มีคุณครูสาวสองคนพึ่งจะได้บรรจุข้าราชการครูได้ไม่กี่ปีมานี้เองทั้งสองกำลังพูดคุยกัน่พักกลางวันความเหนื่อยล้าจากการสอนหนังสือทำให้ทั้งคู่เข้ามาพักที่ห้องพักครู
“เอยดูนี่สิ ซีรีส์จีนเื่ใหม่มีหลายเื่เลย น่าดูมาก” มีนาซึ่งเป็คุณครูเพื่อนซี้ของเอยชี้ชวนให้เธอดูตัวอย่างซีรีส์จีนยอดนิยมในโทรศัพท์มือถือของตนเอง
“เค้าดูหมดแล้วจ้ามีนา” เอยยิ้มร่าเริงอวดฟันขาวให้กับมีนา เอยสร้างความประหลาดใจให้กับมีนามาก มีนากล่าวกับเอยว่า
“หากดูจากบุคลิกเอยแล้ว มักจะทุ่มเทให้กับการสอนหนังสือ แล้วเอยเอาเวลาไหนไปดูซีรีส์ตั้งมากมายจ้าแถมยังอัพเดตตอนใหม่ๆให้เค้าฟังอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มีนาถามเอยเลยตอบไปว่า
“ก็ดู่วันหยุด ดูทั้งวันเลยจ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเพลินดีนะ ชอบพระเอกจีนดูดีมีเสน่ห์ รักจริงทุ่มเทมากจ้า”
“ชายาข้า ข้าจะปกป้องเ้าเอง อื้อหือ ท่านอ๋องหล่อมาก ผู้ชายจีนงานดีทุกคน”
เอยยิ้มตาหยีหลับตาพริ้มกำลังอยู่ในโหมดเคลิ้มกับพระเอกซีรีส์จีนของตัวเองอยู่ทำเอามีนาถึงกับยอมในความเป็ติ่งซีรีส์จีนของเธอเอามากๆ แล้วก็นึกอะไรออก เลยถามเอยว่า
“เอยสมมุติถ้าวันหนึ่ง เธอย้อนอดีตไปได้จริง เธอจะรู้สึกยังไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูหน้าเธอตอนนี้ซิฟินกับความหล่อพระเอกมากกกกก?” มีนาคิดคำถามเล่นๆ เน้นแกล้งเพื่อนเพราะตอนนี้ดูเธอกำลังอินหนัก เอยตอบมีนาไปว่า
“ถ้าเค้าย้อนอดีตไปได้นะเหรอ?”
“คงช็อกแหละมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
นี่คือคำพูดสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากมา
“ช็อกจริงๆ”
ณ จวนสกุลลู่
ในปีรัชศกเทียนเหมินปีที่ 3 ในฮ่องเต้หลงเฟยเทียน แห่งแคว้นซือเค่อ
เอยมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรนั้นต่อให้ถามคำถามนี้กับเธอเป็ร้อยครั้งเธอก็ยังคงพูดคำเดิมซ้ำๆว่า
“นี่มันคืออิหยังว่ะ” ในภาษาท้องถิ่น
“ฮือ ฮือ อยากจะร้องไห้ฉันงงไปหมดแล้ว”
เอยมาอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้วเธออยู่ในร่างคุณหนูลู่จิ่วคุณหนูรองของใต้เท้าลู่กับฮูหยินลู่เป็คุณหนูคนเดียวของสกุลลู่พึ่งสูญเสียพี่ชายใหญ่ไปเมื่อไม่นานมานี้เองและมีเพียงเธอที่รอดชีวิตออกมาจากกองเพลิงนั้นได้จากคำพูดที่มารดาเ้าของร่างนี้เล่าให้เธอฟัง
ในคืนหนึ่งจวนสกุลลู่ถูกคนร้ายเข้าปล้นชิงทรัพย์และวางเพลิงภายในจวนถูกเปลวไฟเผาไหม้วอดวายไปหมด
ซึ่งในวันนั้นมีเรือนพี่ชายใหญ่กับเรือนของเธอเท่านั้นที่อยู่ใกล้ห้องเก็บคลังสมบัติ
คนร้ายจำนวนมากบุกเข้ามาลอบชิงทรัพย์และวางเพลิงในยามวิกาล เรือนคนใช้ก็อยู่ห่างออกไปในส่วนด้านหลังจวนบ่าวไพร่ที่คอยรับใช้ที่เรือนคุณหนูทั้งสองมีบางส่วนที่เหลือกระจายตัวเข้าเรือนนอนส่วนทางด้านหน้าจวนจัดเวรยามคอยคุ้มกันประตูทางเข้าออกของจวนอยู่แล้ว
เพราะใต้เท้าลู่กับฮูหยินลู่ต้องรีบเดินทางออกไปทำธุระข้างนอกมิได้กลับเข้ามาหลายวันผู้คุ้มกันฝีมือดีหลายคนจึงถูกแบ่งจำนวนออกไปคุ้มกันนายท่านจนเกือบหมดปล่อยให้มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่คอยดูแลคุณหนูทั้งสองที่จวน
แต่ด้วยความมืดและความเก่งกาจของพวกโจร แม้ผู้คุ้มกันสกุลลู่จะมีฝีมือในระดับดีมากเพียงใดก็ไม่สามารถรับมือกลุ่มโจรพวกนั้นเอาไว้ได้จนเป็เหตุให้คุณชายใหญ่
เสียชีวิตในค่ำคืนนั้นอันที่จริงควรจะต้องเป็การเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งชีวิตซึ่งก็คือคุณหนูรองผู้นี้ซึ่งนับว่าเธอได้ฟื้นขึ้นมาแล้วกลายเป็คุณหนูรอง ‘ลู่จิ่ว’ ซึ่งก็คือ ‘เอย’
หรืออาจจะเป็ดวงชะตาของลู่จิ่วเองซึ่งเคยมีคนทำนายดวงชะตาของคุณหนูรองั้แ่เกิดว่าจะมีอายุสั้นซึ่ง ก็เป็จริงตามนั้น
“ฉันเสียใจด้วยนะลู่จิ่ว คงเหลือเพียงฉันสินะ ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงฉันรักเมืองไทย ฉันอยากกินอาหารไทย ฉันคิดถึงลูกศิษย์ตัวน้อย ฉันคิดถึงคุณพ่อพ่อจ๋า”
แล้วเธอก็ซบใบหน้านวลผ่องลงบนเข่ากอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนถึงเช้า
‘เช้าวันใหม่ที่เธอต้องตื่นขึ้นมามีชีวิตอยู่ต่อไม่ว่าจะเจอกับอะไรก็ตามันเกิดขึ้นแล้วฉันต้องมีชีวิตที่ดีต่อไป’
“การได้เกิดมาว่ายากแล้วการได้เกิดเป็มนุษย์นั้นยากยิ่งกว่า” ลู่จิ่วกล่าว
‘โปรดเรียกข้าว่าลู่จิ่ว ฉันพร้อมแล้ว โปรดส่งกำลังใจและสนับสนุนฉันด้วย’
เธอกำลังนึกถึงความเชื่อที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเธอเสมอมา