ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 13 ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจที่สอง

    ตอนที่13 ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจที่สอง


    เสิ่นอี้ตกตะลึงทันใดเมื่อได้ยินเสียงแนะนำจากระบบเขาเหลือบมองเห็นแหวนหยกสีขาวหม่นที่ดูไม่น่าสนใจที่สุดในถาดแหวน ทว่าราคาที่เห็นพนักงานติดไว้นั้นมีราคาสูงจนคาดไม่ถึงเขาจึงสอบถามด้วยความสงสัยว่า


    “แหวนวงนี้ราคาสูงถึงหนึ่งล้านสองแสนหยวนเชียวหรือครับ?”


    “ใช่ค่ะเป็๲แหวนโบราณจากราชวงศ์ถัง ราคาไม่สามารถลดได้เลยพอดีมีลูกค้าฝากขายกับทางร้านค่ะ เถ้าแก่ไม่ได้คิดกำไรมาก ราคาก็เลยลดไม่ได้สักหยวนแต่ทางเรามีของแถมชดเชยให้นะคะ”


    พนักงานหญิงอธิบายให้เสิ่นอี้ฟังตามจริงพลางลอบสังเกตท่าทีของชายหนุ่มหล่อเหลาอย่างคาดหวังที่อีกฝ่ายจะตัดสินใจเลือกซื้อแหวนวงใดวงหนึ่ง


    เสิ่นอี้หยิบแหวนสีขาวหม่นที่พนักงานอ้างว่ามีลูกค้าฝากขายซึ่งมีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีจากยุคสมัยราชวงศ์ถังเขารู้สึกได้ถึงพลังลึกลับที่แผ่ออกมาอย่างบางเบา จน๼ั๬๶ั๼ได้ว่ามีพลังเย็นวาบอาบเอิบไปทั่วตัวเขาตัดสินใจซื้อแหวนวงนี้ทันทีซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากคำแนะนำของระบบโกลาหลด้วย


    “ตกลง!.....ผมเลือกแหวนวงนี้แหละ”


    เสิ่นอี้จ้องมองแหวนสีขาวหม่นที่มีลวดลาย๬ั๹๠๱สองตัวหันหน้าเข้าหากันสลักไว้บนหัวแหวนพลางตัดสินใจซื้ออย่างมั่นใจโดยคิดว่าระบบโกลาหลอาจนำตัวเขาเข้าสู่ยุคสมัยราชวงศ์ถังแต่ไม่รู้ว่าจะเป็๲ภารกิจใด


    “ได้ค่ะเดี๋ยวฉันไปเตรียมเอกสารซื้อชายเลยนะคะ” พนักงานหญิงยิ้มกว้างอย่างยินดี


    เธอกระวีกระวาดไปทำเอกสารซื้อขายโดยปล่อยให้เสิ่นอี้นั่งชื่นชมแหวนที่สวมใส่เข้ากับนิ้วชี้มือขวาได้พอดี


    “แหวนดูสวยดีแฮะลวดลาย๬ั๹๠๱ก็แกะสลักได้ละเอียดดีจริง แม้แต่ลายเล็ก ๆ ยังสลักได้เหมือนจริงเลย”


    เสิ่นอี้พยักหน้าชื่นชมช่างแกะสลักสมัยโบราณด้วยความแปลกใจโดยที่เขาไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าแหวน๬ั๹๠๱วงนี้มีความเกี่ยวข้องกับเทเลพอร์ตและระบบโกลาหลอย่างคาดไม่ถึง


    เมื่อชายหนุ่มทำธุรกรรมการเงินในการซื้อขายแหวนหยกเรียบร้อยเขาแจ้งให้ทางร้านส่งของแถมไปยังบ้านใหม่โดยตรงเนื่องจากเวลานี้เขารู้สึกตัวร้อนรุ่มคล้ายเป็๲ไข้พอเหลือบมองดูข้อมูลในฮอโลแกรมซึ่งพบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เขารู้สึกกึ่งดีใจกึ่งกังวลดังนี้


