"โอ๊ย!กูจะบ้าตาย! ทำไมมึงถึงไม่เชื่อกูวะไอ้ข้าว!"
เสียงบ่นกระปอดกระแปดของนิรินดังขึ้นเป็รอบที่ร้อยของวันขณะที่เธอกำลังใช้ส้อมจิ้มลูกชิ้นหมูในชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าอย่างเอาเป็เอาตายราวกับว่ามันคือใบหน้าของรุ่นพี่ปีสามจอมลวงโลกคนนั้น
ตอนนี้เป็เวลาพักเที่ยงโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์เนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาที่ใส่เสื้อช็อปหลากสีแต่สายตาของนิรินกลับสอดส่ายมองหาแค่เสื้อช็อปสีเืหมูของภาควิชาเมคคาทรอนิกส์เท่านั้น
"ก็มึงเล่นเล่าเป็นิยายมาเฟียขนาดนั้นใครจะไปเชื่อลงวะ" ข้าวสวยส่ายหน้า คีบเส้นหมี่เข้าปากด้วยท่าทีไม่หยี่ระ
"กูบอกแล้วไงว่ากูเห็นมากับตา!ผู้ชายถือประแจเปื้อนเืคนนั้นคือพี่ไทน์!ไอ้พี่ไทน์แว่นหนาเตอะที่เดินสะดุดมดล้มเมื่อเช้านี่แหละ!"
"หยุดใส่ร้ายพ่อพระประจำคณะของกูเดี๋ยวนี้นะ"ข้าวสวยใช้ตะเกียบชี้หน้านิรินอย่างคาดโทษ
"แกรู้ไหมว่าพี่ไทน์น่ะฟาดเกรด 4.00 ทุกเทอมแถมได้โล่เรียนดีอันดับหนึ่งของคณะมาั้แ่ปีหนึ่งยันปีสามเป็ประธานชมรมบอร์ดเกม และเป็อาสาสมัครอ่านหนังสือให้เด็กตาบอดฟัง!"
ข้าวสวยสาธยายสรรพคุณของรุ่นพี่สุดหล่อประหนึ่งเป็วิกิพีเดียเคลื่อนที่
"คนโปรไฟล์สะอาดหมดจดราวกับน้ำกลั่นแบบนั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปกระทืบคนหลังอู่รถฮะ มึงใช้ตรรกะไหนคิดก่อนอีริน!"
นิรินอ้าปากค้างเถียงไม่ออก ไม่ใช่เพราะยอมจำนนต่อหลักฐานแต่เพราะอึ้งกับความสามารถในการสร้างภาพของไอ้พี่ไทน์ต่างหาก
นี่เขาต้องใช้ชีวิตแบบสองหน้ามานานขนาดไหนถึงได้หลอกคนทั้งมหา'ลัยให้เชื่อสนิทใจได้ขนาดนี้!รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมต้องเข้าแล้วปะ!
"มึงโดนภาพลักษณ์เด็กเรียนหลอกตาแล้วเว้ยข้าว..."นิรินพึมพำเสียงแ่ ยอมแพ้ที่จะอธิบายให้เพื่อนสนิทฟัง
"กูว่ามึงนั่นแหละที่อ่านหนังสือสอบสแตติกจนหลอนไปๆ รีบกิน จะได้รีบไปจองโต๊ะที่หอสมุด วันนี้กูต้องติวบทที่สามให้มึงอีกนะ"
นิรินถอนหายใจยาวเหยียดยอมก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวในชามให้หมดแต่ในหัวกลับเริ่มวางแผนการบางอย่างเงียบๆ
ในเมื่อไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธองั้นเธอก็แค่ต้องหา 'หลักฐาน' มายืนยันให้ทุกคนตาสว่าง!
