เช้าวันต่อมา
วันนี้หนิงหนิงตื่นั้แ่ยามเหม่า(05:00-06:59)ดวงตากลมมองไปยังท้องฟ้าที่ยังมืดอยู่แต่ก็เริ่มมีแสงสาดส่องให้รับรู้ว่าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว เด็กสาวเดินไปล้างหน้าที่ลำธารหลังบ้าน เนื่องจากบ้านของนางหลังนี้อยู่ท้ายหมู่บ้านพอดีซึ่งมันก็อยู่ติดกับูเาเลยทำให้มีลำธารไหลผ่านอยู่หลังบ้านพอดี
่ต้นยามเหม่า(05:00-06:59)ของหน้าร้อนนั้น อากาศไม่ได้เย็นมากแต่กลับกำลังเย็นสบายไม่ได้เหมือนในยุคปัจจุบันที่ถึงจะเป็่เช้าอากาศก็ยังร้อนอยู่ดีด้วยความที่โลกมันเริ่มเข้าสู่ภาวะโลกร้อนแบบขั้นหนัก
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ หนิงหนิงก็หาบน้ำมาเติมใส่โอ่งจนเต็มก่อนจะเข้าครัวไปเอากระต่ายที่ล่าได้เมื่อวานมาชำแหละด้วยความที่เมื่อวานนางดันใเพราะงูมากเกินไปเลยทำให้มื้อเย็นนางกับน้องชายเลยกินแค่แอปเปิลป่าที่เก็บมา
ส่วนสมุนไพรที่นางจะเอามาปลูกนางก็เอาไปแช่น้ำไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้ว โชคดีที่นางเก็บมาหลายต้นถึงจะมีที่ช้ำจากแรงเหวี่ยงตอนวิ่งบ้างแต่ก็เป็ส่วนน้อยส่วนโสมนั้นโชคดีที่นางได้เอาเสื้อนอกมาห่อไว้ก่อน ค่อยใส่ในตะกร้าของน้องชายเลยทำให้มันยังอยู่ในสภาพดี
หลังจากจัดการกระต่ายเสร็จหนิงหนิงก็เดินเข้าไปดูเครื่องปรุงในห้องครัวเมื่อเห็นว่ามีแค่เกลือ เด็กสาวจึงเดินไปหยิบพวกเครื่องเทศอย่างกระเทียมป่าหรือตะไคร้ที่นางเก็บได้เมื่อวานนี้มาใช้ปรุงอาหารด้วย
ในระหว่างที่หนิงหนิงกำลังทำอาหารเช้าอยู่นางก็คิดถึงเื่การขายโสมไปด้วย เพราะจะให้นางออกหน้าเองมันก็ออกจะลำบากอยู่เพราะตัวนางยังเป็แค่เด็กอายุ13หนาวแถมยังเป็เด็กสาวที่ซึ่งในยุคที่ผู้ชายเป็ใหญ่นั่น มันเป็เื่ที่ค่อนข้างยากที่จะให้นางออกหน้าส่วนน้องชายยิ่งแล้วใหญ่ รายนั่นคงมีแต่จะโดนคนอื่นหลอกเอาของมาแบบฟรีๆมากกว่าดีไม่ดีอาจจะโดนจับไปขายด้วยซ้ำ
“อื้อ...แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีนะ”หนิงหนิงบ่นกับตัวเอง จนไม่ได้สังเกตเลยว่าน้องชายกำลังยืนอยู่ข้างหลังของนาง
“พี่หญิงท่านจะทำอะไรหรือขอรับ”
หนิงหลงที่ตื่นแต่เช้ามาเพื่อทำอาหารให้ผู้เป็พี่พอเขาเดินมาถึงห้องครัวเขา ก็ต้องใที่เห็นร่างของพี่สาวกำลังทำอาหารอยู่เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆนาง ซึ่งก็ทำให้เขาบังเอิญได้ยินที่สิ่งร่างบางบ่นพอดี
ทางด้านหนิงหนิงในตอนแรกก็ในิดหน่อยแต่นางก็นึกขึ้นมาได้ที่หลังว่า น้องชายคนนี้ของนางเป็พวกตื่นเช้าซึ่งผิดกับเ้าของร่างเดิมที่ชอบนอนตื่นสาย
“ก็เื่ขายโสมน่ะพี่กำลังคิดว่าจะมีใครที่เราพอฝากเขาไปขายได้บ้างหรือไม่?”
