ในขณะที่เยี่ยนหลีกำลังจมลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง จื่อหยางที่เห็นว่าเยี่ยนหลีนั้นได้จมหายไปจากสายตา เ้าตัวก็ได้รีบกระโจนลงน้ำอย่างไม่คิดเสียดายชีวิต โดยหมายจะเข้ามาให้ถึงตัวผู้เป็พระชายาให้เร็วที่สุด
แต่ก่อนที่จื่อหยางจะลุยน้ำไปได้ถึงเพียงครึ่งทาง เสวียนเยว่ก็ปรากฏกายขึ้น พร้อมรีบว่ายน้ำไปยังจุดที่เยี่ยนหลีได้จมลงไปในทันทีก่อนที่จะนำเยี่ยนหลีกลับขึ้นมาได้อย่างทันท่วงที
เหยี่ยนหลีถูกอุ้มขึ้นฝั่งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่เ้าตัวจะสำลักน้ำออกมามากมาย และเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เยี่ยนหลีก็ไม่รู้ว่าตนเองควรที่จะใกับสิ่งไหนก่อนดี
สิ่งแรกคือเสวียนเยว่โผล่มาจากที่ใด เหตุใดถึงโผล่มาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ และสิ่งต่อมาเห็นจะเป็สภาพเปลือยท่อนบนของอีกฝ่ายที่กำลังโอบกอดตนอยู่ในขณะนี้ กางเกงที่อีกฝ่ายนั้นเป็สีขาวที่บัดนี้ได้แนบไปทั้งกายของเสวียนเยว่ อีกทั้งชุดของเยี่ยนหลีที่เธอสวมใส่นั้น ก็นับได้ว่าน้อยหน้าเสียที่ไหน ชุดสีขาวที่บางขนาดนี้ ใส่ก็เหมือนไม่ได้ใส่เป็เช่นไร เห็นทีว่าจะเป็เช่นเสวียนเยว่และเยี่ยนหลีในยามนี้นี่เอง
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบกับสถานการณ์เช่นนี้ จากจิตใจที่เตรียมปล่อยวางเพื่อหวนคืนสู่ความว่างเปล่า บัดนี้ก็พลันเตลิดไปไกลแสนไกลแล้ว
“ทะ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“เปิ่นหวางมาได้อย่างไรไม่นับว่าสำคัญ หากแต่ตอนนี้เ้าเป็เช่นไรบ้าง” เสวียนเยว่ถามอย่างห่วงใย
“ข้า ไม่เป็ไร ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว”
“เช่นนั้นกลับตำหนักเถิด ข้าจะให้หมอหลวงมาตรวจดูอาการเ้าสักหน่อย”
“ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้น ข้าหายดีแล้ว สำลักน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และอีกอย่างคือ เอ่อ ขะ ข้า...”
“เ้ามีกังวลสิ่งใด”
“คือ ท่านช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่” เมื่อกล่าวจบ เยี่ยนหลีก็หันไปหาจื่อหยางที่ตอนนี้กำลังยืนน้ำตานองหน้าอยู่ไม่ไกล
ด้านจื่อหยางนั้น เมื่อเห็นท่าทีของพระชายา เ้าตัวก็พลันได้สติและรีบนำชุดคลุมมาให้เยี่ยนหลีได้สวมทับกับชุดแนบเนื้อสีขาวนี้ในทันที แต่กระนั้น เรือนกายที่อวบอิ่มและผ้าผืนบางที่แนบสนิทกับผิวขาวก็ได้ถูกเสวียนเยว่มองและจดจำภาพเ่าั้ไว้ในใจเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อกลับมาถึงตำหนักและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เยี่ยนหลีก็ได้กล่าวขอบคุณเสวียนเยว่ไปอีกหนึ่งชุดใหญ่ ก่อนที่จะทราบว่า แท้จริงแล้วที่แห่งนั้นคือพื้นที่ส่วนตัวของเสวียนเยว่นั่นเอง
“เ้าไม่ต้องเป็กังวล หากเ้าชื่นชอบ จะเข้าออกที่แห่งนั้นเมื่อไรก็ย่อมได้ หากแต่จะต้องมีสาวใช้ติดตามข้างกายเ้าให้มากกว่านี้สักหน่อย” เสวียนเยว่กล่าวโดยไม่เปิดโอกาสให้เยี่ยนหลีได้กล่าววาจาใดแย้งออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
“ข้าเพียงคิดว่า ไม่จำเป็ต้องลำบากถึงเพียงนั้น เหตุการณ์ในวันนี้ก็นับว่าเป็เหตุสุดวิสัย ครั้งหน้าข้าจะระวังตัวให้มากและไม่ลงไปเล่นน้ำอีกแล้ว”
“ไม่นับเป็ลำบาก หากแต่การที่เ้าดื้อรั้นนั้น ยังนับได้ว่าลำบากต่อเปิ่นหวางมากยิ่งกว่า” เมื่อเสวียนเยว่กล่าวจบ เยี่ยนหลีก็หมดสิ่งใดจะกล่าวโต้แย้งได้อีก เ้าตัวจึงทำได้เพียงยอมรับเงื่อนไขที่อีกฝ่ายนั้นตั้งขึ้นมาอย่างจำยอม
ถึงจะอย่างไรอีกฝ่ายก็นับได้ว่าเป็ผู้มีพระคุณในครั้งนี้ เช่นนั้นแล้วเยี่ยนหลีก็พร้อมที่จะเปิดใจให้กับอีกฝ่ายสักครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งที่เหลือนั้น เอาไว้นางแน่ใจในเื่ที่เกิดขึ้นในคืนแต่งงาน เมื่อนั้นค่อยตัดสินใจว่าควรจะมอบไมตรีอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือไว้นี้ให้อีกฝ่ายไปครองได้หรือไม่
“ท่านอ๋อง ตัวข้ามีหนึ่งสิ่งที่อยากจะถามท่านสักหน่อย ไม่ทราบว่าท่านจะยินดีที่จะตอบคำถามนี้หรือไม่”
“หากสิ่งใดเปิ่นหวางตอบได้ แน่นอนว่าย่อมยินดีที่จะให้ความกระจ่างนั้นแก่เ้า หากเ้ามีสิ่งใดที่ค้างคา เช่นนั้นก็กล่าวออกมาเถิด”
“การมีอยู่ของข้าที่จวนแห่งนี้ แท้จริงแล้วนับได้ว่าเป็ที่ขวางหูขวางตาท่านจนเกินไปหรือไม่ หรือหากว่าท่านไม่...”
