หลังจากเงากระบี่ผู้พิทักษ์ (守护剑影) สลายกลายเป็นละอองแสงสีเงินแล้วนั้น โถงแห่งเจตจำนง (剑意之殿) ก็กลับคืนสู่ความสงบอันน่าประหลาดอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ไอกระบี่ (剑气) ที่เคยเฉียบคมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก บัดนี้ดูเหมือนจะอ่อนโยนลงและเปิดรับมากขึ้น ทะเลกระบี่ (剑海) ที่ประกอบด้วยกระบี่โบราณนับร้อยนับพันเล่มซึ่งปักนิ่งหรือลอยคว้างอยู่รอบบริเวณนั้น พลันส่องประกายแสงเรืองรองออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน!
แสงจากกระบี่แต่ละเล่มมีสีสันและความเข้มที่แตกต่างกันไป บางเล่มส่องแสงสีทองเจิดจ้าดุจดวงตะวันยามอรุณรุ่ง บางเล่มเปล่งประกายสีเงินเยือกเย็นบริสุทธิ์ดุจแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ และบางเล่มก็มีแสงสีเขียวมรกตล้ำลึก สีฟ้าครามสงบนิ่ง หรือแม้แต่สีม่วงลึกลับน่าค้นหา แต่ละเล่มล้วนแผ่เจตจำนงกระบี่ (剑意) อันเป็นเอกลักษณ์ออกมาอย่างชัดเจน ราวกับกำลังขับขานบทเพลงแห่งอดีตกาล หรือเชื้อเชิญผู้มีสายใยแห่งโชคชะตาให้เข้ามาเลือกเฟ้นผู้ที่คู่ควร!
"นี่มัน...หรือว่า...มรดกกำลังจะปรากฏแล้วหรือ?" ศิษย์ตำหนักในคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นระคนความยำเกรง หลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะผ่านพ้นการต่อสู้อันดุเดือดมาหมาดๆ ลมหายใจยังคงหอบถี่ แต่แววตาที่มองไปยังทะเลกระบี่อันน่าอัศจรรย์นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังอันแรงกล้า
เยว่ชิงหลิง (月清灵) พยักหน้ารับเบาๆ นางปรับลมหายใจให้สงบลง พลังปราณที่ใช้ไปในการต่อสู้เมื่อครู่กำลังค่อยๆ ฟื้นคืนอย่างช้าๆ ดวงตาสีไพลินของนางจับจ้องไปยังกระบี่เล่มหนึ่งที่ส่องแสงสีฟ้าอ่อนเจิดจ้าเป็นพิเศษ มันเป็นกระบี่เล่มยาวเรียวที่ดูสง่างามและแฝงไว้ด้วยพลังงานธาตุลมอันบริสุทธิ์และเยือกเย็น "ดูเหมือนว่าเงากระบี่ผู้พิทักษ์จะเป็นบททดสอบแรก...ผู้ที่ผ่านการทดสอบและมีสายใยที่สอดคล้องกัน จะได้รับการชี้นำจากเจตจำนงกระบี่ที่สถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้"
นางค่อยๆ ก้าวเดินไปยังกระบี่เล่มนั้นอย่างช้าๆ ท่วงท่าสง่างามราวกับเทพธิดาเหินลม ทันทีที่นางเข้าใกล้ในระยะหนึ่ง กระบี่เล่มนั้นก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! แสงสีฟ้าอ่อนพวยพุ่งออกมาโอบล้อมร่างของนางไว้ราวกับม่านพลังงานศักดิ์สิทธิ์! เจี้ยนหลินสัมผัสได้ถึงพลังงานธาตุลมอันมหาศาลและบริสุทธิ์ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเยว่ชิงหลิงอย่างต่อเนื่อง นางหลับตาลง ใบหน้าสงบนิ่งงดงามราวกับรูปสลักหยก ราวกับกำลังสื่อสารหรือรับรู้บางสิ่งบางอย่างจากแก่นแท้ของกระบี่เล่มนั้น ไม่นานนัก แสงสีฟ้าอ่อนก็ค่อยๆ จางหายไป เยว่ชิงหลิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตาของนางฉายประกายแห่งความเข้าใจที่ลึกซึ้งและกระจ่างแจ้งยิ่งขึ้น นางมิได้กล่าววาจาใด เพียงแค่โค้งคำนับให้กับกระบี่เล่มนั้นอย่างเคารพยิ่ง ดูเหมือนว่านางจะได้รับความกระจ่างแจ้งหรือมรดกบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิถีกระบี่ธาตุลมของนาง หรืออาจจะเป็นเงื่อนงำสำคัญที่เชื่อมโยงกับตำหนักหยกเย็น (寒玉宫) ตามที่นางเคยกล่าวไว้