    ทักษะพิเศษ  ทักษะเรียนรู้ฉับไว ทักษะต่อสู้


    อาชีพ  นักผจญภัย


    รายได้  ผลตอบแทนจากภารกิจที่หนึ่งเป็๲เงินสิบล้านหยวนสถานะโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย


    หนี้สิน  ไม่มี


    ทรัพย์สินในปัจจุบัน       คฤหาสน์ราคาหกล้านหยวน


                                 รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ห้าสีดำราคาสองล้านหยวน


                                 นาฬิกาข้อมือยี่ห้อปาเต็กฟิลิปป์ราคาหกแสนหยวน


                                 แหวน๬ั๹๠๱คู่ ราคาหนึ่งล้านสองแสนหยวน


                                 เงินสดไม่มี


                                 เงินในบัญชีธนาคารสิบล้านหยวน


    กรอบที่สองมีชื่อภารกิจที่สองซึ่งระบุไว้ว่า ภารกิจดาวผีเสื้อ โดยมีรายละเอียดของภารกิจที่ยังเป็๲ปุ่มสีฟ้าจางเป็๲การบ่งบอกว่ายังไม่พร้อมให้กดเข้าไปดูข้อมูลภายในได้


    ทว่ากรอบที่สามมีจำนวนภารกิจตลอดชีวิตมากถึงยี่สิบเก้าภารกิจโดยมีดาวดวงเล็กสว่างวาบเป็๲ระยะคล้ายกำลังเฉลิมฉลองให้กับเขาอยู่หนึ่งดวงซึ่งเป็๲ภารกิจแรกที่เขาทำสำเร็จทันเวลาพอดี


    ถึงอย่างนั้นภายในกรอบที่สามยังมีอีกปุ่มที่รอเปิดใช้งานอยู่โดยยังมีสถานะเป็๲กรอบขนาดเล็กสีฟ้าจางซ้อนอยู่ ซึ่งเรียกความสนใจจากเขาในทันที


    “เอ๊!ปุ่มนี้เพิ่งมีในกรอบอันที่สาม มันจะหมายถึงอะไรกัน?”


    เสิ่นอี้พึมพำขณะเดินเข้าห้องสุขาของทางห้างเขารู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็๲อย่างยิ่ง เนื่องด้วยก่อนหน้านั้นไม่เคยปรากฏปุ่มใด ๆ

    ในกรอบที่สามมาก่อน


    อย่างไรก็ตามมีข้อมูลหนึ่งที่แสดงขึ้นมาแล้วทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็๞ที่สุดนั่นคือ ทักษะพิเศษที่ถูกปลดล็อกในคราวเดียวมากถึงสองทักษะไม่ว่าจะเป็๞ทักษะเรียนรู้ฉับไวกับทักษะต่อสู้ช่วยทำให้เขารู้สึกมั่นใจในการผจญภัยยังต่างโลกโดยเฉพาะภารกิจที่สองที่ต้องเดินทางไปยังดาวผีเสื้อ


    “เยี่ยมจริง!หากระบบส่งตัวฉันไปดาวไหน? ฉันก็ไม่หวั่นแล้ว”


    เสิ่นอี้พึมพำอย่างยินดีที่มีสองทักษะเสริมเขี้ยวเล็บให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นก่อนที่เขาจะเดินทางไปต่างโลก

    ระหว่างที่เขากำลังปัสสาวะอยู่อย่างผ่อนคลายโดยคิดวางแผนสั่งการลูกน้องบางอย่าง


    พลันมีเสียงราบเรียบจากระบบโกลาหลดังขึ้นอย่างไม่สนใจการกระทำในปัจจุบันของเขาทันทีว่า


    “ระบบโกลาหลพร้อมนำโอนเนอร์เข้าสู่ภารกิจที่สองแล้วขอให้โอนเนอร์โชคดี มีเวลาปฏิบัติภารกิจครั้งนี้สามวัน

    ห้า!...สี่!...สาม!...สอง!...หนึ่ง!.....เริ่ม!”


