หลังจากการประลองที่สร้างความตกตะลึง หลินเฟย (ลู่ซาน) ก็กลายเป็บุคคลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในพรรคมารอัคคีทมิฬ เขาได้รับสิทธิ์พิเศษมากมายอย่างที่ไม่เคยมีศิษย์คนใดเคยได้รับมาก่อน โรงตีเหล็กเก่าถูกดัดแปลงเป็ห้องทดลองส่วนตัวของเขา มีศิษย์บางส่วนถูกส่งมาเป็ผู้ช่วย ซึ่งรวมถึงจ้าวหยุนด้วย
ลู่ซานใช้เวลาทั้งหมดในการพัฒนา "วิทยาการ" ของเขา เขาเริ่มสร้าง "อุปกรณ์สื่อสารระยะไกล" อย่างง่ายๆ โดยใช้กระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ในการส่งสัญญาณรหัส เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับจ้าวหยุนได้ในระยะไกลเมื่อออกไปทำงานข้างนอก นอกจากนี้ เขายังเริ่มออกแบบ "เครื่องยิงอัศนี" ซึ่งใช้หลักการไฟฟ้าสถิตที่เขาค้นพบในตำราโบราณ ผนวกกับความรู้ที่เขามีเกี่ยวกับไฟฟ้า เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถทำให้ศัตรูชะงักงันได้
แต่ในขณะที่ลู่ซานกำลังทุ่มเทให้กับการประดิษฐ์ ภัยคุกคามที่แท้จริงก็เริ่มก่อตัวขึ้น
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวสารจากภายนอกพรรคมารก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา เ้าสำนักไป๋ซานได้รับจดหมายจาก สำนักดาบฟ้า ซึ่งเป็สำนักที่หลี่จื่อเหว่ยสังกัดอยู่ เนื้อหาของจดหมายนั้นสุภาพ แต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่เ็าและแฝงการคุกคามอย่างชัดเจน
จดหมายระบุว่า สำนักดาบฟ้า้าให้พรรคมารอัคคีทมิฬส่งตัว หลินเฟย ไปยังสำนักดาบฟ้า เพื่อ "สอบถาม" เกี่ยวกับ "วิชาประหลาด" ที่เขาใช้ในการประลอง นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงเื่การหมั้นหมายระหว่างหลี่จื่อเหว่ยและท่านหญิงอวิ๋นซี และแสดงความกังวลว่า "ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม" ระหว่างท่านหญิงอวิ๋นซีและหลินเฟย อาจส่งผลกระทบต่อเกียรติยศของทั้งสองสำนัก
เ้าสำนักไป๋ซานเรียกผู้าุโทุกคนเข้าประชุมทันที บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด
"นี่คือการคุกคามอย่างชัดแจ้ง!" ผู้าุโท่านหนึ่งกล่าวด้วยความไม่พอใจ "พวกเขา้าจะชิงตัวหลินเฟยไป และยัง้าบีบให้เราตัดสัมพันธ์กับท่านหญิงอวิ๋นซี!"
"สำนักดาบฟ้าเป็สำนักที่ยิ่งใหญ่ มีอิทธิพลและกำลังพลเหนือกว่าเรามาก" ผู้าุโอีกท่านกล่าวด้วยสีหน้ากังวล "หากเราปฏิเสธ อาจนำไปสู่าได้"
ไป๋ซานนิ่งเงียบ เขาลูบเคราอย่างครุ่นคิด เขารู้ดีว่าหากส่งตัวหลินเฟยไป ก็เหมือนส่งแกะเข้าปากเสือ และเขาก็ไม่้าทำเช่นนั้น เพราะเขาเห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ "วิทยาการ" ที่หลินเฟย
"แต่หากเราไม่ส่งตัวไป และปล่อยให้เื่นี้บานปลาย ท่านหญิงอวิ๋นซีก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย" ผู้าุโอีกท่านแย้ง
ในขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด หลินเฟย (ลู่ซาน) ซึ่งถูกเรียกมาร่วมประชุมด้วย ก็เดินออกมาจากมุมห้อง
"เรียนท่านเ้าสำนักและท่านผู้าุโทุกท่าน" ลู่ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและสงบนิ่ง "กระหม่อมจะไปที่สำนักดาบฟ้าด้วยตัวเองพ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดของลู่ซานทำให้ทุกคนในห้องประชุมถึงกับตะลึง
"เ้าพูดอะไรนะหลินเฟย!" ผู้าุโท่านหนึ่งอุทาน "นั่นมันคือรังเสือชัดๆ เ้าไปที่นั่นก็เท่ากับยอมให้พวกเขาจับตัวไป!"
