ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 122 หาที่พึ่ง

           “เจ้ารู้เรื่องชา?”

           มู่หรงโยวรั่วมองตู้เซ่าฝู่ แสดงสีหน้าตกใจมาก

           “ไม่รู้”

           ตู้เซ่าฝู่ส่ายหัว จากนั้นบอกว่า “ข้าไม่ค่อยดื่มชาหรอก ข้าดื่มเหล้าบ่อยกว่าดื่มชาเยอะแม้ข้าจะไม่ค่อยรู้เรื่องชา แต่พอมองออกว่าชานี้อร่อยรสชาติละมุนลิ้น ระดับรสสัมผัสชาอยู่ในขั้นสูง”

           หยุดชะงักไปสักครู่ตู้เซ่าฝู่ก็พูดต่อว่า “สีของน้ำชาเป็นสีเหลืองใสอ่อนๆรสชาตินุ่มและให้ความรู้สึกสดชื่น ชาทิ้งความหวานติดปาก กลิ้นหอมอ่อนๆอย่างติดตรึงใจ ทั้งนี้ยังให้รู้สึกถึงความเข้มข้นกำลังดีของชาคำแรกที่ชาแตะลิ้นยังไม่ได้รสชาติอะไรแต่เมื่อผ่านไปสักครู่กลิ่นและรสชาติละมุนทั้งหลายถั่งโถมออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ทำให้ผู้ลิ้มรสรู้สึกเคลิบเคลิ้ม”

           เมื่อตู้เซ่าฝู่พูดจบ ก็ยกชาขึ้นมาดื่มอีกหลายอึกและกระดกก้นแก้วซดจนหมดจากนั้นอุทานออกมาว่า “ชารสเลิศจริงๆ!”

           เมื่อมู่หรงโยวรั่วได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาของนางก็สั่นไหว ริมฝากปากแดงๆ อันน่าหลงใหลของนางขยับ กล่าวว่า “แม้เจ้าไม่รู้เรื่องชา แต่เจ้าสังเกตได้อย่างดีเยี่ยม ไม่รู้แต่ก็เท่ากับรู้โดยรวมแล้ว อย่างที่คนโบราณว่ากันว่าเพลงหรืองิ้วต่างก็ไพเราะเช่นเดียวกันต่างกันเพียงอย่างหนึ่งฟังง่ายอีกอย่างหนึ่งฟังยาก คำอธิบายเจ้าถือว่าดีแล้ว”

           “งิ้วอาจมองว่าเป็นเพลงอย่างหนึ่งเพลงอาจมองว่าเป็นการร้องในการแสดงงิ้วชนิดหนึ่ง…”

           ตู้เซ่าฝู่ครุ่นคิดไปสักครู่หนึ่ง จากนั้นหันไปมองมู่หรงโยวรั่วกล่าวว่า “ชานี้เก็บไว้ภายในบ้าน น่าจะเป็นชาที่แม่นางมู่หรงชอบมากที่สุดใช่หรือไม่?”

           “พี่เซ่าฝู่เก่งจังเลยชานี้น้าเล็กเป็นคนผลิตเองเลย ไม่เคยขายให้ใครเลยนะชานี้ปกติข้าเองก็ไม่ได้มีโอกาสได้ดื่ม แต่ว่าข้าไม่ค่อยชอบดื่มชาชนิดนี้อยู่แล้วรสชาติแรงเหมือนสุราเข้มข้นเลย ไม่เหมือนชาเลยสักนิด” ไต้ซิงอวี่อธิบายให้ฟังข้างๆ

           ตู้เซ่าฝู่ประหลาดใจมาก จ้องมู่หรงโยวรั่วกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าแม่นางมู่หรงจะผลิตชาเป็นด้วยไม่ทราบว่าชาชนิดนี้มีชื่อหรือไม่?”

