ใบหน้าราวกับเจอผีเงยมองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความใ เพราะไม่คิดว่าน้องสาวของภรรยาจะลงทุนถึงขั้นลาออกจากงานเพื่อลูกสาวของเขา
และเหมือนท่าทางเ่าั้จะเด่นชัดเกินไปเพราะหญิงสาวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเราะออกมาน้อย ๆ พร้อมบอกกลับมาว่าถึงไม่ใช่เพราะหลานสาว เธอก็จะลาออกมาอยู่กับพ่อแม่อยู่ดีฉะนั้นไม่เกี่ยวกับเขาและบุตรสาว
กรแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อคืนเขาแยกย้ายกับหญิงสาวตอนไหน และเมื่อกลับเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่เขาทำคือเปิดดูภาพกล้องวงจรปิดย้อนหลังทั้งที่ไม่ได้เปิดมันมานานมากแล้ว และเป็อย่างที่นรินทร์ว่าทุกอย่างพี่เลี้ยงลูกสาวแทบจะไม่สนใจทำงานอะไรเลย ถึงทำก็ทำแบบส่ง ๆ อาหารบางครั้งยังสั่งมาจากข้างนอกให้ลูกเขากินด้วยซ้ำแถมก่อนกลับบ้านเกือบทุกวันพรยังแอบเอาของที่เขาให้เงินซื้อตุนไว้ใส่กระเป๋ากลับไปอีก
‘เห็นทีเขาคงจะมองคนผิดไปจริงๆ’
เขาโหลดภาพจากกล้องลงเครื่องแล้วส่งให้ทางบริษัทต้นสังกัด พร้อมแจ้งไม่ให้พร มาทำงานอีกในคืนนั้นเลยพร้อมมองออกไปทางประห้องราวจะเห็นห้องลูกสาว ที่มีอีกคนพักอยู่ด้วย
‘น้องพริ้มพี่คงต้องฝากรินแล้ว’
หลังครุ่นคิดอย่างหนักมาตลอดทั้งคืนเช้าวันนี้เมื่อลงมาชั้นล่างและเห็นร่างบางอยู่ในครัวศิวกรจึงเดินเข้าไปหาเธอทันที
“ริน”
“ค่ะ?”
“คือเื่พี่เลี้ยงน้องพริ้มพี่ตัดสินใจแล้วนะครับ”
“อ๋อค่ะ”
นรินทร์รีบวางของในมือลงแล้วเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่ลวก ๆ ก่อนหันมาทางพี่เขยรอฟังเขาอย่างตั้งใจดวงตากลมจ้องมองท่าทางเกรงใจนั่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มออกมา
“ระหว่างหาพี่เลี้ยงใหม่ฝากรินดูแลหลานด้วยนะครับ”
“ยินดีค่ะ”
รอยยิ้มขอบคุณส่งไปให้คนตัวเล็กกว่าสายตาของเขากวาดมองทั่วใบหน้าจิ้มลิ้ม ที่งยิ้มสดใสกลับมานิ่งราวกับว่าหลุดเข้าไปในภวังค์ จนผู้ถูกมองอดรู้สึกเขินไม่ได้
ดวงตากลมหลุบลงต่ำพร้อมกับก้มใบหน้าร้อนผ่าวลง มือทั้งสองข้างอยู่ ๆก็รู้สึกว่าเกะกะขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุจนต้องแสร้งยกขึ้นทัดผมกับหูทั้งที่วันนี้เธอรวบผมสูงไม่มีผมสักเส้นหล่นลงมาให้รำคาญ
“แฮ่มเออจะแปดโมงครึ่งแล้ว น้องพริ้มยังไม่ตื่นเลย รบกวนพี่กรช่วยปลุกหน่อยได้ไหมคะแม้จะเป็วันเสาร์ก็ไม่ควรตื่นสาย”
“อ๋ออครับเดี๋ยวพี่จัดการเอง”
เพียงคนสูงกว่าหันหลังแล้วเดินไปมือทั้งสองข้างก็ย้ายมาทาบลงบนสั่นไหว แล้วออกแรงคลึงด้วยกลัวว่าหากปล่อยไว้นานมากกว่านี้หัวใจของเธอจะหลุดกระเด็นออกมาเสียก่อน
กว่าที่สติของเธอจะกลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้งก็เสียเวลาอยู่หลายนาที
แม้ว่าวันนี้จะเป็วันหยุดแต่ศิวกรที่เพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งจากผู้จัดการฝ่ายขายอยู่สำนักงานเป็เขตดูแลด้านการขายก็ยังต้องติดตามงานแม้จะเป็วันหยุด
แต่ในขณะที่คนด้านนอกนั่งทำงานด้วยท่าทางเคร่งเครียดสองน้าหลานที่อยู่ห้องเล็กชั้นล่างกลับเล่นสนุกกันกันกรที่นั่งอยู่ตรงบาร์เล็กนอกห้องต้องหันมองด้วยความสนใจเมื่อได้ยินเสียงหวีดเคล้าเสียงหัวเราะของบุตรสาว ก่อนจะกลับมาสนใจงานตรงหน้าอีกครั้ง แล้วปล่อยให้ทั้งคู่สนุกกันไป
อ๊า...
