การเรียนวันแรกน่าเบื่อมากและฉันก็ค้นพบว่าเด็กนักเรียนในห้องนี้น่าตบมากทีเดียวดูที่พวกนั้นทำสิ ทำเหมือนเป็เด็ก พอไม่ชอบใจใครก็ไม่สนใจซะอย่างนั้น
“โฮสต์ครับพวกเขาเป็เด็กจริงๆครับ”
เสียงพ่อระบบนางเอกดังขึ้นแทรกความคิดของฉันซึ่งฉันก็ไม่เถียงหรอกแต่พอเจอพวกกระเปี๊ยกตัวเล็กทำแววตาถือดีคิดว่าตัวเองโตแล้วแบบนี้มันอดไม่ได้จริงๆ
มือสั่นระริกๆเลยให้ตายสิ!
อยากตบเด็ก!
“ใจเย็นๆครับโฮสต์หากโฮสต์ลงมือรุนแรง โฮสต์จะถูกหักคะแนนความประพฤติเป็จำนวนมากนะครับ”
ให้ตายเถอะ!
ฉันเม้มปากแน่นขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะใช้แววตาไร้เดียงสาตั้งใจฟังอาจารย์พูดสั่งสอนหน้าชั้นเรียนต่อ
“ลองใช้ความคิดดูทุกคนเห็นอะไรแตกต่างไหมคะ”
มันคือคาบเรียนดึงศักยภาพของนักเรียนที่เป็เด็กอายุห้าขวบนั่นเอง
และการดึงศักยภาพที่ว่าคือการเพ่งความคิดเพื่อทำให้ขนนกขยับมันคล้ายกับการใช้พลังจิตประเภทหนึ่งมีเด็กนักเรียนหลายคนที่เบะปากขนาดทำแล้วก็ใช้ลมปากเป่าขนนกนั้นอย่างมีความสุขบ้างก็แอบใช้มือพัดเล่นอย่างเ้าเล่ห์
ส่วนฉันตอนนี้นั้นกำลังรับบทบาทเป็เด็กดีที่เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์อย่างตั้งใจ
"เอาละจ้ะ มีใครทำให้ขนนกขยับได้บ้างไม่เอาแบบใช้ปากเป่าหรือมือพัดนะ"คุณครูคนนั้นพูดขึ้นอย่างรู้ทันเด็กหลายคนจึงทำยุกยิกอย่างหวาดระแวง
"หนูค่ะ"
เด็กที่ชื่อริต้ายกมือขึ้นใบหน้าเล็กนั้นเชิดขึ้นสูงจนฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้
ยัยเด็กคนนี้ชื่อว่าริต้า วาร์ล
เป็ลูกพ่อค้าขายอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้และที่สำคัญกว่านั้นคือริต้า วาร์ล คนนี้ถูกวางตัวเป็คู่หมั้นของลูกชายบารอนฟาริส คอนเนอร์ ที่เป็เ้านายของป้าเซเรียนั่นเอง
แน่นอนว่าภายในเมืองแห่งนี้ตระกูลวาร์ลเป็ตระกูลที่ร่ำรวยและมีฐานะที่ดีพอจะสามารถเป็ที่เชิดหน้าชูตาของตระกูลขุนนางได้
เป็การแต่งงานเข้าตระกูลขุนนางที่ลูกสาวพ่อค้าส่วนใหญ่ใฝ่ฝันถึง
“โอ้ ที่แท้ก็คุณหนูริต้านี่เอง”
“หนูชื่อริต้า วาร์ลค่ะ ไม่ใช่ริต้าเฉยๆ”เสียงของยัยริต้าคนนั้นทำให้ฉันนึกอยากจะเบะปากมองบนสักสิบตลบ
“อ่อจ้ะ คุณหนูริต้าวาร์ล”อาจารย์ยิ้มและเอ่อออตามอย่างช่วยไม่ได้
มันเป็ข้อพิพาทที่อาจารย์ที่จะเข้ามาสอนห้องนี้ต้องทราบล่วงหน้าอย่างน้อยก็อย่าทำให้คุณหนูวาร์ลผู้นี้ขุ่นข้องหมองใจเด็ดขาด สงสารก็แต่ตัวฉันนี่แหละที่จะต้องมาโดนเปรียบเทียบอยู่ตลอดเวลา
ฉันมองไปยังยัยริต้าก่อนจะพบว่ายัยเด็กคนนี้มองตอบฉันอย่างท้าทาย
เหอะ!
ทำเหมือนฉันจะสนใจงั้นเเหละ
“ออกมาลองสาธิตให้อาจารย์และเพื่อนๆในห้องเรียนดูสิคะ”
“ได้ค่ะ”
ยัยเด็กตัวกระเปี๊ยกเดินออกมาหน้าชั้นก่อนจะวางขนนกลงบนโต๊ะ จับจ้องมันด้วยความยากลำบากไม่นานขนนกอันเเสนเบานั้นก็ขยับไหวเบาๆ ส่งผลให้อาจารย์ที่ฝึกสอนปรบมืออย่างภูมิใจเด็กภายในห้องเองก็โห่ร้องกันเสียงดัง
“คุณหนูริต้าเก่งจังเลย”
“คุณหนูริต้าสุดยอดมาก”
“เก่งจัง ฉันทำไม่ขยับเลย”
“ฉันก็ไม่ขยับสักนิด”
ฉันรับฟังเสียงพูดคุยกันของเด็กเล็กเ่าั้แล้วอยากจะหัวเราะ
ยัยเด็กริต้าหันมามองฉันที่อมยิ้มอยู่แล้วก็มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัดนางหยิบหนังสือเล่มเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะเหวี่ยงมาหาฉันเต็มเเรงเกิด
"โอ๊ย"
แน่นอนว่าฉันหลบไม่ทันเพราะกำลังกลั้นขำอยู่
สันหน้าสือเล่มนั้นมีความหนาอยู่มากพอสมควรเมื่อฉันหลบไม่ทันหนังสือเล่มนั้นก็กระแทกโดนศีรษะฉันอย่างจังรู้สึกได้เลยว่ามันต้องเกิดเป็รอยช้ำแน่ๆ ผิวฉันยิ่งบอบบางอยู่ด้วย
ยัยเด็กคนนี้มันจะรุนแรงเกินไปแล้วนะ!