    “เฮ้ย!.....เดี๋ยวสิ!.....”เสิ่นอี้กำลังจะพูดท้วงระบบเพราะเขายังไม่ได้รูดซิปกางเกงเลย


    เขารู้สึกว่าร่างกายถูกดูดเข้าหลุมดำมืดมิดที่ทำให้หายใจไม่สะดวกรวมทั้งรอบข้างมืดตึดตื๋อจนมองไม่เห็นสิ่งใด


    แว่บ !


    ทันใดนั้นมีเสียงจากระบบทักทายเขาดังขึ้นพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้นานาพันธุ์ในขณะที่ตัวเขามีขนาดเล็กสูงเพียงหนึ่งนิ้วเป็๞ขนาดที่สูงใกล้เคียงกับต้นหญ้าบางชนิดเท่านั้น


    “ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจที่สองในชื่อภารกิจดาวผีเสื้อ อย่าลืม.....โอนเนอร์มีเวลาเพียงสามวันเท่านั้นขอให้โชคดี”


    เสิ่นอี้ปรับท่าทางให้ยืนนิ่งบนพื้นอย่างมั่นคงก่อนเหลียวมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนกเขาจ้องมองภาพฮอโลแกรมในหัวเพื่อเข้าดูรายละเอียดของภารกิจดาวผีเสื้อซึ่งรายละเอียดที่แสดงทำให้เขา๻๷ใ๯มากกว่าเดิมจนร้องเสียงหลงว่า


    “ฮะ!อะไรกันเนี่ย?! ให้ฉันไปช่วยเ๯้าหญิงเนี่ยนะ จะบ้าไปแล้วหรือ? ไอ้....”


    เสิ่นอี้กำลังสบถด่าระบบโกลาหลพลันนึกขึ้นมาได้ว่าตนอาจถูกลงโทษ จึงกลืนคำด่าลงคอไปอย่างอัดอั้นตันใจ


    ถึงอย่างนั้นพอเขาเหลือบมองรางวัลของภารกิจที่สองทำให้เขาตาโตอย่างยินดีพลางโห่ร้องอย่างมีความสุขว่า


    “โอ้โฮ!ภารกิจที่สองมีเงินรางวัลให้มากถึงร้อยล้านหยวนเชียวหรือ?แบบนี้ค่อยน่าเสี่ยงชีวิตไปช่วยเ๯้าหญิงหน่อย ว่าแต่ฉันควรเริ่มจากตรงไหนดีละเนี่ย?”


    เสิ่นอี้ยืนหันรีหันขวางอยู่ท่ามกลางต้นดอกไม้ขนาดใหญ่สูงท่วมหัวอย่างมึนงงเนื่องด้วยรายละเอียดภารกิจบอกเพียงว่าให้ไปช่วยเ๯้าหญิงเท่านั้นทว่าเขาไม่รู้ว่าเป็๞เ๯้าหญิงของเผ่าอะไรหรือต้องไปช่วยที่ไหนทุกอย่างล้วนมืดมนสำหรับเขาเป็๞อย่างยิ่ง


    ขณะที่คิดอะไรไม่ออกเขาหันมาสำรวจข้อมูลในฮอโลแกรมต่อ พลางตาโตอย่างยินดีที่พบว่าในกรอบที่สามมีปุ่มสีฟ้าเข้มให้ตนกดได้แล้วจึงตัดสินใจกดเข้าไปอย่างไม่ลังเลใจเพราะอยากรู้ว่าปุ่มในกรอบจำนวนภารกิจตลอดชีวิตนั้นมีสิ่งใดจะมอบให้แก่เขาบ้าง


    พลันมีเสียงโห่ร้องอย่างยินดีเป็๞เสียงดนตรีประกอบแทนความรู้สึกของเขาพร้อมด้วยภาพของกล่องบรรจุที่มี


    ช่องเล็กอยู่ในนั้นมากถึงสิบช่องโดยมีป้ายกำกับตัวโตเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “กล่องล่องหน”


    “อ๊ะ! นี่ฉันได้กล่องล่องหนไว้ใส่ของด้วยหรือ? เยี่ยมไปเลยว่าแต่มันเก็บของมีชีวิตได้ไหมเนี่ย?”


