ในยุคนี้การมีน้ำแข็งได้คือการเก็บน้ำแข็งในฤดูหนาวตัดเป็นก้อนใหญ่แล้วใส่ในห้องใต้ดินเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้แล้วค่อยๆ ตัดมาใช้ส่วนใหญ่ก็ใช้แค่ในวังเพราะอากาศร้อนน้ำแข็งก็ละลายเร็ว
แต่นี่สามารถทำขึ้นมาเองแถมยังทำเป็นน้ำหวานกินได้อีกต่างหากเป็นอย่างที่เจ้าของขาดว่าจริงนางมีเรื่องให้แปลกใจมากมายจริงๆ
“พ่อครัวพวกเขามาแล้ว” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูเจ้าคะ” ลู่จื่อที่วิ่งตามมาจากเรือน
“มีอะไร” หยวนเข่อชิง
“ผ้ากันเปื้อนเจ้าค่ะ” ลู่จื่อหอบ
คุณหนูของนางนี่เร็วจริงๆ แค่นางเข้าไปหยิบผ้ากันเปื้อนให้ก็เดินออกมาถึงโรงครัวแล้ว
“ไปเก็บผักมาให้หน่อยจะทำสลัดเลี้ยงแขก” หยวนเข่อชิง
“เจ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“คุณหนู” แม่นมสี
“อ้อมาแล้วท่านเว่ยหมิงมารดาของท่านตั้งใจทำข้าวเกรียบกุ้งมาให้ท่านลองชิมเสียหน่อย” หยวนเข่อชิง
แม่นมสียื่นถาดไม้ที่มีขนมเกรียบให้ชายหนุ่มลองชิม
“ขอบคุณท่านแม่” เว่ยหมิง
“เชิญมานั่งตรงนี้เถอะ” หยวนเข่อชิง
ตรงหน้ามีกระบอกไม้ไผ่และถ้วยใส่ข้าวแห้งหยวนเข่อชิงใส่ข้าวแห้งลงไปในถ้วยไม้ไผ่เทผงปรุงรสลงไปและเทน้ำร้อนแล้วปิดฝา
“นี่คือโจ๊กสำเร็จรูป” หยวนเข่อชิงเตรียมไข่ลวกไว้ข้างๆ
แถมในถาดมีแผ่นหมูกรอบวงกลมรอวางใส่ด้านบน
“รอไม่ถึงจิบชาเอาเป็นว่าประมาณสามเฟินเร็วกว่าการรอบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเล็กน้อย” หยวนเข่อชิง
ระหว่างนั้นก็ได้ถาดไม้ที่เต็มไปด้วยผักสดสีเขียวตัดด้วยสีแดงของมะเขือเทศนางวางแยกไว้แล้วฉีกไก่ต้มลงใส่อีกจานและเริ่มเอาไข่เหล้าขมน้ำตาลเกลือมัสตาร์ดและน้ำมันใส่ลงในโถปั่น
จากนั้นก็ปิดฝาแล้วดึงเชือกที่ปากโถเพื่อให้ใบพัดด้านในหมุนไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นนางก็ค่อยๆ เติมน้ำมันลงไปสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นจากของเหลวที่ปั่นอยู่เมื่อค่อยๆ เติมน้ำมันแล้วของที่ควรจะเหลวกลับแข็งตัวเป็นครีมขึ้นมา
“นี่มันคือ” มายองเนสน่ะแต่ข้าเพิ่มน้ำตาลเพื่อให้รสกลมกล่องมากขึ้นหน่อย"หยวนเข่อชิง
นางตักมายองเนสราดลงถ้วยสลัดที่นางใส่เนื้อไก่ฉีกลงไปแล้วและตักแบ่งใส่จานให้ทั้งสองหนุ่ม
"โจ๊กน่าจะพร้อมแล้วท่านเปิดฝาได้เลยหากท่านอยากได้เครื่องเคียงอะไรก็ใส่ได้เลยตรงนี้มีผักดองแต่รสไม่เปรี้ยวจนขมเหมือนที่พวกท่านเคยกินแน่นอน
ผักดองของนางที่มาเรียงมีหลากหลายแถมสีสันสวยงาม
“อร่อยมาก” เว่ยหมิง
ฉินมู่หยางที่ไม่พูดอะไรสักคำนั่งกินโจ๊กอยู่เงียบๆ มันอร่อยจริงๆ ทั้งผักสดและผักดองของนางล้วนแต่อร่อยด้วยกันทั้งหมด
