ทั้งๆ ที่มีงานกองสุมอยู่ตั้งเยอะแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่างเปล่า เหมือนวันเวลาเก่าๆ ตอนเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นย้อนกลับมาอีกครั้งเหตุเพียงเพราะพ่อและแม่ทุ่มเทให้กับงาน จนวันๆ ไม่ได้พบหน้ากันเขาเลยเหมาเอาไปว่าท่านไม่สนใจและไม่รัก เลยต้องเรียกร้องด้วยคบเพื่อนไม่ดีมั่วสุมรวมตัวกันทำผิดจนพลาดพลั้งหวิดเกือบสิ้นชีวิตด้วยการไปหาเื่ทะเลาะกับนักเลงต่างถิ่น
คนก่อกรรมคือเขาแต่คนที่รับกรรมคือ...บิดาที่ยอมทิ้งการเซ็นสัญญาธุรกิจชิ้นใหญ่ เพียงแค่ได้รู้ว่าลูกชายมีภัยมารดาเองก็เช่นกันยอมทิ้งหน้าที่การงานซึ่งกำลังเจริญก้าวหน้ามาเพื่อช่วยลูกไม่รักดีมิหนำซ้ำยังพาตัวเองเข้ามาขวางมีดที่ตรงลิ่วเข้าหาแผ่นหลังเขา คิดถึงเื่เก่าก็พานทำให้คิดถึงเหตุการณ์เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ทำให้เขาอารมณ์เสียได้ไม่น้อยเช่นกันไม่คิดว่าแม่จะนัดกับป้ารุจาพาผู้หญิงไปให้ดูตัว!
แม่นะแม่คิดอย่างนั้นได้ยังไงกันอายุเขาแค่สามสิบสี่ย่างสามสิบห้าปีเท่านั้นเอง ยังไม่แก่เลยสักนิดจะรีบหาห่วงผูกคอไปทำไมก็ไม่รู้ แล้วยายผู้หญิงที่คุณป้าแนะนำมาทำเอาเขาอยากบึ่งรถหนีกลับมาเสียตั้งหลายครั้ง รูปร่างก็สมสวนดีอยู่หรอกหน้าตาหรือก็พาไปวัดไปวาได้ไม่อายพระอายเณร
เข้าใจนะผู้หญิงกับเื่นินทาเป็ของคู่กันแต่ไอ้ที่จ้อไม่ยอมหยุดยิ่งกว่านกแก้วนกขุนทองเสียงแหลมเล็กฟังทีไรนึกว่ามีดที่ถูกถูไถกับเหล็กจนเกิดเสียงบาดลึกเข้าไปในหูแต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับการตีขรุมคิดเอาเอง แค่เขาไม่ตอบกลับก็ตีเอาว่ายอมรับเครียดกับผู้หญิงสมัยนี้จริงๆ ผู้ชายเหลือน้อยนักหรือไงพอเห็นหน้าแล้วพอใจก็ตีหัวด้วยไม้ตะบองพาเข้าห้องปู้ยี่ปู้ยำน่ะ
โทรศัพท์ในกระเป๋าดังถี่รัวราวกับมีเื่ร้อนให้ต้องรีบรับภาสวรล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาว่าจะรับ แต่พอเห็นว่าใครเขาแทบอยากเขวี้ยงทิ้งแต่ทำไม่ได้ดังใจ ด้วย่นี้ตัวปัญหาคนนี้ทำตัวเป็นกรู้เมื่อเขาไม่ยอมรับก็จะโทรไปฟ้องมารดาที่เขาไม่อยากให้ท่านต้องคอยวุ่นวายใจกับเื่ไม่เป็เื่
“ตาภาสป้าดีใจจังที่โทรไปแล้วเรารับ”
“ป้ามีธุระอะไรกับผม”เอ่ยถามน้ำเสียงเ็าไร้ความรู้สึกลุกขึ้นยืนล้วงมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเดินเอื่อยเฉื่อยจากห้องทำงานไปยังห้องนอน ตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์เหนื่อยหน่ายคงต้องหาอะไรสักอย่างทำ ที่เมื่อนึกออกสิ่งใดที่จะทำให้อารมณ์ขุ่นมัวนี้ดีขึ้นได้มุมปากหนาก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมา
