“ข้าให้ท่าน” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับดวงตากลมโตเป็ประกายฉาบฉายบนใบหน้าที่แต่งแต้มมาเป็อย่างดีจึงดูงดงามพริ้มเพราเห็นแล้วชวนให้หัวใจชายหนุ่มปั่นป่วนกว่ายามปกติ
“ขอบคุณคุณหนูหยวน”เข่อเทียนเล่อยื่นมือออกไปรับเบื้องหน้านี้คือสาวน้อยรูปโฉมงดงามกำลังมองเขาด้วยสายตาชื่นชมครั้นเห็นแก้มสองข้างของนางแดงเรื่อยิ่งเพิ่มความน่ารักน่าเอ็นดูเข้าไปอีก“ยังไม่ทันได้บอกท่านโคมเมื่อวานข้าถูกใจมาก”
จู่ๆ เขาก็พูดถึงโคมที่ซื้อเมื่อวานหยวนโย่วถิงได้ยินก็ยิ้มแก้มปริ“ข้าก็ชอบเหมือนกัน” พูดจบก็เดินกลับไปทันที
หลี่ซ่งอวิ้นได้แต่มองดูคนทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเขาไม่เข้าใจว่าหยวนโย่วถิงนั้นชื่นชอบเข่อเทียนเล่อได้อย่างไรมิใช่ว่าคุณชายเข่อหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่มีคุณหนูสกุลไหนกล้าเข้าใกล้หรอกหรือแล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูหยวนกันแน่
หากครั้งที่หย่าอวี่หนิงมอบดอกไม้ให้เข่อเทียนเล่อผู้คนใกันแล้วพอมาคราวของหยวนโย่วถิงผู้คนก็ยิ่งใเข้าไปใหญ่มีคุณหนูถึงสองคนมอบดอกไม้ให้กับคุณชายสวมหน้ากากผู้นั้นเลยหรือนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูสองคนนั้นพวกนางเลอะเลือนกันไปหมดแล้วหรือ
หยวนโย่วถิงเดินกลับมานั่งที่เดิมขณะนั้นก็เห็นว่าหย่าอวี่หนิงมองมาพอดีทั้งสองสบตากันหยวนโย่วถิงจึงส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตรทว่าอีกฝ่ายกลับทำเป็ไม่สนใจเห็นชัดว่าไม่อยากทักทาย
ดูเหมือนว่าคุณหนูหย่าผู้นี้จะไม่ธรรมดาซะแล้วสิ
“มีอะไร?”พอนั่งได้ลงไป๋หวงลู่ก็กระซิบถามชำเลืองมองไปทางหย่าอวี่หนิงทีหนึ่งเมื่อครู่นางก็เห็นท่าทางของฝ่ายนั้นเช่นกัน
“ไม่มีอะไรหรอก”หยวนโย่วถิงพยายามไม่เก็บเื่ไร้สาระมาใส่ใจเพราะตอนนี้นางต้องให้ความสนใจกับการแข่งขัน
การแข่งขันยิงธนูนั้นแบ่งออกเป็สามด่านคือหนึ่งเป้านิ่งสองเป้าเคลื่อนที่และแข่งขันบนหลังม้าโดยจะมีการชิงธงของคู่แข่งหากผู้ใดสามารถชิงธงของฝ่ายตรงข้ามมาได้ก็จะเป็ผู้ชนะซึ่งกติกาในรอบนี้จะปล่อยให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้วิธีการของตนเองได้อย่างเต็มที่ด่านสุดท้ายนี้จึงมีความอันตรายมากที่สุด
พอคิดถึงด่านสุดท้านหยวนโย่วถิงก็อดรู้สึกเป็ห่วงเข่อเทียนเล่อไม่ได้
