ้ยไอ้เด็กคนนี้ดื้อที่สุดในทุกคน ข้าจะคว่ำเ้าก่อนค่อยว่ากัน”
เงื้อดาบใหญ่ขึ้นสูง จู่โจมแกร่งกร้าว
เฮ่อเสี่ยนสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย แล้วรีบถอยกรูด
ตู้ม!
วินาทีต่อมา ดาบใหญ่ในมือหลิวเหมิ่งฟันลงตรงที่ซึ่งเฮ่อเสี่ยนยืนอยู่เมื่อครู่เศษหินน้อยใหญ่แตกกระจายไปทั่ว รอยร้าวลุกลามทุกทิศทางดูราวกับใยแมงมุม
ทุกคนหน้าเปลี่ยนสีอีกรอบ ใเสียยิ่งกว่าใ
เห็นทีหลิวเหมิ่งคงเอาจริงแล้วจริงๆ
อีกฝ่ายโจมตีไม่โดนก็ไล่จู่โจมเฮ่อเสี่ยนต่อไม่ยั้งเฮ่อเสี่ยนไม่มีเวลาจะรวบรวมพลังหยวนแท้ด้วยซ้ำ เขาต้องหลบเอาตัวรอดอยู่ร่ำไป
...
ผู้ชมใต้สังเวียนหน้าดำคร่ำเครียดไปตามๆ กัน
เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ความได้เปรียบที่กว่าจะได้มาก็พังทลายไม่เป็ท่าสาเหตุหนึ่งก็เพราะพลังของหลิวเหมิ่งแข็งแกร่งขณะเดียวกันก็มองออกว่าความสามารถแท้จริงของเฮ่อเสี่ยนยังแตกต่างจากเฮ่อเฉากลุ่มที่แล้วอยู่ด้วย
“เ้าหลิวเหมิ่งนี่...”
หลี่เวยและอาจารย์คุมสอบทั้งหลายส่ายหน้าพวกเขาย่อมรู้ดีว่าหลิวเหมิ่ง้าจะกอบกู้ที่เสียหน้าไปกับการทดสอบกลุ่มที่แล้ว
แน่นอนว่าพลังอย่างเฮ่อเสี่ยนย่อมเข้าสำนักจันทร์สกาวได้ไร้ปัญหา
ต่อให้เฮ่อเสี่ยนโดนถล่มจนตกสังเวียนในภายหลังก็ไม่มีผลกระทบต่อผลการสอบของเขาแต่อย่างใด
...
เฮ่อเสี่ยนย่อมรู้ข้อนี้ดีเป็ธรรมดา แต่เขาผู้หยิ่งทระนงย่อมไม่ยอมถูกถล่มจนตกสังเวียนต่อหน้าธารกำนัล
ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็หลิวเหมิ่งก็ตามที
ด้วยเหตุนั้น สังเวียนจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็ภาพ ‘แมวไล่จับหนู’ หลิวเหมิ่งคล้ายจะคิดว่า ‘ไม่เล่นเ้าให้ตายไม่ใช่แซ่หลิว’ ส่วนเฮ่อเสี่ยนนั้นเล่า ‘ถูกเ้าถล่มหล่นสังเวียนไม่ขอแซ่เฮ่อ’
หลิวเหมิ่งไล่ล่าเขาไม่เลิกราวี เฮ่อเสี่ยนจึงทำได้แต่ป้องกันเท่านั้น
ครั้นคนอื่นจะเข้ามาช่วยเหลือก็ไม่อาจตามจังหวะความเร็วของหลิวเหมิ่งได้ทัน
ปึ้ง!
พลังอันรุนแรงะเิออกมา เฮ่อเสี่ยนถูกการโจมตีของหลิวเหมิ่งเข้าเต็มเปาพลังจู่โจมแกร่งกล้าทำเฮ่อเสี่ยนถอยกรูด
“เฮ้ยๆ ลงไปนอนพะงาบให้ข้าเสียดีๆ เถอะ!”
หลิวเหมิ่งยิ้มพิลึกย่ามใจ กำมือซ้ายเป็หมัดพลังหยวนแท้ถาโถมพันท่อนแขนรวดเร็วดุจเส้นด้าย
พริบตานั้น หมัดซ้ายของหลิวเหมิ่งเหมือนถูกแสงอริยะสีทองอาบเคลือบแสนยานุภาพน่าครั่นคร้ามหมดจด
“บัดซบเอ๊ย...”