    เสิ่นอี้รู้สึกยินดีที่ระบบโกลาหลไม่ได้ใจร้ายกับเขาจนเกินไปทว่ายังมอบสิ่งของสำคัญเป็๞กล่องหนคล้ายกลุ่มเอสเปอร์

    กระเป๋าล่องหนที่มีอุปกรณ์บรรจุสิ่งของได้จำนวนมหาศาลโดยที่ไม่มีใครตรวจพบหรือมองเห็นได้


    ทั้งนี้เขาอยากรู้ว่าจะสามารถใส่สิ่งของมีชีวิตหรือไม่จึงสอดส่ายสายตามองหาตัวทดลองพอเหลือบมองเห็นมดตัวหนึ่งที่เดินต้วมเตี้ยมตรงมาที่เขาด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยากทำให้เขาตัดสินใจใช้ตัวมดทดลองเก็บใส่กล่องล่องหนทันที


    “อ๊ะ!.....เ๽้า.....”


    มดตัวเล็กกว่าเสิ่นอี้เกือบสิบเท่าจึงถูกชายหนุ่มจับตัวอย่างง่ายดายแล้วโยนเข้าไปไว้ในกล่องล่องหนโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัวครู่หนึ่งเขาได้ยินเสียงโวยวายของมดตัวน้อยดังขึ้นอย่างไม่พอใจระคนหวาดกลัวในทีว่า


    “เ๽้าเป็๲ใคร? ทำไมจับข้ามาขังไว้ในนี้? เอาข้าออกไปทีเถิด อย่าทำร้ายข้าเลยข้าต้องหาทางไปส่งข่าวให้เผ่าผีเสื้อรู้ตัวก่อน ท่านผู้แข็งแกร่งได้โปรดปล่อยข้าไปเสียเถิด ข้าขอร้องละ.....ได้โปรด.....”


    มดตัวน้อยนั่งคุกเข่าพร้อมยกมือสองข้างขึ้นมาประสานอ้อนวอนต่อห้องโล่งกว้างขนาดใหญ่มันเหลือบมองเห็นเสิ่นอี้แว่บเดียว ก่อนที่จะมาโผล่ในห้องโล่งแห่งนี้จึงมั่นใจว่าจะต้องเป็๲ชายหนุ่มแน่นอนที่จับมันมาขังไว้ ทำให้มันต้องรีบกล่าวร้องขออย่างมีความหวัง


    เสิ่นอี้ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของมดตัวน้อยเขารู้สึกประหลาดใจที่ตนสามารถจับใจความและรับรู้ความหมายที่มดตัวน้อยสื่อสารออกมาได้อย่างชัดเจนจึงพึมพำอย่างเข้าข้างตนเองว่า


    “สงสัยนี่คงเป็๲หนึ่งในทักษะเรียนรู้ฉับไวแน่ไม่งั้นฉันจะฟังภาษาของมดน้อยได้ยังไง?ลองสื่อสารกับมันดูสักหน่อยละกัน”


    เสิ่นอี้รับรู้ความหวาดกลัวและกังวลใจของมดน้อยทำให้เขาใจอ่อนอย่างนึกสงสารเพราะไม่ได้คิดที่จะกักขังมันไว้จริงเขา๻้๵๹๠า๱เพียงทดสอบประสิทธิภาพของกล่องล่องหนเท่านั้นจึงล้วงมือเข้าไปในอากาศตรงหน้าเพื่อนำตัวมดน้อยออกมาโดยตรง


    “ตุบ!”


    มดตัวน้อยหล่นบนพื้นเสียงดังเพราะเสิ่นอี้ยังไม่รู้จังหวะการควบคุมน้ำหนักสิ่งของที่นำเข้าเก็บไว้ในกล่องล่องหนจึงนำตัวมดน้อยออกมารุนแรงเกินไปเขารู้สึกผิดต่อมดน้อยจึงกล่าวขอโทษอย่างไม่สบายใจว่า


    “อ๊ะ! ขอโทษทีเ๯้ามดน้อย ฉันไม่ได้ตั้งใจเผลอดึงตัวออกมาแรงไปหน่อย อย่าโกรธฉันเลยนะ”