“เย็นนี้มาทานอาหารบ้านป้านะ”
“คงไม่ได้หรอกครับป้า ผมมีนัดแล้ว”
“อะไรกันนี่เราจะไม่คบญาติเลยหรือไงตาภาส ป้าชวนกี่ครั้งกี่หนก็ไม่เคยว่างเลยสักครั้งป้าไม่ยอมนะ วันนี้เราต้องมาทานอาหารเย็นกับป้าให้ได้”รุจาทำเสียงกระเง้ากระงอดลืมวัยตัวเอง คิดว่าคนที่เธอโทรหาเป็คนใกล้ชิดเมื่อสั่งแล้วจำต้องยอมให้
“ป้าคิดทำอะไรอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับอย่าให้มันมากเกินไป ระวังจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง”
“อะไรกันตาภาสพูดอะไรอยู่รู้หรือเปล่า แม่เรานี่ยังไงนะ สอนลูกไม่เป็แถมปล่อยปละละเลยปล่อยให้เราไปทำเื่ไม่ดีไม่งาม แล้วนี่ดูซิแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังไม่คิดให้ความยำเกรงเลย
“หยุดแหกปากด่าว่าไปถึงแม่ผมนะป้ารุจา”เตือนเสียงเข้มดุกราดเกรี้ยว ไม่แพ้วงหน้าคมเข้มที่แดงระเรื่อขึ้นั์ตาเป็ประกายแข็งกระด้างดุร้ายราวสัตว์ป่า“ถ้าป้าขืนลามปามไปถึงแม่ผมอีกครั้งเดียว ยังไงผมมันก็เลวอยู่แล้วนี่น่าคงไม่แปลกถ้าหากจะเอารองเท้าฟาดปากคนแก่ให้เืกบ”
“ต๊าย...ตาภาส เรานี่มัน...”
“ผมว่าป้าก็แก่แล้วเอาเวลาที่เหลืออยู่นี่เข้าวัดเข้าวาฟังธรรมเสียบ้างคงดีกว่าการยื่นเท้ามาสอดเสือกเื่ของชาวบ้านนะครับ” เสียงหวีดร้องจากปลายสายเล่นเอาขี้ในหูภาสวรถึงกับเต้นเร่ารีบยกหูโทรศัพท์หนีโดยที่ยังพูดไม่ทันจบแทบไม่ทัน
เสียงเงียบไปแล้วชายหนุ่มเลยพูดใส่ต่อไปอีกเล็กน้อย “แล้วช่วยเข้าใจด้วยนะครับ ที่ผมทำให้นะไม่ใช่เพราะป้าขอร้อง แต่ผมไม่อยากรำคาญใจกับพวกไร้ความคิดแก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังทำตัวยิ่งกว่าเด็กไม่รู้จักโต”
กำลังจะวางสายแล้วเชียว เผอิญนึกอีกเื่ออก“อีกอย่างนะป้ารุจา ถ้านำเอาเื่ของผมไปทำให้แม่ผมไม่สบายใจอีกก็จัดหาสามีใหม่ให้ลูกสาวได้เลยนะครับ”เขาว่าได้ยินเสียงหวีดร้องดังมาอีกระรอกนะก่อนวางนะ
“มาจับฉันเอาไว้ทำไมนี่คุณเจสัน”อุตส่าห์หลบหลีกเลี่ยงทุกทางที่จะไม่ให้พบเจอหมีั์ขั้วโลกแล้วนะแต่สุดท้ายเธอก็ยังถูกเขาจับตัวได้ และลากไปอย่างไม่ปรานีปราศรัยอีกด้วย
“ปล่อยฉันนะคุณ!” เฌอเอมฝืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงลากจูงของหมีขาวตัวใหญ่พลางสะบัดมือให้หลุดจากคีมเหล็ก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดใบหน้าขาวซีดเหลียวมองซ้ายขวาด้วยกลัวว่าจะมีพนักงานคนใดคนหนึ่งเห็นเธอในตอนนี้
“อยู่เฉยๆ ซิหนูเอม”
“เฉยๆ ให้คุณลากฉันไปไหนก็ไม่รู้หรือไง”โต้ตอบปนหอบนิดๆ ใบหน้าบูดบึ้ง ั์ตาเป็ประกายวาวจ้า พยายามแกะมือใหญ่ออกจากแขน“ปล่อยฉันนะคนบ้านี่ ฟังภาษาคนไม่รู้เื่หรือไงห๊า...” ตวาดแว้ดอย่างหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียด
เจสันหันไปทำหน้าบึ้งใส่คนตัวเล็ก“หยุดพูดแล้วเดินตามมาดีๆ นะหนูเอม เรามีเื่ต้องคุยกันแล้วถ้ายังดื้อไม่ยอมตามฉันไปดีๆ ไม่แน่นะ อาจมีคนผ่านมาเห็นก็ได้อยากให้เป็อย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ...หนูเอม”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณนี่น่า”รีบยกมืออีกข้างขึ้นปิดปากตัวเองทันควันเมื่อคนตัวใหญ่หยุดและหันมามองหน้าด้วยสายตาดุๆ “คุยกันตรงนี้ก็ได้ไม่เห็นต้องลากฉันอย่างนี้เลยนี่น่า คุณมีอะไรก็พูดมาซิ” พูดเสียงอ่อยไม่แพ้วงหน้าจ๋อยๆกลีบปากสีสดคลี่ยิ้มแหยๆ
‘คนอะไร ปกติเห็นชอบทำหน้าเป็ยิ้มแย้มอยู่เป็เนืองนิตย์ แต่พอโกรธขึ้นมา หน้าก็โหด ตาก็ดุชะมัดยาดเลย’
โน้มหน้าไปหาคนตัวเล็ก จนปลายจมูกโด่งแทบชนกับแก้มนุ่มั์ตาพราวระยับ เมื่อเห็นพวงแก้มใสซับสีเืขึ้นมาในทันทีจะว่าไปเฌอเอมก็น่ารักใช่เล่นเลยนะนี่ ถ้าเขาไม่มีใจผูกกับใครบางคนไว้ไม่แน่อาจหยอดขนมจีบใส่สาวน้อยก็เป็ไปได้ แต่ตอนนี้...
“ไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มเธอดีล่ะหนูเอม”ขู่เสียงนุ่ม คลี่ยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงใบหูไม่รู้เป็ไงเขาชอบเห็นเฌอเอมอายและทำท่าทางกระฟัดกระเฟียดนิดๆ ดูแล้วน่ารักดี พอๆกับอยากจูบซับบนปากนุ่มยู่ยื่นนั่นเสียเหลือเกิน
“ไปแล้ว ฉันไปก็ได้แต่คุณปล่อยฉันก่อนได้ไหมล่ะ จูงกันอยู่แบบนี้ ขืนมีใครมาเห็นเข้า ฉันก็ถูกกระแนะกระแหนและนินทาตายเลย”พูดเสียงอ่อยๆ กะพริบตาปริบๆ อย่างที่คิดว่าอีกฝ่ายจะต้องใจอ่อน
เจสันส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ล่ะตัวเล็กอย่างกับกระต่าย ท่าทางจะหนีเร็วและหลบซ่อนเก่งด้วย ี้เีวิ่งตาม”
เฌอเอมหน้าเหวอ เธอนี่นะเป็อย่างที่เขาว่าไม่ใช่สักหน่อย กำลังจะอ้าปากเถียงอยู่พอดี หูคล้ายได้ยินเสียงคนเดินมาทางที่ยืนอยู่ประจวบกับประตูลิฟต์เปิดออก ด้วยความลืมตัวและกลัวใครจะเห็นเข้าสองมือเล็กทาบผลักร่างหนาเข้าไปภายในทันที
เพราะความรีบเร่งจนกลายเป็ซุ่มซ่ามทำให้ขาเรียวเกี่ยวพันกันร่างเล็กเลยถลาพุ่งลิ่วไปหาคนตัวใหญ่ที่อ้าแขนรอรับ
เจสันรวบกอดล็อกคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนแกร่งด้วยความห่วงใยคนตัวเล็กและก้มลงหน้าลงมองที่ทำให้ปากอุ่นระอุแตะบนหน้าผากนวลเต็มๆ
อุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เฌอเอมหัวใจเต้นแรงอย่างแหงนใบหน้าซึ่งสองแก้มแดงระเรื่อราวกลีบกุหลาบมองหมีขาวขั้วโลกอย่างตื่นตะลึงเมื่อรู้ว่าตัวเองโดน...จูบ!
ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกคล้ายดวงตากวางน้อยยามต้องภัยและกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้าย candy ราดน้ำผึ้งเคลือบคาราเมลอีกชั้นสั่งการให้หัวใจเจสันยื่นมือไปกดปิดลิฟต์ให้คงค้างอยู่อย่างนั้น
“เป็อะไรหรือเปล่าหนูเอมเจ็บตรงไหนบ้างไหม” เอ่ยถามพร้อมทาบมือจับไปบนกายบอบบางอย่างรู้สึกแปลกในใจมิใช่น้อยด้วยไม่ได้อยากมีคนตัวเล็กอยู่ในอ้อมกอดเพียงแค่อยากเดียวแต่อยากจูบกลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั่นด้วยนิ้วยาวยกขึ้นแตะบนแก้มนวลนุ่มอย่างเผลอไผล โน้มใบหน้าลงไปจนเกือบถึงแก้มนวลนุ่มแล้วแต่ต้องหยุดชะงัก
“ปะ...เปล่า ไม่เป็อะไรคุณปล่อยฉันได้แล้ว” เมื่อตั้งสติได้เฌอเอมรีบบอกเสียงสั่น สาวเท้าถอยไปด้านหลังพลางทาบสองมือผลักกายแกร่งให้ถอยห่างด้วยหัวใจเต้นแรงรัวระทึกราวกับจะหลุดออกจากทรวง กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองมองเจสันราวกับถูกสะกดจิตก็ไม่ปาน
“เทียบกับฉันแล้วหนูเอมตัวเล็กจังเลยผิวเนื้อนี่ก็นุ่มลื่นน่าัั”ก้มหน้าลงไปจนจมูกโด่งแทนชนกับแก้มใสซับสีเืฝาดจางๆ “กลิ่นก็หอมอย่างกับcandy อบเนยเลย หนูเอมจะโกรธไหม ถ้าฉันอยากจะ...”กระชับท่อนแขนรัดร่างเล็กจนมาแนบชิดแทบไม่มีที่ว่างให้อากาศลอยผ่าน
“อะ...อะไร” เอ่ยถามอย่างกับละเมอนิ้วยาวได้แต่กำสาบเสื้อคนตัวใหญ่ที่นอกจากจะไม่ปล่อยตัวแล้วยังจะรัดแน่นจนเธอไม่รู้ว่าจะตั้งรับกับสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับปืนกลอย่างไรดี
“ฉันอยากชิม candy อบเนย” นิ้วยาวไล้ไปถึงกลีบปากนุ่มสีกุหลาบ
“บะ...บ้าแล้ว ฉันไม่ใช่ลูกกวาดสอดไส้เนยอย่างที่คุณว่านะ”ใจหนึ่งอยากถอยหนี แต่อีกใจก็อยากถูกจูบสักครั้งจากชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนี้เลยไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงดี ตัดสินใจไม่ถูก ได้แต่มองสบสายตาเจสันอย่างหวั่นไหวตัวสั่นคล้ายพาตัวไปยืนอยู่บนยอดตึกสูง
“เดี๋ยวฉันชิมเสร็จแล้วจะบอกไงหวานเท่ากันหรือน้อยกว่า แต่ฉันคิดว่าปากนี้”กดนิ้วยาวร้อนเล็กน้อยบนกลีบปากอิ่มนุ่ม “น่าจะหวานกว่าน้ำผึ้ง ว่าไหมหนูเอม”
เพราะตัวเขาใหญ่กว่าเฌอเอมอยู่มากคุยกันทีต้องก้มหน้า ท่อนแขนกำยำรัดรอบเอวคอดกิ่ว ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังแบบบางเรื่อยไปขยำสะโพกกลมกลึงไต่เรื่อยลงไปตามลำขาเสลาเล่นเอาคนถูกโลมไล้ลูบคลำสั่นไหวคล้ายนกเจอพายุฝนยังทันได้ตั้งตัวร่างอรชรอ้อนแอ้นก็ลอยขึ้นจากพื้น