“การมีอยู่ของเ้าไม่ได้เป็ที่ขวางหูขวางตาของเปิ่นหวางแต่อย่างใด หรือว่าการที่อยู่จวนอ๋องแห่งนี้ทำให้เ้านั้นอึดอัดใจ”
“ย่อมไม่เป็เช่นนั้น เพียงแต่...” เยี่ยนหลีครุ่นคิดในใจ ว่าตัวนางจะบอกเสวียนเยว่ว่าอย่างไรดีว่า ยามนี้ตัวเขาก็ดูอารมณ์ปกติดี เช่นนั้น ลองเอ่ยปากขอหนังสือหย่า เพื่อหลีกทางให้พระชายารองของเขา เช่นนี้ชีวิตของนางจะยังอยู่รอดได้อย่างปลอดภัยจวบจนถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่
“วันนี้เปิ่นหวางจะไม่ถือโทษโกรธเ้าไม่ว่าเื่ใด เช่นนั้น ด้วยคำมั่นนี้ เ้ามีสิ่งใดก็จงกล่าวมันออกมาเถิด อย่าได้เป็กังวล” เสวียนเยว่กล่าวอย่างใจเย็น การที่เขาอยากที่จะให้นางเปิดใจให้ตนนั้น จำเป็ที่ตัวเขาจะต้องใจเย็นลงสักหน่อย ไม่เช่นนั้น คงได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันดั่งเช่นกระต่ายขี้ใและเสือที่ดูอารมณ์ร้ายอย่างแน่นอน
หากวันหนึ่งเสือเช่นเขาเกิดอยากที่จะกินกระต่ายตาใสตัวนี้ขึ้นมา เขาก็จำต้องมีการหลอกล่อให้เ้ากระต่ายน้อยตายใจสักหน่อยแล้ว
“ท่านอ๋อง เช่นนั้น ข้าขอกล่าวกับท่านอย่างตรงไปตรงมาสักหน่อย เดิมทีแล้ว ตำแหน่งพระชายานี้ก็เป็ข้าที่บากหน้าไปขอพระราชทานมาเอง ถ้าหากว่าเราจะลองมาทบทวนถึงสถานะและความสัมพันธ์นี้ใหม่อีกครั้ง ท่านว่าดีหรือไม่” เยี่ยนหลีพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเรียบเรียงถ้อยคำที่อยู่ในใจออกไป โดยไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกขุ่นเคืองใจ
นางยังจำได้ดีถึงถ้อยคำที่อีกฝ่ายได้ฝากไว้เมื่อครั้งที่นางเอ่ยถึงเื่หย่าในครั้งแรก และในวันนี้ ถ้อยคำนั้นก็ยังฝังลึกอยู่ภายในใจอย่างชัดเจน
“อืม เปิ่นหวางเองก็คิดเช่นนั้น”
“ใช่ไหม ข้าว่าแล้ว ความจริงแล้วท่านย่อมมีจิตใจดีเป็ที่สุด ที่ผ่านมาเป็ข้าที่คิดน้อยไปจึงได้นำพาความวุ่นวายนี้มาสู่จวนอ๋องของท่าน เช่นนั้นแล้วเรามา...”
“เปิ่นหวางไม่คิดมากถึงเื่ราวในอดีตแล้ว แต่งแล้วก็แล้วไป ขอเพียงจากนี้เ้าทำตัวว่านอนสอนง่าย เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะชดเชยความผิดที่ผ่านมาของเ้าได้แล้ว” เสวียนเยว่รู้ดีว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยเื่ราวในการขอหย่าอย่างแน่นอน จึงได้เอ่ยวาจาขวางเจตนาที่อาจหาญนั้นของนางไปเสียก่อน
หึ เ้ากระต่ายน้อยเอ๋ย จวนอ๋องของข้าเมื่อเ้าเข้ามาแล้วเห็นทีจะไม่มีหนทางที่จะก้าวขาออกไปได้อีกแล้ว