เวลา 15:30 น. ณ หอสมุดกลางของมหาวิทยาลัย
บรรยากาศในหอสมุดเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานนิรินบอกข้าวสวยว่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่ความจริงแล้วเธอกำลังทำตัวเป็สายลับจับผิดรุ่นพี่
เป้าหมายของเธอคือโซนหนังสืออ้างอิงวิศวกรรมชั้นสามซึ่งเป็มุมอับที่เงียบที่สุด และเป็ 'ที่ประจำ'ของธีธัช หรือพี่ไทน์(ฮอต)เนิร์ดคนนั้น
นิรินค่อยๆย่องปลายเท้าไปตามช่องทางเดินระหว่างชั้นหนังสือที่สูงตระหง่านมือเล็กกำสมาร์ตโฟนที่เปิดโหมดกล้องถ่ายรูปเตรียมพร้อมไว้แน่น
"อยู่ไหนวะ...วันนี้ไม่มีเรียน่บ่ายนี่นา ต้องมาสิงอยู่แถวนี้สิ" เธอบ่นอุบอิบพลางชะโงกหน้ามองผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือ
และแล้วสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย
ไทน์นั่งอยู่ตรงโต๊ะอ่านหนังสือมุมในสุดติดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่บนโต๊ะมีหนังสือหนาเตอะกางอยู่ แต่เ้าตัวกลับไม่ได้กำลังอ่านมัน
นิรินหรี่ตามองอย่างจับผิดไทน์กำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือซ้ายล้วงกระเป๋ากางเกงส่วนมือขวากำลังถือสมาร์ตโฟนสีดำสนิท พิมพ์ข้อความบางอย่างด้วยความเร็วแสง
ท่าทางของเขาตอนที่ไม่มีใครเห็นช่างแตกต่างจากเด็กเนิร์ดขี้อายลิบลับ ไหล่กว้างที่ผึ่งผายการนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ แต่กลับแผ่รังสีคุกคามแปลกๆ ออกมา
นิรินยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเล็งกล้องไปที่เป้าหมาย ซูมเข้าไปใกล้ๆ เพื่อให้เห็นหน้าจอของเขา
'ถ้ามีหลักฐานว่าเขากำลังสั่งลูกน้องไปกระทืบใครล่ะก็...หึๆ โป๊ะแตกแน่ไอ้พี่ไทน์!'
แต่จังหวะที่นิรินกำลังจะกดถ่ายรูปนั้นเองผู้ชายที่นั่งหันหลังอยู่จู่ๆ ก็วางสมาร์ตโฟนลงบนโต๊ะแล้วยกมือขึ้นถอดแว่นตากรอบหนาออก
นิรินชะงักนิ้วที่กำลังจะกดชัตเตอร์ค้างเติ่งกลางอากาศ
ไทน์ใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือนวดคลึงที่หัวตาเบาๆราวกับล้าสายตา วินาทีที่เขาเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ปราศจากกรอบแว่นบดบัง
แม้จะมีพลาสเตอร์ยาสีเนื้อแปะทับรอยเจาะที่หางคิ้วซ้ายเพื่อคีปลุคเด็กเรียนเอาไว้แต่สันกรามคมกริบที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยก็ยังดูอันตรายอยู่ดี
ความดิบเถื่อนปนเซ็กซี่ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขามันรุนแรงมาก...มากจนทำให้นิรินเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
'บ้าเอ๊ย...ทำไมถึงหล่อขนาดนี้วะ'
แชะ!
เสียงชัตเตอร์พร้อมแสงแฟลชที่สว่างวาบขึ้นมาทำเอานิรินแทบจะอยากเอาหัวโขกชั้นหนังสือให้ตายไปตรงนั้นเลย
เธอลืมปิดเสียงและปิดแฟลชกล้อง!
