ตอนที่ 2 น้ำตาของเ้าชาย [1]
“ท่านแม่! ลูกกลับมาหาท่านแม่แล้วครับ”
คำพูดของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ในมือถือช่อดอกกุหลาบสีขาว ส่วนในมืออีกข้างถือกระดาษเอกสารอยู่ 1 แผ่น เมื่อดูเข้าไปใกล้ๆกระดาษแผ่นนั้นคือ ใบจบการศึกษาจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งที่เ้าตัวมุ่งมั่นและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้ได้เกียรตินิยม อย่างที่ท่านแม่เคยกล่าวก่อนที่เ้าตัวจะออกเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสว่า
“ลูกจงตั้งใจศึกษา จนให้ได้เกียรตินิยมแต่ถ้าไม่ได้ ไม่เป็ไร แม่รู้ว่าลูกคนนี้ของแม่ตั้งใจทำมันจนเต็มที่แล้ว เมื่อลูกกลับมาจงนำความรู้ความสามารถที่เล่าเรียนมากลับมาพัฒนาบ้านเมืองของเราต่อไป แม่ก็ขอให้ลูกดูแลตัวเองทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง แม่อยู่ทางนี้จะเป็กำลังใจให้ลูกเสมอๆ แล้วรีบกลับมา แม่รักลูกนะ เป็ห่วงเสมอ”
“ท่านแม่สิ้นเมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่มีใครบอกข้า ล่าสุดข้ารู้ข่าวของท่านแม่แค่ว่าท่านแม่ป่วย ไม่คิดว่าท่านแม่จะ.............. แบบนี้” T T
บรรยากาศภายในห้องแห่งนี้ เงียบสนิดมีแต่เสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างอยู่เป็ระยะ โดยทุกคนภายในห้องไม่มีใครกล้าพูด หรือ ถามอะไรขึ้นมาเลย แต่กลับมีเสียงสะอื้นอยู่เบาๆ พร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลออกจากดวงตากลมโตั์ตานั้นกำลังแดงกลำ ไหลลงมาตามแก้มของชายหนุ่มผู้ที่ใบหน้าคมสันผิดขาวใสดูสะอาด คิ้วเข้มเรียงสวย มีริมฝีปากแดงอมชมพู จมูกโดงรับกับใบหน้าดูราวกับหลุดออกมาจากเ้าชายในเทพนิยายโดยมีรูปร่างที่สูงโปร่ง ร่างกายกำยำ ผูกเนคไทและใส่สูทสีดำ แต่งตัวแบบอย่างผู้ดีที่เรียนจบจากเมืองนอก กำลังยื่นร้องไห้ตัวสั่นอยู่หน้าพระโกศและเข้าไปกอดพระรูปของเสด็จแม่
แต่แล้วก็มีเสียงของทหารรับใช้คนสนิดพูดขึ้นมาว่า
“องค์ชายพ่ะยะค่ะ มีรับสั่งให้เข้าเฝ้าที่ตำหนักกลางสวนพ่ะยะค่ะ”
โดยทหารรับใช้คนสนิดนี้ที่มีชื่อว่า พี่จ้อย ซึ่งเติบโตมาด้วยกันกับเ้าชาย จึงคอยดูแลรับใช้อยู่ตลอดเวลา และยังตามไปรับใช้ถึงประเทศฝรังเศส จึงรับรู้พระทัยทุกเื่ขององค์ชายหนุ่มผู้นี้ดีเป็ที่สุด
เ้าชายหนุ่มที่กำลังยืนร้องไห้อยู่นั้น ค่อยๆ นำพระรูปท่านแม่กลับขึ้นไปวางบนแท่น นำดอกกุหลาบสีขาวนวลวางไว้ข้างๆ พระรูปของท่านแม่ ซึ่งเป็ดอกไม้ที่ท่านแม่ของเ้าชายชื่นชอบมาก ทั้งรูปลักษณ์ดอกไม้ที่สวยงาม ที่มีสีขาวนวลน่าทะนุถนอม แต่ยังมีหนามคอยป้องกันตัวแถมมีกลิ่นที่หอมทุกครั้งเมื่อได้สูดดม และในตัวของความหมายดอกกุหลาบสีขาวนี้อีกด้วย จากนั้นค่อยเดินไปล้างหน้าล้างตา ที่โต๊ะรับรองโดยพี่จ้อยได้ให้บ่าวเตรียมไว้ให้เรียบร้อยก่อนหน้านี้แล้ว
“องค์ชายทรงล้างหน้าล้างตาสักหน่อย แล้วค่อยเสด็จไปตำหนักกลางสวนเถอะพ่ะยะค่ะ”
พี่จ้อยพูดไปน้ำตาคลอที่ดวงตาไป ด้วยความรักความเป็ห่วงความรู้สึกของผู้เป็นาย สุดท้ายก็กลั้นไว้ไม่อยู่น้ำตานั้นไหลออกมาจนได้ พี่จ้อยร้องไห้จนตัวสั่นหัวโยกไปมา พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังกว่าเ้าชายหนุ่มรูปงามเสียอีก จนทำให้บ่าวคนรับใช้คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องนี้กลับอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ที่ว่าชายหนุ่มมาดทหารดูหนักแน่นผู้หนึ่งจะร้องไห้ได้ขนาดนี้เชียวหรอ!
