เราพยายามโทรหาพี่นุ่นครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่ติด แชทไปก็ไม่ตอบ พี่นุ่นโกรธเราขนาดนั้นเลยหรอ? เราควรทำอย่างไรดีกับเื่นี้ดีหรือเราควรไปที่บ้านพี่นุ่นแล้วพูดกับพี่นุ่นตรงๆ ใช่เราควรไปตอนนี้ เรารีบนั่งรถจากหอไปที่บ้านพี่นุ่นด้วยใจที่หวั่นว่าจะเกิดอะไรแปลกๆขึ้นแล้วมันก็เป็จริงเราไปเจอคนที่เราไม่คิดว่าจะเจอที่บ้านพี่นุ่น
ฝ้าย : ลูกแก้วหยุดเดี๋ยวนี้นะ! เธอมาทำไรที่นี่
ลูกแก้ว : ป่าวไม่มีอะไร แค่มาดูคนหน้าแใสลายเฉยๆ
ฝ้าย : เธอทำอะไรพี่นุ่น
ลูกแก้ว : อย่ามาปักปรำกันนะเราไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยก็แค่........นิดหน่อยอะ ว่าแต่ไม่มีอะไรแล้วเราไปนะ
ฝ้าย : พี่นุ่น.......
เรารีบเข้าไปในบ้านพี่นุ่นด้วยความเป็ห่วง สภาพโถงหน้าโฟซาสภาพเละเทะข้าวของกระจัดกระจายไปหมดแล้วเราก็เจอพี่นุ่นนอนจมกองเืมีแผลถูกแทงหลายแผลแล้วยังถูกทุบจนกระดูกหัก เรารีบโทรหาตำรวจกับรถโรงพยาบาลทันทีแต่ก็ดูเหมือนว่าอาการของพี่นุ่นจะแย่สุดๆ
หนิง : ฝ้าย นุ่นเป็ไงบ้าง?
ฝ้าย : พี่หนิง พี่นุ่นอาการแย่มาก หนูไม่น่าปล่อยพี่เขากลับบ้านเลยหนูน่าจะตามพี่เขาไปที่บ้านั้แ่ไม่งั้นเื่มันคงไม่เกิด
หนิง : ฝ้ายใจเย็นๆนะ นุ่นมันจะต้องปลอดภัยเชื่อพี่
ฝ้าย : หนูไม่รู้จะทำยังไงต่อดีพี่หนิง หนูรู้ผิดไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
หนิง : นั่งก่อนๆ ใจเย็นๆนะเดี๋ยวหมอก็จะออกมาแล้วทำใจให้สบายก่อนนะ
ฝ้าย : หมอค่ะๆ อาจารย์นุ่นเป็ยังไงบ้างค่ะ
หมอ : คือคนไข้ถูกแทงหลายจุดแล้วเสียเืมากแล้วยังถูกทุบตามร่างกายหลายจุดรวมถึงศีรษะอาจทำให้........
หนิง : ทำให้อะไรค่ะ
หมอ : คนไข้อาจจะมีสภาวะเ้าหญิงนิทราครับ
ฝ้าย : แล้วอีกนานไหมค่ะกว่าจะฟื้น
หมอ : ช้าสุดอาจจะเป็ปีครับเพราะอาการสาหัสมากแล้วก็อาจจะมีภาวะความจำเสื่อมด้วยครับ
เราแทบจะทรุดั้แ่ได้ยินหมอพูดว่าพี่นุ่นอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เราแทบจะคุมสติไม่อยู่อยากจะโวยวายออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เราแทบจะเป็คนขาดสติไปชั่วขณะหนึ่งเลยก็ว่าได้ เราได้แต่นั่งภาวนานั่งเฝ้าพี่นุ่นวันแล้ววันเล่า นั่งรอคอยวันที่พี่นุ่นจะตื่นขึ้นมา มันคงเป็สิ่งเดียวที่เราทำได้
หนิง : นี่ฝ้ายไปสอบก่อนเถอะ วันนี้มีสอบไม่ใช่หรอ?