“คุณ!” แค่คำพูดทุ้มห้าวก็ทำเอาเธอใจสั่นรัวราวกับไต่ขึ้นไปค้างเติ่งอยู่บนกิ่งไม้อ่อนยวบจะปริหักตอนไหนก็ไม่รู้แล้วเจอถูกกอดรัดอย่างชิดเชื้อ จนััได้ถึงเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นกระหน่ำดังตุ๊บๆอยู่ เฌอเอมถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปในบัดดล
นิ้วยาวยกขึ้นทาบบนกลีบปากอิ่มนุ่มไล้คลึงแ่เบาศีรษะทุยสะบัด พลางจรดปากบนหน้าผากนวลแ่เบาราวผีเสื้อโบยบิน ไต่เรื่อยไปตามพวงแก้มนุ่มหอมกรุ่นราวดอกไม้ป่าแรกแย้มบานพาดผ่านจมูกโด่งไปจรดจมูกบนแก้มอีกข้างอย่างแ่เบาและอ่อนโยน
“ตัวเธอนุ่มและหอมมากเลยหนูเอม”
ัับางเบาอย่างเธอคือดอกไม้แรกแย้มได้รับฝนที่โปรยปรายลงมาทำเอากายอรชรสั่นสะท้านหวามไหว คล้ายใบไม้ปลิวไปตามกระแสลมได้แต่มองตาคมเข้มด้วยหัวใจเต้นแรงรัวเร็วจนกลัวว่าจะหลุดออกมาจากทรวง
เจสันยิ้มกว้างเฌอเอมใสซื่อบริสุทธิ์และไร้เดียงสามากสายตาเธองุนงงคล้ายคนไม่แน่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วปากอิ่มยังยู่ยื่นมาคล้าย้าให้เขาทำอย่างที่ใจคิดชายหนุ่มผู้คิดเข้าข้างตัวเองจึงไม่รอช้า ทาบปากอุ่นระอุเลาะเล็มไปบนผิวเนื้อหอมละมุนและนุ่มลื่นราวกับแพรไหมทีละน้อยจนสิ้นสุดบนกลีบปากอิ่มสั่นระริก
เฌอเอมรู้สึกคล้ายโลกที่อยู่หยุดหมุนเล็บมนจิกลงไปบนแผ่นอกกว้าง สั่นสะท้านไหวราวกับมีสายลมเย็นๆพัดมาแตะต้องเรือนกายแฝงความเร่าร้อน และวาบหวามยามถูกปากหนาขบเม้มปากอิ่ม ฝ่ามือร้อนผ่าวไล้ลูบบนแผ่นหลังเรื่อยลงไปขยำนวดบั้นท้ายกลมกลึงพัดพาความซ่านเสียวสู่กาย
เขาคิดไว้ไม่ผิดเลย ปากเฌอเอมหวานยิ่งกว่า candy เคลือบน้ำผึ้งราดคาราเมลเสียอีกปากหนาขบเม้มดูดกับกลีบปากอิ่มนุ่มสลับบดคลึงจากอ่อนโยนเริ่มทวีความหนักหน่วงเพราะความหวานที่ได้ลิ้มรสฟันขาวร่วมผสมโรงแย้มกลีบปากอิ่มสอดเรียวลิ้นอุ่นระอุไปกวาดไล้ทั่วโพรงอุ่นนุ่มค่อยกระหวัดเลี้ยวเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กดูดซับความหวานราวหยาดหยดน้ำค้างจากเกสรดอกไม้เพิ่งแย้มบานอย่างพึงพอใจ
นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เจสันจมดิ่งอยู่กับการจูบซับหาความหวานจากกลีบกุหลาบนุ่มแต่มันยังไม่พอ เขาอยากหม่ำเธอให้มากกว่านี้อยากเห็นและได้ัับางส่วนของกายสาวที่ไหวกระเพื่อมแนบชิดอกกว้างอยู่ตอนนี้แค่ความรู้สึกเกิดขึ้นชายหนุ่มก็ไม่รั้งรอที่จะทำตามความ้ามือใหญ่ยื่นไปกดลิฟต์ให้เคลื่อนไปถึงชั้นที่ตัวเองพำนักอยู่ โดยไม่ยอมถอนจูบจากคนตัวเล็กซึ่งเผลอเดินหลงไปในดินแดนแห่งอารมณ์พิศวาสอย่างไม่รู้ตัวว่ากำลังเล่นกับไฟ!