เฮ่อเสี่ยนใจนหน้าถอดสี หากถูกหมัดนั้นของหลิวเหมิ่งมีหวังได้ร่วงเป็แน่
ไม่รอให้เฮ่อเสี่ยนได้เตรียมการรับมือใดๆ ทั้งนั้น หมัดของหลิวเหมิ่งนำพาพลานุภาพผ่าสลาตันบุกเข้ามาความกดดันแรงกล้ากระจายอานุภาพที่ไม่อาจสั่นคลอน
ผู้ชมใต้สังเวียนขมวดคิ้วไปตามๆ กัน
น่ากลัวว่าในบรรดาศิษย์ใหม่ทั้งหมดคนที่ต้านหมัดนี้ของหลิวเหมิ่งได้คงมีแต่เฮ่อเฉาเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ั์ตาเห็นกำปั้นอันแข็งแกร่งเข้ามาใกล้เต็มที เฮ่อเสี่ยนจึงตัดสินใจดวงตาวาววามแสงน่าพรั่นพรึง เขาแวบวาบไปทางร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งไม่ไกลออกไปทันทีทันใด
ชายหนุ่มผู้นั้นหาใช่ใครอื่น แต่เป็ฉู่เหินนั่นเอง
เฮ่อเสี่ยนคิดจะทำอะไร?
ไม่ทันให้ทุกคนได้ตอบสนองทันการ เฮ่อเสี่ยนก็ปรี่เข้าหาข้างกายของฉู่เหินด้วยความเร็วสูงสุดตะครุบไหล่ฉู่เหินเอาไว้ชั่วพริบตา แล้วผลักเขาไปหาหลิวเหมิ่งอย่างแรง
“เขาจะใช้เ้านั่นเป็โล่กันธนู”
“แย่แล้ว เ้าเด็กนั่นมีหวังถูกอาจารย์หลิวเหมิ่งต่อยตายแน่”
...
เสียงโพล่งตะลึงลานจากใต้สังเวียน ต้องรู้ไว้ก่อนว่าการบุกนี้ของหลิวเหมิ่งมีไว้เพื่อต่อกรกับเฮ่อเสี่ยนที่บุกเบิกชีพจรยุทธหลักแปดเส้นแล้วโดยเฉพาะ
หากฉู่เหินไม่ได้มีพลังเท่าเฮ่อเสี่ยน ไม่ตายก็คางเหลือง
ไม่มีใครคาดคิดว่าเฮ่อเสี่ยนจะใช้ไม้นี้ต้องยอมรับว่าเป็ไม้ที่ต่ำช้าสิ้นดี
“แย่แล้ว...”
เื่เกิดกะทันหันเกินไป แม้จะเป็หลิวเหมิ่งก็มิอาจกลับพลังหยวนแท้กลับได้ทันการสมองผุดภาพที่ฉู่เหินถูกกำปั้นของเขาต่อยกระจุยไปแล้ว
หลี่เวยและเหล่าอาจารย์คุมสอบก็หน้าเปลี่ยนสี
ในสายตาทุกคน ฉู่เหินเหมือนผู้ประสบภัยไร้ความผิดที่ถูกผลักลงห้วงลึกหมื่นจ้างอย่างไร้ปรานี
ตึงตึง!
วายุเกรี้ยวกราดน่าขนลุกถาโถมเข้ามา ฉู่เหินดวงตาเรืองแสงเย็นวูบหนึ่งใบหน้าหล่อเหลาไร้วี่แววแตกตื่น พลังประหลาดพุ่งทะยานจากในร่าง
ตู้ม!
เสียงกัมปนาทหนักหน่วงดุจฟ้าคะนองะเิจากบนสังเวียน กระแสลมปราณไพศาลกระจัดกระจายออกมาชั่วขณะนั้น ั์ตาทุกคู่สั่นไหวไม่อาจควบคุม
สภาพที่พวกเขาคิดไม่ได้เกิดขึ้นฉู่เหินยังยืนอยู่กับที่อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
หมัดของเขารับการจู่โจมของหมัดหลิวเหมิ่งซึ่งๆ หน้าเห็นเพียงแสงพิศวงราวเพลิงดำพันรอบทั้งแขนขวาของฉู่เหิน
เพลิงดำกับแสงทองปะทะกัน ไม่มีใครด้อยกว่าใครเลย
“นี่มัน...”
ฝูงชนเบิกตากว้าง ต่างคนต่างตื่นใตะลึง
………………………..