ความฉิบหายมาเยือนแบบไม่ต้องมีสัญญาณเตือนไทน์หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง เขาสวมแว่นตากลับเข้าที่เดิมอย่างเชื่องช้า
ก่อนจะค่อยๆหันหน้าขวับมาทางชั้นหนังสือที่นิรินยืนซ่อนตัวอยู่
สายตาคมกริบที่มองลอดผ่านเลนส์แว่นตานั้นไม่ได้ดูซื่อบื้อเลยแม้แต่นิดเดียวมันดุดัน เยือกเย็น และจับจ้องมาที่เธอราวกับเสือที่เจอเหยื่อ
"เวรแล้วไง..."นิรินสบถ รีบยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายแล้วหันหลังเตรียมเผ่นหนี
แต่เพิ่งก้าวเท้าไปได้ไม่ถึงสามก้าวทางเดินแคบๆระหว่างชั้นหนังสือก็ถูกปิดกั้นด้วยร่างสูงใหญ่ของคนที่น่าจะนั่งอยู่ตรงโต๊ะเมื่อกี้นี้
"ไวเป็บ้า!"นิรินอุทาน ถอยกรูดไปชิดชั้นหนังสือด้านหลังทันที
ไทน์ยืนล้วงกระเป๋าเสื้อช็อปด้วยท่าทีสบายๆเขาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทีละก้าวจนกระทั่งต้อนนิรินให้จนมุมอยู่ระหว่างชั้นหนังสือเหล็ก
"น้องนิริน...บังเอิญจังเลยนะครับ"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยทักทายพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนมุมปาก แต่มันกลับทำให้นิรินขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
"บะ...บังเอิญอะไรคะ หนูแค่มาหาหนังสือหมวดประวัติศาสตร์เฉยๆ!" นิรินแก้ตัวน้ำขุ่นๆแกล้งหยิบหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นกอดไว้แนบอก
ไทน์เหลือบมองหน้าปกหนังสือในมือเธอแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
"ประวัติศาสตร์การผสมพันธุ์ของกบสายพันธุ์แอฟริกัน?น่าสนใจดีนะครับเด็กโยธาเดี๋ยวนี้ต้องเรียนชีววิทยาเชิงลึกด้วยเหรอ"
นิรินก้มลงมองหนังสือในมือตัวเองแล้วแทบอยากจะปาทิ้งมันคือหนังสือชีววิทยา ไม่ใช่ประวัติศาสตร์!โป๊ะแตกั้แ่ยังไม่เริ่มรบเลยยัยริน!
"มะ...มันเป็วิชาเลือกเสรีค่ะ! พี่มีปัญหาอะไรไหมล่ะ!" เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงข่มความกลัวเอาไว้ข้างใน
ไทน์หลุดหัวเราะในลำคอเบาๆเขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด จนปลายรองเท้าผ้าใบของเขาแทบจะเกยกับรองเท้าของเธอ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นสบู่จางๆลอยมาแตะจมูก มันหอมสะอาด แตกต่างจากกลิ่นน้ำมันเครื่องเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง
"พี่ไม่มีปัญหาหรอกครับ..."เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนระดับสายตาอยู่ตรงกัน "แต่คนที่น่าจะมีปัญหา...น่าจะเป็น้องนิรินมากกว่านะ"
"หนูจะมีปัญหาอะไร!"
"ก็ปัญหาที่ว่า..."ไทน์ยกมือขวาขึ้นมาวางทาบกับชั้นหนังสือข้างๆ ศีรษะของนิริน กักบริเวณเธอไว้กลายๆ
"แอบถ่ายรูปผู้ชายตอนเผลอนี่...เขาเรียกว่าคุกคามความเป็ส่วนตัวหรือเปล่าครับ?"
นิรินสะดุ้งเบิกตากว้าง
"ดะ... เดี๋ยว!ใครแอบถ่ายพี่! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย หนูเซลฟี่รูปตัวเองต่างหาก!"
"งั้นเหรอครับ?แสงแฟลชมันสว่างวาบมาจากกล้องหลังนะ พี่จำได้" เขายิ้มร้ายแววตาแฝงความสนุกสนานที่ได้ปั่นหัวคนตัวเล็กกว่า
"เอากล้องมาดูสิครับถ้าเซลฟี่จริง พี่จะยอมเลี้ยงขนมเค้กเราหนึ่งเดือนเต็มเลย"
"เื่อะไรหนูต้องให้พี่ดูโทรศัพท์หนู สิทธิ์ของหนู!" นิรินกำกระเป๋าสะพายตัวเองแน่นปกป้องหลักฐานชิ้นสำคัญสุดชีวิต
ไทน์มองท่าทีดื้อรั้นของคนตรงหน้าแล้วลอบถอนหายใจก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงไปเป็โหมดจริงจังจนนิรินตั้งรับไม่ทัน
"รู้ไหมครับน้องนิริน...ว่าความอยากรู้อยากเห็น บางทีมันก็ทำให้อายุสั้นลงได้นะ"
เสียงทุ้มต่ำและเ็าแบบเดียวกับตอนที่เขาถือประแจเมื่อคืนถูกนำมาใช้อีกครั้งนิรินรู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งแล่นปราดไปตามไขสันหลัง
"พะ...พี่ขู่หนูเหรอ"
"พี่ไม่ได้ขู่พี่แค่เตือนสติ" ไทน์โน้มหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดใบหูของเธอ"เฮียบอกแล้วไง ว่าถ้าอยากมีชีวิตสงบสุขในมหา'ลัยก็ทำตัวเป็เด็กดี ลืมเื่เมื่อคืนไปซะ"
"หนูไม่ลืม!และหนูก็จะไม่ปล่อยให้คนอันตรายแบบพี่มาลอยหน้าลอยตาหลอกคนทั้งคณะแบบนี้ด้วย!"นิรินเถียงกลับเสียงแข็ง ใจดีสู้เสือสุดๆ
ไทน์ผละใบหน้าออกห่างเล็กน้อยแววตาคมกริบมองสบตากับดวงตากลมโตที่จ้องเขาเขม็งอย่างท้าทาย
แทนที่เขาจะโกรธหรือกระชากโทรศัพท์ไปจากมือเธอ เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า
"จะเอาไปฟ้องใครล่ะครับ?ฟ้องเพื่อนสนิทเราเหรอ? หรือฟ้องอาจารย์?" ไทน์ยักไหล่เบาๆ "เอาเลยสิครับเอารูปที่ถ่ายเมื่อกี้ไปโชว์ให้ทุกคนดูเลยก็ได้"
นิรินขมวดคิ้วสับสนทำไมเขาถึงท้าทายเธอแบบนี้ เขาไม่กลัวความลับแตกหรือไง?