เด็กสาวพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาเพราะมันเป็ความจริงที่ว่านางพึ่งมาอยู่ในร่างนี้ได้แค่สองวันจึงทำให้นางไม่คุ้นเคยกับคนในหมู่บ้าน ยิ่งร่างนี้เคยสร้างวรีกรรมจนทำให้คนทั้งหมู่บ้านเกลียดแล้วมันยิ่งทำให้นางไม่กล้าเดินออกไปไหน ซึ่งผิดกับคนเป็น้องชายที่สนิทกับคนอื่นๆในหมู่บ้าน
“ถ้าเช่นนั้นท่านก็เอามันไปท่านปู่ชุนก็ได้นะขอรับ”
“ท่านปู่ชุน?”
“เป็ท่านหมอชุนที่ข้าเคยพูดถึงก่อนหน้านี้ไงขอรับ”
เมื่อได้ยินน้องชายพูดแบบนั้น ภาพของชายชราที่ดูท่าทางใจดีก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของนางจึงทำให้หนิงหนิงพอรู้ว่าคุณปู่คนนี้น่าจะไว้ใจได้
“ได้ไว้หลังกินมื้อเช้าเสร็จพวกเราก็ไปหาท่านปู่ชุนกันเถอะ”
“พวกเรารึท่านไม่ได้จะไปคนเดียวหรอกรึ?”หนิงหลงถามพี่สาวเมื่อได้ยินนางพูดว่าพวกเรา ซึ่งเขาก็คิดว่านางจะไปเองคนเดียว
“ใช่พวกเรา”เพราะถ้านางไปเองคงโดนไล่ออกมาแน่นอน เด็กสาวคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา
“....”หนิงหลง พี่หญิงท่านคงกลัวว่าจะโดนท่านปู่ชุนไล่ออกจากบ้านสินะ ถึงได้ให้ข้าไปด้วย
หนิงหนิงที่คิดว่าตัวเองไม่ได้พูดประโยคสุดท้ายออกไปน้องชายคงไม่มีทางรู้ แต่นางกลับไม่รู้เลยว่าน้องชายอย่างหนิงหลงรู้จักกับนางเป็อย่างดี เขาจึงเดาได้ว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้ให้เขาไปด้วย
มื้อเช้าวันนี้เป็น้ำแกงกระต่ายป่าซึ่งหนิงหนิงก็ใช้กระต่ายมาทำแค่ครึ่งตัว ส่วนที่เหลืออีกครึ่งนางก็เอาไปหมักเกลือ แล้วเอาไปตากไว้ในลานบ้าน เพื่อทำเป็เนื้อตากแห้งหลังจากที่สองพี่น้องกินมื้อเช้าเสร็จ
พวกนางก็เตรียมตัวไปบ้านของท่านหมอชุนกันหนิงหนิงได้เลือกแอปเปิลป่าที่ยังอยู่ในสภาพดีมาสามลูก จากหกลูกที่เหลือซึ่งลูกที่เหลือพวกนางก็จะเก็บไว้กินเป็มื้อเที่ยง
ร่างของสองพี่น้องบ้านหลี่เดินไปตามทางในหมู่บ้าน เพื่อไปยังบ้านของหมอชุนที่ทางทิศตะวันตกซึ่งระหว่างทางหนิงหนิงก็ได้รับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักของชาวบ้านมากมาย(ประชด) จนทำให้เ้าตัวได้แต่คิดว่า เ้าของร่างเดิมไปก่อเื่อะไรไว้บ้างนะพวกเขาถึงมองนางแบบนั้น เพราะขนาดอันธพาลในหมู่บ้านก็ยังไม่กล้ามาหาเื่นางเลย
เด็กสาวพยายามเชิดหน้าเดินไปอย่างมั่นใจในขณะที่ในใจก็ได้แต่บอกตัวเองว่าไม่เป็ไรคนเรามันเปลี่ยนกันได้ขอแค่นับจากนี้พวกเขารู้ว่านางเปลี่ยนไปแล้วเดียวมันก็ดีขึ้นเองแหละหนิงหนิงได้แต่ปลอบใจตัวเองจนเดินมาถึงบ้านของหมอชุนโดยไม่รู้ตัว
“เรามาถึงแล้วขอรับ”หนิงหลงบอกพี่สาวที่กำลังจะเดินเลยบ้านของหมอชุน
“อะอ่อถึงแล้วหรือ”
“....”หนิงหลง ท่านพี่ยังไหวอยู่ใช่หรือไม่
เมื่อหนิงหนิงเดินมายืนข้างน้องชายนางก็มองสำรวจบ้านตั้งหน้า ซึ่งสร้างมาจากไม้ ผิดกับบ้านของนางที่ทำมาจากดินตัวบ้านกินพื้นที่กว้างราวๆ หนึ่งหมู่ มีเรือนหน้าทั้งหมดสามเรือนส่วนรอบบ้านก็รอบด้วยรั้วไม้ซึ่งมันก็ไม่ได้สูงมาก แค่เลยหัวเธอไปก็เท่านั้นเองส่วนที่ว่าทำไมเธอถึงเห็นบ้านนะหรอ เพราะคุณหมอเขาเปิดประตูอยู่ไงละ
