เช้าตรู่เสียงมือถืออาซันดังลั่น แต่เช้า
“ อาซันเกิดเื่ใหญ่แล้ว ค่ายทหารที่ใกล้อยู่ใกล้กับศพผู้พันอาเธอร์ถูกถล่มเละเทะ ทหาราเ็นับร้อย เื่นี้เธอช่วยอธิบายให้หน่อยซิ” ท่านวิษณุคงอยากรู้ความจริง
“ ค่ายทหารแห่งนี้ ให้ที่พักผู้พันอาเธอร์ ผมเข้าไปจะจับพวกผู้ก่อการร้ายพวกเขากลับไล่ยิงผม ผมเลยป้องกันตัว แค่นั้นไม่มีอะไร” อาซันตอบตามตรง
“ ป้องกันตัว จนค่ายทหารพังไปทั้งค่ายเนี่ยนะ” ท่านวิษณุย้อนทันที
“ ประมาณนั้น ว่าแต่ใครเป็คนคุมค่ายทหารแห่งนี้” อาซันถามตรงๆ
“ นายพลฟาอีสต์ ญาติผู้พี่ของท่านรัฐมนตรีทองแท้”
“ ผมว่าแล้ว เื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่แน่ จัดการเลยไหมครับ” อาซันถามต่อเลย
“ ไม่ได้ เราไม่มีหลักฐาน ศพที่เห็นก็อยู่ด้านนอกค่าย ส่วนด้านในป่านนี้คงทำลายทิ้งไปหมดแล้ว พวกเราคงทำอะไรไม่ได้หรอก” ท่านวิษณุตอบตามตรง
“ ถ้าเช่นนั้นเื่ที่เหลือคงต้องให้ท่านจัดการเพราะ ผมเองต้องไปศึกษาต่างประเทศไม่รู้จะกลับเมื่อไรเสียด้วย” อาซันรีบเอ่ยเพราะว่าใกล้เวลาที่เทียนจะมารับเขาแล้ว
“ เธอจะไปเรียนต่อที่ไหน เดี๋ยวนี้โลกใบนี้เล็กจะตาย นั่งเครื่องไม่กี่ชม. ก็เจอกันได้แล้ว” ท่านวิษณุเอ่ย
“ ผมยังไม่ทราบเลย พี่ใหญ่ผมเป็คนจัดการ ที่ผมไปมันไกลมาก และไปเครื่องบินก็ไม่ได้” อาซันพูดความจริง แต่ท่านวิษณุไม่เชื่อ มีที่ไหนกันที่เครื่องบินไปไม่ได้
วันนี้อาซันต้องบอกลาเพื่อนๆ ก่อน ส่วนเื่การแข่งขันชกมวยมหาลัย จัดกันปีหน้ากลับมาคงจะทัน ทุกคนต่างก็เริ่มจะใจหายเพิ่งจะเรียนไม่กี่เดือนเองก็จะไปเรียนต่อเสียแล้ว อาซันไม่ลืมบอกกับอาจารย์ไลลาด้วย อาจารย์ไลลาพยักหน้ารับรู้เมื่อได้ฟัง อาซันบอกว่าจะไปเรียนต่างประเทศ
“ สงสัยอาจารย์ไลลา คงรู้สึกดีมากกว่าหากเราไม่อยู่” อาซันคิด
คืนนั้นอาซันอาบน้ำกำลังเข้านอน ก็มีเสียงเคาะประตู อาจารย์ไลลานั่นเอง
“ อาจารย์ไลลา มีอะไรหรือเปล่าครับ” อาซันกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นเมื่อเห็นชุดที่อาจารย์ไลลาใส่มาคืนนี้
“ เธอจะไปเมื่อไร “
“ พรุ่งนี้ครับ” จะมาถามทำไมกลางคืนป่านนี้ กลางวันไม่ถาม อาซันเืกำเดาจะไหลออกมาอยู่แล้ว อาจารย์ไลลาไม่ได้ชุดชั้นในทำให้อะไรต่อมิอะไร ที่มีอยู่เปิดเผยจนหมด
“ แล้วจะกลับเมื่อไร” อาจารย์ไลลาถามแล้วเดินเข้ามาใกล้อาซัน
“ อีกประมาณ 3 เดือนครับ” อาซันหายใจเข้าปอดลึกๆ ไม่ถอยแล้วเป็ไงเป็กันวะคราวนี้ อาจารย์ไลลาไม่ถามอีก โน้มตัวเข้าจูบปากอาซันทันที อาซันไม่ยอมถอยเช่นกันกล้าทำกันถึงขนาดนี้แล้ว ยอมได้ที่ไหน อาซันดึงเสื้ออาจารย์ไลลาจนหลุดกระเด็นออกไป อาจารย์ไลลาก็ไม่ยอมน้อยหน้า กระชากเสื้ออาซัน จนขาดกระจาย ร่างทั้งสองร่างก็พุ่งเข้าหลอมรวมจนกลายเป็ร่างเดียวกัน บทสรุปของคืนนี้ไม่มีผลแพ้ชนะ ไม่มีคราบเืและน้ำตา มีแต่ความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย
สุดท้ายอาจารย์ไลลาก็ใส่ชุดแล้วเดินจากห้องไป ไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้อาซันรู้สึกเหมือนเป็ดอกไม้ที่ถูกเด็ดเอามาเล่นจนเบื่อ แล้วถูกโยนทิ้งไว้ข้างทาง
รุ่งเช้าอาซันเดินเข้าไปในมิติสีทองสภาพหงอยๆ เจอเทียนก็เข้าไปทักทายทันที
“ พี่ใหญ่”
“ พร้อมที่จะไปแล้วหรือ” อาซันพยักหน้า เทียนจับแขนอาซันแล้วทั้งสองก็ลอยล่องเข้าไปในมิติแห่งใหม่ ที่ เทียนเรียกว่ามิติที่ 5
“ ที่นี่แห่งนี้มีทั้งหมด 3 โลกเหมือนกับโลกที่เราอยู่กัน แต่พลังที่ใช้แตกต่างกัน
โดยโลกแรกเรียกว่าแดนมนุษย์ โดยที่มี พลังต้นกำเนิด เป็ พลังสำหรับชี้วัดว่าใครคืออัฉริยะ ส่วนนอกจากนั้นก็แบ่งพลังโลกที่ 1 เป็พลังพื้นฐาน มีอยู่ 3 ขอบเขตคือ
พลังกายิญญา
พลังปราณิญญา
พลังจิติญญา
โลกที่ 2 คือ แดนเหนือพิภพ มีอีก 4 ขอบเขต
ขอบเขต จ้าวปฐี
ขอบเขต จ้าวเมฆา
ขอบเขต จ้าวนภา
ขอบเขต จ้าว์
โลกที่ 3 คือ แดนเทพ มีอีก 4 ขอบเขต
ขอบเขต ราชัน
ขอบเขต จักรพรรดิ์
ขอบเขต เซียน
ขอบเขต จอมเทพ
ทุกขอบเขตจะมีพลังระดับ ั้แ่ 1-9 ยกเว้นระดับจอมเทพ
โดยพลังทั้ง 3 โลกคือสุดท้ายจะมีพลังจอมเทพเหมือนกันทุกมิติ แต่ต่างกันที่ระหว่างทางที่จะไปถึง เ้าต้องศึกษาพลังของมิติแห่งนี้ให้ได้ทั้งหมด วันข้างหน้า เ้าจะได้ช่วยโลกของเราไว้ได้ เพราะงานนี้ ลำพังข้าคนเดียวอาจต้านไม่อยู่เป็แน่ “ เทียนอธิบายให้อาซันฟัง
“ พี่ใหญ่ข้าจะเข้าไปสมัครเรียนที่ไหนก่อนดี”
“ สำนัก เทพสุริยัน” เทียนตอบสั้นๆ
จากนั้นทั้งสองก็เข้ามาที่หน้าสำนักเทพสุริยัน สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สำนักใหญ่โตเท่าไร ตั้งอยู่บนเชิงเขาแห่งหนึ่ง แต่้าคล้ายกลับมีโบราณสถานแห่งหนึ่งเทียนพาอาซันมายืนอยู่หน้า สำนักเทพสุริยันแห่งนี้
“ ที่สำนักเทพสุริยันปกติไม่ได้รับศิษย์โดยทั่วไป แต่จะรับศิษย์ที่มีความสามารถโดยเฉพาะ โดยมีประตูเลือกศิษย์ จะเป็ผู้คัดเลือก ทางด้านหน้าสำนักตรงนั้น เ้าเห็นคนมามุงกันเยอะแยะ นั่นคือประตูเลือกศิษย์ หากเ้าเข้าประตูนั้นไปแล้วเข้าไปในสำนักได้ เ้าจะได้กลายเป็ศิษย์ของสำนักเทพสุริยันทันที ง่ายๆ เห็นไหม” เทียนบอกกับอาซัน
“ ประตูเลือกศิษย์ มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? ” อาซันสงสัย
“ ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว แต่ละวันมีคนมาสมัครกันเยอะเป็ร้อยต่อวัน อย่างที่เ้าเห็น แต่ที่เข้าไปเรียนได้มีไม่ถึงปีละ 40 คน” เทียนพูดเรียบๆ
“ วันละร้อยคน ปีก็เกือบสี่หมื่นคน ได้แค่ 40 คนต่อไป โห ยากไปไหม มีที่อื่นอีกไหมเนี่ย” อาซันคิดไว้เผื่อไม่ได้