"พี่ท้าหนูเองนะ!"นิรินรีบควักสมาร์ตโฟนออกมา ปลดล็อกหน้าจอแล้วเปิดแกลเลอรี่ภาพทันที
หวังจะเอารูปที่เห็นเขาถอดแว่นโชว์รอยสักไปตอกหน้าเขาให้หงายเงิบไปเลย!
แต่พอเห็นรูปถ่ายล่าสุดบนหน้าจอนิรินก็ถึงกับอ้าปากค้าง สตั๊นไปสิบวินาที
รูปที่ถ่ายติดมาไม่ใช่รูปผู้ชายดิบเถื่อนถอดแว่นอย่างที่เธอตั้งใจจะถ่าย แต่มันกลับเป็รูปของ 'พี่ไทน์เด็กเรียน' ที่กำลังนั่งสวมแว่นตาหนาเตอะก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ โดยมีแสงแดดส่องกระทบใบหน้าดูละมุนละไมสุดๆ
มันเป็จังหวะนรกที่เขาสวมแว่นกลับเข้าไปพอดีตอนที่ชัตเตอร์ทำงาน!
"ไหนครับหลักฐานความร้ายกาจของพี่?" ไทน์ชะโงกหน้ามาดูหน้าจอโทรศัพท์ของนิรินแล้วแกล้งทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
"โห...น้องนิรินถ่ายรูปพี่ออกมาดูดีกว่าตัวจริงอีกนะครับเนี่ย แอบชอบพี่ก็ไม่บอก"
"บ้าเหรอ!ใครแอบชอบพี่! รูปนี้มันถ่ายพลาดต่างหาก!" นิรินโวยวายหน้าดำหน้าแดงรีบกดลบรูปทิ้งรัวๆ ด้วยความเจ็บใจ
แผนพัง!พังไม่เป็ท่า! หลักฐานชิ้นเดียวที่คิดว่าจะเอาไปแฉกลายเป็รูปแอบถ่ายรุ่นพี่สุดหล่อไปซะงั้น!
"แย่จังพี่นึกว่าเราแอบปลื้มพี่จนต้องตามมาถ่ายรูปเก็บไว้ดูซะอีก"ไทน์แกล้งทำน้ำเสียงสลด แต่แววตากลับพราวระยับไปด้วยความเ้าเล่ห์
"อย่ามาตลก!พี่ตั้งใจใส่แว่นกลับเข้าไปตอนหนูกดถ่ายใช่ไหมล่ะ! พี่มันเ้าเล่ห์พี่มันจอมวางแผน!" นิรินชี้หน้าด่าอย่างเหลืออด
ไทน์ไม่ได้ตอบโต้เขากลับยื่นมือไปจับนิ้วชี้ของนิรินที่ชี้หน้าเขาอยู่ แล้วค่อยๆ กดมันลงช้าๆ
"เสียงดังไปแล้วครับน้องนิรินที่นี่ห้องสมุดนะ"
วินาทีที่ผิวเนื้อัักันนิรินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบไปทั่วร่าง มือของเขาสากและอุ่นจัด
"ปะ...ปล่อยมือหนูนะ" เธอพยายามชักมือกลับ แต่เขากลับจับมันไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย
"ถ้าอยากรู้ความลับของพี่นัก..."ไทน์ก้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจเป่ารดพวงแก้มใสที่กำลังขึ้นสีระเรื่อ"ก็อย่าใช้วิธีลอบกัดแบบเด็กๆ สิครับ"
"..."
