ตอนที่14 พาฉันไปช่วยเ้าหญิงเร็วเข้า
มดตัวน้อยช้อนตาขึ้นมองเสิ่นอี้อย่างนึกโกรธเคืองทว่าพอเหลือบมองเห็นรูปร่างและเสื้อผ้าแปลกตาที่ชายหนุ่มสวมใส่
ทำให้มันสนใจมากกว่านึกโมโหโดยอยากรู้ว่าชายหนุ่มเป็ใครและมาจากที่ใดจึงสอบถามโดยตรง
“เอ๋!เ้าไม่เหมือนคนดาวผีเสื้อเลยนี่นา เ้าเป็ใครกันแน่? ทำไมถึงพูดจาภาษาข้าได้?มาจากที่ไหนหรือ?”
มดตัวน้อยถามหลายคำถามในคราวเดียวด้วยความสงสัยใคร่รู้มันมองเห็นความหวังที่อาจขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่มได้ เนื่องด้วยชายหนุ่มมีอิทธิฤทธิ์จับตัวมันไปขังในที่แปลกตาย่อมแสดงว่าชายหนุ่มตรงหน้าอาจมีทักษะไปช่วยเหลือเ้าหญิงของเผ่าผีเสื้อได้แน่นอน
เสิ่นอี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจที่มดตัวน้อยถามเขาหลายคำถามทว่าเขาตอบกลับอย่างคาดหวังที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจช่วยเ้าหญิง จึงสอบถามด้วยความอยากรู้ว่า
“ใช่แล้วฉันมาจากดาวอันไกลโพ้น มีชื่อว่าเสิ่นอี้ ฉันเป็คนเก่งที่เรียนรู้ได้ทุกภาษาว่าแต่ที่นี่มีเ้าหญิงไหม?”
มดตัวน้อยได้ยินคำถามจากเสิ่นอี้มันตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับเขาทันที ถึงแม้ว่ามันจะมีตัวเล็กจิ๋วทว่าจิตใจกลับห้าวหาญยิ่ง
กว่าสัตว์ตัวใหญ่
ท่าทางระแวดระวังของมันเรียกความสนใจจากชายหนุ่มทันที เขาจึงสอบถามมันอีกครั้งตามจริงว่า
“ไฮ้! อย่าเข้าใจผิดไปฉันแค่อยากช่วยเหลือเ้าหญิงเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าดาวผีเสื้อมีกี่เผ่าพันธุ์เ้าช่วยบอกฉันทีสิ”
“เ้าไม่ใช่พวกดาวดีวายแปลงตัวมาแน่นะ”มดตัวน้อยถามเสิ่นอี้เสียงเข้มอย่างระแวง
เสิ่นอี้ได้ยินชื่อดาวดีวายที่เป็หนึ่งในดาวกลุ่มชั่วร้ายทำให้เขากล่าวยืนยันตัวเองอีกครั้งกับมดอย่างมั่นใจว่า
“ไม่ใช่แน่นอนฉันมาจากดาวเอวา ไม่ใช่พวกชั่วร้ายนั่นหรอก ว่าแต่ตอบฉันเื่เ้าหญิงได้ไหม?”
