“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 61 มรดกแห่งผู้ถือโคมรุ่นที่เก้า


    ภายในห้องโถงใต้ดินของวิหารใต้หมอก

    เปลวไฟสีทองจากตะเกียงยักษ์กลางห้องยังคงลุกไหม้อย่างเงียบงัน

    หลินเซวียนยืนอยู่เบื้องหน้าวิญญาณโบราณทั้งเก้า

    หัวใจเต้นรัว

    แม้เขาจะไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เป็นใคร

    แต่สัญชาตญาณกลับบอกว่า

    บุคคลเหล่านี้เคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน

    ผู้ถือโคมทั้งเก้ามองเขา

    ราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่ง

    ก่อนที่ชายชุดดำผู้ถือโคมจะก้าวออกมา

    "เจ้าผ่านการยอมรับของตะเกียงแล้ว"

    "จงรับมรดกของผู้ถือโคมเถิด"

    สิ้นเสียง

    ตะเกียงยักษ์กลางห้องพลันส่องสว่าง

    แสงสีทองมหาศาลพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของหลินเซวียน

    โฮมมมมม!

    โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน

    ...

    ภายในทะเลจิต

    หลินเซวียนเห็นคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

    หน้าปกสีดำทอง

    มีอักษรโบราณสลักอยู่

    คัมภีร์ผู้ถือโคมเก้าชั้นฟ้า

    ทันทีที่ชื่อปรากฏ

    ข้อมูลจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเขา

    นี่คือวิชาหลักของสายผู้ถือโคม

    เป็นรากฐานของผู้ถือโคมทุกยุคทุกสมัย

    ความสามารถของคัมภีร์นี้

    ไม่ใช่การโจมตี

    แต่เป็นการพัฒนาแก่นแท้ของผู้ฝึกตน

    สามารถ

    กลั่นปราณได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า

    ใช้ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าช่วยฝึกฝน

    มองเห็นร่องรอยกรรมและความจริงที่ถูกซ่อน

    เพิ่มพลังให้ดวงตาแห่งกรรม

    ปลดผนึกความสามารถของตะเกียงได้ทีละชั้น

    อย่างไรก็ตาม

    หลินเซวียนเพิ่งได้รับสืบทอด

    จึงสามารถฝึกได้เพียงขั้นต้นเท่านั้น

    ...

    ยังไม่ทันได้ตั้งสติ

    แสงสีทองอีกสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น

    คราวนี้

    เป็นภาพร่างมนุษย์ที่ถูกปกคลุมด้วยดวงดาวสีดำ

    อักขระโบราณจำนวนมากไหลเวียนอยู่รอบร่างนั้น

    ก่อนรวมตัวกลายเป็นชื่อวิชา

    กายาโคมดาราทมิฬ

    หลินเซวียนสูดลมหายใจลึก

    นี่คือวิชากายาระดับโบราณ

    สามารถ

    หลอมกระดูก

    หลอมเลือด

    หลอมกล้ามเนื้อ

    เพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย

    หากฝึกสำเร็จ

    ร่างกายจะทรงพลังเหนือกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันหลายเท่า

    และที่สำคัญ

    มันเหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง

    เพราะตอนนี้

    เขายังอยู่ใน

    ขั้นเปิดประตูมรรคา

    กายาวิชานี้

    จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการก้าวสู่

    ขั้น 2 หลอมกายเต๋า

    ...

    แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรงที่สุด

    กลับเป็นมรดกชิ้นที่สาม

    เสียงกระบี่ดังกังวานขึ้นในทะเลจิต

    เคร้ง!

    ภาพคมกระบี่นับพันสายปรากฏขึ้น

    ก่อนรวมตัวเป็นคัมภีร์กระบี่โบราณ

    กระบี่เก้านภา

    วิชากระบี่ระดับสูงของสายผู้ถือโคม

    แบ่งออกเป็นเก้ากระบวนท่า

    ดาราร่วง

    จันทร์พรางเมฆ

    สายธารนภา

    ฟ้าสะท้าน

    ดาราพิฆาต

    นภาไร้ขอบเขต

    ตัดดารา

    สวรรค์แตก

    เก้านภากลืนฟ้า

    ทุกกระบวนท่า

    สามารถเติบโตไปพร้อมกับระดับพลังของผู้ใช้

    อย่างไรก็ตาม

    ในสภาพปัจจุบัน

    หลินเซวียนสามารถฝึกได้เพียง

    กระบี่แรก — ดาราร่วง

    เท่านั้น

    ...

    หลังจากนั้น

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในทะเลจิตพลันส่องสว่าง

    เป็นครั้งแรก

    ที่มันไม่ได้เป็นเพียงสมบัติลึกลับ

    แต่เริ่มตอบสนองต่อเจตจำนงของเขา

    ผู้เฝ้าวิหารกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    "ตะเกียงได้ตื่นขึ้นแล้ว"

    หลินเซวียนมองเปลวไฟสีทองตรงหน้า

    สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

    ความสามารถที่เปิดใช้งานได้ในตอนนี้

    คือ

    ช่วยกลั่นปราณ

    ช่วยซ่อมแซมทะเลจิต

    ตอบสนองต่อมรดกโบราณ

    สัมผัสร่องรอยเมืองสีดำ

    และในอนาคต

    ตะเกียงจะปลดผนึกทั้งหมด

    เก้าชั้น

    ทีละชั้น

    จนถึงสภาวะสมบูรณ์

    ...

    ผู้เฝ้าวิหารมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนเอ่ยคำที่ทำให้หลินเซวียนนิ่งงัน

    "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร"

    หลินเซวียนเงียบ

    เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร

    ตลอดชีวิตที่ผ่านมา

    เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ

    แต่ผู้เฝ้าวิหารกลับกล่าวช้า ๆ

    ทีละคำ

    "เจ้าไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดา"

    "เจ้าไม่ใช่เพียงผู้ครอบครองตะเกียง"

    "และเจ้าไม่ใช่เพียงผู้สืบทอดมรดก"

    ดวงตาสีทองของชายชราส่องประกาย

    ก่อนกล่าวประโยคที่เปลี่ยนชีวิตของหลินเซวียนไปตลอดกาล

    "เจ้า..."

    "คือผู้ถือโคมรุ่นที่เก้า"

    ห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

    ...

    ผู้เฝ้าวิหารกล่าวต่อ

    "ผู้สืบทอดสายผู้เฝ้าผนึก"

    "ผู้สืบทอดตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้า"

    "และหนึ่งในกุญแจสำคัญ"

    "ของความลับเมืองสีดำ"

    ทันทีที่คำว่า

    เมืองสีดำ

    ดังขึ้น

    ภาพที่หลินเซวียนเคยเห็นผ่านรอยแตกของผนึก

    พลันย้อนกลับมาอีกครั้ง

    เมืองอันไร้ขอบเขต

    โคมนับหมื่น

    และเงาร่างที่มองกลับมาจากความมืด

    ...

    ในขณะนั้นเอง

    หลินเซวียนเข้าใจแล้ว

    ว่าการเดินทางของตน

    เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

    "มรดกได้ถูกส่งต่อ"

    "ผู้ถือโคมรุ่นที่เก้าได้ถือกำเนิดขึ้น"

    "และโชคชะตาที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี"

    "กำลังเริ่มหมุนอีกครั้ง"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน