15
ตอนที่16 พี่ใหญ่(2)
กลิ่นสุคนธรสของบุปผาเก้าราตรีหากให้คนป่วยสูดดมเป็เวลานานอาจทำให้จิตใจเกิดความสับสนระสับระส่ายได้ง่าย
เซียถงหันขวับกลับมามองอาจูในทันใดม่านตาดำหดแคบลงเท่ารูเข็ม ปรากฏแสงสีเย็นประดุจคมมีดสะท้อนจ้าออกมา
“คะ-คุณหนูโปรดอภัยให้บ่าวด้วย! [jk;ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ!ทะ-ทั้งหมด...เป็คำสั่งของฮูหยินรองนางสั่งให้บ่าวนำสิ่งนี้มาแขวนไว้ในห้องของฮูหยินใหญ่เ้าค่ะ บ่าว...บ่าวจำเป็...”
ยังมิทันจะได้เอ่ยกล่าวอันใดสิ้นสุดเพียงพริบตาเดียว อาจูก็ถูกเซียถงพุ่งบีบคอแน่นดัง‘หมับ’ กระแทกสั่นสะท้านไปถึงลูกกระเดือกแทบอาเจียนออกมา
เซียถงเริ่มออกแรงบีบคออีกฝ่ายแน่นขึ้นเรื่อยๆยกร่างของอาจูลอยขึ้นเหนือพื้น น้ำลายฟูมฟอดออกจากปากแทบจะขาดอากาศหายใจได้แล้ว
“หากอยากตายนักข้าก็จักสนองให้”
น้ำเสียงของเซียถงช่างเรียบเฉยสิ้นดีประดุจสุ้มเสียงยมภูตเืเย็นที่ส่งตรงออกจากขุมนรกชั้นใน!
คล้อยหลังกล่าวเช่นนั้นจบเซียถงก็ใช้หัวแม่โป้งบีบนวดไปยังบริเวณเส้นเืใหญ่ข้างคอของอาจู เสียงดังกึกกักคล้ายเส้นเืใหญ่กำลังฉีกขาด
เฮือกหายใจสุดท้ายอาจูได้แต่จับจ้องใบหน้าอันเหี้ยมโหดของเซียถง พยายามส่งสายตาวิงวอนร้องขอชีวิต
“เซียถง หยุดเดี๋ยวนี้!อย่าทำร้ายนาง!”
ฮูหยินหลี่รีบโผล่งขึ้นจากเตียงหยุดโดยไว
เซียถงเหลือบหางตามองฮูหยินหลี่พอเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายเปี่ยมล้นไปด้วยความหวาดผวา ทั้งยังขอร้องขอความเมตตาแทนอีกฝ่ายด้วยใจจริงนางก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งและคลายมือออกปล่อยร่างของอาจูร่วงกระแทกลงกับพื้นทั้งแบบนั้น
“เช่นนั้นไฉนซองเครื่องหอมนี่ถึงอยู่ในห้องท่านแม่ข้าได้?”
เซียถงจ้องตาอาจูเขม็งราวกับเตรียมปลิดชีพอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อสายตาที่อาจูได้รับล้วนมีแต่ความเ็าไร้ปราณี ปราศจากความเห็นใจใดๆ
“ทั้งหมดเป็ฝีมือของฮูหยินรองเ้าค่ะ!นางขู่ข้าบอกว่าหากไม่ยอมทำตามที่บอก นางจะสั่งให้บ่าวชายรุมข่มขืนข้าและฆ่าทิ้งไปโยนให้สุนัขข้างทางกินเ้าค่ะ!แต่พอข้ายืนกรานเสียงแข็งปฏิเสธก็โดนฮูหยินรองใช้แส้ฟาดข้าไม่หยุด! นี่คุณหนู!หลักฐาน! ขอให้าแทั่วร่างกายข้าเป็สิ่งยืนยันเ้าค่ะ!”
อาจูลุกขึ้นขากพื้นอย่างทุลักทุเลปลดเสื้อผ้าครึ่งท่อนออกเผยให้เห็นาแฉกรรจ์มากมายทั่วทั้งตัวเผยให้เซียถงเห็นทั้งน้ำตา
เซียถงกวาดสายตามองปราดหนึ่งถึงกับผงะเล็กน้อยไม่น่าเชื่อเลยว่าเรือนร่างขาวผ่องประดุจหิมะนี้จะประดับประดาไปด้วยาแจากแส้มากมาปานนี้บางจุดลึกแทบเห็นกระดูกขาวด้านใน
“ฮูหยินรองบอกว่าหากฮูหยินใหญ่ได้กลิ่นเครื่องหอมนี้เป็ระยะเวลาหนึ่ง นางจะกลายเป็โรคจิตเภทแน่นอนว่าทีแรกข้าไม่ยอมทำตาม แอบไปแขวนในห้องนอนข้าแทน แต่...”
