ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 19 ให้โอกาส

    "องค์หญิงท่านบอกกล่าวชื่อเด็กคนนั้น อีกครั้งได้หรือไม่พะยะค่ะ" เจ้ากรมเมืองรีบกราบทูลถามทันที เพื่อความแน่ใจว่าที่ตนได้ยินไม่ผิด"เขาชื่อ ชิงหลง มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรอ ท่านเจ้ากรมเมือง""ไม่มีอะไร พะยะค่ะ แค่กระหม่อมรู้สึกตกใจอะไรนิดหน่อย" "จริงหรอ แต่หน้าท่านเจ้าเมือง ไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลยนะ" องหญิงจ้องมองไปที่พระบิดาตนเองเหมือนรอคำตอบอะไรบางอย่าง เมื่อถูกจ้องมองนานเข้าก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะกล่าวว่า "พระบิดาจะเล่าให้ลูกฟังด้วยก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่ผู้อื่นเด็ดขาด" "ลูกเข้าใจแล้ว เจ้าค่ะ พระบิดา" จากนั้นองค์หญิงตัวน้อยก็เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆพระบิดาทันที "ท่านเจ้ากรมเมือง ข้าจะเขียนสาสน์ลับเชิญเขามาด้วยตนเอง โดยจะฝากท่านเอาไปให้เขาเองกับมือเรื่องนี้สำคัญมาก ส่วนเรื่องอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัวนั้น ข้าจะจัดงานพิธีด้วยตนเอง ในอีก 3 วัน เดี๋ยวข้าจะเรียกประชุมเหล่าขุนนางทั้งหมด เพื่อหาลือเกี่ยวกับพิธีในครั้งนี้""ถ้าอย่างนั้นฝ่าบาททรงพระอักษรสาสน์ลับตอนนี้ได้ไหม พะยะค่ะ กระหม่อมจะได้เดินทางกลับไปยังเมืองหมอกนภาโดยเร็ว" "ได้สิ ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้ล่ะ"ฝ่าบาทได้ทรงพระอักษรสาสน์ลับขึ้นมาฉบับหนึ่ง แล้วยื่นส่งให้เจ้ากรมเมืองนำกลับไปมอบให้แก่ ชิงหลง เพื่อเชื้อเชิญให้มาพบเป็นการส่วนตัว และร่วมงานพิธีที่จะจัดขึ้นอีกด้วย "กระหม่อมจะทำตามพระประสงค์ให้สำเร็จลุล่วง ขอจงฝ่าบาททรงวางพระทัย"เจ้ากรมเมืองกงซุนจ้านถวายบังคมลาก่อนจะนำหีบสีทองใบหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ แล้วนำไปวางไว้ที่โต๊ะด้านข้างของฝ่าบาท แล้วก็โค้งตัวทำความเคารพก่อนจะเดินออกจากตำหนักของพระราชา เหยียนต้าจื่อ เดินทางกลับไปยังเมืองหมอกนภาทันที"พระบิดาแล้วเรื่องที่ลูกขออนุญาตล่ะ เจ้าค่ะ""พระบิดาอยากให้เจ้ารอเด็กที่ชื่อ ชิงหลง อยู่ที่วัง พระบิดาส่งสาสน์ลับไปเชิญเขามาที่นี่อยู่แล้ว""จริงๆหรือเจ้าค่ะ พระบิดา""แน่นอน ลูกรอพบเขาอยู่ที่นี่ล่ะ""ถ้าอย่างนั้นลูกขอตัวไปเตรียมของรางวัลที่จะมอบให้เขาก่อนนะ พระบิดา"หลังจากที่องค์หญิงกลับไปแล้วก็ตะโกนเรียก กงกง ทันที"กงกง ท่านช่วยเรียกประชุมเหล่าขุนนางมาเข้าร่วมประชุมที่ท้องพระโรง วันพรุ่งนี้ตอนเช้าด้วย""กระหม่อมจะรีบดำเนินการให้ พะยะค่ะ"