           “ชื่อว่าชาหงส์” มู่หรงโยวรั่วลังเลสักครู่ จากนั้นพูดเสริมไปว่า “เจ้าเป็นคนแรกที่รู้ชื่อของชาชนิดนี้”

           “ชาหงส์เป็นชื่อที่ดีเลยทีเดียว เหมาะกับมันมาก” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

           “พวกท่านคุยกันไปเถิด ข้าจะไปเล่นกับเสี่ยวเชวียนเชวียน” ไต้ซิงอวี่คิดว่าตนร่วมบทสนทนาด้วยไม่ได้เลย จึงอุ้มอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนไว้ในอ้อมกอดและเดินออกจากห้องโถงไป

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนแสดงสายตาเศร้าหมองพยายามขอความช่วยเหลือกับตู้เซ่าฝู่น่าสงสารที่ว่าตู้เซ่าฝู่แกล้งทำเป็นไม่เห็น

           “หากเจ้าออกไปจากมณฑลหลันหลิงในตอนนี้ น่าจะหลีกเลี่ยงปัญหาไปได้มาก” มู่หรงโยวรั่วมองหน้าตู้เซ่าฝู่ขณะพูด

           ตู้เซ่าฝู่เข้าใจดีว่ามู่หรงโยวรั่วกำลังอยากจะสื่ออะไรเขาส่ายหน้า บอกว่า “ข้าเพิ่งถึงเมืองหลวงมณฑลหลันหลิงเมื่อวานธุระยังจัดการไม่สำเร็จ เรื่องจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าถึงออกไปได้

           มู่หรงโยวรั่วมองตู้เซ่าฝู่จากนั้นนางก็กล่าวว่า “เอาอย่างนี้แล้วกันข้าจะคิดหาวิธีให้ หวังว่าจะมีประโยชน์นะ”

           “ขอแค่พวกเจ้าไม่ลำบากก็พอ”

           ตู้เซ่าฝู่ฟังออกจากคำพูด มู่หรงโยวรั่วน่าจะพอมีความสัมพันธ์กับกลุ่มอิทธิพลในมณฑลเช่นนี้แล้วเขาก็รู้สึกวางใจ ขอแต่ตนไม่ต้องทำให้พวกนางต้องลำบาก เขาพูดกับมู่หรงโยวรั่วต่อไปว่า“แม่นางมู่หรง สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงมีที่มาที่ไปอย่างไร?”

           “สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงคือชายหนุ่มสี่คนในเมืองหลันหลิง พวกเขาสี่คนมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดากันเมื่ออิทธิพลใหญ่ที่สนับสนุนพวกเขาสี่คนรวมตัวกัน สามารถที่จะกุมอำนาจได้ทั้ง มณฑลหลันหลิงเลยทีเดียวในสี่คนนั้นเจ้าเคยเจอกัวคุนกับเฮ่อจวิน อีกสองคนที่เจ้ายังไม่เจอคือเมิ่งไหลไฉกับหานซิน” มู่หรงโยวรั่วบอกกับตู้เซ่าฝู่

           ตู้เซ่าฝู่รู้ข้อมูลได้จากปากของมู่หรงโยวรั่วเบื้องหลังของสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงมีอิทธิพลอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ

           ในเมืองหลันหลิงมีว่าจะกลุ่มมีอิทธิพลใหญ่เล็กแค่ไหนแต่ก็เทียบกับพวกเขาที่มีอิทธิพลสูงที่สุด ได้แก่ “สำนักพยัคฆ์ขาว” “สวนโบราณ” “ร้านชี่เป่า”เป็นต้น

           สำนักพยัคฆ์ขาวคือสำนักที่ยิ่งใหญ่มีอำนาจที่สุดในมณฑลหลันหลิงมียอดฝีมือถือกำเนิดจากที่นั่นมากมาย พละกำลังความสามารถเหนือชั้นพวกเขาครอบครองตลาดมืดในมณฑลหลันหลิงอยู่หลายแห่ง

