ตอนที่ 14 มาร์คัสขันอาสา
“้ารับอะไรดีครับ!!” คุณตาเกล เอ่ยถามกับนักผจญภัยทั้งสอง ที่เข้ามาเป็ลูกค้าของทางร้าน
“เอ่อ...พวกเราสองคนไม่รู้ว่า อาหารนี้มีชื่อว่าอะไร แต่เราอยากกิน เ้าสิ่งนี้!!” โทมัสชี้นิ้วไปที่ห้องครัว
ฟังดูอาจเป็การสั่งอาหารที่ดูแปลกประหลาดไปบ้าง แต่นี่เป็ทางเดียวที่โทมัสจะสามารถบอกกับทางร้านได้แล้ว
โทมัสไม่รู้จักชื่อของอาหาร อีกทั้งยังไม่เคยเห็นถึงหน้าตาของมันอีกด้วย...การที่ชายหนุ่มเลือกที่จะเข้ามาในร้านอาหารที่เก่าและทรุดโทรมแห่งนี้ ก็เพราะเขาถูกดึงดูดด้วยกลิ่นของอาหารที่มาจากร้านแห่งนี้ก็เท่านั้น
คุณตาเกลเองก็รู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน การที่ลูกค้าชี้ไปในครัวมันคืออะไร? หรือจะกินอาหารทั้งหมดในครัวแห่งนี้...ถ้าอย่างนั้นก็เื่ใหญ่แล้ว!!
“หมูผัดผัก? เนื้อย่าง?! ข้าวต้มหมู? ลูกค้าหมายถึงเมนูพวกนี้ใช่หรือไม่?!”
คุณตาเกลเลือกที่จะเสนอเมนูที่ขายดีของทางร้านออกไป
หากแต่ว่าสองนักผจญภัยกับส่ายหน้า “พวกเราอยากกินอาหารที่มาจากกลิ่นนี้!” โทมัสและจิมคราวนี้ทำจมูกฟุดฟิดเพื่อสูดดมกลิ่นที่ลอยมา
“. . .”
คุณตาเกลนิ่งไปสักพัก เมื่อเห็นลูกค้าทั้งสองคน ทำท่าทางสูดดม
โทมัสและจิม ก็เกิดความเอียงอาย...ขนาดทำท่าทางแบบนี้แล้ว เ้าของร้านก็ยังไม่รู้ คราวนี้มันสองคนก็จนปัญญาแล้ว
แต่ไม่ทันที่พวกมันสองคนจะอ้าปากพูดเพื่อสั่งอาหารอยู่นั่นเอง...ทางด้านของคุณตาเกลก็ได้ชิงพูดดักขึ้นมาก่อน
“อาหารนี้มีชื่อว่าข้าวไข่เจียวหมูสับ! แต่...”
ที่คุณตาเกลนิ่งไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าลูกค้าทั้งสองคนตั้งใจจะสื่อถึงอะไร เพียงแต่เขาไม่รู้จะบอกกับลูกค้าทั้งสองคนว่ายังไงดี...เพราะอาหารที่ลูกค้าทั้งสองคนสั่งนั้น ตนเองนั้นทำไม่เป็ อีกทั้งร้านนี้ก็ไม่มีเมนูที่ว่านี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คุณตาเกลกำลังคิดหาคำตอบเพื่อบอกกับลูกค้าทั้งสองอยู่นั้น
จู่ๆ ทางด้านของมาร์คัสก็ได้เดินพรวดพราดเข้ามา พร้อมกับเสนอตัวที่จะทำเมนูนี้ให้กับทั้งสองคนได้กินเอง!