“ ไม่มี ไปได้แล้ว นี่คือหยกพลังของข้า หากเ้ามีปัญหาแก้ไม่ตกให้เรียกพลังของข้าออกมาจัดการซะ ใช้ได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น “ จากนั้นเทียนก็หายไป
“ ว้า ไปเสียแล้ว น่าจะให้อีกสักสองสามอัน อันเดียวจะไปพอใช้อะไร “อาซันส่ายหัวแล้วเดินเข้าไป สำนักเทพสุริยัน
"อยู่ที่ดินแดนนี้ ไม่สามารถใช้พลังเทพได้เลย แปลกจริงๆหรือต้องฝึกพลังตามที่พี่ใหญ่บอก่” อาซันเดินต่อแถวเข้าไปที่ประตูเลือกศิษย์ ที่พวกเขาปล่อยให้เข้าไปทีละ 10 คนเท่านั้น ซึ่งเวลานี้ก็เหลืออีก 100 กว่าคนก็ถึงอาซันแล้ว อาซันเห็นคนที่เข้าไปถึงห้านาที ก็กระเด็นออกมาทางซ้ายมือเป็พรวน เมื่อถึงเวลาของอาซัน ก็เดินเข้าไปตามทางที่พวกเขาทำลูกศรเอาไว้
อาซันมายืนที่ลานแห่งหนึ่งมีชายเสื้อแดงคนหนึ่ง เดินเข้าแล้วก็ต่อยเข้าใส่อาซันทันทีโดยไม่มีคำถามใดใด ทั้งสิ้น อาซันหลบทันทีเช่นกัน ถึงไม่มีพลังเทพ อาซันก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว ชายเสื้อแดงก็ไล่ต้อยอาซันอีกไม่ยอมพูดจา อาซันไม่ถอย ใช้เท้ายันไปที่ปลายคางของชายเสื้อแดงหงายหลังไปทันที มันพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ว่าอาซันะโเข้ามาใกล้แล้วเตะเข้าเป้ากลางดวงใจ มันส่งเสียงร้องดังลั่นแล้วร่างมันก็หายไป
“ เล่นกับใครไม่เล่น ไม่พูดไม่จา เข้ามาก็ใส่กันเลย สมควรโดนจริงๆ”
จากนั้นแสงก็นำทางอาซันเข้าไปอีกที่หนึ่ง เจอคนเดิมอีกแล้ว คราวนี้มันถือดาบพร้อมจะฟันอาซันมันชี้ให้อาซันไปหยิบดาบมา แต่อาซันพยายามดึงดาบจากมิติตัวเองไม่ได้ คงมีการห้ามใช้อาวุธอื่นๆ อาซันเดินไปหยิบดาบมาเล่มหนึ่งแล้วก็เข้าฟันชายชุดแดงก่อนทันที เปรี้ยง ๆ ๆ เสียงปะทะกันสนั่นหวั่นไหวอาซันเรียก ภูมะยังอยู่ไหม มันตอบรับว่ายังอยู่ อาซันให้มันประสานร่างมาที่มือทันที
แล้วอาซันก็ขว้างดาบทีหยิบมาใส่ชายชุดแดงแล้วก็ให้เหล็กไหลกลายเป็ดาบอีกเล่มแทงต่อทันที ชายชุดแดงหลบดาบแรกสบายเห็นอาซันไม่มีดาบแล้วเลยพุ่งเข้าใส่แต่มาเจอดาบสองที่ยาวกว่าเท่าตัวเข้าไปถูกแทงทะลุปอดทันที ร่างสลายหายไปอีกเช่นเคย
มีแสงพาอาซันไปอีกห้องแห่งหนึ่ง ห้องนี้มีสัตว์ร้ายโผล่ออกมานับร้อย อาซันส่ายหัวให้ภูมิกลายร่างเป็ปืนกล แล้วสาดใส่ไม่ยั้ง ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สัตว์อสูรมายาทั้งหลายถูกะุ ล้วนสลายหายไปจนหมดสิ้นลูกศรพาอาซันไปอีกห้องหนึ่ง อาซันคิด
“ นี่มันทดสอบรับศิษย์ หรือจะให้ไปแข่งขันเกมส์อะไรกันแน่เนี่ย”
ห้องใหม่ห้องนี้มีิญญาปีศาจนับร้อย อาซันเห็นแล้วยินดีอย่างมากรีบใช้ไข่มุกดูดิญญาของปีศาจทั้งหมดเข้ามาในไข่มุกจนหมดสิ้น อาซันไม่สนใจเดินต่อแต่กลับนั่งสมาธิแล้วดูดิญญานำมาเป็พลังในร่างตัวเองทันที ไม่ถึง 5 นาที
พลังจิติญญาอาซันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาหลายระดับทันที แต่อาซันไม่รู้ว่ามันมีระดับอะไรบ้าง แต่รู้ว่าััพลังของเขาเวลานี้รับรู้ได้เกินกว่า 1 กิโลเมตรแล้ว
อาซันเดินต่อไปตามลูกศรที่ให้เดินต่อไปอีก มายืนอยู่ห้องอีกห้องหนึ่งซึ่ง
ห้องนี้มีกลุ่มควันคลุ้งไปหมด ภายในกลุ่มควันกลับมีค่ายกลที่มีแสงสีแดงพุ่งไปมาสลับกันคล้ายแสงเลเซอร์ อาซันใช้เศษผ้าวางตัดกับแสงเลเซอร์ ฟู่ มันถูกเผาไหม้ไปในทันที
“ ภูมะ เ้าเห็นจุดกำเนิดแสงนั่นไหม” ภูมะบอกเห็น อาซันเลยให้ไปปิดเสียแล้วนำมันออกมา ภูมะพุ่งแวบเข้าไปแล้วปิดแสงไม่ให้ส่อง แล้วนำก้อนหินค่ายกลเลเซอร์ออกมาให้อาซัน
“ ภูมะเ้า สามารถนำก้อนหินค่ายกลอันนี้ เข้าไปเก็บในมิติสีเงินได้ไหม”
“ สบายมากเ้านาย” ภูมะนำหินไปเก็บอย่างรวดเร็วอาซันเดินตามลูกศรอย่างสบายใจ จากนั้นอาซันก็เจอด่านลมพายุ ซึ่งใช้หินค่ายกลสร้างขึ้นมา อาซันก็ให้เ้าภูมะเก็บขึ้นมาอีก ต่อไปเจอด่านหิมะ ด่านอัคคี ด่านอัสนี อาซันก็เก็บมันมาจนหมด จากนั้นก็มีแสงมาส่องตัวอาซัน แล้วส่งตัวไปอยู่ด้านในสำนักโดยมีคนรออยู่ 4 คน ที่ผ่านเข้ามาในสำนักพร้อมกัน
ทันใดนั้นก็มีผู้ดูแลประตู เข้ามาบอกว่ามีสิ่งผิดปกติที่ด่านประตูรับศิษย์ บอกว่าเวลานี้ด่านไม่สามารถทำงานได้เต็มระบบให้หยุดรับศิษย์ไปก่อน รอตรวจสอบเสร็จแล้วค่อยเปิดรับต่อไป ใครที่ได้เข้ามาแล้ว ให้ไปรายงานตัวที่ตึกกลาง ที่รออยู่ด้านนอกให้กลับบ้าน รอให้ตรวจสอบประตูรับศิษย์เสร็จแล้วค่อยมาคัดเลือกใหม่ อาซันเดินตามพวกเขาไปที่ตึกกลาง
เพื่อรายงานตัว อาซันแจ้งชื่อออกไปแล้วได้รับ ป้ายไม้มา 1 อัน เป็ป้ายของศิษย์นอก จากนั้นรุ่นพี่ก็พาไปพักที่ชายเขาซึ่งห่างไกลผู้คนหน่อยแต่ก็ได้อยู่ห้องส่วนตัว ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร พรุ่งนี้จะมีคนพาไปรับชุดและหยกประจำตัว ส่วนเื่อาหารการกินก็ไปกินได้ที่โรงอาหารตามเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น อาซันจึงคิดไปดูที่โรงอาหารสักหน่อย พอดีกำลังออกไป ก็มีชายหนุ่มอ้วนคนหนึ่งเข้ามาทักทาย
“ ข้าชื่อ ทอม เพิ่งมาอยู้ได้ 1ปี พักอยู่กระท่อมติดกันกับเ้า ข้าจะเป็ผู้แนะนำให้เ้ารู้ สำหรับทุกเื่ในสำนักแห่งนี้”
“ ข้าชื่อ ซูซัน เพื่งมาวันนี้ ช่วยแนะนำด้วยครับ”
“ ได้เวลาอาหารแล้ว รีบไปกันก่อนเถอะ พวกเราเด็กใหม่ขืนไปช้าอดกินแน่เลย” ทอมรีบพาอาซันไปที่โรงอาหารทันที
“ ทำไมพวกเขาทำมาไม่พอกับจำนวนคนหรือ ถึงต้องแย่งกัน” อาซันสงสัย
“ ไม่ใช่ มันมีแก๊งจอมโหด มันชอบแย่งอาหารของคนอื่นที่มาช้า แล้วเก็บไปกินมื้อดึก พวกเราเด็กใหม่ไปช้าจึงไม่ได้กิน” อาซันพอเข้าใจ เข้ามาก็เจอพวกนักเลงเ้าถิ่น มาดูกันว่าใครจะโหดกว่ากัน..