“ข้าวนี้แม้ไม่มีผงปรุงรสท่านก็กินเป็นข้าวต้มกับผักกองก็ได้ส่วนชาชูหมูกรอบนี้ทำไว้ต้อนรับท่านไม่ได้ทำขายตลอดถ้าอยากได้ต้องสั่ง” หยวนเข่อชิง
“ผักของท่านทำไมหวานกรอบ” เว่ยหมิงไม่เข้าใจ
เพราะธรรมดาผักหากที่เคยกินมักมีรสชาติขมเสมอ
“เป็นเพราะเราเก็บหลังปลูกเป็นเวลาสี่สิบห้าวันและเก็บอย่างดีผักในตลาดส่วนใหญ่เพราะปลูกในจำนวนมากจึงไม่ได้เก็บวันที่สี่สิบห้าครั้งเดียวผักจึงแก่ทำให้ขม” หยวนเข่อชิง
“อีกอย่างเราเก็บตอนเช้าที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยเจ้าค่ะ” ลู่จื่อเสริม
“เก่งมาก” หยวนเข่อชิงขยี้ผมสาวใช้
ส่วนคนโดนชมก็ยิ้มตาหยี
ฉินมู่หยางเห็นหยวนเข่อชิงยิ้มเพียงเล็กน้อยเขาก็เผลอยิ้มตามนางรอยยิ้มนี้ทำให้เว่ยหมิงตกใจเพราะรอยยิ้มของท่านแม่ทัพจะเกิดขึ้นตอนที่ข้าศัตรูได้แล้วเท่านั้นและไม่เคยเห็นยิ้มสบายใจอย่างนี้
ตัวเขาคิดไปไกลว่าท่านอ๋องอาจจะรำคาญแล้วอยากจะกุดหัวใครสักคน
“แล้วหากอยากสั่งผักสดล่ะ” ฉินมู่หยาง
“หากท่านยังอยู่ที่นี่ก็สั่งได้ทั้งปีข้าปลูกได้ตลอดปีแม้แต่หน้าหนาว” หยวนเข่อชิง
“จะเป็นไปได้อย่างไร” เว่ยหมิง
“ท่านกินให้เสร็จก่อนข้าจะให้ท่านดู”หยวนเข่อชิง
“แล้วสินค้าอีกอย่างล่ะ” ฉินมู่หยาง
“เดี๋ยวท่านไปเดินย่อยก่อนกลับมากินของว่างยังไม่สาย” หยวนเข่อชิงนั่งรอทั้งสองกินอาหาร
ซึ่งก็ไม่นานเพราะพริบตาเดียวอาหารก็หมดเกลี้ยงเพราะเป็นอาหารรองท้องเท่านั้นของจริงยังไม่ได้เริ่ม
หยวนเข่อชิงเดินมาที่แถวที่เด็กๆ กำลังต่อแถวรับไอติมอยู่
“ตอนเที่ยงร้อนมากกินอะไรคลายร้อนหน่อยอาเจ่าข้าเอารสกะทิ” หยวนเข่อชิง
นางรับไอติมแท่งสีแดงสีเขียวมายื่นให้ฉินมู่หยางและนางก็รับไอติมแท่งขาวนวลมากิน
“สีแดงคือน้ำฉ่าวเหมยส่วนสีเขียวคือน้ำใบเตย” หยวนเข่อชิง
ฉินมู่หยางมองแท่งไอติมและรับมาตั้งแต่นั่งลงกินอาหารเขายังไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องหยวนเข่อชิงแต่แทนที่นางจะเขินอายนางก็อธิบายต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายอยากจะจับผิดอะไร
เมื่อเดินมาถึงโรงปลูกผักนางก็เปิดประตูเข้าไป
น่าแปลกที่ภายนอกปิดทึบแต่ภายในมีแสงสว่างส่องเข้ามาจากทางหลังคา
“กลมๆ นั่นคือ” เว่ยหมิง
“ขวดแก้วใส่น้ำเมื่อต้องแสงแดดจะสะท้อนแสงเข้ามาภายในน่ะตอนนี้ข้าหาวิธีทีทำกระจกได้แล้วอีกหน่อยที่นี่จะกลายเป็นเรือนกระจกที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้” หยวนเข่อชิง
“ถึงสามารถปลูกผักได้ทุกฤดูสินะ” ฉินมู่หยาง
จะว่าไปไอติมรสฉ่าวเหมยนี่อร่อยจริงๆ
“ใช่แล้ว” หยวนเข่อชิง
“แปลกมากที่นี่เหมือนที่ปิดแต่หายใจไม่อึดอัดเลย” เว่ยหมิง
“เพราะทำระบบระบายอากาศจะมีช่องอากาศที่ปิดเพื่อระบายอากาศออกและกรองอากาศที่เข้ามา” หยวนเข่อชิง
“ระบบนี้” ฉินมู่หยาง
“ไม่ขาย” หยวนเข่อชิง
นางลืมตัวไปเพราะนึกว่ากำลังคุยกับโจวจื่อหยวนคนสองคนนี้มีอะไรบางอย่างที่คล้ายกันไม่ใช่หน้าตาแต่เป็นอะไรสักอย่าง
“ดูเหมือนเจ้าจะขายสิ่งประดิษฐ์บ่อย” ฉินมู่หยาง
“บ่อยจริงไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีทุนมาทำการค้าได้หรอก” หยวนเข่อชิง
“แต่ว่าท่านอ๋องมีเบี้ยให้ไม่ใช่หรือ” เว่ยหมิง
“เจ้านายของพวกท่านขี้เหนียวจะตายนอกจากไม่ให้เบี้ยข้ายังจะยึดสินเดิมข้าไปอีก” หยวนเข่อชิง
เว่ยหมิงที่ตกใจที่หยวนเข่อชิงด่าเจ้านายของเขาต่อหน้ากำลังจะอ้าปากเถียงแต่ถูกฉินมู่หยางห้ามไว้
“แล้วเจ้าได้สินเดิมคืนหรือยัง” ฉินมู่หยาง
“ได้คืนมาแค่ครึ่งเดียวอีกครึ่งยังทำเป็นมึนไม่คืนมาเสียอย่างนั้น” หยวนเข่อชิง
“แต่ท่านอ๋องไม่รู้เรื่อง” เว่ยหมิงทนไม่ไหว
“แล้วปัดความรับผิดชอบได้หรือ” หยวนเข่อชิง
“ไม่ได้” ฉินมู่หยางยอมรับ
“ท่านยังมีความเป็นธรรมอยู่ฝากไปบอกท่านอ๋องด้วยว่าพรุ่งนี้ข้าขอเข้าพบเขา” หยวนเข่อชิง
“ท่านอ๋องไม่อยู่” ฉินมู่หยาง
“ไปไหนอีกล่ะ” หยวนเข่อชิง
“ออกไปสำรวจพื้นที่เสี่ยง” ฉินมู่หยาง
“เสี่ยงอะไร” หยวนเข่อชิง
“น้ำท่วม” ฉินมู่หยาง
“สรุปท่านอ๋องนี่ป้องกันศัตรูหรืออยู่หน่วยสาธารณภัย” หยวนเข่อชิง
"ภัยพิบัติก็ถือเป็นศัตรู"ฉินมู่หยาง
“เมื่อไหร่เขาจะกลับ” หยวนเข่อชิง
“ยังไม่รู้” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นข้าจะรอ” หยวนเข่อชิง
“มีอะไรฝากถึงหรือไม่” ฉินมู่หยาง
“ไปกินข้าวก่อนเถอะ"หยวนเข่อชิง
ตอนนี้นางหมดความกระตือรือร้นที่จะสาธิตแล้วเมื่อเดินมาถึงโรงอาหารก็มีอาหารรอไว้แล้ว
“อาหารเย็นหมดแล้ว” เว่ยหมิง
“นี่คือสิ่งที่ข้าจะสาธิตให้ดู” หยวนเข่อชิง
นางหยิบกล่องไม้สองชั้นมาเปิดด้านในมีสองชั้นในชั้นล่างมีถุงผ้านางจึงเทน้ำลงไปแล้ววางแผ่นโลหะที่กั้นชั้นของกล่องเอาไว้แล้วเอาจานอาหารวางลงไปแล้วปิดกล่อง
นางทำอย่างนี้กับอาหารทุกจานรอเพียงแค่จิบชาจึงเปิดกล่องทำให้ทั้งสองคนแปลกใจที่มีไอร้อนลอยออกมา
“นี่เรียกว่ากล่องอุ่นอาหาร” หยวนเข่อชิง
“มันทำให้อาหารร้อนขึ้นจริงๆ” เว่ยหมิงพูดอย่างตื่นเต้น
ฉินมู่หยางเอามือแตะที่จานอาหารและเห็นว่ามันร้อนจริง
“ใช้ต้มน้ำได้หรือไม่” เว่ยหมิง
“ไม่ได้แต่อย่าน้ำถุงมารวมกันและอย่าให้เปียกน้ำอาจเกิดไฟไหม้ได้” หยวนเข่อชิง
“แล้วทำไมจึงใช้ต้มน้ำไม่ได้” ฉินมู่หยาง
“ความร้อนไม่พอ” หยวนเข่อชิง
________
ท่านอ๋องยังไม่เฉลยทำเนียนๆ ไปก่อน