ตอนที่ 1 (7)
ดวงตาทั้งคู่ของเลี่ยวต้าเหวยเหมือนกับเครื่องเอกซเรย์ แถมยังมีซีทีสแกน[1]ในตัวอีกด้วย เขามองเพียงแวบหนึ่งก็พูดว่า “อายุกระดูกคือสิบแปด”
ครั้นมองหงเซี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ เจี่ยนอินอีกครั้ง ถึงแม้ว่าบนใบหน้าจะไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ และเท่เหมือนเดิม แต่ดูท่าแล้วจะต้องฟังไม่รู้เื่แน่ๆ จึงอธิบายว่า
“พูดง่ายๆ ก็คือ ร่างกายก่อนหน้านี้ของคนคนนี้เป็มนุษย์ แต่ดันถูกไอ้เทพอัสนีสารเลวนั่นฟาดเข้า สมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเลยทำให้สูญเสียความทรงจำ แถมยังถูกพ่อของลูกพี่ชนเข้าอีก กระดูกหักหลายแห่ง เลยเกิด OHCA...หรือก็คือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั่นแหละ
แต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่าเป็โชคดีหรือโชคร้าย น้องชายตัวน้อยถูกฟาดจนอยู่ในภาวะกึ่งอัมพาต จิตไม่มั่นคง และไปกระตุ้นิญญาในกายมนุษย์เข้า ดังนั้นเลยมีสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นแบบนี้ ภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ตัวเขาเองก็ไม่รู้ พวกเราก็ย่อมไม่สามารถรู้ที่มาอะไรของเขาได้…”
ดวงตาของเจี่ยนอินที่อยู่บนรถเข็นสับสนงุนงงยิ่งกว่าเดิม
“นายฟังไม่เข้าใจ งั้นฉันก็จะยังไม่คุยกับนายตอนนี้ก่อนละกัน นายแค่จำไว้ว่านายสูญเสียความทรงจำไปแล้วก็พอ” หมอเลี่ยวต้าเหวยเมินเจี่ยนอิน และมองไปที่หงเซี่ยนเลย “พี่หงคิดจะทำยังไง”
“มอบให้กรมย่อยพิเศษจัดการ” หงเซี่ยนอธิบายง่ายๆ
“ในกลุ่มแตกตื่นกันหมดละ ได้ยินว่าคนที่ถูกอัสนีบาตสั่นะเืพิภพของเทพอัสนีฟาดแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่ได้นั้นมีไม่กี่คน คนคนนี้จัดอยู่ในประเภทไหนก็ไม่มีใครรู้และไม่มีใครจำได้ เป็เบื้องบนที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์เพื่อเวียนว่ายตายเกิดทำภารกิจยังพอว่า กลัวแต่ว่าจะเป็ข้างล่างเดือนเจ็ดที่วิ่งขึ้นมาจัดปาร์ตี้น่ะสิ นั่นต้องแย่มากแน่
พ่อของคุณก็มีความสามารถจริงๆ นะ ใน่ไม่กี่ปีมานี้สร้างปัญหาไว้ไม่น้อยเลย มนุษย์ที่สามารถเกิดมาได้เหมือนเขานั้น มีไม่กี่คนบนโลก...เมาแล้วขับ คุณรู้จักไหม เมาแล้วขับก็ช่างเถอะ แต่เขาเอาใครมาด้วยคุณรู้ไหม...ได้ยินว่าอายุน้อยกว่าคุณอีกแต่ก็อยากจะเป็แม่คนแล้ว...”
เลี่ยวต้าเหวยเป็คนปากเสียและปากไว ขึ้นชื่อเื่ซุบซิบนินทา แต่เมื่อเขาชักจะเลยเถิดเกินไปแล้วจริงๆหงเซี่ยนก็เหลือบมองเขาอย่างเ็าแวบหนึ่ง เลี่ยวต้าเหวยผลักเก้าอี้ไปข้างหลังทันที แนบทั้งร่างกับกำแพง กระดูกสันหลังเย็นะเื ทั้งร่างสั่นเทิ้มขึ้นมา
เวรเอ๊ย...ลืมไปเลยว่าลูกพี่ท่านนี้กับกรมควบคุมปีศาจท่านนั้นขึ้นชื่อเื่อารมณ์บ่จอยสุดๆ คู่เทพสังหารที่หน้าตาหล่อเหลาแต่ทนการยั่วยุไม่ได้...
“เอ๋...” เจี่ยนอินมองหมอที่ดูเหมือนจะตัวสั่นอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็มองมาที่มือของตนเองอีกครั้ง “ดวงตา...ค่อยๆ ชัดขึ้นแล้ว...ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังมัวมากอยู่แท้ๆ...”
เลี่ยวต้าเหวยที่หดตัวอยู่ที่มุมผนังพูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ว่า “ยินดีด้วย อาการป่วยของมนุษย์กำลังจะค่อยๆ หายไปจากร่างกายของคุณ รอคุณสามารถมองเห็นได้ชัดเจนอย่างสมบูรณ์ และค่าสายตากลับมาเป็ 2.0 เมื่อไร ก็คือเวลาที่คุณกลายเป็เซียนแล้ว”
“กลายเป็เซียนเหรอ” เจี่ยนอินเอียงหัวด้วยความฉงน
“ไม่ใช่สิ!” จู่ๆ เลี่ยวต้าเหวยก็พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าหน้าตาของนายแปลกนิดหน่อยล่ะ”
“แปลกงั้นเหรอ” ั้แ่ตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ เจี่ยนอินก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน
“นายฟังไม่เข้าใจ ฉันก็ไม่พูดกับนาย!” เลี่ยวต้าเหวยหันไปมองหงเซี่ยนที่ยืนอยู่ข้างหลังอีกครั้ง “ลูกพี่”
“ชิงเหอบอกว่าเขาเป็มนุษย์” หงเซี่ยนพูด
“เป็ ไป ไม่ ได้” เสียงของเลี่ยวต้าเหวยก้องกังวาน
หงเซี่ยนไม่คิดที่จะคุยต่อแล้ว จึงยื่นมือไปที่รถเข็นของเจี่ยนอิน แล้วจับที่จับตรงรถเข็นของเจี่ยนอินไว้
ในเวลานี้เองที่เจี่ยนอินเงยหน้าและหันคอไปด้านหลัง หมายจะมองไปยังคนคนนั้นที่อยู่ที่ด้านหลังของเขา
เจี่ยนอินสวมชุดผู้ป่วยหลวมๆ เพราะคอเสื้อกว้างเกินไป จึงเผยให้เห็นิัั้แ่บริเวณคอลงไป นิ้วของหงเซี่ยนััโดนิัส่วนนั้นเบาๆ ขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มลื่น เกลี้ยงเกลา และเย็นเฉียบ จู่ๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง และะเิออกมาจากหัวใจของเขา
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเอง จู่ๆ แสงสีทองและสีแดงก็ะเิออกเสียงดังเลือนลั่นระหว่างคนทั้งสอง แสงสีทองและสีแดงะเิเข้าด้วยกัน ผสมผสานกันจนเป็คลื่นแสงขนาดมหึมา แสงสีทองแดงก่อตัวเป็สีแปลกๆ ซึ่งทำให้จิตของผู้คนสั่นสะท้าน
“แม่เ้าโว้ยยยย” เลี่ยวต้าเหวยกรีดร้องด้วยความตกตะลึง
กลไกป้องกันบนชั้นเก้าถูกเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ในทันที ยันต์บนผนังเริ่มเคลื่อนไหว แสงสีทองไม่หยุดพัก แต่กลับไม่อาจหยุดยั้งตอนที่ดวงิญญาของทั้งสองนี้สลับปะทะกันได้ จนบังเกิดเป็ระลอกคลื่นล้ำลึกนิรันดร
“นี่จะเป็คนได้ยังไงก๊านนนนน” เลี่ยวต้าเหวยกรีดร้องก่อนที่จะหมดสติไปจากแรงกระแทก “นี่มันไม่ใช่โค๊นนนนน”
เชิงอรรถ
^ ซีทีสแกน คือ การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เช่นการสแกนสมอง หรือสแกนทุกส่วนของร่างกายในตำแหน่งที่ต้องการ