“เดี๋ยวก่อนมาร์คัส...นั้นมันเป็อาหารที่ไลท์เป็คนคิดขึ้น เราไม่ควรขโมยเมนูของคนอื่นมาเป็ของตัวเอง!!” คุณตาเกลรีบวิ่งตามมาร์คัส พลางดึงเสื้อของลูกชายให้หันกลับมาฟังในสิ่งที่ตนพูด
“เงียบเถอะน่าพ่อ ขโมย? ผมไม่เห็นว่าเราจะขโมยเมนูของหมอนั้นตรงไหน อาหารแบบนั้นใครๆ ก็ทำกันได้...อีกอย่างการที่มันมาอาศัยอยู่ในบ้านของเรา ก็ควรตอบแทนพวกเราบ้าง กับอีแค่เมนูอาหารทำเป็เื่ใหญ่ไปได้!!” มาร์คัสสะบัดมือของพ่อออกไป ก่อนจะเดินหน้าตั้งเข้ามาในห้องครัว
โดยในขณะนั้น มาร์วินลูกชายของตนก็กำลังรบเร้าขอให้ไลท์ ทำข้าวไข่เจียวหมูสับ อีกจานให้กับตนเองพอดิบพอดี
“ไม่เห็นจะต้องให้ไอ้นอกรีตนั้นทำเ้าเลย...เมนูนั้นพ่อทำให้เ้ากินเองก็ได้!!” มาร์คัส ยังคงโกรธไลท์ ไม่ต่างจากตอนแรก
การที่เห็นทักษะงานครัวที่เก่งกาจของอีกฝ่าย ที่นอกจากจะทำอาหารได้อร่อยแล้ว ทักษะการใช้มีด ไม่ว่าจะเป็การหั่น การซอย หรือแม้แต่การพลิกกระทะด้วยมือเพียงข้างเดียว ทั้งหมดล้วนทำให้มาร์คัสที่มีอายุมากกว่า รู้สึกอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
และการได้เห็น ยูริ ที่เป็เมียของตนเอง ใช้สายตากรุ้มกริ่มมองไอ้คนนอกรีตอย่างไลท์ จนไม่วางตาด้วยแล้ว
มันก็แทบอยากจะอัดไลท์ให้แขนขาพิการไปตลอดชีวิตเสียเต็มประดา ติดก็ตรงที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมัน ดูจะติดอกติดใจกับเมนูข้าวไข่เจียวหมูสับของอีกฝ่ายมากเหลือเกิน
ทำให้มันไม่มีช่องว่างที่จะแทรกตัวได้เลย มันจึงได้กระฟัดกระเฟียด โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกมาจากครัวเป็อย่างที่เห็น
ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ร้านอาหารมีลูกค้าและอยากที่จะกินเมนูข้าวไข่เจียว เข้ามาในร้านพอดิบพอดี มาร์คัสจึงหวังใช้โอกาสนี้ เอาใจลูกชายและภรรยา หวังให้ทั้งสองกลับมาอยู่ฝ่ายเดียวกับมันนั่นเอง
“เกิดเื่อะไรขึ้นตาแก่ ทำไมถึงได้วิ่งหน้าตั้งมาแบบนี้!!” คุณยายเฮลีย์ที่อยู่ในครัว ไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดเื่อะไรขึ้น แต่จากที่เห็นผู้เป็สามีที่มีอายุไม่ต่างจากตน วิ่งกลับเข้ามาในครัว ด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก...ดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ
ยิ่งกอปรกับคำพูดของมาร์คัสที่พูดกับมาร์วินด้วยแล้ว ‘หรือว่า มาร์คัสจะทำข้าวไข่เจียวหมูสับ!!’
“ไม่ได้นะมาร์คัส เมนูนี้เป็ของไลท์นะ!!” หญิงชรารีบเข้ามาห้าม แต่ก็สายไปแล้ว มาร์คัสได้ขยับร่างอันอ้วนท้วนของมันเข้ามาอยู่ใกล้เตา พร้อมกับเริ่มเตรียมที่จะสับหมูสำหรับ 3 จาน เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
‘ตัก.ตัก…ตัก!’
‘ลงแรงน้ำหนักแรงเกินไป จังหวะสับก็เว้นช่องว่างห่างกันมากเกินไป เปลืองแรงจริงๆ’
ในระหว่างที่มาร์คัสกำลังลงมีดเพื่อสับหมู ไลท์ที่ถูกกีดกั้นออกมาด้านนอก ก็อาศัยจังหวะนี้ มองสำรวจพ่อครัวในโลกนี้อย่างมาร์คัสไปเสียเลย
เพราะถึงแม้เขาจะมั่นใจในทักษะการทำอาหารของตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็จำเป็ต้องรู้ทักษะของคนอื่นๆ ด้วย
เพราะโลกนี้นั้นแตกต่างจากโลกก่อนตรงที่ทักษะของผู้คนถูกประเมินผ่านระบบออกมาได้ ยิ่งกอปรกับข้อมูลที่ไลท์ได้ใช้สำรวจมาร์คัสเอาไว้ด้วยแล้ว เขาก็ได้รับรู้ว่า มาร์คัสนั้นมีความสามารถพิเศษอย่างทักษะการทำอาหารอยู่ในตัวเฉกเช่นเดียวกับคุณตาเกล
ดังนั้นไลท์จึง้าที่จะรู้ถึงระดับของมาร์คัสว่ามีความสามารถมากแค่ไหน...แต่จากที่เขาเฝ้ามองมาได้สักระยะ แม้ตัวมาร์คัสจะยังไม่ได้ลงมือเริ่มต้นทำอาหารเลยก็ตาม ไลท์ก็ได้ข้อสรุปออกมาในใจว่า ‘ต่ำกว่ามาตรฐาน!!’
หากมาร์คัสอยู่ในห้องครัวของเขาที่โลกก่อน ป่านนี้คงได้ถูกเขาไล่ออกจากครัวไปแล้ว!
ไม่ว่าจะการหั่นหรือการสับเนื้อสัตว์ ไม่ต่างอะไรกับมือสมัครเล่นที่พอจะทำครัวเป็ ถ้าให้ทำอาหารในชีวิตปกติ อาจถือเป็พ่อครัวที่โดดเด่น แต่ถ้ายกระดับขึ้นมาเป็พ่อครัวในภัตตาคารแล้วละก็ มาร์คัสคือพ่อครัวที่สอบตก!