ร่างสูงเอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้พร้อมบิดี้เีคลายความรู้สึกเมื่อยขบ จากการนั่งทำงานนานติดกันหลายชั่วโมงมือสากคลึงหัวตา หลังเพ่งหน้าจอมานานก่อนดวงตาเรียวจะลืมขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเสียงหัวเราะของลูกสาวหายไป
เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ห้องเล็กที่ดัดแปลงเป็ห้องหนังสือและเก็บของเล่นของบุตรสาว แต่เมื่อเปิดประตูห้องออก ก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อสองร่างที่เล่นสนุก ส่งเสียงร้องดังลั่นเมื่อครู่นอนหลับกอดกันกลมโดยที่ร่างของบุตรสาวเขาเกยขึ้นไปบนอกของน้าสาว แต่จะเรียกว่าเกยก็คงไม่ได้คงต้องเรียกว่าทับคงจะเหมาะกว่าเพราะพริ้มพราวขึ้นไปนอนทับร่างของน้าทั้งตัวเลยก็ว่าได้เหมือนที่ชอบนอนบนอกของเขาและภรรยา
ั์ตาคมเป็ประกายวูบไหวหมองลงอย่างไม่อาจห้าม สายตาที่มองบุตรสาวเต็มไปด้วยความเศร้ามือที่จับลูกบิดประตูค้างไว้ดึงกลับแล้วปิดประตูลง ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงที่เดิม
เขาคิดถึงภรรยาอีกแล้ว
แม้จะไม่มากเท่าเดิมแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่ามีหลายครั้งที่เห็นภรรยาซ้อนทับกับน้องสาวของเธอรินกับพิมพ์คล้ายกันมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็รูปร่าง หน้าตา ท่าทางหรือแม้แต่รอยยิ้ม จนมีบางครั้งที่เขาเผลอมองนรินทร์เป็พิมพ์ประภา
ความรู้สึกผิดก่อขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อคิดว่าเขากำลังเอาน้องสาวภรรยามาแทนที่เธอ ร่างหนาเอนพิงพนักอย่างสิ้นแรงมือสากทั้งสองข้างลูบใบหน้าหวังว่า เมื่อลืมตาความคิดไม่เข้าท่าจะหายไป
แต่ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะจางหายไปใบหน้าของกรก็ต้องหันไปมองทางประตูห้องที่เขาเพิ่งจากมาร่างเพรียวระหงเดินออกมาด้วยท่าทางงัวเงียแม้ว่าจะเพิ่งตื่นนอนทว่าเ้าตัวกลับยังดูสวยและมีเสน่ห์ไม่ต่างจากเวลาปกติเลยสักนิด
ท่าทางเคร่งเครียดอมทุกข์เมื่อครู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงร่างสูงที่พิงไปกับพนักเก้าอี้ทรงสูงตั้งตรงพร้อมกับที่เขาปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เพ่งมองหน้าจอคอมอย่างตั้งใจ
“งานยังไม่เสร็จเหรอคะ”
ศิวกรที่แสร้งทำงานเงยหน้ามองหญิงสาวที่เอ่ยถามพลางเปิดตู้เย็น เอาน้ำออกมาดื่ม
“เสร็จแล้วครับน้องพริ้มยังไม่ตื่นเหรอ”
“ค่ะรินกะว่าจะให้นอนอีกสักหน่อยแล้วปลุก ไม่งั้นงอแงแน่เลย”
น้ำเสียงหวานพูดไปพลางหัวเราะไปพลาง โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางเป็ธรรมชาติและสดใสนั้นจะดึงสายตาชายที่นั่งอยู่หน้าคอมให้มองเธอไม่ละไปไหน
“แฮ่มอืม อื้อ งั้นเดี๋ยวพี่เอาของไปเก็บก่อนแล้วกันนะครับส่วนมื้อเย็นพี่ว่าเราออกไปหาอะไรกินข้างนอกดีกว่าพี่ไม่ได้พาลูกไปกินข้าวนอกบ้านนานแล้ว”
“ดะได้ค่ะ”
หญิงสาวมองชายร่างใหญ่ที่พูดออกมาเร็วรัวพร้อมเก็บของแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนทันที ที่พูดจบโดยไม่หันมองหน้าเธอเลยสักนิด
‘แปลกๆ’