    ตระกูลจ้าวหลังจากที่จ้าวหลินเหลียนสืบจนพบที่อยู่ของชิงฮุยหลงก็เดินทางไปพบด้วยตนเอง แต่ยังไม่ได้คุยอะไร ก็ถูกชิงหลงจัดการง่ายๆ แถมยังต้องรอ 3 ชั่วยามกว่าจะหลุดออกจากคุกน้ำแข็ง เหล่าคนที่ตามมาด้วยล้วนแต่ไร้คำกล่าวใดๆออกมา เมื่อกลับมาถึงตระกูล จ้าวหลินเหลียนก็ปิดประตูเงียบขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ออกมาเลยตลอด3วันที่ผ่านมา ใจจริงจ้าวหลินเหลียนตั้งใจจะไปขอร้องน้องชายตนเอง เพื่อขอให้ช่วยพูดกับชิงหลงเรื่องการรักษาจ้าวหลินหลง แต่ก็ล้มเหลวก่อนจะเริ่มคุยกันด้วยซ้ำ เป็นเพราะความถือตัวของเขาเมื่อได้ยินชิงหลงพูดจาไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้รู้สึกเสียศักดิ์ศรี จึงได้พูดออกไปแบบนั้น ถ้าเขาอดทนและยอมรับในสิ่งที่ตนทำในอดีตมันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ อาจยังพอมีหวังที่จะช่วยบุตรชายตนให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันพังลงไปแล้ว ด้วยมือของเขาเองแต่เมื่อมาคิดดูแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของชิงหลงเลย ที่เขามีกิริยา ท่าทางแบบนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ต้องโกรธ เกลียดตระกูลจ้าว จนไม่อยากเห็นหน้าพวกเขา ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะ ตัวเขาและบุตรชายรวมทั้งทุกคนที่เป็นคนตระกูลจ้าวทั้งหมดจ้าวหลินหลงเห็นบิดาของเขาไม่ยอมออกมาจากห้อง 3 วันแล้วก็รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง "หรือว่าเหตุผลที่บิดาของเขาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องอาจจะเป็นเพราะบิดาของเขารู้สึกผิดที่ทำให้ข้าหมดหวังที่จะกลับมาเป็นคนปกติได้" จ้าวหลินหลงคิดถึงเหตุผลที่บิดาของเขาไปพบกับชิงหลงในครั้งนั้น"อืม...ไม่ผิดแน่นอน อาจเป็นเพราะต้องการให้ชิงหลงรักษาตันเถียนของข้า"จ้าวหลินหลงรีบเดินออกจากตระกูลของตนมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมใบหลิว เมื่อมาถึงเขาก็หายใจหอบอย่างหนักเหมือนจะขาดใจตายลงทุกที ถ้าเป็นเมื่อก่อนการจะ วิ่ง เดิน กระโดด ไปมามันเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ตอนนี้มันต่างกันเขากลายเป็นคนธรรมดาไม่มีพลังปราณย่อมต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา ไม่นานก็รู้สึกดีขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองไปยังหน้าโรงเตี๊ยมใบหลิว ก็ต้องผิดหวัง เพราะชิงหลงไม่ได้อยู่ที่นี่ "ข้าจะทำเช่นไรดี หรือว่าข้าจะหมดโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง" จ้าวหลินหลงบ่นพึมพำ"หืม..