สองด่านแรกผ่านไปได้ด้วยดีจนถึงด่านสุดท้ายมีผู้ที่สามารถผ่านมาถึงด่านนี้ได้สี่คนทั้งเข่อเทียนเล่อและหลี่ซ่งอวิ้นต่างก็แย่งชิงธงจากฝ่ายตรงข้ามมาได้คนละหนึ่งอันทำให้ตอนนี้ในสนามเหลือพวกเขาอยู่สองคน
“ปีก่อนไม่เห็นว่าคุณชายเข่อจะเข้าร่วมแข่งด้วยนี่”หลี่ซ่งอวิ้นเลิกคิ้วถามพลางยิ้มรอดูท่าทีของอีกฝ่ายแววตาพลันนิ่งขรึมลงหลายส่วน
“ปีก่อนติดธุระทว่าปีนี้ว่างพอดี”เข่อเทียนเล่อตอบกลับเสียงเรียบเบื้องลึกในดวงตาปรากฏแววเฉยชาใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายผู้นี้ดึงดูดเหล่าสตรีน้อยใหญ่ได้ดีนักทว่าคำพูดของหยวนโย่วถิงกลับดังขึ้นในหัวของเขานางบอกว่านางไม่ชอบหลี่ซ่งอวิ้นไม่ชอบมากๆด้วยจู่ๆ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาแท้จริงแล้วเขาก็ไม่ชอบคุณชายหลี่ผู้นี้เช่นกัน
“เช่นนั้นให้ข้าออมมือสักหน่อยดีหรือไม่?”แววกระหยิ่มใจชัดเจนอยู่ในดวงตาที่จ้องมองมาแม้จะเพียงแวบเดียวแต่ทุกกิริยาล้วนตกอยู่ในสายตาของเข่อเทียนเล่อ
“เกรงว่าน้ำใจของท่านข้าคงรับไว้ไม่ได้”วาจานี้ของเข่อเทียนเล่อไม่เพียงแต่จะปฏิเสธยังถือเป็การตอกหน้าหลี่ซ่งอวิ้นอีกด้วยกอปรกับเมื่อครู่ที่เห็นสายตาของชายผู้นี้มองหยวนโย่วถิงไหนเลยเขาจะอยากญาติดีด้วย
หลี่ซ่งอวิ้นไม่คาดคิดว่เข่อเทียนเล่อจะแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากเป็มิตรถึงขนาดนี้แม้ว่าจะไม่พอใจมากเท่าไรแต่ก็ยังรักษาความสง่างามสูงส่งเอาไว้ได้คอยดูไปเถอะอีกสักพักเขาจะทำให้อีกฝ่ายร้องไม่ออกเลย
ทั้งสองต่างขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดดูไม่ออกว่าฝ่ายไหนจะได้รับชัยชนะไปหยวนโย่วถิงที่นั่งดูก็ได้แต่กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นภาวนาในใจขอให้เข่อเทียนเล่ออย่าได้รับาเ็เพราะไม่ว่าจะแพ้หรือชนะนางก็ยังเลือกเขาอยู่ดี
“นี่ถิงถิงพวกเขาฝีมือสูสีกันมากเลยนะ”ไป๋หวงลู่ก็ลุ้นระทึกไม่แพ้กัน
“อีกเดี๋ยวคุณชายเข่อก็ชนะแล้ว”นางไม่ได้รู้สึกว่าเข่อเทียนเล่อดูเป็รองหลี่ซ่งอวิ้นสักนิดกระทั่งท้วงท่าที่เขาแสดงก็ยังรู้สึกถึงความเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำแน่นอนว่านางต้องเข้าข้างเขาอยู่แล้ว
ทว่าเพียงพริบตาเดียวธงของหลี่ซ่งอวิ้นก็ถูกแย่งชิงไปจนได้ทำให้ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบ...
เฮ!!!
