ลมยามเช้าพัดเอากลิ่นควันจาง ๆ ลอยผ่านป่าละเมาะ เส้นควันบาง ๆ ยังลอยขึ้นจากทิศทางของหมู่บ้าน แม้ไฟจะมอดลงไปแล้ว แต่ร่องรอยของความพินาศยังไม่จางหาย
หลัวอวิ๋นเดินช้า ๆ ตามแนวพุ่มไม้ ระมัดระวังทุกก้าว ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แผลหลายแห่งตึงรั้งทุกครั้งที่ขยับ แต่เขาไม่หยุดเดิน เพราะรู้ดีว่าการหยุดพักใกล้พื้นที่เดิมนานเกินไป เท่ากับเปิดโอกาสให้ความตายย้อนกลับมา
เขาควรจะเดินต่อไปให้ไกลที่สุด ควรจะหนี แต่เท้าของเขากลับชะลอลง ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทาง มุ่งกลับไปยังบริเวณที่ควันยังลอยขึ้นเป็เส้นบาง ๆ สัญชาตญาณของร่างนี้และความรู้สึกที่ไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว กำลังดึงรั้งให้กลับไปยังสถานที่ที่ไม่ควรกลับไป
ซากบ้านเรือนปรากฏขึ้นอีกครั้ง ไม้ที่เคยเป็เสาเริ่มทรุดตัว ผนังบางส่วนพังลงจนเห็นโครงด้านใน เถ้าถ่านปกคลุมพื้นดินราวกับหิมะสีเทา ทุกอย่างเงียบงันเกินกว่าจะเป็หมู่บ้านที่เคยมีชีวิต เสียงลมพัดผ่านซากไม้ดังแ่เบา แต่ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงสัตว์ และไม่มีสัญญาณของการเคลื่อนไหวใด ๆ
หลัวอวิ๋นหยุดยืนอยู่หน้าซากบ้านหลังหนึ่ง สภาพไม่ต่างจากหลังอื่นมากนัก แต่ร่างกายนี้กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจากส่วนลึกของจิต โดยไม่ต้องมีคำอธิบาย เขารู้ดีว่า ที่นี่คือบ้านของร่างนี้
ความทรงจำเริ่มไหลเข้ามาชัดเจนขึ้น คราวนี้ไม่ใช่เศษเสี้ยวสับสนเหมือนก่อนหน้า แต่เป็ภาพที่เรียงต่อกันอย่างเชื่องช้า เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และบรรยากาศของวันที่ยังมีผู้คนอยู่พร้อมหน้า ความทรงจำเ่าั้ไม่ได้พยายามกลืนเขาไป มันเพียงแสดงให้ดูว่า สิ่งใดเคยอยู่ตรงนี้ และสิ่งใดที่หายไปแล้ว
หลัวอวิ๋นก้าวเข้าไปด้านใน เศษไม้หักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด ไม่ใช่ในฐานะคนของตระกูล แต่ในฐานะคนที่กำลังมองหาความจริง
ร่องรอยการต่อสู้มีน้อยเกินไป ไม่มีการปะทะยืดเยื้อ ไม่มีรอยลากยาวของการดิ้นรน สิ่งที่เหลืออยู่คือรอยฟันดาบที่คมและแม่นยำ รอยเืที่กระจายเป็จุด และาแที่อยู่ในตำแหน่งซึ่งไม่เปิดโอกาสให้รอด นี่ไม่ใช่การบุกปล้น นี่คือการเก็บกวาด
หลัวอวิ๋นหยุดยืนอยู่ตรงจุดหนึ่ง สายตาจับจ้องไปที่ร่างซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ใกล้ผนัง ดวงตาของร่างนั้นยังเปิดค้าง ใบหน้าหยุดอยู่ในสีหน้าใมากกว่าความเ็ป ร่างกายนี้รู้จักคนผู้นั้นดี ความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมา เป็ภาพของชายที่เคยวางมือบนศีรษะเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และหัวเราะเบา ๆ อย่างใจดี
หลัวอวิ๋นคุกเข่าลงช้า ๆ ไม่ใช่เพื่อไว้อาลัย แต่เพื่อมองดูาแให้ชัดขึ้น แผลนั้นคม สะอาด และตัดสินใจมาแล้วั้แ่ก่อนดาบจะฟันลง คนที่ลงมือ ไม่ลังเล และไม่เปิดโอกาสให้เกิดความผิดพลาด
เขาลุกขึ้น เดินต่อไปยังบ้านหลังถัดไป และหลังถัดไป ภาพเดิมปรากฏซ้ำอีกครั้งและอีกครั้ง ร่างที่ล้มลงอย่างรวดเร็ว ร่องรอยการสังหารที่เหมือนกัน และความเงียบที่ผิดปกติ ไม่มีใครหนีรอด ไม่มีใครถูกจับเป็ และไม่มีใครได้รับความเมตตา