ฝ้าย : เอ่อจริงด้วย ถ้างั้นหนูฝากพี่หนิงเฝ้าพี่นุ่นแทนหน่อยนะคะ
หนิง : อืม เดี๋ยวพี่เฝ้าต่อให้เองไม่ต้องห่วง
ฝ้าย : ขอบคุณพี่หนิงมากๆนะคะที่ช่วย
หนิง : มันก็เพื่อนพี่นั่นแหละ ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก
ฝ้าย : พี่นุ่น หนูไปสอบก่อนนะ (ดึงมือไว้) พี่หนิงๆ
หนิง : อะไรหรอ?
ฝ้าย : พี่นุ่นจับมือหนู
หนิง : เดี๋ยวพี่ไปตามหมอมานะรอแปบหนึ่ง ว่าแต่นี่ไม่ไปสอบหรอ?
ฝ้าย : ถ้างั้นหนูไปเรียกหมอให้แล้วหนูจะออกไปสอบเลย
หนิง : งั้นพี่จะส่งข่าวให้เรื่อยๆนะ
ฝ้าย : ค่ะ (ออกไป)
หนิง : สุดท้ายแกก็ตื่นสักทีนะนุ่น จะได้ตื่นมาคุยกับน้องมันสัดทีปล่อยให้น้องมันพูดอยู่คนเดียวไปได้
/////
เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับเห็นเพื่อนๆที่ล้อมรอบเตียงเรา ทุกคนมีสีหน้าที่ดูตื่นเต้นที่ได้เห็นเราตื่นขึ้นมา
หนิง : นุ่นแกเป็ไงบ้าง
นุ่น : หนิง....... เรามาโรงพยาบาลได้ไงอ่ะ
หนิง : นี่แกจำอะไรไม่ได้เลยหรอ?
นุ่น : จำไม่ได้สักอย่าง
หนิง : อ่าจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไร
ฝ้าย : พี่นุ่น พี่เป็ไงบ้าง? ดีขึ้นบ้างไหม?
นุ่น : เอ่อ...........เรารู้จักกันด้วยหรอ?
ฝ้าย : พี่นุ่น พี่จำหนูไม่ได้หรอ?
นุ่น : แล้วเธอเป็ใครอ่ะ?
หนิง : เอ่อ...... ฝ้ายออกไปก่อนนะให้นุ่นมันพักผ่อนก่อนเถอะ
หมอบอกเราว่าเราจะจำอะไรไม่ได้สักเดือนสองเดือนยกเว้นแต่ว่าจะมีความทรงจำบางอย่างหายไปตลอดไม่มีวันหวนกลับมายกเว้นแต่ว่าจะมีบางสิ่งกระตุ้นให้จำได้
หนิง : นุ่นแกจำอะไรได้บ้างไหมแบบว่าล่าสุดที่แกจำได้
นุ่น : ก็จำได้แค่ว่าวันนั้นพวกเราไปร้าน Be like ฉลองตอนที่ฉันได้ตำแหน่งอาจารย์
หนิง : เดี๋ยวนะ นั่นมันเกือบปีเลยนะแก
นุ่น : ห้ะ! ปีหนึ่งเลยหรอ?
หนิง : ก็ใช่อะดิ
นุ่น : โห้แบบนี้ที่ทำมาทั้งหมดสอนมาทั้งหมดแม่งก็เปอร์อะดิ
หนิง : ไม่หรอก แกก็แค่หลับไปหกเดือนบวกต้องรักษาตัวอีกสองเดือนรวมๆแกต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกนิดหน่อยก็จะได้กลับไปสอนล่ะแล้วก็เด็กที่แกสอนก่อนหน้าก็น่าจะขึ้นปีสี่กันหมดแล้วแหละ
นุ่น : โห้นี่มันอะไรว่ะเนี่ย
หนิง : ตอนนี้แกก็ควรพักผ่อนซะ นอนพักดูทีวีไปเดี๋ยวฉันไปปอกผลไม้มาให้
นุ่น : อืม (ก็อกๆ)
ฝ้าย : ขออนุญาตค่ะอาจารย์ พอดีเพื่อนๆฝากหนูมาเยี่ยมอาจารย์ค่ะ
นุ่น : โห้ขอบคุณนะคะ แล้วนี่ชื่ออะไรหรอแล้วอยู่ปีไหนล่ะ?
ฝ้าย : หนูชื่อกมลค่ะ ชื่อเล่นฝ้าย อยู่ปีสาม ภาควิชาประวัติศาสตร์ค่ะ
นุ่น : เด็กสาขาอาจารย์รึเปล่า
ฝ้าย : ใช่ค่ะ เอ่อ............