นั่นมันจ้าวหลินหลงนิ เขามานั่งทำอะไรตรงนั้นกัน"จ้าวหลินหลงหันหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็น เจ้าเมืองหยวนไท่จื่อกับบุตรสาวหยวนหลิงซีที่กำลังเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมใบหลิวเจ้ามาทำอะไรที่นี่ จ้าวหลินหลง หรือว่าจะมาสร้างปัญหาอะไรอีกไม่ใช่อย่างนั้นหรอกท่านเจ้าเมือง ข้ามาตามหาคนๆหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างข้าไม่คิดจะมาสร้างปัญหาใดๆเลย "ข้าก็ไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องภายในของตระกูลคนอื่นหรอกนะ แต่ถ้าเจ้ากำลังตามหาเด็กน้อยนั่นละก็ ลองไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ดูสิ เจ้าอาจจะพบกับเขาก็ได้ แต่ข้าจะเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่ง ถ้าคิดจะสร้างปัญหาให้กับคนที่อยู่ที่นั่นละก็ ข้าจะเป็นคนยุติเรื่องนี้เอง"จ้าวหลินหลงพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเดินไปทางตระกูลไป๋ ตอนนี้ได้เป็นของตระกูลชิงไปแล้ว หยวนหลิงซีรีบกล่าวกับบิดาของตนหลังจากที่จ้าวหลินหลงเดินจากไปแล้ว"มันจะไม่เป็นอะไรหรือ เจ้าค่ะ ที่ไปบอกที่อยู่ของชิงหลงให้จ้าวหลินหลงรู้""อืม...ไม่เป็นไรหรอก ความบาดหมางอาจจะลงวันนี้ก็ได้"จ้าวหลินหลงเดินมาถึงประตูทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลชิง เขายืนจ้องมองก่อนจะหลับตาทำใจให้สงบ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแล้วก้าวเดินผ่านประตูเข้าไป เขากวาดตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบใคร จึงเดินไปยังตึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง รอบด้านตัวตึกขนาดใหญ่จะมีตึกขนาดกลางสร้างล้อมเอาไว้ ทุกตึกจะเชื่อมโยงหากันทั้งหมดโดยมีตึกใหญ่เป็นจุดศูนย์กลางเมื่อเดินมาถึงข้างในตึกก็พบกับชิงฮุยหลงกับชิงหยูเยว่กำลังนั่งจิบชาพูดคุยกันอยู่ เมื่อชิงหยูเยว่เห็นจ้าวหลินหลงเดินเข้ามาก็กล่าวถามออกไป"เจ้ามาที่นี่ทำไม?" จ้าวหลินหลงเดินมาคุกเข่าลงตรงหน้าของทั้ง 2 ก่อนจะโขกศรีษะของตนลงกับพื้น ผลัก! ผลัก! ผลัก! "ผู้เยาว์มาขอโอกาสอีกครั้ง และจะขอจบเรื่องราวทุกอย่างในครั้งนี้ ถึงผู้เยาว์จะต้องตายที่นี่ก็ตาม""ถึงเจ้าจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่คนที่จะบอกเจ้าได้นั้นไม่อยู่ที่นี่" ชิงฮุยหลงกล่าวบอกไป"ถ้าอย่างนั้นผู้เยาว์จะขอนั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าเขาจะกลับมา" "ตามใจเจ้าเถอะ" ชิงฮุยหลงกล่าว ไม่นานก็ปรากฎประตูวาปขึ้นที่ห้องโถงใกล้ๆกับที่จ้าวหลินหลงกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ วิ้งงง!! ครืน! ตึง!ชิงหลงก้าวเดินออกมาจากประตูวาปก่อนจะเหลือบมองไปเห็นจ้าวหลินหลงกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพ่อแม่ของเขา "หืม..