เหล่าศิษย์ตำหนักในที่เหลือต่างก็เริ่มมองหากระบี่ที่สั่นพ้องกับตนเองด้วยความหวัง บางคนก็พบกระบี่ที่ส่องแสงตอบรับอย่างอ่อนโยน บางคนก็ได้รับเพียงไอกระบี่ที่ช่วยเสริมความเข้าใจในเพลงกระบี่ของตนเองให้กระจ่างขึ้นเล็กน้อย และบางคนก็มิได้พบสิ่งใดเป็นพิเศษ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับชะตานำพาและความสอดคล้องของแต่ละคนอย่างแท้จริง
ส่วนเจี้ยนหลินนั้น เขามิได้รีบร้อนมองหากระบี่เล่มใดที่ส่องแสงเจิดจ้าหรือดูยิ่งใหญ่ แต่กลับหลับตาลง ปล่อยให้พลังลึกลับภายในกายของเขาเป็นผู้นำทาง เขาสัมผัสได้ถึงการเรียกหาที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนและอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม มันมิได้มาจากกระบี่ที่โอ่อ่าอลังการ แต่กลับมาจากมุมหนึ่งของห้องโถงที่ค่อนข้างมืดมิดและสงบเงียบ ราวกับมีเสียงกระซิบจากส่วนลึกของจิตวิญญาณกำลังเรียกหาเขา
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วเดินตามความรู้สึกนั้นไปอย่างช้าๆ ผ่านกระบี่โบราณที่ส่องแสงระยิบระยับนับร้อยเล่ม จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นศิลาเล็กๆ ที่ดูธรรมดาสามัญแท่นหนึ่ง บนแท่นนั้น มีกระบี่ไม้ (木剑) เล่มหนึ่งปักอยู่ มันดูเก่าแก่ (古老) และผุพัง (腐朽) จนแทบจะมองไม่เห็นรูปทรงเดิม ผิวไม้แห้งกรัง มีรอยแตกราวกับแผนที่โบราณ และตะไคร่สีเขียวหม่นเกาะจับอยู่ประปรายราวกับเครื่องประดับแห่งกาลเวลา มันดูไร้ซึ่งพลังงานใดๆ แตกต่างจากกระบี่เล่มอื่นๆ ในห้องโถงนี้อย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็นเพียงเศษไม้ที่ถูกลืมเลือน
ทว่า...พลังลึกลับภายในกายของเจี้ยนหลินกลับสั่นพ้องกับกระบี่ไม้เล่มนี้อย่างรุนแรงที่สุด! หน่ออ่อนแห่งกระบี่ (剑之嫩芽) ในทะเลจิตของเขาส่องประกายแสงสีเงินเจิดจ้าบริสุทธิ์ ราวกับจะยินดีปรีดาหรือจดจำบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งได้!
เจี้ยนหลินค่อยๆ ยื่นมือออกไป สัมผัสกับด้ามกระบี่ไม้ที่ผุพังนั้นอย่างแผ่วเบาและเคารพ
ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับมัน!
"วูบบบบบบ!"
แสงสีเขียวมรกตอันอบอุ่นและอ่อนโยนพลันสาดส่องออกมาจากกระบี่ไม้เล่มนั้น! มันมิใช่แสงที่เจิดจ้าจนแสบตาหรือทรงพลังจนน่าหวาดหวั่น แต่กลับให้ความรู้สึกถึงชีวิต (生命) ที่กำลังผลิบาน และความหวัง (希望) อันมิอาจดับสูญ อย่างน่าประหลาดใจ! กลิ่นหอมจางๆ ของดินหลังฝนตกและใบไม้แรกแย้มลอยอบอวลขึ้นมาแผ่วเบา ภาพมายา (幻影) จำนวนนับไม่ถ้วนพลันหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึกของเจี้ยนหลินราวกับสายน้ำ!
เขาเห็นภาพของยอดฝีมือโบราณท่านหนึ่งที่มีใบหน้าเลือนรางในม่านหมอกแห่งกาลเวลา กำลังร่ายรำเพลงกระบี่อยู่ท่ามกลางป่าสนโบราณที่กิ่งก้านของมันส่องแสงสีเงินอ่อนๆ ท่วงท่าของมันดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งอันมิอาจหยั่งถึง ทุกการเคลื่อนไหวสอดประสานกับวิถีแห่งพฤกษา (草木之道) อย่างสมบูรณ์แบบ! กระบี่ในมือของเขามิได้ฟาดฟันเพื่อทำลายล้าง แต่กลับชี้นำให้พลังชีวิตของเหล่าพฤกษาผลิบานและเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์! บางครั้งกระบี่ของเขาก็อ่อนโยนดุจกิ่งหลิวลู่ลมในยามเช้า สัมผัสได้ถึงความเย็นของน้ำค้างที่เกาะบนใบ บางครั้งก็แข็งแกร่งดุจรากไม้โบราณที่หยั่งลึกลงไปในผืนปฐพี สัมผัสได้ถึงความมั่นคงและพลังที่ซ่อนเร้น และบางครั้งก็เฉียบคมดุจหนามแหลมของกุหลาบป่าที่พร้อมจะปกป้องสิ่งที่ล้ำค่า! เสียงใบไม้เสียดสีกันราวกับบทเพลงขับขานดังแว่วมาในโสตประสาทของเขา
พร้อมกันนั้น ชิ้นส่วนความทรงจำ (记忆碎片) ที่เลือนรางและไม่ปะติดปะต่อ ก็พลันผุดขึ้นในใจของเขา มันเป็นความรู้สึกถึงความผูกพันอันลึกซึ้งกับผืนดินราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน, ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่หมุนเวียนไม่สิ้นสุด, และความเคารพต่อทุกชีวิตน้อยใหญ่ที่ดำรงอยู่! สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของแสงแดดที่สาดส่องผ่านหมู่ไม้ และความเย็นสบายของสายลมที่พัดพาเอากลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์มา
"นี่คือ...วิถีแห่งกระบี่พฤกษาที่แท้จริง!" เจี้ยนหลินอุทานออกมาในใจด้วยความตกตะลึงและปีติยินดีจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่!
แสงสีเขียวมรกตค่อยๆ จางหายไป กระบี่ไม้โบราณ (古老木剑) ในมือของเขาพลันสลายกลายเป็นละอองแสงสีเขียวมรกตเล็กๆ นับไม่ถ้วน ละอองแสงเหล่านั้นมิได้ลอยหายไปไหน แต่กลับพุ่งเข้าสู่หน่ออ่อนแห่งกระบี่ในทะเลจิตของเจี้ยนหลินอย่างรวดเร็วราวกับฝูงผึ้งคืนรัง!
หน่ออ่อนแห่งกระบี่ของเขาพลันส่องประกายเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า! มันดูดซับละอองแสงสีเขียวมรกตเหล่านั้นเข้าไปจนหมดสิ้น ก่อนจะค่อยๆ เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด! ลวดลายอักขระโบราณจางๆ ที่เคยปรากฏอยู่บนผิวของมัน บัดนี้ดูชัดเจนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ราวกับมีชีวิตและกำลังเต้นเป็นจังหวะ! ความเข้าใจในเคล็ดวิชาพฤกษานิรมิต (万木归元剑诀) และ เจตจำนงกระบี่พฤกษา ของเขาก็ก้าวหน้าไปอีกขั้นใหญ่โดยที่เขายังมิได้ลงมือฝึกฝน!
'นี่สินะ...สมบัติ ที่แท้จริง
ดูเหมือนว่าเทพเจ้าแห่งโชคชะตา (หากมีอยู่จริง) คงจะไม่ได้เผลอหลับในตอนที่ข้าเดินเข้ามาที่แห่งนี่กระมัง.' เจี้ยนหลินอดที่จะเย้ยหยันโชคชะตาของตนเองมิได้ แต่ครั้งนี้มันแฝงไว้ด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่มากกว่าเดิม
(จบตอนที่ 151)