“ข้าว่า เ้าเองก็ต้องไปล้างหน้าล้างตาด้วยนะ”
เ้าชายหนุ่มรูปงามพูดออกมา แล้วอมยิ้มเล็กน้อย ^^
“องค์ชาย 4 เ้าชายวรเมธ เสด็จมาถึงแล้วพ่ะยะคะ”
เ้าพนักงานหน้าห้องทรงงานในตำหนักกลางสวนเข้าไปกราบทูลพระาา
“ให้เข้ามาได้”
เสียงของพระาาผู้เป็บิดาขององค์ชาย 4 ที่มีพระนามว่า เ้าชายวรเมธ หรือ องค์ชาย 4
“ถวายบังคมพ่ะยะคะ เสด็จพ่อ”
เ้าชายถวายบังคมเสด็จพ่อแล้วทรงเสด็จเข้าไปหาที่หน้าโต๊ะทรงงานของพระบิดา โดยมีพระเชษฐาต่างพระมารดา 2 พระองค์ ทรงประทับอยู่ที่ห้องทรงงานของพระาาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“พ่อดีใจที่ลูกสำเร็จการศึกษา และกลับมาอย่างปลอดภัยอย่างยิ่ง ลูกนั้งลงเถอะๆ น้ำชาจอกนี้พ่อยกให้เ้านะ ชายเมธ”
เสด็จพ่อเทน้ำชาแล้วส่งให้ขันทีมามอบให้องค์ชาย 4
“ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อพ่ะยะคะ”
เ้าชายดื่มน้ำชาที่พระาาทรงมอบให้จนหมดจอก
“พี่ดีใจที่น้องของพี่กลับมาอย่างปลอดภัย และเมื่อน้องพี่สำเร็จการศึกษากลับมาอยู่ที่เมืองกรุงนครแล้ว ก็คงจะสามารถเข้ารับราชการสักกรมใดกรมหนึ่งเพื่อช่วยบรรเทางานของเสด็จพ่อได้บ้างแล้วใช่ไหมน้องพี่?”
องค์ชายใหญ่ ทรงตรัสเสร็จแล้วหันมามองที่องค์ชาย 4 แต่ด้วยสายตาที่ทรงมองมา นั้นกลับดูไม่เป็มิตรเอาเสียเลย แต่เ้าชายหนุ่มรูปงาม ไม่ได้สนใจเื่จะเข้ารับราชการ เข้ากรมใดกรมหนึ่งหรืออะไรใน่ตอนนี้ ในพระทัยยังคงแต่คิดถึงเสด็จแม่ และยังค้างคาในใจและมีคำถามมากมายว่าทำไมเื่ใหญ่โตเช่นนี้ เสด็จพ่อถึงไม่ส่งจดหมายบอกเราเลยแม้แต่น้อย หรือเสด็จพ่อไม่ได้สนพระทัยพวกเรา 2 แม่ลูกั้แ่แรกอยู่แล้ว ยิ่งคิดใบหน้าขององค์ชาย 4 ยิ่งคิ้วขมวดแล้วจ้องมองไปที่ผู้เป็บิดา
“ชายเมธ ลูกเป็อะไร พี่ของเ้าแค่ถามว่าจะมาช่วยงานพ่อได้หรือยัง? เ้าถึงต้องทำหน้าเครียดถึงเพียงนี้เลยหรอลูก!”
พระาาทรงถามเพราะแปลกใจทำไมถึงจ้องมองมาแบบนั้น
“ทำไมเสด็จพ่อถึงไม่ส่งจดหมายบอกลูกเลย! บอกลูกให้รู้สักนิดก็ยังดี! ทรงบอกลูกให้รู้ว่าเสด็จแม่ของลูกทำไมถึงจากลูกไป! ทำไม! ทำไมหรือพ่ะยะคะ!”
น้ำเสียงที่พูดออกไปแต่ละคำนั้นดูสะกดกลั้นอารมณ์คล้ายๆจะร้องไห้ออกมาเสียเต็มแก่ โดยน้ำตาที่ยังคลออยู่ในดวงตาที่กำลังจะเอ่อล้น ไหลหยดออกจากตาคู่นี้แล้วนั้น เ้าชายจึงรีบปาดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาแล้วกลั้นใจเอาไว้ให้เข้มแข็ง แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ประทับเดินออกจากห้องออกไปอย่างรวดเร็ว