ณ "ทะเลสูญตา" เขตแดนรกร้างอันเป็เพียงชายขอบของห้วงดาราจักรอันไร้ที่สิ้นสุด
สถานที่ซึ่งรวบรวมมหาพิภพนับหมื่นใบที่มีขนาดใหญ่โตกว่าโลกดาราถึงล้านเท่า ทว่าในความกว้างใหญ่ไพศาลนั้น
กลับถูกปกคลุมด้วยแรงกดดันที่หนักอึ้งจนมิติแทบปริแตก
ท่ามกลางความว่างเปล่า บุรุษผู้หนึ่งหยัดยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว อาภรณ์สีหมึกทิ้งตัวลู่ลงตามสรีระสูงโปร่ง
เนื้อผ้าพลิ้วไหวอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น ทุกจังหวะการขยับทอประกายระยับราวกับจำลองเอาหมู่ดาวและดาราจักรมาถักทอเป็เส้นด้าย
แขนขวาของเขาทอดตึง มือแกร่งกำด้ามหอกสีดำทมิฬไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
กลิ่นอายความตายและวิถีแห่งเต๋าแผ่ซ่านออกจากปลายอาวุธ กดทับพื้นที่โดยรอบจนบิดเบี้ยว
สันกรามของชายหนุ่มบดเข้าหากันจนนูนเด่น
เปลือกตาที่หรี่ลงเผยให้เห็นประกายตาที่เย็นเยียบและเด็ดขาด ลมหายใจถูกสูดเข้าลึกจนทรวงอกขยายกว้าง ปราศจากความหวาดกลัว
มีเพียงความตั้งมั่นที่ฝังรากลึกสะท้อนผ่านกล้ามเนื้อทุกมัดที่เกร็งเขม็ง
เบื้องหน้าของเขา คือตัวตนที่อยู่เหนือความเข้าใจ... ัทมิฬา เรือนร่างมหึมาของมันขดตวัดกินพื้นที่อวกาศ
เกล็ดสีนิลหนาทึบปริแตกออกเผยให้เห็นแสงสีแดงฉานราวกับลาวาเดือดที่ไหลเวียนอยู่
ภายใน ดวงตาสามดวงทอแสงสีโลหิตจ้องมองลงมาราวกับมัจจุราช
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือแผงคอและไอพลังรอบตัวมัน ที่หมุนวนเป็กลุ่มก๊าซเนบิวลาสีม่วงดำ ซุกซ่อนหลุมดำขนาดย่อมที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งไว้ภายใน
พริบตานั้น ร่างในชุดดาราจักรดีดตัวพุ่งทะยานออกไป!
ไม่มีการร่ายรำที่งดงาม มีเพียงการะเิพละกำลังและน้ำหนักที่ทะลวงขีดจำกัด ปลายหอกทมิฬแทงสวนเข้าหาหลุมดำรอบกายัั์
แรงปะทะระหว่างปลายหอกและกรงเล็บอสูรก่อให้เกิดคลื่นกระแทกไร้ลักษณ์ที่กวาดล้างทุกสิ่ง
ดาวเคราะห์น้อยใหญ่ที่อยู่รายรอบถูกแรงอัดมหาศาลบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็ฝุ่นผงในเสี้ยววินาที
การต่อสู้ที่อาศัยเพียงความดิบเถื่อน กฎเกณฑ์แห่งความพินาศ และสัญชาตญาณ ดำเนินผ่านไปนับพันนับหมื่นปี...
จนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนสู่ทะเลสูญตาอีกครั้ง ร่างของัาขาดสะบั้น สิ้นลมหายใจ
ทว่าผู้ชนะกลับต้องจ่ายราคาที่ไม่อาจประเมินได้ ร่างกายของบุรุษหนุ่มเต็มไปด้วยรอยปริแตก ิญญาของเขาถูกพลังแห่งอนธการกัดกร่อนจนไม่อาจฟื้นฟูได้อีกต่อไป
ริมฝีปากที่แห้งผากกระตุกยิ้มบางเบา เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ใช้มือที่สั่นเทาะเิกะโหลกของัทมิฬ
ดึงเอา ริมฝีปากที่แห้งผากกระตุกยิ้มบางเบา เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ใช้มือที่สั่นเทาะเิกะโหลกของัทมิฬ
ดึงเอา"อักขระอนธการ" ที่เป็แก่นแท้ของมันออกมา ก่อนจะกระอักเืและใช้เจตจำนงเฮือกสุดท้ายหลอมรวมอักขระนั้นเข้ากับเศษิญญาที่เหลือเพียงน้อยนิดของตนเอง
เขาปักหอกลงกลางความว่างเปล่า รวบรวมพลังที่เหลือทั้งหมดฉีกกระชากมิติและสายธารแห่งเวลา
บังคับเปิดรอยแยกที่สวนทางกับกฎแห่งจักรวาลเบื้องบน แล้วเหวี่ยงเศษิญญาดวงนั้นพุ่งย้อนกลับไปในอดีตกาล
ก่อนที่ร่างและจิติญญาของเขาจะแตกสลาย กลายเป็เพียงละอองแสงที่ถูกความมืดมิดกลืนกิน
...
เศษเสี้ยวิญญาสีดำทมิฬพุ่งแหวกผ่านกระแสเวลาและมิติอันปั่นป่วน
มันถูกแรงเสียดทานของกฎเกณฑ์จักรวาลและชั้นบรรยากาศของโลกต่างๆ บดขยี้จนพลังงานแทบเหือดแห้ง
เมื่อทะลวงผ่าน "ม่านพลังมิติ" ของโลกดารา มันก็ถูกบีบอัดจนเหลือเพียงจุดแสงเล็กๆ ที่ริบหรี่ราวกับหิ่งห้อย
แสงนั้นร่วงหล่นลงสู่ เขตแดนรอยแยกมรณะ พื้นที่ชายขอบที่ต่ำต้อยที่สุด
มันพุ่งทะยานฝ่าพายุฝุ่นและร่องรอยการแตกร้าวของมิติ ตรงดิ่งไปยังหมู่บ้านคนเถื่อนแห่งหนึ่ง ทะลุผ่านหลังคากระท่อมซอมซ่อที่ทำจากไม้ผุพัง
ภายในนั้น... บนเตียงที่ปูด้วยฟางหยาบๆ เด็กชายตัวเล็กในชุดหนังสัตว์ขาดวิ่นกำลังนอนหลับใหล คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันราวกับกำลังฝันร้าย
จุดแสงสีดำทมิฬไม่รอช้า มันพุ่งทะลวงเข้าสู่กลางหน้าผากของเด็กชาย และดำดิ่งลงสู่ห้วงจิติญญาของเขาทันที!