           ร้านชี่เป่าเป็นร้านค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมณฑลหลันหลิงความร่ำรวยของพวกเขาทำให้คนทั้งเมืองยังต้องเกรงใจ

           สวนโบราณเป็นสถานที่นันทนาการที่สวยงามมากไม่มีใครคิดว่าสวนโบราณไม่ใหญ่ ที่นั่นคือสถานที่ที่คึกคักที่สุดในมณฑลหลันหลิงค่าใช้จ่ายในการไปที่นั่นแต่ละครั้งสูงมาก คนที่สามารถเข้าไปในสวนโบราณได้ล้วนแต่คือคนที่มีสถานะไม่ธรรมดา และต้องเป็นสมาชิกจึงจะเข้าไปได้แค่ค่าบัตรสมาชิกก็ต้องใช้เงินเป็นแสนเสวียนแล้ว

           สี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงกัวคุนคือบุตรชายเจ้าของร้านชี่เป่า เฮ่อจวินเป็นบุตรชายเจ้าสำนักพยัคฆ์ขาว เมิ่งไหลไฉเป็นบุตรชายเจ้าของสวนโบราณส่วนหานซินคือบุตรชายของเจ้าเมืองหลันหลิง

           เด็กหนุ่มสี่คนนี้รวมตัวกันเป็นสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงก็ไม่มีจุดไหนที่ไม่เหมาะเลย

           ส่วนที่คนของมณฑลหลันหลิงเรียกเด็กหนุ่มสี่คนนี้ว่าสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงเหตุผลหลักๆคือทุกคนมองว่าวัยรุ่นชายสี่คนนี้คือกลุ่มของคนที่น่ารังเกียจของคนทั้งเมือง

           กัวคุนบ้าผู้หญิงชอบไปเตร็ดเตร่ตามท้องถนนฉุดหญิงสาวที่เขาชอบ แค่สวยก็ถูกเขาลักพาตัวไปแล้ว

           เฮ่อจวินชอบมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นมักจะอยู่ดีๆ คิดจะทำร้ายก็ทำเลย ว่ากันว่าเบื้องหลังของเฮ่อจวินยังมีหานซินทั้งสองคนจับคู่ร่วมมือกันฉวยโอกาสจากร้านค้าหลันหลิงข่มขู่เรียกเก็บค่าคุ้มครองหรือเรียกว่าเป็นการขู่กรรโชกทรัพย์ดีๆ นี่เอง

           เมิ่งไหลไฉอ่อนโยนกว่าหน่อยเขาชอบทำการค้า เป็นผู้มีหัวด้านการค้าอย่างมาก ขอเพียงเขาได้จับในธุรกิจไหนธุรกิจนั้นจะต้องได้กำไรแน่นอน ทว่ามีเรื่องที่น่ารังเกียจคือ หากเมิ่งไหลไฉพบว่าคนอื่นทำธุรกิจได้กำไรเขาก็จะยื่นมือเข้าไปแทรก จะถีบส่งคนนั้นไป ไม่ว่าธุรกิจใดของเขาคนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ได้เข้ามาแตะเลย

           “สมกับเป็นสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงจริงๆ”

           เมื่อตู้เซ่าฝู่เข้าใจสถานะของทั้งสี่คนก็ยิ้มออกมา

           มู่หรงโยวรั่วจ้องมองตู้เซ่าฝู่ชุดคุณชายยาวสีม่วงทำให้เขาดูสง่า นางกล่าวว่า “หากตอนนี้เจ้าออกไปจากมณฑลหลันหลิงบางทีอาจจะยังทันเวลา”

           “ไม่ได้ ข้ายังมีเรื่องตอนทำ” ตู้เซ่าฝู่ลุกขึ้นเตรียมจะก้าวออกไปข้างนอก

           “งั้นเจ้าก็ระวังตัวหน่อยล่ะข้าเองก็จะช่วยหาทาง หวังว่าพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง” มู่หรงโยวรั่วบอกกับตู้เซ่าฝู่