มดตัวน้อยจ้องมองเสิ่นอี้ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะมันััได้ว่าชายหนุ่มต่างเผ่าพันธุ์ตรงหน้าตอบมันตามจริงจึงลดมือที่เตรียมต่อสู้ลงพลางบอกข้อมูลเื่เ้าหญิงเผ่าผีเสื้อให้ชายหนุ่มฟังว่า
“ดีที่เ้าไม่ใช่พวกชั่วร้ายนั่นพวกมันเพิ่งจับตัวเ้าหญิงเผ่าผีเสื้อไป มัน้าให้าาเผ่าผีเสื้อมอบสมบัติของดาวนี้ให้กับมันแต่าาไม่ยินยอมทำตามคำสั่ง รุ่งขึ้นเ้าหญิงก็ถูกจับตัวหายไปจากวัง ข้าบังเอิญเจอเส้นทางที่พวกมันนำเ้าหญิงไปพอดีแต่ไม่รู้ว่าจะไปบอกาายังไงให้ทันการณ์ ข้าได้ยินพวกมันขู่ฆ่าเ้าหญิงภายในสามวันนี้แล้ว”
มดตัวน้อยบอกข้อมูลทั้งหลายที่มันประสบมาอย่างร้อนใจโดยมันไม่รู้ว่าจะหาวิธีการใดเพื่อสื่อสารไปถึงาาเผ่าผีเสื้อให้เร็วที่สุดเนื่องจากมันเป็เพียงเผ่าต้อยต่ำที่ไม่สามารถเข้าไปในวังของาาเผ่าผีเสื้อได้
เสิ่นอี้ตื่นตระหนกทันใดเมื่อได้รับฟังข้อมูลจากมดตัวน้อยเขามั่นใจในทันทีว่าภารกิจที่สองคือการไปช่วยเหลือเ้าหญิง
เผ่าผีเสื้อแน่นอนเนื่องด้วยระยะเวลาสามวันตรงกับที่ระบบโกลาหลกำหนดไว้พอดี
“พาฉันไปช่วยเ้าหญิงเร็วเข้าไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาาาเผ่าผีเสื้อแล้ว เดี๋ยวมันจะไม่ทันการณ์”
เสิ่นอี้เตรียมลากแขนเล็กผอมบางของมัดตัวน้อยไปยังเส้นทางที่เห็นมันเดินมาทันทีเขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่าตนสวมใส่ทรัพย์สินราคาแพงอยู่ จึงรีบถอดแหวน นาฬิกา โทรศัพท์บัตรธนาคารและกุญแจรถยนต์เข้าเก็บไว้ในกล่องล่องหน
ทั้งนี้เขารู้สึกเป็กังวลว่าจะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นทันเวลาซึ่งจะมีผลทำให้เขาพลาดโอกาสรับเงินรางวัลสูง
ถึงหนึ่งร้อยล้านหยวน โดยเขาไม่้าพลาดรางวัลชีวิตที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ได้
ประการสำคัญเขาสังหรณ์ใจว่าหากปฏิบัติภารกิจพลาดอาจหมายถึงชีวิตของเขาที่จบสิ้นลงไปด้วยจึง้าให้มดน้อยไปกับตนเพื่อช่วยเหลือเ้าหญิงต่อไป
“อ๊ะ!เ้าคนเดียวจะไปสู้กองทัพพวกดีวายได้ยังไง?แถมยังเ้าตัวเล็กกว่าพวกมันมากนัก มันยิ่งกว่าวิ่งเข้าไปหาความตายนะ”
มดน้อยพูดท้วงติงเสิ่นอี้ทันทีมันไม่คาดคิดว่าจะพบเข้ากับผู้ช่วยให้รอดที่กล้าบ้าบิ่นเกินเหตุ โดยไม่สนใจสถานการณ์สู้รบตามความเป็จริงเหตุเพราะมันเปรียบเทียบแล้วยังรู้สึกกังวลระหว่างพละกำลังของกองทัพเผ่าผีเสื้อกับกองทัพของพวกดีวายซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงกันได้ด้วยซ้ำไป
เสิ่นอี้หันหน้ามาขยิบตาอย่างนึกสนุกสนานในขณะที่ตัวเขาลากแขนมดน้อยไปด้วย โดยตอบกลับอย่างมีความหวังว่า
“อย่าเป็ห่วงไปเลยฉันเชื่อว่าพวกเรามีวิธีส่งข่าวให้กองทัพผีเสื้อตามมาช่วยแต่ตอนนี้พวกเราต้องตามกองทัพดีวายไปให้ทันไม่งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าพวกมันเอาเ้าหญิงไปไว้ที่ไหน?”