เย็นวันนั้นครอบครัวทั้งสามออกไปทานอาหารนอกบ้านอย่างที่ศิวกรได้บอกเอาไว้ั้แ่ทีแรกโดยร้านที่พวกเขาเลือกเป็ร้านพิซซ่าชื่อดังในห้าง ที่บุตรสาวเป็คนออกปากขอเองบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังออกมาจากหญิงสาวและเด็กหญิงร่างเล็กไม่ขาดสายโดยผู้ผูกขาดบทสนทนาบนโต๊ะก็พ้นพริ้มพราว ที่สรรหาเื่เล่ามากมายมาเล่าให้น้าและพ่อของเธอฟัง
หลังใช้เวลาในร้านอาหารเกือบสองชั่วโมงทั้งสามก็ตัดสินใจเดินเล่นกันต่อในห้างเพราะไม่บ่อยเลยที่ศิวกรที่จะมีเวลาเดินผ่อนคลายอย่างนี้กับลูกสาวยิ่ง่นี้ที่เขาเพิ่งจะเปลี่ยนตำแหน่งเลยต้องทำงานหนักกว่าเก่าหากไม่ออกเดินทางไปต่างจังหวัดก็ต้องนั่งอยู่หน้าจอเป็เวลานานจนบางวันลูกสาวของเขาเข้านอนไปแล้วงานเขาก็ยังไม่เสร็จ
ั์ตาคมมองบุตรสาวและน้องภรรยาด้วยรอยยิ้มเมื่อทั้งสองสิ่งเข้าออกร้านนั้นที ร้านนี้ทีและร้านส่วนใหญ่ที่ทั้งคู่เข้าไปก็เป็ร้ายของเล่น และเสื้อผ้าเด็ก
แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหญิงตัวน้อยก็ยังคงมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือต่างกับผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้แรงจะเดินต่อ
“น้องพริ้มเราอยู่ที่นี่นานแล้วกลับกันดีไหมคะ”
“น้องพริ้มยังสนุกอยู่เลย”
“แต่นี่เลยเวลานอนมามากแล้วน้องพริ้มไม่ง่วงเหรอคะ”
“ไม่ค่ะไม่ง่วง” นรินทร์แทบถอนลมหายใจออกมาเมื่อหลานสาวยังดูสนุกกับมุมของเล่นในร้านถึงขั้นลงไปนั่งกับพื้นแล้วหยิบเอากล่องสินค้าลงมาวางเรียงรายพร้อมบรรยายความเป็มาของตัวละครอบและแสร้งเรียบแบบตัวละครนั้น ๆ ที่เธอชอบ
ศิวกรที่เป็ใบหน้าสิ้นหวังของหญิงสาวก็หัวเราะออกมาน้อย ๆ ก่อนจะแตะบ่าเธอเบา ๆ
“พี่เองครับ”
เธอเบี่ยงร่างเล็กน้อยให้เขาสามารถเข้าไปหาลูกสาวได้ก่อนจะอ้าปากค้าง เพราะเพียงพี่เขยออกมาไม่กี่คำหลานสาวของเธอก็ทิ้งทุกอย่างในมือพร้อมวิ่งหน้าตั้งออกมาใส่รองเท้าทันที
“พี่กระซิบบอกอะไรหลานค่ะน้องพริ้มถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนั้น”
“ไม่มีอะไรใครพี่แค่บอกว่าเราไปบ้านลูกบอลกันเถอะ”
“อ๋อถึงว่าน้องพริ้มดูดีใจมาก”
ใบหน้าของเด็กหญิงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มมือทั้งสองของเธอถูกผู้เป็น้าและบิดาจับเอาไว้คนละข้างแล้วเหวี่ยงไปข้างหน้าเบา ๆ
ก่อนจะมาหยุดที่สนามเด็กเล่นชั้นล่างของห้างเพียงเห็นบ้านลูกบอลเต็มไปด้วยเพื่อน พริ้มพราวก็สะบัดมือของผู้ใหญ่ทั้งสองคนออกแล้ววิ่งไปตรงทางเขาทันที ดวงตาเป็ประกายมองลูกบอลหลากสีและร่างของเพื่อน ๆ พี่ ๆที่วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
“คุณพ่อเร็วๆ น้องพริ้มอยากเข้าไปแล้ว”
“คร้าบบ”
กรหันไปยิ้มให้ลูกสาวที่เร่งเขาให้แลกตั๋วเมื่อได้มาชายร่างสูงก็รีบเดินไปทางที่ลูกสาวยืนซอยเท้ารออยู่เพียงเขาจัดการเื่ให้เธอเข้าไปเล่นข้างในได้ เด็กหญิงตัวเล็กในชุดเอี๊ยมก็พุ่งเข้าไปด้านในอย่างไม่รีรอโดยไม่หันมามองพ่อและน้า ที่ดูเธออย่างใ
“น้องพริ้มท่าจะชอบบ้านลูกบอลมากเลยนะคะ”
“ครับเมื่อก่อนพิมพ์พามาทุกอาทิตย์ นี่คงจะคิดถึงมาก ดูสิไม่หันมาสนใจพ่อ กับน้าสักนิด”
“นั่นนะสิค่ะ”
หลังยืนดูอยู่อีกพักหนึ่งทั้งสองก็ย้ายมานั่งตรงจุดที่มีโต๊ะเก้าอี้เอาไว้ให้ผู้ปกครอง ทั้งสองพูดคุยไปพลางหันมองเด็กน้อยที่วิ่งเล่นสนุกสนานไปพลาง
จนมีเงาหนึ่งมายืนอยู่ตรงข้างโต๊ะ
“เอ้ยกร! นี่เมียใหม่เหรอวะ”