อายะและทากะเข้าใจแล้วว่าทำไมแทนไม่รีบเร่งทั้งๆที่เวลาที่ระบบกำหนดไว้จะหมดลง
“โจมตีเบาลงสิเราต่อไปนี้แต่เอาเถอะ...อย่างนี้น่าจะดี รับของเต็มๆ”แทนพูดเมื่อได้ยินเสียงของระบบที่แจ้งออกมา เลเวลของเขาที่เดิมทีอยู่ 107 ตอนนี้เหลือเพียงเลเวล 54 แต่ก็ไม่น่ากังวลแต่อย่างใดถึงเมื่อเลเวลของผู้เรียกใช้ลดลงมอนสเตอร์ที่เรียกออกมาจะมีค่าสถานะลดลงด้วย แต่มันก็ทดแทนด้วยพลังของมังกรมิติที่จะทำให้พลังของมังกรทุกตัวเพิ่มขึ้น50%
มังกรเมฆที่หลุดจากผนึกโจมตีใส่มอนสเตอร์ที่รุมมันเข้าไปสุดฤทธิ์และด้วยพลังนั้นก็ทำให้พลังชีวิตมังกรไข่มุกอยู่ในขั้นวิกฤต...มันกำลังจะสลายไป
“อายะ! ฟันมังกรไข่มุกนั่น!” แทนตะโกนสั่งขณะที่เขายังยิงใส่บอส
อายะที่ได้ยินเสียงของแทนไม่รู้ถึงเอฟเฟกของเพิร์ลดราก้อนที่เมื่อมันตายลงนั้นพลังตรึงศัตรูจะถูกใช้อีกครั้งแต่เมื่อได้ยินที่แทนว่าเธอก็พุ่งฟันใส่มังกรไข่มุกทันที
“ฮิคาริ...” อายะเรียกใช้ท่าโจมตีตามด้วยฟันใส่อีกสี่ดาบ
“33,352!” “33,792!”
“33,578!” “33,109!”
“12,463!” “14,465!”
“12,098!” “14,195!” “33,698!”
และเมื่อสิ้นสุดดาบสุดท้ายมังกรไข่มุกก็สลายไป พลังของมันแสดงผลอีกครั้ง ศัตรูถูกตรึงอยู่กับที่และในจังหวะนั้นเอง แทน อายะ และทากะก็ทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีใส่มังกรเมฆผู้อยู่ท่ามกลางวงล้อม
“หมาหมู่เลยเรา...ไม่สิร่วมแรงปราบอธรรมสินะ” แทนที่รู้ผลของการต่อสู้อยู่แก่ใจแล้วพูดขึ้นถึงมังกรเมฆจะยังไม่สลายไป...แต่ก็คงอีกไม่นาน
และก็เป็นอย่างที่เขาคิดมังกรเมฆทรุดลง หลังจากนั้นไม่นานมันก็ทนค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ไหวมังกรเมฆคูมูลัสที่ถูกบอสอัญเชิญออกมาสลายไปพร้อมๆ กับมอนสเตอร์ของแทนที่หายไปเมื่อจบการต่อสู้หลังจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้น
กลุ่มผู้เล่นสามารถจัดการเบรด้า เดอะ ซัมมอนนอร์ เลเวล 112 ลอร์สไพรด์การ์เดี้ยนเลเวล 95 นักดาบเงา เลเวล 99 และคูมูลัสมังกรเมฆาเลเวล 147 ได้สำเร็จ ได้รับการ์ดลอร์สไพรด์การ์เดี้ยน 9ดาว จำนวน 4 ใบ ได้รับ การ์ดเมจิก พิธีอัญเชิญแห่งความมืดระดับ 12 ดาว จำนวน 2 ใบ ได้รับการ์ด นักดาบเงาระดับ 9 ดาว 2 ใบ ได้รับ การ์ดคูมูลัสมังกรเมฆา ระดับ 14 ดาวจำนวน 2 ใบไอเทม ปีกสีดำ 6 ชิ้น ได้รับ ไอเทม เศษดาบมืด จำนวน 2ชิ้นได้รับ ไอเทม ชุดคลุมขาด 2 ชิ้น ได้รับไอเทมปีกมังกรเมฆ 2 ชิ้น ได้รับ ค่าประสบการณ์ 2,876,0986 หน่วย ได้รับเงิน 3,645,890 กิล ผู้เล่นแทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น 109 ผู้เล่น อายะและทากะเลื่อนระดับเลเวลเป็น 80
“ไอ้งก!”แทนตะโกนขึ้นเมื่อเขาไม่ได้ยินเสียงจากระบบประกาศว่าเขาได้รับการ์ดบอส...