มดน้อยตรึกตรองตามคำพูดแสดงความคิดเห็นของเสิ่นอี้มันพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย จึงตอบกลับอย่างมีความหวังว่า
“เ้าพูดมาก็มีเหตุผลเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ ไฮ้!พวกเราต้องไปทางนี้ ทางนั้นมันเป็ทางไปน้ำตก เดี๋ยวพวกเราก็ถูกน้ำตกพัดไปไกลหรอกต้องเป็ทางนี้ เ้าไม่รู้ทางยังจะเป็คนนำข้าอีก”
มดน้อยเหลือบมองเห็นเสิ่นอี้ลากแขนมันไปทางแยกด้านหนึ่งซึ่งเป็คนละเส้นทางกับที่มัน้านำเขาไปโดยเส้นทางที่ชายหนุ่มเลือกไปนั้นเป็เส้นทางไปสู่น้ำตกที่น่าหวาดกลัวจึงต้องพูดทักท้วงก่อนสายเกินไป
“อ้าวหรือ? ฉันก็ลืมไปว่าตัวเองเล็กกว่าปกติงั้นเ้าก็นำทางแล้วกัน เร็ว ๆ เข้าละ เดี๋ยวพวกเราไปถึงช้าเกินไป”
เสิ่นอี้หยุดยืนชะงักอยู่กับที่ก่อนหันหน้ามาบอกกล่าวมดน้อยที่ถูกลากให้เดินตามมาอย่างทุลักทุเลด้วยขนาดที่แตกต่างกันพร้อมกับรู้สึกเสียใจที่ใจร้อนเกินเหตุ
เขาไม่เป็กังวลเท่าใดนักที่ตัวเล็กมากกว่าปกติทว่ายังอดเป็กังวลไม่ได้เมื่อนึกถึงเผ่าพันธุ์สัตว์ประหลาดจากดาวดีวายที่มีรูปร่างใหญ่โตใกล้เคียงกับมนุษย์โดยมีรูปร่างหน้าตาคล้ายแมงป่องที่เดินได้สองขาเหมือนคน
ประการสำคัญคือพวกมันโเี้และสามารถฆ่าได้ทุกเผ่าพันธุ์อย่างไม่ลังเลใจเขาได้แต่หวังว่าภารกิจที่สองจะไม่โหดร้ายสำหรับตนเองมากเกินไป
มดน้อยตัวเล็กและวิ่งช้ากว่าเสิ่นอี้ทำให้เขาจับตัวมันเกาะบนบ่าตัวเองแล้วให้มันส่งเสียงบอกเส้นทางโดยตรง
“เ้าขึ้นมาอยู่บนบ่าของฉันดีกว่าอย่างน้อยฉันก็ตัวใหญ่และวิ่งได้เร็วกว่าแก”
เขาบอกมันพร้อมจับตัวมดน้อยโยนไปไว้บนบ่าตัวเองอย่างรวดเร็วเนื่องจากเห็นว่าเส้นทางข้างหน้าจำเป็ต้องวิ่งแหวกผ่านกอหญ้าหนาทึบนั้นเป็อุปสรรคสำคัญที่จะทำให้การเดินทางล่าช้าเกินเหตุ
“ตกลง! ไปทางขวา!.....ตรงไปอีกหน่อยจะมีพื้นเป็โคลนขนาดใหญ่เ้าต้องระวังให้ดีนะ พวกโคลนตรงหน้ามันดูดเ้าให้จมหายไปได้ง่าย ๆ”
มดน้อยตอบตกลงเมื่อขึ้นมานั่งบนบ่าของเสิ่นอี้แล้วพร้อมกับเอ่ยเตือนชายหนุ่มอย่างจริงใจมันไม่อยากให้ผู้กล้าที่ยินดีช่วยเหลือดาวผีเสื้อต้องจบชีวิตลงโดยที่ยังไม่สามารถไปช่วยเ้าหญิงได้
ขณะเสิ่นอี้วิ่งลัดเลาะไปตามต้นหญ้าที่มีใบยาวแหลมคมโดยเขาต้องใช้แขนสองข้างตวัดไปมาเพื่อไม่ให้ใบหญ้าเ่าั้สร้างรอยาแแก่ตัวเขามากเกินไปถึงอย่างนั้นแขนสองข้างที่สวมเสื้อเชิ้ตราคาแพงล้วนเต็มไปด้วยเืไหลซิบและมีรอยขาดวิ่นเป็จำนวนมาก
“มดน้อยเ้ามีชื่อว่าอะไรหรือ?”