"กระหม่อมทราบดีพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบ "แต่การที่กระหม่อมไป จะเป็การแสดงความจริงใจว่าพรรคมารของเราไม่ได้มีเจตนาซ่อนเร้น และที่สำคัญ... จะเป็การซื้อเวลาให้พรรคมารของเราได้เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต"
ลู่ซานจ้องมองไปที่เ้าสำนักไป๋ซาน "กระหม่อมเชื่อว่า ด้วย 'วิทยาการ' ที่กระหม่อมมี จะสามารถเอาตัวรอดได้ และอาจจะค้นพบข้อมูลสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับสำนักดาบฟ้าได้ด้วย"
ไป๋ซานมองหลินเฟยอย่างพิจารณา เขาััได้ถึงความมุ่งมั่นและสติปัญญาที่เปล่งประกายออกมาจากตัวศิษย์หนุ่ม
"เ้าแน่ใจหรือหลินเฟย" ไป๋ซานถาม
"พ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบอย่างหนักแน่น "กระหม่อมจะไป และกระหม่อมจะกลับมาอย่างปลอดภัย"
การตัดสินใจของหลินเฟยทำให้ผู้าุโหลายคนไม่เห็นด้วย แต่เ้าสำนักไป๋ซานกลับตัดสินใจเชื่อใจเขา
"ถ้าเช่นนั้น... บิดาจะอนุญาตให้เ้าไป" ไป๋ซานกล่าว "แต่เ้าต้องสัญญากับบิดาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด"
ลู่ซานก้มศีรษะ "กระหม่อมน้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากประชุมเสร็จสิ้น หลินเฟยก็มาหาท่านหญิงอวิ๋นซีที่ห้องพักของนาง อวิ๋นซีได้ยินเื่การเดินทางไปสำนักดาบฟ้าของเขาแล้ว สีหน้านางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"หลินเฟย... เ้าจะไปที่นั่นไม่ได้นะ! มันอันตรายเกินไป!" อวิ๋นซีกล่าวพร้อมดวงตาที่แดงก่ำ
"อวิ๋นซี... ข้าต้องไป" ลู่ซานจับมือของนาง "นี่เป็โอกาสที่จะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า 'วิทยาการ' ของข้าไม่ด้อยไปกว่าวรยุทธใดๆ และเป็โอกาสที่จะปกป้องเ้าและพรรคของเรา"
"แต่ว่า..." อวิ๋นซีพยายามจะพูดต่อ แต่น้ำเสียงของนางก็สั่นเครือ
ลู่ซานยิ้มบางๆ "ไม่ต้องห่วง ข้าจะเตรียมตัวไปอย่างดี และข้าจะกลับมาหาเ้าอย่างปลอดภัยแน่นอน" เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของลู่ซาน อวิ๋นซีก็รู้สึกเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างประหลาด นางพยักหน้าช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม
วันรุ่งขึ้น หลินเฟย (ลู่ซาน) ออกเดินทางจากพรรคมารอัคคีทมิฬ มุ่งหน้าสู่สำนักดาบฟ้าเพียงลำพัง ในถุงผ้าข้างกายเขาไม่ได้มีเพียงหน้าไม้ แต่ยังมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่เขาพัฒนาขึ้น และความรู้จากโลกอนาคตที่พร้อมจะพลิกโฉมทุกสิ่ง เขาไม่รู้ว่าอะไรจะรอเขาอยู่ข้างหน้า แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อปกป้องสิ่งที่เขารัก และพิสูจน์ "วิทยาการ" ที่เขาเชื่อมั่น