ความทรงจำของหลัวอวิ๋นคนเดิมเริ่มสั่นไหวแรงขึ้น คราวนี้ไม่ใช่ภาพ แต่เป็อารมณ์ ความกลัว ความสับสน และความรู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยใครได้ ร่างกายของหลัวอวิ๋นชะงักไปชั่วครู่ เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก และกดทุกอย่างลงไป เพราะรู้ดีว่าหากเสียการควบคุมในตอนนี้ เขาจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย
การมีชีวิตอยู่ สำคัญกว่าอย่างอื่น เมื่อเดินไปถึงลานกว้างกลางหมู่บ้าน ภาพที่เห็นทำให้เขาหยุดยืน ร่างหลายร่างถูกวางรวมกันอย่างเป็ระเบียบ ไม่ใช่การทิ้งอย่างลวก ๆ แต่เป็การจัดวางเพื่อยืนยันผลลัพธ์ ไม่มีใครรอด และไม่มีใครถูกมองข้าม
หลัวอวิ๋นยืนอยู่ตรงนั้นเป็เวลานาน เขาไม่ร้อง ไม่ะโ และไม่ปล่อยให้ความโกรธปะทุออกมา เพราะเขาเข้าใจดีว่า ความโกรธที่ไร้การควบคุมไม่ช่วยให้ความจริงปรากฏ สิ่งหนึ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ การล้างบางครั้งนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ไม่ใช่การแย่งทรัพยากรเล็กน้อย และไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว มันถูกวางแผนมาแล้วอย่างเป็ระบบ
ร่องรอยการเคลื่อนไหวบอกชัดว่ามีการแบ่งหน้าที่ มีคนคุมพื้นที่ มีคนลงมือ และมีคนตรวจสอบซ้ำ คนเหล่านี้รู้ว่ากำลังทำอะไร และรู้ว่าต้องทำให้เสร็จภายในเวลาอันสั้น นี่คือฝีมือของกลุ่มที่เคยทำแบบนี้มาแล้ว
หลัวอวิ๋นก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว มองหมู่บ้านอีกครั้งด้วยสายตาของคนนอก เขามองหาสิ่งที่ไม่ควรอยู่ และสิ่งที่ควรหายไป ก่อนจะพบร่องรอยการรื้อค้นใกล้บ้านหลังใหญ่ที่สุด พื้นดินถูกเปิด แผ่นไม้ถูกงัดออกอย่างเร่งรีบ และไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่ด้านใน
มีบางอย่างถูกเอาไป ความทรงจำของหลัวอวิ๋นคนเดิมสั่นไหว เป็ภาพของห้องเก็บของ กล่องไม้เก่า และคำสั่งที่เคยได้ยินว่า “อย่าเข้าไปยุ่ง”
หลัวอวิ๋นลืมตาขึ้นช้า ๆ เขายังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เขารู้ว่ามันสำคัญพอจะทำให้ทั้งตระกูลถูกล้างบาง และสำคัญพอที่คนเ่าั้จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขาหันหลังให้หมู่บ้านอย่างช้า ๆ ไม่หันกลับไปมองอีก เพราะั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป อดีตได้ตายไปแล้ว และสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า คือโลกที่ไม่ปรานีใครทั้งนั้น
หลัวอวิ๋นเดินออกจากพื้นที่หมู่บ้านโดยไม่หันกลับไปมองอีก เส้นทางที่เลือกเป็ทางเลียบป่า ไม่ใช่เส้นหลัก ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แผลหลายแห่งตึงรั้งทุกครั้งที่ขยับ
ลมหายใจไม่สม่ำเสมอ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาการปวดศีรษะจากการฝืนใช้อาคมก่อนหน้านี้ยังไม่จางหาย แต่เขาฝืนเดินต่อ เพราะรู้ดีว่าการหยุดอยู่ใกล้พื้นที่เดิมนานเกินไป เท่ากับเปิดโอกาสให้คนที่ลงมือย้อนกลับมาตรวจสอบซ้ำ
เขาเดินมาได้ไม่นาน เสียงพูดคุยแ่เบาก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหน้า หลัวอวิ๋นหยุดทันที หลบเข้าไปในแนวพุ่มไม้เตี้ย ๆ และกดลมหายใจให้เบาที่สุด สายตากวาดมองออกไปตามช่องว่างเบื้องหน้า พื้นที่ตรงนั้นเป็ทางแคบระหว่างป่า
มีกลุ่มคนอยู่ราวห้าหรือหกคน นั่งรวมกลุ่มกันอย่างสบายใจ อาวุธวางพาดไว้ไม่ไกล กลิ่นสุราคละคลุ้งตามลม พวกมันไม่ระวังตัว แต่จำนวนมากเกินไปสำหรับเขาในสภาพนี้
