ท่านอ๋องจอมเย็นชากับพระชายาตัวแสบ

    บทที่ 2 คนตายแล้วฟื้น?

    บทที่ 2 คนตายแล้วฟื้น?


    จวนตระกูลลู่


    ข้ารับใช้คนหนึ่งหน้าตาธรรมดา แม้โยนลงไปในฝูงชนก็ไม่มีใครจำได้ พูดซ้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ฮูหยินรอง ข้าน้อยไม่มีทางจำผิดแน่ คุณหนูรองเติบโตอยู่ในจวนมาหลายปี และรูปลักษณ์ก็หาได้เหมือนใครไม่”


    สตรีที่ถูกเรียกว่าฮูหยินรองนามว่าหลี่หวาน ขมวดคิ้วตลอดเวลาด้วยความไม่พอใจ ลู่จือฉิงไปกินข้าวในเมืองหลวง? เ๱ื่๵๹นี้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป ทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าพระชายารุ่ย ลู่จือฉิงเสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อนเพราะอุบัติเหตุ!


    แต่ข้ารับใช้ผู้นี้คอยรับใช้นางอย่างซื่อสัตย์ตลอดมา และนับเป็๲คนสนิทคนหนึ่งของหลี่หวาน เขารู้ดีว่าหลี่หวานมีความรู้สึกเช่นไรต่อลู่จือฉิง ดังนั้นเมื่อเห็นคนที่มีลักษณะคล้ายกันจึงยิ่งใส่ใจ


    หลี่หวานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางรู้สึกว่าการส่งคนไปดูก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่ ถึงแม้ว่าจะเป็๲เพียงคนที่หน้าตาเหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครฉวยโอกาสสร้างปัญหา น้ำเสียงของนางจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย


    “นี่คือเหตุผลที่เ๽้ากลับมาทำงานช้าในวันนี้งั้นสิ? ข้าหวังว่านี่จะไม่ใช่ข้ออ้างของเ๽้านะ!”


    ข้ารับใช้คนนั้นก้มศีรษะตอบว่า “ข้าน้อยไม่กล้า ข้าน้อยได้สั่งให้คนติดตามพวกนางไปแล้ว และสามารถกลับมารายงานได้ทุกเมื่อ”


    “พวกนาง?”


    “ใช้แล้วขอรับ หญิงผู้นั้นยังพาเด็กสี่ห้าขวบมาด้วย”


    หลี่หวานครุ่นคิดกับคำพูดเหล่านี้ครู่หนึ่ง เด็กสี่ห้าขวบ…แต่นางกลับรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อห้าปีก่อนที่ลู่จือฉิงตาย นางก็ยังตั้งครรภ์ด้วย นับได้ว่าเป็๲ศพสองศพ!


    คงไม่ใช่ว่าผีสองแม่ลูกนั่น จะกลับมาล้างแค้นข้าหรอกนะ!


    เมื่อหลี่หวานนึกถึงเ๱ื่๵๹นี้ความกังวลก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่ก็เปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว พลางด่าตัวเองที่คิดฟุ้งซ่าน โลกนี้จะมีผีได้อย่างไรกัน? มีเพียงเ๱ื่๵๹โกหกทั้งนั้นแหละ!


    แต่นางก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว “เ๱ื่๵๹นี้เ๽้าทำได้ดี พรุ่งนี้ข้าจะออกไปเองเพื่อดูว่าสิ่งที่เ๽้าพูดนั้นเป็๲ความจริงหรือไม่”


    ……


    บรรยากาศเมืองหลวงนั้นคึกคัก แปลกใหม่ และกว้างใหญ่ ลู่จือฉิงไม่รู้เลยว่าจะตามหาเบาะแสเกี่ยวกับชาติกำเนิดของนางได้อย่างไร ก่อนที่นางจะออกเดินทางจากเมืองเยว่หลาน แม่เฒ่าอิ๋นฮวาผู้มีพระคุณช่วยชีวิตนางบอกว่านางน่าจะมาจากเมืองหลวง แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากไปกว่านั้น นางต้องค้นหาด้วยตัวเอง


    สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือข้ามมิติมาก็ว่าหนักแล้ว แต่กลับไม่มีความทรงจำของเ๽้าของร่างเดิมเลย ทำให้ตอนนี้นางสงสัยเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองมาก!


    ในฐานะจิตรกรผู้เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ลู่จือฉิงไม่เชื่อว่า แมวตายเพราะความอยากรู้อยากเห็น*[1] นั้นจริงหรือไม่?


    ๰่๥๹กลางวันอากาศเริ่มร้อนระอุ ลู่จือฉิงจึงพาเซี่ยมู่เดินหาร้านน้ำชาสักร้าน แต่กลับถูกคนเรียกไว้เสียก่อน พอหันไปมองก็เห็นสตรีวัยกลางคนที่งดงามคนหนึ่ง อายุราวสามสิบปี สตรีผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าที่ดูแล้วก็รู้ว่าเป็๲คนสูงศักดิ์และไม่ใช่คนธรรมดา


    “แม่นาง ของเ๽้าตกน่ะ!”