ผู้มีกิเลสอยู่ในจิตใจมักจะเกิดทุกข์เมื่อเขาผู้นั้นมิได้ครอบครองสิ่งที่หวังอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...
เสียงจากระบบที่ดังมาเมื่อจบคำพูดต่อว่าของแทนดูจะมีสาระแต่ไม่รู้ทำไมประโยคว่านั้นทำให้แทนเหมือนกำลังถูกระบบของเกมนี้หลอกด่า
“กิเลส...ใครก็มีฟะบังเอิญเราเยอะหน่อยแค่นั้นเอง สอนยังกับพ่อฉันเลยแฮะ” แทนแหงนหน้าก่อนจะพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงจากระบบ
ในตอนที่เขามองไปบนท้องฟ้าไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนชั้นดาดฟ้าที่เขายืนอยู่แต่อายะและทากะนั้นมองเห็นอย่างชัดเจน
“นาย” เสียงหนี่งเรียกแต่แทนก็ยังไม่ได้หันไปมอง
“แทน...” ครั้งนี้เสียงนั้นเรียกชื่อเขาออกมาแทนจึงหันไปทางต้นเสียงแล้วจึงรู้ว่าอายะเป็นเจ้าของเสียงนั้น
“ว่าไงอายะ” เขาถามออกไป
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเธอชี้มือไปที่ด้านหลังของแทน และเมื่อเขาหันกลับไป แทนก็พบกับร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวเขาก้มหน้าสายตามองลงต่ำสองมือกุมไปบนไม้เท้าสีดำ ส่วนศีรษะมีหมวกคลุมของชุดที่สวมใส่คลุมอยู่และที่ด้านหน้าของชายผู้นั้น มันเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวสองเมตรที่มีอักขระเวทเรืองแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏออกมา
“ผู้กล้าเอ๋ย...” เสียงชายชราเอ่ยออกมาเมื่อแทนหันไปมอง “เบื้องหน้าข้าคือประตูแห่งท้องฟ้าเจ้าจะลงไปยังโลกเบื้องล่างได้ด้วยประตูนี้ และเมื่อเจ้าเลือกจะกลับสู่โลกเจ้าจะได้สิ่งนี้กลับไป...”เขาพูดพร้อมกับเลื่อนมือซ้ายออกจากไม้เท้า ชายชราคนนั้นหงายมือที่กำอยู่...แล้วคลายมือนั้นออก
การ์ดใบหนึ่งหมุนอย่างช้าๆบนมือของเขา...การ์ดแอเรียปราสาทคัลเดีย
และเมื่อพวกของแทนทำท่าจะพูดอะไรออกมาชายชราผู้นั้นก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง“แต่หากเจ้ามิใช้ประตูนี้กลับสู่โลกในยามนี้ ประตูนี้ก็จะไม่เลือนหายไป มันจะยังคงอยู่ที่จุดนี้รอการกลับมาของพวกเจ้าเส้นทางเบื้องหน้ายากลำบาก แต่สิ่งที่รอคอยอยู่นั้นเลอค่าหาใดเปรียบการ์ดแอเรียระดับสูงกว่าใบที่เจ้าถวายต่อทวยเทพรอเจ้าอยู่คำพูดของข้านั้นสัตย์จริงราวดวงตะวันที่ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกทางเลือกขึ้นอยู่กับเจ้าผู้กล้าเอ๋ยทางเลือกอยู่ที่ดวงใจผู้กล้าที่จะท้าทายต่อความกลัวที่เกิดขึ้น” ชายชราหยุดพูดพร้อมกับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเหล่านักผจญภัยที่ฝ่าฟันมาจนถึงจุดนี้
“เลือกมาสิผู้กล้า...”เสียงชายชราในชุดคลุมสีขาวที่ใบหน้าหยาบย่นจากริ้วรอยแห่งการเวลาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตูละเบื่อ...” แทนทำเสียงเซ็ง อายะและทากะหันมองหน้าผู้พูดทั้งสองขมวดคิ้วสงสัยในคำพูดนั้นแต่ไม่ได้ถามอะไรออกไป
“ลุงก็แก่แล้วนะ...ไม่สิบางทีคนที่คุม Npc ตัวนี้อาจจะยังไม่แก่ก็ได้แหม...ชี้ชวนให้ไปตายชัดๆ” แทนพูดลากเสียงมันทำให้อายะและทากะเริ่มไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังพูดมากขึ้นไปอีก
“ท่านผู้กล้าท่านหมายความว่าอย่างไร” เสียงแหบแห้งจากชายชราถามกลับมา
แทนถอนหายใจยาวก่อนจะตอบคำถามนั้น “ก็เท่าที่ดู...พวกผมไม่น่าจะสู้กับศัตรูเก่งๆกว่านี้ได้แน่ๆ เมื่อกี้ก็หืดขึ้นคอแล้ว อีกอย่างคำพูดของลุงน่ะมันชี้ชวนเหลือเกิน ถ้ามีสมบัติหรืออะไรเทพๆอยู่จริงมันก็ไม่น่าที่จะมาบอกกันอย่างนี้ ตอนผมได้การ์ดแอเรียมาหรือตอนเพื่อนผมได้ก็ไม่เคยมีเงื่อนไขหรือคำใบ้อะไรเลยแล้วนี่อะไร...การ์ดที่เจ๋งกว่ารออยู่ข้างหน้า ลุงกะล่อลวงพวกผมไปเชือดอ่ะดิ” แทนสรุปความคิดของเขาออกมาเป็นคำพูดมันทำให้อายะและทากะหันมองหน้ากันทันทีที่แทนพูดจบ
ชายชราส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่“ท่านเข้าใจข้าผิดแล้วท่านผู้กล้าข้าเห็นว่าพวกท่านนั้นผ่านหนทางอันยากลำบากมาก็ควรจะได้รับสิ่งที่คู่ควรเป็นการตอบแทน” เสียงที่พูดนั้นเฉื่อยช้า
“ไม่อ่ะ...สรุปว่าพวกผมจะกลับละการ์ดเจ๋งคอดๆ อะไรของลุงผมไม่สนหรอกเอาการ์ดแอเรียผมคืนมาแล้วส่งพวกผมลงไปข้างล่างก็แล้วกัน”แทนสรุป เขาไม่สนใจคำพูดของชายชราคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่โกหกเจ้าหรอกที่นั่นมีการ์ดระดับ A เชียวนะ ในตัวปราสาทนั่นน่ะ” ชายชราคนเดิมพูดพร้อมกับชี้มือไปยังทิศทางที่ตัวปราสาทตั้งอยู่
แทนหรี่ตาพร้อมกับจ้องหน้าของ Npc ชายชรา “ลุงไม่ได้โกหกแต่ลุงบอกไม่หมดล่ะสินะถ้าบอกว่าไม่โกหกลองบอกเลเวลของศัตรูที่เลเวลต่ำที่สุดมาสิ”
ชายชราคนนั่นนิ่งอึ้งหลังจากนั้นเขาก็ตอบออกมา “ไม่เยอะหรอก เลเวลมอนสเตอร์ไม่ได้เก่งอะไร”ชายคนนั้นว่า
“ไม่ได้เก่งอะไร?สำหรับใครล่ะลุง...สำหรับพวกเลเวลสามร้อยรึเปล่า” แทนยังคงถามจี้ไปเรื่อยๆ
ครั้งนี้ชายชรายกคิ้วสูงแสดงอาการตกใจและเมื่อเห็นดังนั้นแทนก็ยิ้มออกมา “ลุงนี่เกือบพาผมไปตายแล้วนะเนี่ยแสบไส้จริงๆ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมา
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงเลือกทางเดินของเจ้าเองเหล่าผู้กล้าผู้ไม่ย่อท้อต่ออันตราย” ชายชราพูดขึ้นพร้อมกับเรียกหน้าจอบางอย่างให้ปรากฏที่ด้านหน้าของแทน

แทนไม่รอช้ากดเลือกข้อที่สองทันทีและเมื่อเขากดเลือกเรียบร้อยชายชราที่ท่าทางเฉื่อยช้าก็ละมือที่กุมไม้เท้าอยู่ใบหน้าเขาแตะยิ้ม ไม้เท้าที่ไม่มีมือประคองไว้กลับยังตั้งตรง และในมือของชายชราผู้นั้นก็ปรากฏการ์ดอีกใบหนึ่งหมุนอย่างช้าๆเหมือนการ์ดปราสาทคัลเดียในมือซ้าย...