เจ้ามาที่นี่ได้ยังไง ใครเป็นคนบอกเจ้า" "ข้ามาด้วยตัวของข้าเอง ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรข้า ข้าก็จะไม่ว่าอะไรเจ้าเลย เพียงแต่ข้าขอโอกาสอีกครั้ง เพื่อไถ่โทษที่เคยทำไว้กับเจ้า""เหอะ! คนอย่างเจ้าเนี้ยนะ เจ้าเคยทำในสิ่งที่เจ้าพูดซักครั้งได้รึเปล่า ปัญหาทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพวกเจ้าทั้งนั้น ตอนนี้กลับมาร้องขอโอกาส มันไม่ง่ายไปหน่อยรึ"เมื่อได้ยินสิ่งที่ชิงหลงกล่าว จ้าวหลินหลงก็ก้มหน้าลง ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา"ข้ารู้ว่ามันยากที่เจ้าจะเชื่อ แต่ข้าก็ไม่อยากเห็นบิดาตนเองต้องเป็นทุกข์ ข้าเป็นบุตรมีหรือจะทนได้ ตอนนี้ข้าก็ไม่เหลืออะไรวิธีใดอีก จึงต้องมาขอโอกาสอีกครั้งกับเจ้า" จากนั้นจ้าวหลินหลงก็โขกศรีษะของตนลงกับพื้นต่อหน้าชิงหลง ผลัก! ผลัก! ผลัก! เสียงดังไปทั่ว จนหน้าผากของจ้าวหลินหลงเริ่มแตกมีเลือดไหลออกมา แต่เข้าก็ยังโขกศรีษะต่อไปถึงแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตามชิงหลงแปลกใจกับการกระทำของจ้าวหลินหลงเป็นอย่างมาก ที่เขายอมโขกศรีษะให้กับเขาจนเลือดอาบเต็มใบหน้า แต่ก็ยังไม่หยุด จนพ่อแม่ของชิงหลงอดสงสารไม่ไหวจึงหันไปมองที่ชิงหลง ชิงหลงหลับตาลง ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวกับจ้าวหลินหลงว่า"เจ้าหยุดโขกศรีษะได้แล้ว ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าและตระกูลของเจ้าจะได้รับ แต่ถ้าเกิดตระกูลพวกเจ้ามาระรานตระกูลข้าอีก ตระกูลเจ้าจะหายไปจากโลกนี้ทันที"ชิงหลงเดินไปด้านหน้าจ้าวหลินหลงก่อนจะร่ายเวทย์ฟื้นฟู แล้วยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของจ้าวหลินหลง บาดแผลที่หน้าผากค่อยๆหายไป พร้อมกับจุดตันเถียนของจ้าวหลินหลงค่อยๆฟื้นฟูกับมาช้าๆไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ จ้าวหลินหลงรู้สึกได้ว่าจุดตันเถียนของเขากับมาหายดีแล้วก็ร้องไห้ออกมา กล่าวคำขอบคุณชิงหลงพร้อมกับโขกศรีษะไม่หยุด"ขอบคุณที่ให้โอกาสข้า ขอบคุณจริงๆ " "หวังว่าเจ้าจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี จงรักษาโอกาสที่ข้าให้ในครั้งนี้ให้ดีล่ะ และนี่เป็นเม็ดยาที่ข้าสกัดขึ้นมามันจะช่วยให้เจ้ากลับไปเป็นเหมือนเดิม" ชิงหลงยื่นเม็ดยาสีทอง 1เม็ดให้กับจ้าวหลินหลงก่อนจะหยิบเม็ดยาฟื้นฟูออกมาก่อนจะร่ายเวทย์ฟื้นฟูลงไป แล้วก็ยื่นให้กับจ้าวหลินหลงและบอกว่า"เม็ดยาฟื้นฟูนี่เจ้านำไปให้ผู้คุ้มกันเจ้ากินซะ ส่วนเม็ดสีทองเมื่อกลับไปแล้วก็ให้เจ้าดูดซับมัน ส่วนเรื่องบิดาเจ้า ข้าคงไม่ต้องบอกอะไรเจ้าหรอกนะ ว่าควรทำเช่นไร""เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ารับปากเจ้าด้วยชีวิต ถ้าตระกูลข้ามาสร้างความลำบากใจให้ ข้าจะเป็นคนจัดการด้วยมือของข้าเอง""หืม..ดูเหมือนเจ้าจะเปลี่ยนไป คงเข้าใจแล้วสินะว่า โลกนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าคนเดียวที่แข็งแกร่ง""ดูเหมือนจะจริงอย่างที่เจ้าว่า ข้าไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย ""ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วเจ้าก็กลับไปเถอะ ""ถ้ามีโอกาสได้ชดใช้ให้เจ้าข้าจะทำโดยไม่ลังเล ข้าขอตัว"