เสิ่นอี้สอบถามชื่อมดน้อยเมื่อนึกขึ้นได้เพราะั้แ่เดินทางมาด้วยกันเขายังไม่ได้รู้จักชื่ออีกฝ่ายเลย เนื่องด้วยทั้งคู่มัวแต่กังวลเื่การไปช่วยเหลือเ้าหญิงเผ่าผีเสื้อจึงไม่ได้ใส่ใจเื่การสอบถามชื่อของมดน้อยแต่อย่างใด
“โอ้! ข้าขอโทษที่ไม่ได้แนะนำตัวข้ามีชื่อว่ามดนิว เป็หนึ่งในมดผู้กล้าที่เป็ทหารอาสาของเผ่าผีเสื้อ ข้าและเพื่อนเดินลาดตะเวนแถบเขตชายแดนพอดีก็เลยเห็นพวกดีวายจับตัวเ้าหญิงไปนั่นซี ส่วนเพื่อนของข้าก็แยกกันไปตามคนมาช่วยเ้าหญิงเหมือนกัน”
มดน้อยยืดตัวขึ้นพลางตอบคำถามของเสิ่นอี้ด้วยความภาคภูมิใจทว่าพลันต้องห่อเหี่ยวลงทันทีเมื่อนึกถึงชะตากรรมเลวร้ายของเ้าหญิงที่เคารพของผู้คนบนดาวผีเสื้อ
“พวกดีวายจับตัวเ้าหญิงไปทำไม? เ้าพอรู้ไหมมดนิว?” เสิ่นอี้ถือโอกาสสอบถามข้อมูลไปพร้อมขณะวิ่งอยู่
เขาอยากรับรู้เหตุผลและความสำคัญของเ้าหญิงที่เป็เหตุให้ระบบโกลาหลส่งตัวเขามาไกลถึงดาวผีเสื้อแห่งนี้โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าดาวผีเสื้ออยู่ในจักรวาลใดกันแน่
“ไม่แน่ใจหากข้าเดาไม่ผิดละก็ พวกมันคงอยากรู้ที่เก็บซ่อนเกรตโทนมั้ง”
มดนิวตอบกลับเสิ่นอี้อย่างไม่แน่ใจแต่มันมั่นใจอย่างหนึ่งว่าสมบัติหรือทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของดาวผีเสื้อคือแร่ที่มีชื่อว่าเกรตโทนเป็แร่ที่ใช้ในการสร้างสารเคลือบวัสดุทนร้อนเย็นได้ดีหรือแม้แต่สามารถนำไปผลิตเป็อาวุธทรงพลัง โดยสมาพันธ์ดวงดาวแห่งสันติภาพเคยนำไปทดลองผลิตเป็ลำแสงเอวาสอันทรงพลังนั่นเอง
“ฮะ! เกรตโทนหรอกหรือ? มิน่าเล่า?”เสิ่นอี้อุทานด้วยความตื่นตระหนก
เขารับรู้แล้วว่าความสำคัญที่ระบบโกลาหลส่งตัวเขามาที่นี่เพื่อปกป้องดาวผีเสื้อไม่ให้พวกชั่วร้ายอย่างกองทัพดาวดีวายหรือดาวเจอรัลนำเกรตโทนไปใช้งานได้
พลันมีเสียงะโดังลั่นของมดนิวดังขึ้นอย่างหวาดกลัวว่า
“หยุด!.....เ้าอย่าวิ่งเข้าไป! ที่มองเห็นเหมือนดินแฉะนั่น มันคือส่วนหนึ่งของโคลนดูดอย่าเผลอเข้าไปใกล้เชียว ไม่งั้นข้ากับเ้าไม่รอดแน่”
มดนิวถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เสิ่นอี้เบรกตัวหยุดวิ่งทันก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งเข้าใส่พื้นดินที่มองเห็นคล้ายดินแฉะทั่วไป ในขณะที่ชายหนุ่มไม่ทันระวังตัวเพราะคิดไว้ว่าโคลนดูดไม่น่ามีลักษณะเช่นนี้
“เนี่ยนะโคลนดูด!?”เสิ่นอี้ถามมดนิวย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ
เขากวาดสายตามองสำรวจไปทั่วบริเวณทางเดินที่ดูเหมือนปกติโดยมีต้นหญ้าขนาดใหญ่สูงท่วมหัวเขาราวห้าหกเท่าที่ขึ้นขนานสองข้างทางทว่าเส้นทางตรงหน้ามีพื้นที่ไกลราวห้าร้อยเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยดินแฉะธรรมดาในขณะที่อีกหนึ่งร้อยเมตรข้างหน้าถึงจะมีลักษณะดินเป็โคลนอย่างชัดเจน