จากนั้นก็มีเสียงเฮดังลั่นพวกเขาต่างก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีม้ามืดโผล่มาทำให้ตกตะลึงได้ขนาดนี้คุณชายเข่อผู้นั้นเป็ม้ามืดที่ไม่มีใครสนใจมาก่อนส่วนหลี่ซ่งอวิ้นที่ยังคงมึนงงก็เริ่มรู้สึกตัวเขาไม่รู้ว่าตนเองนั้นพลาดท่าไปตอนไหนรู้ตัวอีกทีธงก็ถูกแย่งไปแล้ว
เขาสูญเสียที่หนึ่งแล้วหรือ...พอคิดถึงความจริงข้อนี้ดวงตาก็ฉายแววเกลียดชังออกมา
“ยินดีด้วยไม่คิดว่าคุณชายเข่อจะมากฝีมือขนาดนี้”หลี่ซ่งอวิ้นแม้จะไม่พอใจขนาดไหนก็ยังแสดงความมีน้ำใจร่วมยินดีกับอีกฝ่ายการแสดงออกของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างต่างชื่นชม
“คุณชายหลี่กล่าวชมกันเกินไปแล้ว”วันนี้เขาจะแพ้ได้อย่างไรมิเช่นนั้นคุณหนูน้อยผู้นั้นคงเสียหน้าแย่พอคิดถึงว่าจะได้เห็นสีหน้ายิ้มแย้มดีใจของนางริมฝีปากก็ผลิยิ้มอ่อนโยน
มีเสียงประกาศชื่อของผู้ที่ได้อันดับที่หนึ่งสองสามตามลำดับกระทั่งงานจบลงผู้คนต่างก็เริ่มแยกย้ายกลับหยวนโย่วถิงอยากไปร่วมแสดงความยินดีกับเข่อเทียนเล่อจึงได้เดินไปหาเขาส่วนไป๋หวงลู่กลับไปรอที่รถม้าก่อน
เดินหาอยู่สักพักก็เจอตัวคนจนได้แต่เขาไม่ได้อยู่คนเดียวที่ข้างกายมีหย่าอวี่หนิงเห็นทั้งสองพูดคุยกันอยู่นางก็ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะแต่จะให้ยืนรอตรงนี้ก็ดูไม่เหมาะสมเท่าไรเอาไว้วันหลังค่อยแสดงความยินดีกับเขาก็ได้
ในขณะที่หมุนตัวกลับเสียงเรียกจากทางด้านหลังก็ดังขึ้น“คุณหนูหยวน” หยวนโย่วถิงหันกลับไปมองก็เห็นว่าเข่อเทียนเล่อกำลังเดินตรงมาหานางทิ้งหย่าอวี่หนิงให้ยืนอยู่ที่เดิมแต่อีกฝ่ายก็ส่งสายตาไม่พอใจมาให้ด้วยเช่นกัน
แล้วอย่างไรใครสนใจเ้ากันล่ะหยวนโย่วถิงจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมทั้งกระตุกริมฝีปากยิ้มน้อยๆให้ไปอีกหนึ่งที
“มองอะไรอยู่?”น้ำเสียงอ่อนโยนของเข่อเทียนเล่อดังขึ้นพร้อมกับร่างกายของเขาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าบดบังภาพของหย่าอวี่หนิงไปจนมิด
“ไม่ได้มองอะไรเ้าค่ะยินดีด้วยสำหรับชัยชนะวันนี้ท่านทำได้ดีมากเลยประทับใจข้าสุดๆ” หยวนโย่วถิงยิ้มให้อย่างน่ารักเข่อเทียนเล่อที่ไม่เคยได้ััอะไรเช่นนี้มาก่อนหัวใจที่สงบนิ่งก็พลันเต้นแรงจนต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่น
“หืม ท่านมองหาอะไร?”หยวนโย่วถิงที่เห็นว่าจู่ๆ เขาก็หันไปมองทางอื่นจึงได้หันไปมองตามอย่างสงสัยเมื่อครู่ยังคุยกันดีๆอยู่เลยท่าทางเหมือนกับหาของเขาทำอะไรหล่นอย่างนั้นหรือ
“อะแฮ่ม ไม่มีอะไรที่ท่านบอกว่าชอบกลิ่นหอมเมื่อคราวก่อนวันนี้ข้าเลยเอามาให้”ถุงหอมสีชมพูน่ารักถูกยื่นมาตรงหน้าพลันนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าคราวก่อนนางชมว่าเขาตัวหอมคิดไม่ถึงว่าจะเอามาให้จริงๆ
“ให้ข้าจริงๆหรือเ้าคะ?”หยวนโย่วถิงรีบรับมาเก็บไว้อย่างไวทว่าสายตาของนางเลื่อนไปที่ข้างเอวของเขาถุงหอมที่นางให้เมื่อคราวก่อนก็ยังไม่ถูกเอาออกมาใช้เข่อเทียนเล่อััได้ถึงสายตาของนางที่มองมายังถุงหอมของตนก็เข้าใจทันทีจึงเอ่ยเสียงอ่อนโยนไปว่า
“วันนี้ใช้ไม่ได้เดี๋ยวจะเปื้อนเอา”
“ไม่เป็ไรหากมันเปื้อนข้าทำให้ท่านใหม่หลายๆอันก็ได้” เห็นเขาใส่ใจถึงขนาดนี้หยวนโย่วถิงก็รีบเสนอทันที
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรพวกเราเอ่อ...” จะให้บอกว่าพวกเราสองคนหาใช่สามีภรรยากันเสียหน่อยหากทำของส่วนตัวให้กันบ่อยๆคนที่เสียหายก็คือตัวนางเอง
“ข้าเข้าใจแล้ว” เขาคงจะไม่ชอบสินะแม้บอกว่าเข้าใจแต่คนตัวเล็กกลับขบริมฝีปากแน่นท่าทางดูน้อยเนื้อต่ำใจจนเข่อเทียนเล่อต้องรีบอธิบายมิใช่นางกำลังเข้าใจผิดอยู่หรือ
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นพวกเราเอ่อ ยังไม่ได้เป็อะไรกันหากท่านยังทำของส่วนตัวให้เช่นนี้ก็คงไม่เหมาะสมเท่าไร” พูดไปใบหน้าก็ร้อนผ่าวไปไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่อยากให้นางเข้าใจผิดยิ่งไปกว่านั้นยามเห็นใบหน้าน้อยดูเซื่องซึมก็รู้ว่าไม่เข้ากับนางจริงๆ
“เป็เช่นนั้นเอง”เมื่อได้รับรู้ว่าเขาไม่ได้ไม่ชอบก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที “เช่นนั้นข้าซ้อมทำไว้เยอะๆก็ได้เผื่อว่าถึงวันจริงจะได้ทำออกมาสวยๆ”พูดไปก็ยิ้มแฉ่งไปไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดของตนเองนั้นผิดปกติตรงไหนทว่าคนฟังกลับยกมือคลึงขมับแล้วเอาเถิดที่ตรงนี้ไม่มีใครนางอยากพูดอะไรก็ให้พูดไป
“ท่านว่าพวกเราสนิทกันหรือยัง?”หยวนโย่วถิงเหลือบมองไปด้านหลังของเข่อเทียนเล่อก็เห็นว่าหย่าอวี่หนิงยังยืนอยู่ที่เดิม“ข้าเรียกท่านว่าพี่เทียนเล่อได้หรือยัง?” หยวนโย่วถิงยื่นมือไปกระตุกแขนเสื้อของเขาเบาๆพร้อมกับเงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เข่อเทียนเล่อกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านเอาไว้คุณหนูน้อยโฉมงามตรงหน้าคิดจะทดสอบความอดทนของเขาอีกแล้วอย่างนั้นหรือเหตุใดเมื่อพบนางเขามักต้องใช้ความอดทนอยู่เรื่อยเลย
แต่ถึงกระนั้นเขาก็พยักหน้าเบาๆเป็เชิงอนุญาต
“พี่เทียนเล่อ”ดวงตาของหยวนโย่วถิงฉายแววยินดีรอยยิ้มเจิดจ้าฉายชัดบนใบหน้าอ่อนเยาว์ทั้งกล่าวต่ออีกว่า“เช่นนั้นต่อไปพี่เทียนเล่อก็เรียกข้าว่าเสี่ยวถิงดีหรือไม่เ้าคะ”จะปล่อยให้นางเรียกเขาอย่างสนิทสนมอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไรจะเป็การเอาเปรียบเขาเปล่าๆ
เสี่ยวถิง
คล้ายว่าคำนี้ดังอยู่ในหัวไม่หยุดเขาจึงพยักหน้ารับอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงขึ้นอีกแล้ว