นุ่น : มีอะไรรึเปล่า?
ฝ้าย : ป่าวค่ะ
หนิง : เอานี่ผลไม้ ฉันยืมตัวน้องไปคุยแปบหนึ่งหน่อยดิ
นุ่น : อืมเอาสิ
หนิง : ฝ้ายทำไมไม่บอกนุ่นไปตรงๆล่ะ
ฝ้าย : พี่หนิงหนูไม่กล้า หนูกลัวว่าถ้าพี่นุ่นจำได้พี่เขาอาจจะเกลียดหนูก็ได้นะ
หนิง : อย่าบอกนะว่าจะเดินออกไปจากชีวิตนุ่นจริงๆ
ฝ้าย : หนูพร้อมเดินออกไปจากชีวิตพี่เขาถ้านั้นคือทางเลือกที่ไม่ทำให้พี่เขาทรมานค่ะ
หนิง : พี่ไม่ห้ามเราแล้วกันถ้างั้นก็ขอให้เราโชคดีกับทางที่เราเลือกนะ เดี๋ยวพี่จะส่งข่าวชีวิตประจำวันของนุ่นให้เรื่อยๆ
ฝ้าย : หนูขอบคุณพี่หนิงมากๆนะคะที่คอยให้กำลังใจหนู หนูขอตัวก่อนนะคะ
หนิง : โชคดีนะ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ
นุ่น : อ้าวน้องเขากลับแล้วหรอ?
หนิง : อืมใช่ บอกว่ามีสอบต่ออ่ะแล้วก็ฝากมาลาแกด้วย
นุ่น : ออ โอเคๆ
เรานอนติดเตียงเกือบสองเดือนกว่าจะได้ออกแต่ก็ต้องพักที่บ้านอีกเดือนและวันนี้ในที่สุดก็มาถึงเราก็ได้ไปสอนที่มหาลัยสักทีในรอบเกือบปีและเราก็ไปห้องประจำสาขาที่เราสอน
นุ่น : เอ่อ......นี่ห้องประจำของอาจารย์ใช่ไหม?
อิง : อาจารย์นุ่นมาแล้ว
ภา : อาจารย์ อาจารย์เป็ยังไงบ้างค่ะ
นุ่น : ก็ดีขึ้นเยอะกว่าตอนเจ็บนั้นแหละ ว่าแต่นี่คงเป็อิงกับภาใช่ไหม?
อิง/ภา : ใช่ค่ะ
นุ่น : แล้วนั่นก็คงจะเป็คุณฝ้าย ที่ไปเยี่ยมอาจารย์บ่อยๆ
ฝ้าย : สวัสดีค่ะอาจารย์ สบายดีนะคะ
นุ่น : อืมอาจารย์สบายดี
ฝ้าย : เอ่อ..........
นุ่น : มีอะไรรึเปล่า
ฝ้าย : ไม่มีคะ ไม่มี
นุ่น : ออโอเคงั้นนั่งที่แล้วเรามาเริ่มคลาสกัน
อิง : นี่แกจะไม่บอกอาจารย์ว่าแกเป็แฟนอาจารย์จริงๆหรอฝ้าย
ภา : นั่นสิ แกจะปล่อยอาจารย์ไปจริงๆหรอ?
ฝ้าย : เราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเว้ย แต่เราคิดแล้วว่าเราจะปล่อยพี่นุ่นให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่ไม่จำเป็ต้องมีเราอยู่ในชีวิตก้ได้
อิง : งั้นตามใจแกแล้วกัน แต่แกอย่าลืมนะว่านี่เป็ปีสุดท้ายที่แกจะได้อยู่กับเขาถ้าแกเรียนจบเมื่อไรทุกอย่างจะจบลง
ถึงแม้เราจะหนักแน่นกับคำตอบของตัวเองขนาดไหนแต่สิ่งที่อิงพูดมันก็ถูกทุกอย่างนี่คือปีสุดท้ายและถ้าเราเรียนจบเมื่อไรทุกอย่างก็จบลง มันทำให้เราเริ่มกังวลในใจและเราก็เริ่มที่จะคิดว่าสิ่งที่เราเลือกมันถูกต้องจริงไหม?