หลัวอวิ๋นประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ทางเลี่ยงไม่มี ทางถอยกลับเสี่ยงถูกพบก่อน และร่างกายของเขาไม่พร้อมจะหนีไกล หากถูกเห็น เขาจะถูกไล่ล่า และในสภาพนี้ ไม่มีทางรอด ทางเลือกค่อย ๆ หายไปทีละอย่าง
“อาคม”
เขากัดฟัน ความเ็ปแล่นขึ้นทันทีเพียงแค่คิดถึงมัน ร่างกายนี้ไม่เหมาะกับการใช้อาคมเลยแม้แต่น้อย เส้นทางจิตไม่เสถียร พลังไม่สอดคล้องกับกาย และผลข้างเคียงจะรุนแรงกว่าที่เคย แต่หากไม่ใช้ เขาจะตายตรงนี้
หลัวอวิ๋นหลับตาลงเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนจะฝืนดึงอาคมขึ้นมา ไม่ใช่อาคมโจมตี แต่เป็อาคมเสริมร่างกาย อาคมที่ใช้กระตุ้นเืลม บังคับให้กล้ามเนื้อขยับเกินขีดจำกัด และดึงศักยภาพที่ร่างกายยังไม่พร้อมออกมาใช้ชั่วคราว
ความร้อนแล่นวาบขึ้นตามเส้นเื กล้ามเนื้อแข็งตึง หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ความเ็ปแผ่กระจายไปทั่วร่าง ราวกับร่างกายกำลังฉีกขาดจากภายใน
ยังไม่พอ เขาฝืนดึงอาคมรบกวนการรับรู้ออกมาซ้อนทับกันทันที ศีรษะปวดร้าวจนภาพตรงหน้าสั่นไหว เืไหลออกจากมุมปาก แต่จังหวะของโลกด้านหน้าก็สะดุดลงพร้อมกัน
เสียงหัวเราะของพวกโจรชะงัก การรับรู้ขาด่ ความรู้สึกผิดปกติแล่นวาบขึ้นในจิตของพวกมัน เสี้ยวลมหายใจที่ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น
เสี้ยวลมหายใจนั้น คือทั้งหมดที่เขามี หลัวอวิ๋นพุ่งออกมาจากที่ซ่อน ใช้แรงที่ถูกฝืนดึงขึ้นมาเข้าประชิดชายที่อยู่ใกล้ที่สุด มือหนึ่งปิดปาก อีกมือกดลงที่ลำคออย่างแม่นยำ กระดูกคอแตก ร่างนั้นทรุดลงแทบไม่มีเสียง
โจรอีกคนหันมาเห็นพอดี ความใทำให้ชะงักไป หลัวอวิ๋นคว้ามีดสั้นจากพื้นและปักเข้าใต้ซี่โครง เืพุ่งออกมา ชายคนนั้นล้มลงพร้อมเสียงร้องสั้น ๆ เสียงะโดังขึ้นจากด้านหลัง
โจรที่เหลือฟื้นสติและชักอาวุธออกมาอย่างแตกตื่น อาคมเสริมร่างกายทำให้หลัวอวิ๋นเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นชั่วคราว แต่ความเ็ปก็ทวีคูณทุกครั้งที่ขยับ เขาหลบการฟันครั้งแรก ใช้ไหล่ชนเปลี่ยนทิศทางและแทงสวนเข้าที่ต้นขา
เส้นเืใหญ่ถูกตัด เืพุ่งออกมาเป็สาย อีกคนฟันดาบลงมา หลัวอวิ๋นยกแขนรับ แรงะเืแล่นขึ้นไปถึงไหล่ ความเ็ปะเิขึ้นจนแทบทรุด แต่เขาฝืนยืน แทงสวนขึ้นไปที่ลำคออย่างแม่นยำ
ร่างล้มลงต่อหน้า เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ถอยหลังอย่างเสียสติ มือสั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว หลัวอวิ๋นไม่ปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อ เขาก้าวเข้าไปและแทง ไม่มีคำถาม ไม่มีคำลังเล และไม่มีความเมตตา
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง อาคมเสริมร่างกายสลายไปทันที ร่างกายของหลัวอวิ๋นทรุดลงเกือบคุกเข่า เืไหลออกจากมุมปากและจมูก กล้ามเนื้อสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นแรงราวกับจะฉีกอกออกมา
นี่คือราคาของการฝืนใช้พลังที่ร่างนี้ไม่ควรใช้ เขาไม่ได้ชนะเพราะแข็งแกร่งกว่า แต่รอดมาได้เพราะยอมแลกทุกอย่างที่มีในตอนนี้
เขาฝืนตั้งตัวขึ้น เก็บอาวุธ เงิน และเสบียงเท่าที่จำเป็ ก่อนจะจากไปโดยไม่อยู่ในพื้นที่นานเกินจำเป็ ทุกก้าวที่เดินออกมาเต็มไปด้วยความเ็ป แต่สายตายังคงนิ่ง ถ้าไม่ฆ่า เขาคือคนที่จะตาย โลกนี้ ไม่เปิดโอกาสให้คนอ่อนแอเลือกทางอื่น