“ท่านปู่ชุนอยู่ไหมขอรับข้าเองอาหลง” หนิงหลงะโเรียกท่านหมอชุน ซึ่งเขาะโอยู่สองสามครั้งก็มีชายชราคนนึงเดินออกมาจากเรือนเล็กข้างๆ แล้วเดินตรงมาหาพวกนาง
“อ้าวเสี่ยวหลงเองหรอกรึวันนี้มีเื่อะไรหรือถึงได้มาหาปู่ถึงนี่ อ่าเ้าเองก็มารึแม่หนูหลี่”ชายชราเอ่ยทักทายหนิงหลงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่พอมาถึงนางเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“....”หนิงหนิง ทำไมถึงเป็นางที่ต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อด้วยนะ
“ท่านปู่ชุนวันนี้ข้ากับพี่สาวมีเื่จะมารบกวนท่านหน่อยน่ะขอรับ”หนิงหลงพูดกับชายชราด้วยความสุภาพ
"ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามาเถอะเ้าเองก็ด้วย”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านหมอชุน”หนิงหนิงเอ่ยขอบคุณที่ท่านหมอไม่ไล่ตะเพิดนางไป แต่ยังเชิญนางเข้าบ้าน
“ไม่เป็ไรไม่ต้องเกรงใจ”ท่านหมอชุนพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆเมื่อเห็นว่าเด็กสาวเบื้องหน้าไม่ได้มีท่าทีเย่อหยิ่งเมื่ออย่างทุกที
เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วท่านหมอก็พาพวกนางไปยังโถงรับแขกซึ่งก็พอดีกับที่ลูกชายคนเล็กของท่านหมอเดินออกมาพอดี
“ท่านพ่อเสี่ยวหลงมาเยี่ยมหรือขอรับ”ชายหนุ่มเอ่ยถามผู้เป็พ่อ ก่อนจะหันไปทักทายหนิงหลง
“อื้ม”ท่านหมอตอบสั้นๆก่อนจะเดินนำไปนั่งที่โต๊ะ
“เสี่ยวหลงสบายดีไหมเหตุใดสองวันมานี้เ้าถึงไม่มาหาพี่เลย”ชายหนุ่มจึงเลิกสนใจผู้เป็พ่อแล้วหันมาพูดกับเด็กน้อยตรงหน้า
“พอดีข้าต้องอยู่ดูแลพี่สาวน่ะขอรับ”
“เป็เช่นนี้นี่เองอ้าวเ้าเองก็มาด้วยหรือแม่นางหลี่” ชายหนุ่มหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆน้องชายของนาง
“หยางจื่อ...”
“ใช่แล้วข้าชื่อหยางจื่อแม่นางหลี่ไม่เจอกันพักเดียว เ้าลืมแม้กระทั่งชื่อข้าแล้วหรือ”ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆ
ชุนหยางจื่อมองแม่นางน้อยเบื้องหน้า ที่เอาแต่มองเขาด้วยแววตาตกตะลึงปนด้วยความสงสัยจนให้เขาได้แต่คิดว่านางอาจจะลืมเขาไปแล้วจริงๆ ซึ่งผิดกลับหนิงหนิงที่ได้แต่ใ
เพราะคนเบื้องหน้าไม่ได้มีแค่ชื่อที่เหมือนกันแต่ดันมีหน้าตาเมื่อคู่กรณีหยางจื่อที่เป็เพื่อนของนางอีกไอ้คนนิสัยไม่ดีที่ชอบพานางไปเจอเื่อันตรายอยู่ร่ำไปรวมถึงชอบมาขโมยพวกต้นไม้ของนางเพื่อเอาไปขายด้วย
“....!!!”หนิงหนิง อุตส่าห์ทะลุมิติมาแล้ว ยังต้องเจอกับนายอีกเรอะ ไอ้คนเฮงซวยหยางจื่อออออ
โรงละคร
หยางจื่อ:หนิงหนิงไปทางนั้นกันเถอะ น่าจะมีของดีนะ//ชี้ไปทางที่มีต้นแปลกๆ
หนิงหนิง:เอาสิ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หนิงหนิง:หยางจื่อไอ้คนสารเลว นี่เหรอของดีที่นายว่านะห่ะ//โดนงูรัดขา
หยางจื่อ:หนิงหนิงฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ//ยืนมอง
หนิงหนิง:...งั้นนายก็รีบมาช่วยฉันสักทีซิไอ้เบื้อกนี่จะยืนโง่อีกนานไหมมมม//ะโ
หยางจื่อ:อ่ะจริงด้วย โทษทีพอดีใไปหน่อย
หนิงหนิง:……………….