ผู้เล่นปฏิเสธของมีค่า เกียรติยศและศักดิ์ศรี ผู้เล่นผ่านเควส ‘ผู้ไม่ยึดติด’ ได้อย่างสมบูรณ์ ผู้เล่นได้รับการ์ดแอเรียของตนที่บูชาต่อเทพคืนและได้การ์ดแอเรียป้อมปราการแห่งปราสาทลาพิวต้าไอโซเลชั่นระดับ C จำนวน 1 ใบ ผู้เล่นได้ครอบครองป้อมแห่งนี้ผู้เล่นจะสามารถใช้ประตูแห่งท้องฟ้าขึ้นมายังปราสาทลาพิวต้าไอโซเลชั่นได้เมื่อมีเลเวลถึง199 โดยเลือกคำสั่ง ‘วาร์ป’ โดยถือการ์ดแอเรียนี้ไว้...
“เจ้านาย...” ชายชราคนเดิมเรียกแทน
“น่าน...เรียกเจ้านายเลยนะเกือบพาไปตายแล้วไหมล่ะ ดีนะเอาการ์ดแอเรียมาคืนแล้วให้ใบใหม่มาเอาเป็นว่าฉันอภัยให้ก็แล้วกัน ว่าแต่...เราได้แค่แอเรียของส่วนที่เป็นป้อมน้สินะไม่ใช่แอเรียของตัวปราสาทลาพิวต้าไอโซเลชั่นนั่น”แทนพูดพร้อมกับมองไปที่ปราสาทที่อยู่ไกลออกไป แล้วจึงหันมามองไปที่ Npc
“มันเป็นหน้าที่ขอเจ้านายโปรดอภัย และถูกต้องแล้วการ์ดแอเรียที่ท่านได้เป็นเป็นเพียงส่วนประกอบของปราสาทแห่งนี้แต่หากรวบรวมครบทุกส่วน ท่านจะได้รับพลังที่แท้จริงจากลาพิวต้าไอโซเลชั่น” ชายชราพูดด้วยน้ำสียงจริงจังขณะทอดสายตาไปยังปราสาทรูปร่างแปลกตา
“ก็น่าสนนะรวบรวมให้หมด แต่ตอนี้ยังไม่ค่อยจะมีอารมณ์น่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้ช่างมันก่อน ฉันอยากจะกลับโลกข้างล่างแล้วล่ะทำยังไงถึงจะกลับไปได้ล่ะ” แทนถามออกไป
“แค่มายืนที่วงเวทนี้ก็สามารถกลับสู่โลกได้แล้วครับ”Npc คนนั้นตอบ
แทนพยักหน้ารับก่อนจะหันไปหาอายะและทากะ“กลับกัน” เขาสะบัดหน้าเรียกสองพี่น้องและเมื่ออายะและทากะพยักหน้ารับแทนก็เดินตรงไปที่วงเวทแต่ก่อนเขาจะเหยียบไปยังวงเวทที่ว่า แทนก็หันไปถาม Npc ที่ตอนนี้เป็นคนของเขาแล้ว
“ในปราสาทนั่นมีอะไรอยู่”
Npcส่ายศีรษะช้าๆ “เรื่องนั้นข้าถูกกำหนดมาไม่ให้สามารถบอกได้”
“งั้นเอาใหม่...” แทนพูดขึ้นอีก “ถ้าเราไม่เลือกข้อนี้จะเกิดอะไรขึ้น”