ทั่วใบหน้าของอาจูเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา
“แต่พอฮูหยินรองจับได้จึงขับข้าไปเฆี่ยนต่ออย่างหนักสุดท้ายข้าไม่มีทางเลือกอื่นใด เลยต้องนำมาแขวนในห้องฮูหยินใหญ่เช่นนี้”
“ต่อไปหากใครสั่งอะไรเ้าก็จงนำเื่มาบอกกับข้าเสียก่อนทุกการเคลื่อนไหวของเ้าจะต้องอยู่ในสายตาของข้า”
เซียถงจับจ้องเรือนร่างขาวเนียนของอาจูที่เต็มไปด้วยาแมากมายไปแวบหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมาตามเดิมพร้อมโยนน้ำยาสมุนไพรขวดดำออกมาจากแขนเสื้อยาวของตนออกมามอบแก่อีกฝ่ายและกล่าวว่า
“นี่ของเ้า”
อาจูรีบคว้าขวดน้ำสมุนไพรขึ้นมากระดกดื่มอย่างรวดเร็วและรีบคุกเข่าพร้อมโขกศีรษะให้แก่เซียถงด้วยความกตัญญูเจืออับอายยิ่งว่า
“ขอบพระคุณคุณหนู!ขอบพระคุณคุณหนู! ชั่วชีวิตที่เหลือข้าขอติดตามรับใช้คุณหนูใหญ่จนกว่าจะหาไม่!”
ทั้งที่นางปฏิบัติต่อฮูหยินใหญ่เช่นนี้แต่คุณหนูก็ยังเลือกที่จะมอบยาถอนพิษให้ แล้วจะไม่ให้อาจูรู้สึกละอายใจได้อย่างไร?
แต่อาจูกลับไม่รู้เลยว่าครั้งก่อนหน้าที่เซียถงยัดยาเม็ดปริศนาเข้าปากไปมันไม่ใช่ยาพิษแต่เป็เพียงก้อนน้ำตาลเท่านั้นส่วนน้ำยาสมุนไพรถอนพิษในคราวนี้ก็แค่น้ำตาลที่ละลายน้ำเปล่าที่บรรจุในขวดยาเท่านั้น
เมื่อแกะซองเครื่องหอมเก็บกลับมาลงเสร็จสรรพดวงตาคู่นั้นของเซียถงก็ปรากฏเปลวไฟสาดสะท้อนออกมา นางหมุนตัวเตรียมออกไปคิดบัญชีกับฮูหยินเฉิงในทันที
“ถงเอ๋อร์! เลิกสร้างปัญหาได้แล้ว! ทิ้งซองเครื่องหอมนั่นไปซะ!”
ฮูหยินหลี่โพล่งลุกขึ้นคว้าแขนของลูกสาวตนเองเอาไว้
เซียถงมองย้อนกลับไปหาอีกฝ่าย แต่กลับเงียบนิ่งไม่พูดอะไร
“ถงเอ๋อร์ตระกูลเฉิงเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งที่สุดในจักรวรรดิตงหลี่กระทั้งฝ่าายังต้องไว้หน้าหนึ่งส่วนคนพวกนั้นหาใช่สิ่งที่พวกเราจะยั่วยุหรือล้ำเส้นได้! ไม่ว่าแม่จะเป็อย่างไรกลับไม่สำคัญแต่เ้าอย่าเป็อะไรไปก็เพียงพอ!”
ฮูหยินหลี่กุมมือเซียถงไว้แน่นใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเหตุผลที่ทำให้ฮูหยินหลี่ยอมทนรับทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อหวังให้เซียถงอยู่รอดปลอดภัย
“ท่านแม่ข้าโตพอแล้ว ต่อให้ท้องนภาร่วงหล่นลงมา ข้าก็สามารถแบกรับเอาไว้ได้!”
เซียถงสะบัดมือของแม่ตัวเองออกไปทั้งสายตาและสีหน้าช่างแน่วแน่นัก
“ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมันรังแกท่านได้อีกแล้ว”
เมื่อเหม่อมองร่างผอมบางแต่แสนมั่นคงก้าวย่างเดินออกไปใจหนึ่งฮูหยินหลี่ก็รู้สึกมีความสุขเหลือเกินทว่าอีกใจหนึ่งก็รู้สึกกังวลไม่น้อยเช่นกัน
นี่...นี่ใช่ลูกสาวของนางจริงๆรึ?ลูกสาวข้าโตขึ้นมากแล้ว!