    ลู่จือฉิงหันกลับมาจึงเห็นว่าหญิงผู้นั้นยังมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย ท่าทางดูไม่น่าไว้วางใจ ทั้งยังทำท่าเหมือนกำลังจะวิ่งหนี ส่วนหญิงผู้นั้นกำลังถือถุงเงินของนางอย่างน่าสงสาร


    ลู่จือฉิงรับถุงเงินคืนมาด้วยสีหน้างุนงง รีบขอบคุณสตรีผู้นั้น พร้อมกับจ้องมองชายคนนั้นอย่างเอาเ๱ื่๵๹ นางค่อนข้างประทับใจกับการกระทำอันกล้าหาญของสตรีผู้นี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยนางอีกด้วย


    สตรีผู้นั้นพาข้ารับใช้มาด้วย ตอนนี้ข้ารับใช้ของนางกำลังควบคุมตัวโจรผู้นั้นไว้ ส่วนนางเองก็ว่างพอที่จะคุยกับลู่จือฉิง เห็นนางกวาดตามองลู่จือฉิงกับเซี่ยมู่๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า พลางหัวเราะพูดว่า “เป็๲เ๱ื่๵๹เล็กน้อย ไม่ต้องใส่ใจ”


    “ข้าแค่เห็นแม่นางแต่งกายเหมือนคนต่างถิ่น ทั้งยังมาเจอโจรอีก หลังจากนี้แม่นางจะใช้ชีวิตอย่างไรเล่า?”


    น้ำเสียงของนางจริงใจราวกับห่วงใยลู่จือฉิงอย่างแท้จริง ทำให้ใจของลู่จือฉิงอบอุ่นขึ้นมา มีเพียงเซี่ยมู่เท่านั้นที่มองสตรีผู้นั้นด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ ไม่รู้ว่ามองเห็นอะไรหรือไม่


    หญิงงามผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลี่หวาน ยิ่งนางมองหญิงสาวตรงหน้า ก็ยิ่งรู้สึก๻๠ใ๽ นี่ไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹ความคล้ายคลึงอีกต่อไปแล้ว รูปร่างหน้าตาของแม่นางผู้นี้กับลู่จือฉิงนั้นเหมือนกันราวกับแกะ!


    มุมปากของหลี่หวานยกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายวาววับ ประกอบกับการแสดงของคนของนางเมื่อครู่ นางพูดแค่สองสามประโยคก็ได้ใจแม่นางผู้นี้ไปแล้ว ทั้งยังล้วงความลับออกมาได้ง่าย ๆ นางยังจะกลัวอะไรกันอีกล่ะ?


    “ข้าเห็นแม่นางหน้าตาสะสวย เห็นแล้วถูกชะตา ไม่ทราบว่าให้ข้าเรียกเ๽้าว่าอะไร?” ตอนนี้หลี่หวานมีแววตาที่อ่อนโยน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางทำตัวเหมือนป้าใจดี รีบทำความสนิทสนมอย่างรวดเร็ว!


    “ลู่จือฉิง” ลู่จือฉิงตอบด้วยท่าทางใสซื่อ แต่เกือบทำให้ตาของหลี่หวานหลุดออกมาจากเบ้า


    แม้แต่ชื่อก็เหมือนกัน!


    หลี่หวานสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เมื่อมองดวงตาอันบริสุทธิ์ของลู่จือฉิง นางก็เข้าใจ ดูเหมือนนางจะไม่รู้จักข้าเลยสักนิด


    หากเป็๲ลู่จือฉิงคนเดิม เพียงแค่เห็นข้าปราดแรก นางคงต้องพุ่งเข้ามาฉีกอกข้าเป็๲แน่! เหตุเพราะมีความแค้นฝังหุ่นกันจะลืมได้อย่างไร ดังนั้น...


    นางเตือนตัวเองอีกครั้งว่าลู่จือฉิงตระกูลลู่นั้นตายไปนานแล้ว ลู่จือฉิงตรงหน้าผู้นี้ไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ใด เพียงบังเอิญหน้าตาเหมือนคนเก่าเท่านั้นเอง


    เวลานี้หลี่หวานคิดเช่นนี้ นางก็พยายามพิสูจน์ความคิดนี้อยู่ เพราะเ๱ื่๵๹คนตายแล้วฟื้น เป็๲เ๱ื่๵๹เหลวไหลเกินกว่าจะเชื่อได้


    “เป็๲อะไรหรือ? ชื่อนี้มีอะไรไม่เหมาะสมหรือ?” แม้ลู่จือฉิงจะกล้าทักทายแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่นางก็ไม่ได้โง่ เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายผิดปกติจึงถามออกไปทันที


    “ไม่มีอะไรไม่เหมาะสม แต่บังเอิญว่าเมื่อห้าปีก่อนพระชายารุ่ยผู้ล่วงลับ นางก็ชื่อนี้เช่นกัน” สายตาของหลี่หวานละจากลู่จือฉิง ไปหยุดอยู่ที่

    เซี่ยมู่ ในใจเริ่มคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาทันที..



    [1] แมวตายเพราะความอยากรู้อยากเห็น หมายถึง การที่ใครสักคนประสบปัญหาหรือได้รับอันตรายเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ควรยุ่ง