เมื่อประเมินแล้วว่าทักษะการทำอาหารของมาร์คัส ไม่ผ่านมาตรฐานของเขา ไลท์ที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ก็เริ่มหมดความสนใจ พร้อมกับเบือนหน้าหนี
มาร์คัสที่เห็นอย่างนั้น จึงอดค่อนแคะในใจ ว่าทักษะของตนเองนั้นกำลังคุกคามอีกฝ่ายอยู่ จนไม่กล้ามอง
มาร์คัสเริ่มลงมือทำตามขั้นตอนที่ไลท์เคยทำแทบจะทุกประการ ไม่ว่าจะเป็การเหยาะเกลือใส่ลงไปในไข่ที่ได้ตีคลุกเคล้ากับหมูสับเพื่อเพิ่มรสชาติ ก่อนจะทำใจดีสู้เสือ ทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยกล้าทำมาก่อน อย่างการทอดไข่เป็ครั้งแรก
มาร์คัสได้ราดชามไข่ลงไปในกระทะที่มีน้ำมันเดือดพล่าน เสียงดัง ‘ซูม!!’ ไข่ได้กระจายตัวออกจากกันเป็วงกว้าง
สีหน้าของมาร์คัส ได้แย้มยิ้มออกมาในทันที เมื่อพบว่าไข่ที่มันนำลงไปในเตา ก็ไม่มีน้ำมันกระเด็นออกมาเช่นกัน
‘ไอ้นอกรีตแกก็แค่รู้เื่ไข่มากกว่าฉันนิดหน่อยเท่านั้นเอง!!’
มาร์คัสแสยะยิ้ม แต่แล้วในระหว่างที่มันกำลังชะล่าใจอยู่นั่นเอง ควันไฟจากกระทะก็ดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นในทันใด
กลิ่นไหม้จากกระทะได้ลอยโชยเป็ควันโขมง...มาร์คัสเริ่มตื่นตระหนกเพราะรู้สึกว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันผิดไปจากสิ่งที่ตนเคยเห็นจากไลท์
‘ทำยังไงต่อ...ต้องถึงเวลาพลิกกลับด้านแล้วใช่ไหม!!’ มาร์คัสไม่รู้วิธีการพลิกกระทะด้วยมือเพียงข้างเดียวมาก่อน
แต่เพราะด้วยความที่เคยเห็นไลท์ทำมาก่อนและอีกฝ่ายก็ทำเหมือนง่ายๆ ดังนั้นมันจึงตัดสินใจที่จะลงมือทำ มันยกกระทะขึ้นลอยเหนือจากเตา ก่อนจะออกแรงที่มีทั้งหมดเข้าไปที่มือข้างขวาแล้วก็...โยน
ใช่แล้ว...โยน!! หลักการพลิกของกระทะที่ต้อง ดันไปหน้าและหลัง ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง!!
ไข่ที่ควรจะลอยโค้งตามขอบกระทะอย่างสวยงาม เมื่อถูกโยนก็ตกกลับลงสู่กระทะตามเดิม ไม่มีการพลิกใดๆ ทั้งสิ้น
มาร์คัสเห็นท่าไม่ดี เมื่อรู้ว่าการพลิกกระทะของตัวเอง มันไม่ง่ายเหมือนกับที่ไลท์เคยทำ ดังนั้นมันจึงต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ด้วยการ หยิบตะหลิวที่มันคุ้นชินขึ้นมากลับด้านไข่เสียแทน
และไข่ที่ถูกพลิกกลับมาในตอนที่สายเกินไป ก็ออกมาในรูปของสีน้ำตาล ค่อนไปทางดำ หรือไหม้ไปแล้วนั่นเอง
มาร์คัสไม่รู้ว่าไข่ที่ออกมาในรูปนี้ คือไข่เจียวที่เสียไปแล้ว ดังนั้นมันจึงยกออกไปเสิร์ฟในสภาพเช่นนี้
แน่นอนว่าไลท์รับรู้ถึงความผิดพลาดของมาร์คัสเต็มสองตา นับั้แ่ที่เขาเห็นควันจากกระทะลอยพวยพุ่ง ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องครัว เขาก็รู้แล้วว่า ไข่เจียวหมูสับของมาร์คัสคงเป็ไข่เจียวหมูสับที่พังพินาศ
และผลลัพธ์ก็เป็ดั่งที่ไลท์ได้คาดเอาไว้ไม่ผิด เมื่ออาหารได้ถูกยกไปให้กับลูกค้า นักผจญภัยทั้งสองคน และตัวของมาร์วินผู้เป็ลูกชายของมาร์คัส
ปฏิกิริยาของทั้งสามเมื่อได้ตักข้าวไข่เจียวหมูสับฝีมือมาร์คัส เข้าปากคำแรก ก็ออกมาแบบเดียวกัน...ถุ้ย!!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ยังมีอีกตอนลงตอน 2 ทุ่มนะครับ