           ตู้เซ่าฝู่เดินทางออกจากที่พักโบราณแห่งนั้นทว่าเพื่อความปลอดภัยของไต้ซิงอวี่และมู่หรงโยวรั่ว เขาแอบส่งสัญญาณบอกให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนช่วยอยู่ดูแลไต้ซิงอวี่และน้าเล็กสองคนนี้ไว้เขาเดินทางเข้าไปในเมืองหลันหลิงเพียงลำพัง

           ถนนหนทางยังคงคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนี้น่าตื่นตาตื่นใจมาก

           ตู้เซ่าฝู่ไปหาผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงเขาทำร้ายร่างกายกัวคุนกับเฮ่อจวินมณฑลหลันหลิงแล้ว ตู้เซ่าฝู่เองก็ไม่ได้โง่ต้องหาที่พึ่งที่มีอิทธิพลถึงจะปลอดภัย

           คนที่ตู้เซ่าฝู่คิดถึงในใจก็มีแต่ผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงบิดาขี้เมาของเขาบอกว่ารู้จักกับผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงโอวหยังหลิงท่าทางจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีไม่น้อย ผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงน่าจะคุ้มครองตนได้อยู่ตู้เซ่าฝู่เชื่อในความคิดของบิดาขี้เมาของเขา

           ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้กังวลเรื่องที่ตนอัดกัวคุนและเฮ่อจวินจนบาดเจ็บเขาสะบัดก้นออกไปจากที่นี่ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ทว่าเขาเป็นห่วงไต้ซิงอวี่อาจเพราะเขาเองก็เป็นคนที่มีน้องสาว เมื่อพบไต้ซิงอวี่ ตู้เซ่าฝู่ก็คิดถึงน้องสาวที่ไม่เคยพบของตัวเองขึ้นมา

           “เซ่าจิ่ง……”

           ขณะที่ตู้เซ่าฝู่เดินอยู่ในท้องถนนเขาพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้องสาวของเขาชื่อเซ่าจิ่ง เป็นชื่อที่ไพเราะมากเขาจินตนาการไปว่าน่าจะเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูสดใสน่ารัก ทว่าน้องสาวของเขามีชีพจรลมปราณเสมือนเทพต้องโดดเด่นไม่เหมือนคนทั่วไปแน่นอน

           เมื่อคิดถึงจุดนี้ในใจของตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้อิจฉาแต่อย่างใด มีแต่รู้สึกภูมิใจ เพราะว่านั่นคือน้องสาวของเขาและยังเป็นน้องสาวฝาแฝดอีกด้วย

           ณ มณฑลหลันหลิงที่ตำหนักใหญ่และลึกที่สงบเงียบมากๆ ในเมืองหลันหลิง รอบๆมีกำแพงล้อมหนาและสูงใหญ่ เป็นสถานที่ดูน่าตระการตาโอ่อ่าอย่างมาก

           หากต้องการหาว่าสถานที่ที่ผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงพักอยู่ที่ไหนที่จริงไม่ใช่เรื่องยากเลย ลองถามๆ คนในมณฑลหลันหลิง ไม่ว่าใครก็น่าจะรู้

           ทว่าการเข้าไปถึงสถานที่ที่ผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงไม่ใช่ง่ายไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเข้าพบผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงได้หมด

           ตำแหน่งสูงส่งถึงสามนตราชไม่ใช่ว่าใครอยากพบก็ได้พบ

           ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ก็เป็นอย่างที่ว่าเขาเข้าไปในอาณาเขตของตำหนักใหญ่ที่พักผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงไม่ได้

           เขายืนอยู่ด้านหน้าประตูใหญ่ของพักผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงด้านหน้ามีรูปปั้นยักษ์ของราชสีห์หิน ดูแล้วน่าเกรงขามมาก

           ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ถึงความสงบเงียบภายในที่พักผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงมีกลิ่นอายของพลังบางอย่างที่เกินกว่าจะบรรยาย มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดขนลุกสถานที่ที่สามนตราชพักช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

           ด้านหน้าที่พักผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงมีทหารสวมชุดเกราะท่าทางอาจหาญหกนายยืนประจำการอยู่ พลังปราณของพวกเขาแข็งแกร่งมากต่างคือผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับยกเว้นคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งทหารที่เป็นหัวหน้าบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “หาผู้ปกครองมณฑลหรือช่างกล้าพูดออกมานะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าแต่ละวันมีคนกี่คนที่อยากพบผู้ปกครองมณฑลหากไม่เห็นว่าเจ้าเป็นเด็กนะ ข้าจับเจ้าโยนไปไกลนานแล้ว”

           “ท่านโยนข้าไปไม่ได้เพราะข้าคือญาติของผู้ปกครองมณฑล” ตู้เซ่าฝู่พูดกับหัวหน้าทหารเฝ้าประตูด้วยสีหน้าจริงจัง

           “ญาติหรือเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่คนที่แอบอ้างเป็นญาติของผู้ปกครองมณฑล เจ้าหนู รีบไปเถิด ชอบที่ไหนก็รีบไปที่นั่นอย่ามาเกะกะที่นี่” ทหารร่างใหญ่กำหมัดสะบัดไปมาใกล้หน้าของตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “เชื่อหรือไม่ว่าอีกเดี๋ยวเจ้าจะโดนข้าอัดแล้วนะ”

           ตู้เซ่าฝู่แอบเหนื่อยใจดูท่าวิธีการบอกว่าเป็นญาติมีคนใช้มาเยอะแล้ว ของกลอกตาไปอีกฝั่งจากนั้นก็บอกกับทหารร่างใหญ่คนนั้นว่า “เจ้าต้องอยู่ที่มณฑลหลันหลิงมานานแล้วใช่หรือไม่?”

           ชายร่างใหญ่กำปั้นโตหยุดแกว่งมือเขาแสดงท่าทางภูมิใจ กล่าวว่า “แน่นอน ข้าเป็นทหารประจำมณฑลหลันหลิงมาตลอดคอยติดตามรับใช้ผู้ปกครองมณฑล และมักจะได้พบผู้ปกครองมณฑล”

           “แต่ท่านน่าจะไม่ได้เลื่อนขั้นมานานแล้วและน่าจะนานมากๆ แล้วสินะ คนที่พละกำลังพอๆ กับท่านน่าจะเลื่อนขั้นกันไปหมดแล้วและน่าจะได้ประโยชน์จากมัน ทำให้พละกำลังสูงขึ้นไปอีกแซงท่านแล้ว” ตู้เซ่าฝู่พูดกับชายร่างใหญ่คนนี้อย่างจริงจัง

           “เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ทหารร่างใหญ่มองตู้เซ่าฝู่อย่างสงสัยจากนั้นเริ่มรู้สึกว่าไม่เหมาะสม เขายืดอก กล่าวต่อไปว่า “เจ้าหนูเจ้าจะรู้อะไรล่ะ อย่าพูดซี้ซั้ว”

           “ตอนแรกข้ากะจะแนะนำท่านหน่อย ท่านไม่สนใจก็ช่างมันเถิด เฮ้อ……” ตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจเล็กน้อย แสดงท่าทางเสียดายจากนั้นทำท่าเหมือนจะเดินจากไป

           “เฮ้…………”

           ทหารร่างใหญ่กัดฟัน สุดท้ายเขาก็เรียกตู้เซ่าฝู่ไว้กล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้าลองพูดมาหน่อยสิ ถือว่าช่วยทำให้ข้าคลายความเบื่อ”

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน