“แม่นมหวัง” กวานซูเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและนอบน้อม “ข้าได้ใคร่ครวญดูแล้ว…ข้าคงต้องยอมรับสาวใช้ที่ท่านแม่จะส่งมาช่วยงานแล้วจริง ๆ”
แม่นมหวังยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ “หากเป็เช่นนั้นก็ดีเ้าค่ะ! นายหญิงเป็ห่วงเื่นี้อยู่แล้ว อีกประเดี๋ยวบ่าวจะส่งสาวใช้ในจวนทุกคนมาให้ฮูหยินน้อยคัดเลือกเองได้ตามใจ”
กวานซูเหยียนส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มที่แฝงความเ้าเล่ห์
“ข้าได้ยินว่าสามีข้ามีสาวใช้อุ่นเตียงมากมายไม่ใช่หรือ?” นางถามอย่างใจเย็น “สตรีพวกนั้นจะเป็บ่าวก็ไม่ใช่ จะเป็อนุก็ไม่เชิง ไม่มีหน้าที่ชัดเจนในจวน เช่นนี้…ข้าขอสตรีเ่าั้มาช่วยงานข้าจะได้หรือไม่?”
คำพูดของนางทำให้แม่นมหวังชะงักไปเล็กน้อย “เื่ของอวี้เซียงที่เกิดขึ้นเมื่อวาน..ฮูหยินยังวางใจให้สตรีเ่าั้มาช่วยอีกหรือเ้าคะ?”
“เื่เพิ่งเกิดสิยิ่งดี ข้าคิดจะให้พวกนางมาทำความสะอาดรอยเืบนพื้นนั่นด้วย ดูสิว่าจะมีผู้ใดกล้าคิดร้ายกับข้าอีกหรือไม่” นางยิ้มราวกับผู้ชนะไม่มีความกังวลใจใดแอบแฝง
สาวใช้อุ่นเตียงของเซียวหลิงเจาที่เหลืออยู่ไม่ได้ร้ายกาจหรือมีความทะเยอทะยานเท่าอวี้เซียง พอไร้หัวหน้าคอยยุยงและคอยนำทาง ความริษยาของสตรีพวกนี้ก็ไม่มีพิษภัยมากนัก
การดึงพวกนางมาทำงานหนักที่เรือนกูหยวน เป็การขจัดภัยร้ายที่ไม่อาจคาดเดาและเป็การควบคุมไปในตัว อีกทั้งนางยังได้แรงงานมาช่วยแบ่งเบาภาระกองผ้าที่หนักอึ้งนี้อีกด้วย!
…
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามหลังจากที่แม่นมหวังออกจากเรือนไป ภายใต้คำสั่งของฮูหยินใหญ่ กลุ่มสาวใช้สิบสองนางก็เดินทางมาถึงเรือนกูหยวนพร้อมกับอุปกรณ์ซักผ้าครบมือ
เมื่อก้าวเข้าสู่ลานเรือน สิ่งแรกที่พวกนางเห็นคือกองผ้าสูงท่วมหัว แต่ภาพที่ทำให้ทุกคนไม่อาจละสายตาไปได้เลยกลับเป็สตรีผู้หนึ่งที่นั่งสงบนิ่งอยู่ใต้ชายคา
กวานซูเหยียน องค์หญิงต่างแคว้นจากเหลียงซาน!
สตรีอายุราว 18 ปี ใบหน้าเล็กเพียงฝ่ามือภายใต้เรือนผมดำขลับนั้นงดงามราวกับเทพธิดา นางสวมอาภรณ์เรียบง่าย สีหน้าเยือกเย็น ดวงตาคมสงบจ้องมองพวกนางราวกับกำลังประเมินสิ่งของ และที่ลำคอขาวผ่องนั้น มีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้อย่างเด่นชัด
หัวใจของสาวใช้อุ่นเตียงหลายคนเต้นแรงขึ้นในฉับพลัน
ข่าวลือเมื่อวานแพร่สะพัดไปทั่วจวน ว่าท่านแม่ทัพใช้ดาบจ่อคอฮูหยินต่างแคว้นผู้นี้จนเกิดาแ
ทว่าฮูหยินน้อยกลับไม่ได้ร้องขอความเมตตาเลยสักประโยค แม้ในยามเืไหลท่วมร่าง นางก็ยังไม่สะทกสะท้าน!
สตรีชาวเหลียงซาน…แข็งแกร่งกว่าที่พวกนางคาดคิดไว้มากนัก
เพียงแต่ ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวก็เ็ปจนแทบจะกรีดร้อง แต่นางจำเป็ต้องแสดงอำนาจเพื่อข่มขวัญสตรีกลุ่มนี้
“คำนับฮูหยินน้อยเ้าค่ะ”
สาวใช้อุ่นเตียงทั้งสิบสองคุกเข่าลงพร้อมกัน ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตานางแม้แต่น้อย
กวานซูเหยียนเพียงปรายตามอง ไม่ได้เอ่ยคำใด แต่เป็เมิ่งหรูที่ก้าวออกมาแทน
“ก่อนอื่น พวกเ้ามาช่วยกันล้างคราบเืที่ยังตกค้างอยู่บนพื้นให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่กลิ่น”
คำว่าคราบเื ทำให้สีหน้าของสาวใช้หลายคนเปลี่ยนไป
เมื่อเข้าไปใกล้ พวกนางจึงเห็นว่าพื้นหินยังมีรอยสีคล้ำฝังแน่น แม้จะถูกล้างไปแล้วบางส่วน แต่กลิ่นคาวจาง ๆ ยังคงหลงเหลืออยู่
บางคนเกือบจะอาเจียนออกมา เมื่อคิดได้ว่ารอยเืกองนี้เป็ของอวี้เซียง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะสะอื้น เพราะสายตาของกวานซูเหยียนยังคงจับจ้องอยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นว่าพวกนางต่างก้มหน้าทำงานจนเสร็จเรียบร้อย ไม่มีผู้ใดแสดงท่าทีต่อต้านหรือขัดขืน กวานซูเหยียนจึงพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
“พวกเ้าทำได้ดีมาก” เสียงของนางเรียบเรื่อย แต่กลับทำให้สาวใช้ทั้งสิบสองสะดุ้งวาบ
“ในเมื่อมาแล้ว ก็จงตั้งใจทำงานให้สมกับความเมตตาของท่านแม่ทัพ” นางเหลือบตามองไปยังกองผ้าขนาดใหญ่ที่วางซ้อนกันอยู่ไม่ไกล
“พวกเ้าคงเห็นแล้วว่ากองผ้าพวกนี้หนักหนาเพียงใด แต่ไม่ต้องกังวล หากพวกเ้าขยันขันแข็ง งานเหล่านี้ก็จะเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว”
สาวใช้อุ่นเตียงทั้งสิบสองก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ไม่มีผู้ใดกล้าคิดหลบเลี่ยง
งานซักผ้าเริ่มต้นขึ้นั้แ่เช้า และดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งบ่ายคล้อย แต่ผ้ากองโตกลับพร่องไปไม่ถึงครึ่ง!
เหนือสิ่งอื่นใด บรรยากาศโดยรวมกลับไม่ได้ทำให้สาวงามกลุ่มใหญ่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย นั่นเป็เพราะเมิ่งหรูสาวใช้ส่วนตัวของฮูหยินน้อยก็มาช่วยซักผ้าด้วย ไม่ได้ยืนชี้นิ้วสั่งหรือเอาเปรียบพวกนางแม้แต่นิด
ส่วนฮูหยินน้อยยังมีาแที่คอ กอปรกับรอบเรือนกูหยวนยามนี้ไม่มีต้นไม้สักต้นไว้ให้ร่มเงา เมิ่งหรูจึงไม่ยอมให้นางออกมานั่งตากแดดรับลมอยู่นอกเรือน ทำให้สาวใช้ที่หวาดกลัวฮูหยินน้อยเริ่มส่งเสียงพูดคุยกันออกมาและสนิทสนมกับเมิ่งหรูได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ลานเรือนก็ยังเต็มไปด้วยกองผ้าที่ยังซักไม่หมด เหล่าสาวใช้อุ่นเตียงต่างถูกสั่งให้กลับไปพักผ่อนที่เรือนของตนเองแล้ว เหลือเพียงกวานซูเหยียนและเมิ่งหรูอยู่ด้วยกันแค่สองคน
เมิ่งหรูจัดการทายาบนาแที่ลำคอของนายหญิงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความหนักใจ “ฮูหยิน…ผ้าพวกนี้คงไม่เสร็จง่าย ๆ นะเ้าคะ หากปล่อยให้พวกนางทำงานหนักทุกวัน พวกนางจะไม่หนีไปเสียก่อนหรือเ้าคะ?”
กวานซูเหยียนหัวเราะเบา ๆ “เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วเมิ่งหรู พวกนางเป็สาวใช้ในจวนสกุลเซียว จะให้หนีไปที่ใดเล่า?"