ชายชราแสยะยิ้ม “มอนสเตอร์ธรรมดาหลังจากป้อมนี้ไปก็เลเวลกว่า150 แล้ว แถมมากันครั้งละไม่ต่ำกว่าสิบตัวพวกท่านสามคนน่าจะตายด้วยความรวดเร็วและเมื่อเลือกเส้นทางนั้นก็จะไม่ได้การ์ดแอเรียแม้แต่ใบเดียว...ใบที่เคยเป็นของท่านก็ไม่ได้คืนด้วยเพราะข้อแม้จะกำหนดว่าหากตายหลังจากนี้การ์ดแอเรียของผู้เล่นที่ใช้ในการขึ้นมาที่นี่จะสลายไปและไปเกิดใหม่ด้วยเงื่อนไขใหม่สำหรับการ์ดแอเรียใบนั้น” Npcคนนั้นอธิบายอย่างละเอียด
แทนอายะและทากะเลิกคิ้วสูงด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเรื่องที่ว่า “เกือบไปแล้วไหมล่ะฉัน” แทนพูดขึ้น “งั้นไปก่อนนะลุง!” แทนโบกมือให้ก่อนจะเดือนเข้าไปในวงเวทตรงหน้า
“ผู้เล่นเข้าสู่กับดักวงเวทปลอมผู้เล่นจะถูกส่งไปพบกับซาตาน บอสเลเวล 345หากผู้เล่นเกมโอเวอร์จะสูญเสียการ์ดแอเรีย หรือการ์ดที่มีเลเวลมากที่สุดจำนวน 2ใบ เลเวลลดลง 30 เลเวล!” เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อแทนเหยียบเท้าลงไปที่วงเวทนั้น
“เฮ้ย!” แทนตะโกนอย่างตกใจสุดขีด
แต่แล้วเขาก็ยังไม่ได้ถูกส่งไปที่ไหนแต่อย่างใดแทนยังอยู่ที่เดิมในขณะที่ Npc ชายชราหัวเราะเสียงดัง
“แหม...ข้าแค่แกล้งเลียนเสียงของระบบล้อเล่นให้ขำเท่านั้นเองสนุกๆ ไม่ซีเรียสน่า” เขาพูดพร้อมกับชูไม้เท้าขึ้นฟ้าและยังไม่ทันที่แทนจะได้ต่อว่าอะไร เขาก็ถูกแสงสว่างวาร์ปพวกเขาทั้งสามลงมายังวิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงในเมืองคัลเดียอีกครั้ง...
“เกรียนเอ้ยยยยยยยย...” เสียงดังแว่วมาจากจุดวาร์ปก้องไปยังบริเวณปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่นชายชราผู้กำลังทำท่าหัวเราะชอบใจต้องหยุดหัวเราะลงอย่างไม่มีวี่แววเขามองเห็นคนกลุ่มใหญ่ราว แปดถึงเก้าคนกำลังตลุยฝ่าวงล้อมมอนสเตอร์ระดับกว่า 150จำนวนไม่ต่ำกว่า 40 ตัวที่สะพานทางเข้าสู่ตัวปราสาทลาพิวต้าไอโซเลชั่น
“ฟันเฟืองชิ้นนี้ก็กำลังจะถูกปลดผนึกแล้วสินะผ่านมาไม่ถึงเจ็ดเดือนก็มีผู้สามารถเข้ามาถึงสะพานเรดิเอชั่นหน้าปราสาทแล้วรึพวกนั้นน่าจะเลเวลสูงทีเดียว แต่คงยังไม่สามารถจัดการผู้ที่อยู่ในปราสาทนั้นได้” ชายชราคนนั้นพูดก่อนจะกระแทกไม้เท้าลงกับแล้วหายตัวไป...