“ส่วนนี่เป็ยาทาแผล”
เมื่อเดินข้ามผ่านอาจูไปเซียถงโยนขวดขี้ผึ้งให้ตรงหน้าอย่างลวกๆ
อาจูเงยหน้ามองอีกฝ่ายเจือแววประหลาดใจขณะที่แผ่นหลังของเซียถงยิ่งเหินห่างออกไปไกลยามนั้นนางค่อยคลานเข่าไปหยิบขวดขี้ผึ้งดังกล่าวขึ้นมาประคองไว้ด้วยสองมือก่อนที่น้ำตาจะรินไหลออกมาอีกครั้ง
ณเรือนใหญ่แห่งจวนเสนาบดีฮูหยินรองเฉิงกำลังเขียนคิ้วอยู่หน้ากระจกแต่งหน้าอย่างสบายอารมรณ์
แต่ทันใดนั้นเองประตูเรือนถูกถีบให้เปิดออกอย่างแรงจนดีดไปฟาดกับผนังดัง‘ปัง!’
ฮูหยินรองเฉิงสะดุ้งโหย่งรีบหันขวับมองย้อนกลับมาด้วยความประหลาดใจยิ่ง ใครกันที่กล้าอวดดีปานนี้กัน?!
“นังสารเลวเ้ากล้าปานนีเชียว?!”
เมื่อเห็นเซียถงยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูเรือนสีหน้าการแสดงออกของฮูหยินรองเฉิงพลันดูเ็าขึ้นทันควัน
นางชี้นิ้วด่ากราดอีกฝ่ายดังสนั่นว่า
“แม่บัดซบที่ให้กำเนิดเ้ามาไม่เคยสั่งสอนมารยาทพื้นฐานกับเ้ากระมัง? แหกตาดูสิ่งที่เ้าทำลง...”
‘เกร๊งงง!!’
เซียถงตรงเข้ามากวาดสรรพสิ่งบนเครื่องแป้งของฮูหยินรองเฉิงร่วงกราวแตะละเอียดพร้อมคว้าซองเครื่องหอมทุบลงบนโต๊ะดัง‘ปัง’ต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย ทำเอาสุ้มเสียงของฮูหยินรองเฉิงพลันหยุดกะทันหัน
นางเหลือบสายตาจับจ้องถุงเครื่องหอมดังกล่าวบนโต๊ะเครื่องแป้งของตนสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับเป็ปกติดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเวลาต่อมาจากนั้นเก็เงยมองเซียถงพร้อมกล่าวเยาะเย้ยขึ้นว่า
“เป็บ้าอะไรของเ้า?รีบไสหัวไปเสียดีกว่า อย่าทำให้เรือนของข้าต้องแปดเปื้อนไปมากกว่านี้!ออกไป!”
“เ้านี่มันนรกส่งมาเกิดโดยแท้!ถึงท่านแม่ของข้าจะมิใช่คนที่ได้รับการโปรดกปรานอันใดนักแต่ก็ถือเป็คนของจวนกั๋วกง หากข้าส่งสิ่งนี้มอบให้แก่ฝ่าาข้าอยากรู้เสียจริงว่า ผลลัพธ์มันจะเป็ยังไง!”
เซียถงจ้องตาฮูหยินรองเฉิงเขม็งย่างสามขุมตรงเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างแช่มช้า
“เ้า...เ้ากล้าลงมือกับข้ารึ?!”
ฮูหยินรองเฉิงจับจ้องไปที่หญิงสาวเบื้องหน้าที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกย่างก้าวที่เข้ามายิ่งทำให้ความเยือกเย็นคืนคลานเข้ามาในใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ
นางพยายามจะวิ่งหนีออกไปจากบริเวณโต๊ะเครื่องแป้งโดยเร็วที่สุดแต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น พอรู้สึกตัวอีกฝ่ายก็ถูกเซียถงพุ่งเข้าประชิดตัวรวบแขนทั้งสองไขว้หลังและโดนกดหัวแน่นกระแทกอัดกระจกเครื่องแป้งอย่างแรง
มีอะไรบนผืนพิภพแห่งนี้ที่เซียถงไม่กล้าทำด้วยรึ?
ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับว่านางอยากจะทำมันหรือไม่เท่านั้นเอง