“ไปไหนไม่ได้ก็ดี บ่าวไม่ได้คุยเล่นกับผู้ใดมานาน พอมีสหายมาคุยเล่นด้วยบ่าวก็ชักจะชอบพวกนางแล้วสิเ้าคะ” เมิ่งหรูแลบลิ้นเล็กๆ ของมาออกมาอย่างน่าเอ็นดู ไม่เหลือคราบสาวใช้ผู้ดุดันเลยแม้แต่น้อย
“ผ้าพวกนั้นทำทุกวันมันก็เสร็จจนได้ล่ะน่า..เรามาจัดการเื่ของเรากันดีกว่า..เ้ามีเงินไหมเมิ่งหรู?”
นางถามพลางหยิบเหรียญทองคำที่ห้อยอยู่ข้างเอวออกมา
เมิ่งหรูกลอกตา “พวกเราเป็เชลยถูกจับตัวมานะเ้าคะ จะมีเงินติดตัวได้อย่างไรกัน” หญิงสาวเบ้ปาก แต่เพียงครู่เดียวก็เบิกตากว้างอย่างนึกขึ้นได้
“จริงสิ! ตอนที่พวกเราอยู่ในกรงขัง มีชาวบ้านเผลอขว้างเหรียญทองแดงเข้ามาด้วยเ้าค่ะ!” นางรีบวิ่งเข้าไปในห้อง แล้วกลับออกมาพร้อมเหรียญทองแดง 1 เหรียญ
“หนึ่งอีแปะงั้นหรือ..น้อยไปหน่อยแต่ก็ช่างเถิด ถ้ามันเพิ่มจำนวนได้ วันต่อไปเราก็จะมีสองอีแปะและจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว!"
เมิ่งหรูอ้าปากค้างตัวแข็งทื่อ เหตุใดตอนนั้นจึงไม่มีคนขว้างเงินตำลึงสักก้อนเข้ามาในกรงกันนะ! ต่อให้ขว้างมาโดนหัวนาง นางก็ยอม!
เหรียญทองแดงหนึ่งอีแปะถูกวางลงบนเหรียญทองคำวิเศษอย่างลุ้นระทึก ทว่าหลังผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสองสาวก็ได้แต่ยืนจ้องมันตาปริบ ๆ เพราะมันยังคงเป็เพียงอีแปะเดียวเหมือนเดิม ไม่มีท่าทีว่าจะเพิ่มขึ้นสักนิด
“ไม่ได้งั้นหรือ?” กวานซูเหยียนพึมพำ สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เมิ่งหรูทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดอารมณ์ “ทำไมล่ะเ้าคะ? ยาหมื่นเหตุยังเพิ่มได้ อาหารก็เพิ่มได้ แล้วเหตุใดเงินถึงเพิ่มไม่ได้! นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!”
กวานซูเหยียนเม้มริมฝีปากแน่น ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวทันที
หรือว่านี่จะเป็ข้อจำกัดของเหรียญทองคำ? มันคงไม่ยอมให้ผู้ใช้ร่ำรวยโดยไม่ออกแรงสินะ! ถ้าเงินเพิ่มไม่ได้ เช่นนั้นของมีค่าอื่นอย่างทองคำหรือเพชรพลอยก็คงหมดสิทธิ์ทั้งนั้น
“ถ้าเงินเพิ่มไม่ได้…” นางสูดหายใจลึก “งั้นพวกเราลองเพิ่มของอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน เช่นพวกผ้าที่ซักเสร็จแล้วตรงนั้น”
เมิ่งหรูเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น “ลองใส่ลงไปคราวละหลายๆผืนเลยดีหรือไม่เ้าคะ แต่บ่าวก็ไม่แน่ใจว่าการเพิ่มจำนวนคราวละมากๆ จะได้ผลหรือไม่”
“นั่นสิ…ข้าก็ไม่แน่ใจ” กวานซูเหยียนยอมรับ “แต่หากไม่ลอง เราก็จะไม่มีวันรู้”
สุดท้ายทั้งคู่ก็เลือกที่จะเสี่ยงดู นางสั่งให้เมิ่งหรูช่วยยกผ้าม่านโถงหลักสีน้ำเงินที่มีขนาดใหญ่และหนักมาก วางลงในเหรียญทองคำที่ขยายตัวมารองรับพวกมันได้ทั้งหมด!
วูบ!
เกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ และเมื่อแสงนั้นจางหายไป ผ้าม่านเนื้อหนาสีน้ำเงินหอมกรุ่นก็เพิ่มจำนวนออกมาอีกเท่าตัว!
“สำเร็จแล้วเ้าค่ะ!” เมิ่งหรูร้องดีใจเสียงดัง นางรีบนับจำนวนผ้าม่านที่เพิ่มมาอย่างรวดเร็ว “ยี่สิบผืน! มีผ้าม่านเพิ่มมาอีกยี่สิบผืนเ้าค่ะ!”