แทน อายะและทากะกลับมาสู่เมืองคัลเดีย และเมื่อเขากลับมาได้ยังไม่ถึงสองนาที เสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังขึ้นซึ่งแทนก็รีบกดรับทันที
“ขอโทษด้วยๆๆๆๆฉันถูกส่งไปดันเจี้ยนพิเศษแล้วติดต่อพวกเธอไม่ได้แต่ฉันได้การ์ดแอเรียกับการ์ดอื่นๆ อีกเพียบเลยนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนรอเลยนะ” แทนรีบกรอกเสียงเข้าไปในระบบสื่อสารที่ขึ้นมาว่านิกกี้เป็นคนติดต่อกับเขา
“รอ? นายพูดบ้าอะไรของนาย ใครจะรอนายกัน ก่อนหน้านั้นพวกฉันไปเก็บเลเวลกันที่ภูเขาทางเหนือกันมามาแนวนี้พวกฉันรู้แล้วล่ะ นายหายไปโดยที่ระบบไม่แจ้งว่านายออฟไลน์พวกฉันก็รู้แล้วว่าต้องมาอีหรอบนี้แน่ๆนายนี่มันตัวเรียกเควสจริงๆ” นิกกี้ตอบกลับมา
“หะ...นี่พวกเธออยู่ที่ไหนกันนี่” แทนถามอย่างสงสัย
“กำลังจะกลับเมืองคาลิปเก็บเลเวลอยู่ แต่เดี๋ยวก็เลิกแล้ว นายไปรออยู่ที่เดิมก็ได้”นิกกี้ว่า
“เวร...ทิ้งฉันเลยนะ” แทนบ่น “ว่าแต่เรื่องนั้นล่ะ”เขาถามถึงเรื่องที่วานพวกนิกกี้ไปจัดการอะไรบางอย่างที่ปราสาทผลึกไอเซนเกอร์
“เรียบร้อยพอเราตั้งกิลด์เสร็จ ไอ...ที่เป็น Npc ของปราสาทผลึกไอเซนเกอร์จะมาเป็นNpc ให้เรา ส่วนเรื่องการ์ดที่นายให้ฉันช่วยหาให้นั่นต้องเข้าไปตั้ง 6 รอบแน่ะถึงจะได้มาครบ 2 ใบ ว่าแต่ใบแรกที่นายได้มานี่มันฟลุ๊คจริงๆ แฮะ ฆ่าตัวเดียวได้เลยการ์ดเก่งซะขนาดนี้”นิกกี้บอกเกี่ยวกับเรื่องที่เธอได้รับการไหว้วานจากแทนที่ต้องการไอซึ่งเป็น Npcของปราสาทผลึกมาเป็น Npc ประจำกิลด์
“งั้นเดี๋ยวฉันกลับไปมีเพื่อนใหม่สองคนด้วย แต่ฉันมีธุระกับราชาคัลเดียหน่อย”แทนตอบกลับไป
“เพื่อนใหม่?”นิกกี้ทำเสียงสงสัย
“สาวๆ หรือเปล่าแท๊น!”เสียงเอ็ดเวิร์ดดังลอดออกมา ทำให้แทนหันมองอายะกับทากะก่อนจะตอบกลับไป
“หญิงพี่สวยด้วย แต่มาพร้อมพี่ชายโหดๆ นะ” คนถูกถามตอบกลั้วหัวเราะ
“เวร...” เสียงเอ็ดเวิร์ดทำเสียงเสียดาย
“แต่ผมมีของให้พี่ขายบานทุ่งเลยนะพี่เอ็ด” แทนพูดถึงของจำนวนมหาศาลที่เขาได้มาจากลานหน้าปราสาทลาพิวต้าไอโซเลชั่น
“หืม...” เอ็ดเวิณ์ดทำเสียสงสัย แต่ยังไม่ทันถามอะไรต่อก็ถูกนิกกี้แย่งพูดเสียก่อน
“อาชีพอะไรกันบ้าง”นิกกี้ถามอีกครั้ง
“นักดาบกับนักสร้างอาวุธ” แทนพูดเสียงภูมิใจ
“เจ๋ง!” เสียงดีใจดังชัดเจน “เลเวลอะไรล่ะนั่น” เธอถามต่อ
“ตอนเจอน่ะยี่สิบ” แทนตอบ
“ยี่สิบ...น้อยแฮะ” นิกกี้ทำเสียงครุ่นคิด แทนนึกภาพออกเลยว่าตอนนี้เธอต้องขมวดคิ้วพร้อมกับคิดวิธีที่จะเพิ่มเลเวลให้กับทั้งสองคน
“แต่ตอนนี้แปดสิบ...” แทนพูดต่อไป
“หา...! นายทำยังไงกัน!” เสียงนิกกี้ถามมาด้วยความอยากรู้
“เจอกันจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวฉันไปปราสาทคัลเดียก่อน” แทนบอกกับเพื่อนของเขา
“นายจะไปทำไมปราสาทคัลเดีย” เสียงสงสัยถูกถามออกมา
“ก็ระบบมันไม่ได้บอกไม่ใช่หรือว่าต้องมีNpc ประจำกิลด์แค่คนเดียวฉันก็แค่จะไปเอาคนที่สองมาก็เท่านั้นเอง ว่าแต่เกือบลืมไป เธอส่งลินมาที่นี่ทีฉันมีเรื่องจะให้เธอจัดการ” แทนว่า
“พี่แทน! พี่แทนมีอะไรให้ลินทำรึ” ลินตอบกลับมาทันที
“เอาน่าไม่ยากเกินสำหรับลินหรอก เดี๋ยวลินมาที่เมืองคัลเดียหน่อยนะ พี่จะไปรอตรงจุดวาร์ป” ชายหนุ่มในชุดสีดำบอกกับลิน “พี่เอ็ด...จัดค่าเดินทางให้น้องด้วยพี่”
“สบายมากเดี๋ยวพี่ไปด้วยเลย ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม จะถนอมเธอไว้ให้นานๆ แหม...ผิวขาวเนียนนุ่มลื่นขนาดนี้พี่ดูแลเองไม่ต้องห่วงๆ” คนถูกวานตอบกลับมา
“ผมห่วงไอ้ริ้นไรที่กำลังพูดอยู่นี่ล่ะ” แทนพูดกลับไปก่อนจะปิดระบบสื่อสารหลังจากนั้นเขากับอายะและทากะก็ไปรอพวกของเอ็ดเวิร์ดและลินที่กำลังจะมาที่นี่...
เกือบๆครึ่งชั่วโมงเอ็ดเวิร์ดและลินก็มาถึงเมืองคัลเดียแต่ไม่ใช่แค่เอ็ดเวิร์ดกับลินที่มา บลานซ์และนิกกี้ก็มากับเขาด้วย
“อ่าว...พวกนายสองคนมาทำอะไรกันนี่”แทนถามบลานซ์กับนิกกี้
“อยู่ที่นู่นไม่มีอะไรทำน่ะแล้วพวกเราก็อยากมาเจอสมาชิกใหม่ด้วย” บลานซ์ตอบกลับไป
“ซา...มา...ชิก...ใหม่จ๋วยจัง” เอ็ดเวิร์ดทำตาเยิ้มเมื่อมองเห็นอายะแต่เมื่อทากะเดินมาขวางไว้เอ็ดเวิร์ดก็ทำหน้าผิดหวังและขยับถอยหลัง “รักแท้ต้องมีอุปสรรค พี่เอ็ดกับน้องสาวคนนี้เป็นดั่งตระกูลมอนตาคิวและเวโรน่าในโรมิโอกับจูเลียซซีซ่าร์”
“พี่เอ็ด...ถ้าโรมิโอกับจูเลียสซีซาร์นี่หนังสีม่วงแล้วพี่จูเลียสซีซ่านี่มันขุนศึกพี่...ผู้ชายทั้งแท่ง”แทนทำเสียงต่ำ
“อ่าว...เหรอ....โทษทีว่าบ้านพี่แม่ดูแต่ละครหลังข่าว” เอ็ดเวิร์ดทำเป็นขำ และในขณะนั้นเองอายะก็โค้งตัวลงแล้วกล่าวทักทาย
“ยินดีที่ได้พบ ฉันอายะส่วนนี่พี่ทากะ” เธอแนะนำตัว
“นี่นิกกี้ บลานซ์ลิน แล้วก็พี่เอ็ดเวิร์ด” แทนแนะนำเพื่อนของเขา
“ไรว้า...แนะนำพี่คนสุดท้ายเลยแต่ก็อย่างว่านะ พี่มัน...คนสุดท้ายของหัวใจ”เอ็ดเวิร์ดพูดก่อนจะส่งสายตาให้อายะ มันทำให้ใบหน้านิ่งของอายะขำออกมาจนได้ส่วนทากะจ้องเอ็ดเวิร์ดด้วยสายตาดุ
“ว่าแต่พี่แทนให้ลินมาทำอะไรคะพี่” หญิงสาวผู้เป็นสายนักบวชหนึ่งเดียวในกลุ่มถามขึ้น
“ทำไงก็ได้ลินเอาราชาคัลเดียสุดลามกมาเป็น Npc ของเราให้ได้พี่อยากได้ราชานั่นมาเป็น Npc ของกิลด์เราพร้อมๆ กับหนูไอ” แทนบอกเป้าหมายของตัวเองพร้อมกับทำหน้ายิ้มกริ่มส่วนลินยิ้มที่มุมปากก่อนจะหรี่ตาหันไปมองทางปราสาทคัลเดียที่อยู่กลางเมือง...
“จัดให้เลยค่ะพี่แทน...”