ฉันยกมือขึ้นจับศีรษะตัวเองพลางมองไปทางยัยคุณหนูริต้าอย่างเอาเื่
“นี่!”
“หากโฮสต์โวยวายโฮสต์จะถูกหักคะแนนความประพฤตินะครับ”
ให้ตายเถอะยัยเด็กคนนี้มันทำฉันก่อนนะ ไม่พอใจก็ใช้กำลังกันแบบนี้ ใครมันจะทนไหว
ฉันมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจึงก้มหน้ามองพื้นแทน
“ทำไมคุณหนูริต้าทำกับเพื่อนแบบนี้!”อาจารย์เองก็ใไม่แพ้กันเธอรีบเดินเข้ามาดูฉันในระหว่างที่เธอดึงฉันเข้าไปกอดนั้นฉันยังคงมีอาการตัวสั่นระริก
ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวหรืออะไรทั้งนั้นแต่เพราะฉันกำลังระงับความโกรธนั่นเอง
ั้แ่เด็กจนโตไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับฉันเลยลูกสาวมาเฟียแบบฉันต้องมาตกอยู่ในสภาพอดกลั้นความโกรธจริงๆนะเหรอ?
“ก็มันหัวเราะหนูก่อน”
“ทำไมเรียกเพื่อนว่ามันค่ะอาจารย์เคยพูดแล้วว่าทุกคนในชั้นเรียนคือเพื่อนทุกคนเป็เพื่อนนะคะ”อาจารย์ดุคุณหนูตระกูลวาร์ลไม่ถนัดมากนักแต่จะไม่ดุหรือต่อว่าเลยก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นกว่านี้
“ไม่ มันไม่ใช่เพื่อนหนู มันชื่อเหมือนหนูน่ารังเกียจ!”
อ่อนี่กะว่าจะไม่ให้ใครในโลกนี้ชื่อเหมือนเธอเลยว่างั้น
“ริต้า!”
อาจารย์ะโดังก้องฉันเองยังพลอยสะดุ้งไปด้วย
อยากจะบอกว่าริต้ามีสองคนนะคะอาจารย์
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉันก็สงบสติอารมณ์ได้เพราะฉันมีสมองที่เป็ผู้ใหญ่กว่า ยังไงเื่รับมืออย่างมีสติฉันก็ต้องทำได้ดีกว่าทุกคนในชั้นเรียนที่เป็เพียงเด็กคนหนึ่ง
“ฮึก ฮึกหนูเจ็บค่ะอาจารย์”ฉันว่าพร้อมกับทำทีเป็ก้มหน้าร้องไห้
“โฮสต์พยายามจะทำอะไรครับหากประพฤติตัวไม่ดีจะถูกหักคะแนนนะครับ”
ก็ฉันเจ็บจริงๆหากเจ็บแล้วบอกว่าไม่เจ็บนั่นเรียกโกหกนะ
ฉันแอบเถียงในใจก็ในเมื่ออยากให้รับบทเป็นางเอกผู้เเสนดีงั้นก็จะทำให้ดูว่านางเอกที่แท้จริงเป็ยังไง
‘ฉันจะติดตั้งรัศมีความรักรีบติดตั้งให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย’ฉันแอบคิดในใจ
“โฮสต์มั่นใจนะครับ”
‘รีบติดตั้งเลยฉันจะดูสิเมื่อมีรัศมีความรัก ใครมันจะไม่รักฉันให้มันรู้ไปสิว่าฉันจะทำตัวให้คนรักคนหลงไม่ได้’
“แต่ว่ารัศมีความรักนี้มันค่อนข้างไม่เหมาะกับเด็กอย่างโฮสต์นะครับ มันอาจจะ…”
‘รีบติดตั้งเลย พล่ามอะไรอยู่ได้!’
ฉันคิดด้วยความหงุดหงิด
“อ่อ ถ้าโฮสต์มั่นใจแล้วก็ได้ครับ”
เสียงระบบพูดไม่นานรัศมีความรักก็ถูกติดตั้ง บรรยากาศรอบตัวของฉันคล้ายจะละมุนขึ้นในพริบตาใบหน้าที่น่ารักอยู่แล้วของฉันเงยมองสบตากับอาจารย์อย่างน่าสงสารในทันที
เสียงระบบเหมือนจะเอ่ยเตือนอะไรบางอย่างแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจฟังเมื่อเห็นว่าอาจารย์เหมือนจะตกอยู่ในภวังค์
“ฮึก ริตเจ็บค่ะอาจารย์”ฉันบอกเสียงสั่น
ฉันจะเปลี่ยนชื่อค่ะในเมื่อชื่อริต้าไม่ได้ก็ทำให้มันเป็ชื่อเล่นไปเลย ก็เก๋ไปอีกแบบ
“ริต้า!วันนี้เื่ในชั้นเรียนอาจารย์จะรายงานผู้ปกครองของเธอแน่นอน”
ได้ผล!
รัศมีความรักทำงานแล้ว