นายแสงรับปากด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“น้าแสง น้าแสงอยู่หรือเปล่าครับ”
เช้าวันรุ่งขึ้นตะวันมาส่งเสียงเรียกอยู่ที่หน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของตัวตึกใหญ่
“อยู่ครับคุณตะวัน มีอะไรหรือเปล่าครับ”
นายแสงที่นั่งคุยกันอยู่กับภรรยาและลูกสาวคนโตอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านร้องตอบออกไป
“เปล่าครับ เห็นเงียบๆก็เลยเรียกดู”
“จะบ้าหรือไง มีตาไม่รู้จักดู”
ลลินบ่นพึมพำด้วยความหมั่นไส้ และผู้เป็แม่ก็ต้องรีบปรามเอาไว้เมื่อเห็นตะวันเดินเข้ามาในบ้าน
“นั่งก่อนสิครับ จะไปไหนด้วยหรือเปล่าครับนี่”
นายแสงถาม
“ตอนเช้าอากาศดีก็เลยอยากจะเดินเล่นหน่อยครับน้าแสง”
“เพื่อนๆกลับไปกันหมดแล้วหรือครับ”
“กลับไปพร้อมคุณพ่อแล้วเออ น้าแสง ผมอยากไปเที่ยวที่สันเขื่อนไม่ทราบว่าต้องเดินไปอีกไกลไหมครับ”
เด็กหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีหมายถึงเขื่อนของอ่างเก็บน้ำที่รู้มาว่าอยู่ไม่ไกลจากนี้เท่าใดนักและก็เป็แหล่งท่องเที่ยวประจำท้องถิ่นด้วย แต่เขายังไม่เคยมีโอกาสได้ไปเลยสักครั้ง
“โอ๊ย เดินไปไม่ถึงหรอกครับคุณ เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าอยากไปเดียวผมให้ลลินพาไป”
นายแสงบอกกับลูกชายคนโตของเ้านาย
“ให้ลอยกับน้อยพาไปก็ได้นี่จ๊ะพ่อ”
ลลินรีบบอก เธอยังเคืองที่เขาชอบว่าเธอไม่หายเลยไม่อยากจะญาติดีด้วย
“ไอ้สองคนนั้นวันหยุดอย่างนี้ก็ออกไปหายิงนกตกปลาตามประสาของมันั้แ่เช้ามืดแล้วหาหัวไม่เจอหรอก ลูกนั้นแหละพาคุณเขาไปหน่อย”
“จ๊ะพ่อ”
ลลินจำต้องรับคำอีกตามเคย
แล้วลลินก็พาตะวันเดินมาที่หน้าบ้าน
“รออยู่ตรงนี้ก่อนน่ะ”
เธอบอกกับเขาก่อนเดินหายไปทางหลังบ้าน ครู่หนึ่งก็เห็นจูงรถจักรยานกลับมา
“คุณขี่เป็หรือเปล่า”
ตะวันมองรถจักรยานที่มีสภาพพอใช้ได้นั้นแล้วก็ยิ้มจืดๆ
“ไม่เป็หรอก ไม่เคยหัดขี่ เธอช่วยพาไปทีน่ะ ฉันอยากเห็นสันเขื่อนตอนเช้าๆคงสวยน่าดูเธอเคยไปบ่อยไหม”
“ไปบ่อยเหมือนกัน”
ลลินตอบพลางขึ้นขี่รถจักรยานหมายจะปั่นออกไปแต่ตัวของตะวันที่นั่งซ้อนท้ายหนักเกินไป เธอปั่นไม่ไหวจึงบอกให้เขาลงจากรถก่อนเมื่อรถออกตัวได้แล้วค่อยให้โดดขึ้นมา เมื่อรถออกตัวได้และตะวันขึ้นมาแล้วลลินก็ปั่นไปเรื่อยๆโดยมือทั้งสองของตะวันจับอยู่ที่เอวของสาวน้อย ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนมาถึงสันเขื่อนซึ่งเป็เขื่อนดินขนาดใหญ่เป็แหล่งท่องเที่ยวทั้งของผู้คนในละแวกนี้และที่มาจากแดนไกล แต่เพียงเดินเล่นได้ครู่เดียวฝนก็ทำท่าจะตก
“รีบกลับกันเถอะ ฝนจะตกแล้ว”
ลลินบอกเขา
“ตกสิดีจะได้เย็นๆ สวยจังเลยเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องมาด้วย เย้ๆๆ”
ตะวันะโก้องแล้วก็วิ่งไปตามถนนบนสันเขื่อนอย่างร่าเริงในขณะที่ลลินนั่งอยู่เฉยๆที่หินก้อนหนึ่ง ครู่ต่อมาฝนก็เทลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว
ตะวันรีบวิ่งกลับมาลลินอยากจะตำหนิเขาที่เตือนไม่ฟังแต่ก็ทำได้แค่รีบคว้าจักยานเตรียมตัวกลับ พอตะวันขึ้นซ้อนท้ายได้เด็กสาวก็รีบปั่นกลับบ้านอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา
รถวิ่งส่ายไปส่ายมา ตะวันกลัวตกจึงกอดเอวลลินไว้แน่น ทำให้เด็กสาวปั่นไม่ค่อยถนัด พอเข้าเขตบ้านที่เป็ถนนโรยกรวดเล็กๆรถก็เสียหลักล้มลงจนได้ เมื่อทั้งสองลุกขึ้นได้ก็รีบวิ่งเข้าบ้าน ทิ้งรถจักรยานไว้ตรงนั้น ทางลื่นมากทำให้ลลิน เกือบจะล้มลงไปอีก แต่ตะวันรีบประคองไว้แล้วจูงมือกันวิ่งเข้าบ้านไปด้วยเนื้อตัวเปียกปอนทั้งสองคน
“ไป เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนครับคุณตะวัน เดี๋ยวจะไม่สบาย ลลินก็เหมือนกัน”
นายแสงรีบบอกกับทั้งสอง ตะวันจึงรีบขึ้นชั้นบนของตึกใหญ่ไป ในขณะที่ลลินก็วิ่งกลับไปยังบ้านหลังเล็กทางด้านหลังที่เธอพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องๆ