"เดินเข้ามาหาเฮียตรงๆที่อู่รถของเฮีย แล้วเฮียจะให้ดูทุกอย่างเลย สนใจไหมล่ะ?"
ข้อเสนอที่มาพร้อมกับน้ำเสียงแหบพร่าและแววตาเชิญชวนทำเอานิรินหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป...อันตรายกว่าตอนที่เขาถือประแจฟาดหน้าคนซะอีก!
"น้องนิริน!มายืนทำอะไรตรงนี้ แอบมาหลับมุมนี้อีกแล้วใช่ไหม!"
เสียงแหลมปรี๊ดของบรรณารักษ์วัยกลางคนดังแทรกเข้ามาทำให้นิรินสะดุ้งสุดตัวและรีบสะบัดมือออกจากกอบกุมของไทน์ทันที
ไทน์เองก็เปลี่ยนสีหน้าและท่าทางกลับไปเป็'พี่ไทน์เด็กเนิร์ด' ภายในเสี้ยววินาที
เขาถอยห่างจากนิรินเล็กน้อยก้มหน้าลงมองพื้น ยกมือขึ้นขยับกรอบแว่นตาด้วยท่าทีประหม่าขวยเขิน
"เอ่อ...ขอโทษครับอาจารย์ พอดีน้องนิรินเขาเดินมาถามเื่หนังสืออ้างอิงน่ะครับผมเลยช่วยหาให้" ไทน์พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักดูซื่อบริสุทธิ์จนน่ามอบโล่คนดีศรีสังคมให้
บรรณารักษ์ป้าแว่นมองไทน์ด้วยสายตาชื่นชม
"อ้อพ่อหนุ่มไทน์นี่เอง เป็เด็กดีช่วยเหลือน้องๆ ตลอดเลยนะจ๊ะทีหลังก็อย่าเสียงดังกันล่ะ ไปๆ กลับไปนั่งอ่านหนังสือได้แล้ว"
"ครับอาจารย์ขอบคุณครับ" ไทน์ค้อมศีรษะรับอย่างนอบน้อม
นิรินยืนอ้าปากค้างมองการแสดงสดระดับฮอลลีวูดตรงหน้าด้วยความช็อก
นี่มันเื่ตลกอะไรวะเนี่ย!เมื่อกี้เขายังทำสายตาเ้าชู้ใส่เธออยู่เลย พอมีคนมาปุ๊บกลายเป็เด็กเนิร์ดขี้อายปั๊บ!
ไอ้รางวัลตอแหลยอดเยี่ยมปีนี้ต้องยกให้ไอ้พี่ไทน์คนเดียวเท่านั้น!
บรรณารักษ์เดินจากไปแล้วไทน์หันกลับมามองหน้านิรินที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ
เขาระบายยิ้มบางๆบนมุมปาก เป็รอยยิ้มที่คนภายนอกมองว่าอบอุ่น แต่สำหรับนิรินมันคือรอยยิ้มเย้ยหยันชัดๆ
"พี่ไปอ่านหนังสือต่อนะครับน้องนิริน"เขาพูดเสียงนุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมของเธอเบาๆสองสามทีราวกับเอ็นดูเด็กน้อย
"ตั้งใจเรียนนะครับแล้วก็ระวังตัวด้วยล่ะ โลกนี้มัน 'อันตราย' กว่าที่หนูคิดนะ"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะอ่านหนังสือของตัวเองอย่างหน้าตาเฉยทิ้งให้นิรินยืนกัดฟันกรอดอยู่ตรงนั้นคนเดียว
หนอย... ไอ้(ฮอต)เนิร์ดจอมปลอม!ฝากไว้ก่อนเถอะ!
เธอสาบานเลยว่าถ้าไม่ได้กระชากหน้ากากผู้ชายคนนี้ให้คนทั้งมหา'ลัยเห็นล่ะก็...อย่ามาเรียกเธอว่านิรินธนา!
าประสาทครั้งนี้...นิรินขอสู้ตายโว้ย!