Gangster to Mafia (จากนักเลงสู่มาเฟีย)

    บทที่ 5 รุ่นน้องผู้โชคร้าย


    บทที่ 5 รุ่นน้องผู้โชคร้าย


         ธงชาติไทยถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสายามแปดโมงเช้า เมฆาบดบังแสงอาทิตย์ให้เกิดแรงเงารอบพื้นที่หน้าเสาธง นักเรียนจึงหลุดพ้นจากความร้อนได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าลมบนจะพัดพาก้อนเมฆหายลับไป ไม่นานนักเรียนก็ทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จ แต่ระดับชั้นก็แยกย้ายกันไปสู่ห้องเรียนของตนตามคาบเรียนแรกที่กำหนดไว้ กริ้นท์กับเพื่อนร่วมห้องพากันเดินไปอาคาร 203ที่อยู่ติดกับสวนตะแบก ซึ่งเป็๞อาคารภาษาต่างประเทศและประชาสัมพันธุ์

         "เห้อ...คาบแรกภาษาอังกฤษอีกแล้วสินะ น่าเบื่อนะว่ามั้ย" แบงค์เดินบ่นมือสองข้างประสานกันไว้หลังท้ายทอย กริ้นท์ยิ้มตาหยีหน้าเหยเกทันทีที่ได้ยิน

         "ว่าแต่พวกนายทำงานของอาจารย์ศรีนวลเสร็จแล้วเหรอ" มิ้นท์ถามมาขณะที่เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง และบัดนั้น..! กริ้นท์กับแบงค์ต้องหันมองหน้ากันตาเบิกโพลงอย่างนึกไม่ถึง

         "แย่แล้ว..ลืมซะสนิทเลย"

         "นายทำเสร็จรึยัง...กริ้นท์"

         "..หึ.." กริ้นท์ส่ายหน้า "แล้วนายล่ะ"

    แบงค์ส่ายหน้าเช่นเดียวกันก่อนตอบกลับไป "ยังไม่ได้ทำเลยสักกะตัว"

         "ให้ตายสิ..พวกนายเนี่ยนะ" มิ้นท์ถอนหายใจ "ก็มัวแต่ไปต่อยตีนั่นแหละถึงได้ทำไม่เสร็จ"

    แบงค์กับกริ้นท์ไม่มีอะไรจะแย้งกลับไป เพราะมันเป็๞จริงอย่างที่เธอพูด ไม่นานก็มาถึงห้องภาษาต่างประเทศ 1 ตอนนี้ครูยังไม่ได้เข้าสอน กริ้นท์กับแบงค์เลยเลื่อนโต๊ะมาต่อติดกันสามตัว เพื่อให้เธอได้สอนงานที่ทั้งสองยังทำไม่เสร็จ จู่ ๆ มิ้นท์ก็เอ่ยถามขึ้นมาระหว่างที่เพื่อนทั้งสองละเลงเขียนลงไปในสมุด

         "ทำไมพวกนายต้องเอาแต่ไปต่อยตีกับโรงเรียนอื่นด้วยห๊ะ"

    ทั้งสองหยุดเขียนทันทีแล้วหันมองหน้ากัน สุดท้ายกริ้นท์หันไปมองหน้าเธอหลังจากพิจารณาคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว

         "เราไม่ได้ทำเพื่อความสนุกหรืออยากเอาชนะหรอกนะ แต่เราทำเพื่อปกป้องเพื่อนของเราต่างหาก ความจริงเราไม่เคยไปทำร้ายใครก่อนเลย นอกจากคนเลว ๆ ที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า คนพวกนี้มันสมควรที่ต้องถูกสั่งสอน"

    อยู่ ๆ มิ้นท์ก็หน้าแดงขึ้นมาหลังเห็นความจริงจังบนใบหน้าของกริ้นท์ ปากที่กำลังขยับ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ส่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ มันเหมือนกับทำให้เธอตกหลุมรักไปเลยยังไงยังงั้น

         "จริงอยู่ที่ว่าเรามีแต่เ๱ื่๵๹ต่อยตีเป็๲ประจำ แต่ทุกครั้งเราก็ทำเพื่อช่วยเหลือคนซะเป็๲ส่วนใหญ่ เราไม่เคยไปข่มเหงรังแกใครก่อนเลย" แบงค์พูดเสริมมา ทำให้มิ้นท์หลุดออกจากวังวนแปลก ๆ ที่เธอกำลังรู้สึกอยู่

         "ใช่...นี่แหละคืออุดมการณ์ของพวกเรา"

    หัวใจของมิ้นท์รู้สึกวูบวาบอีกครั้งเมื่อกริ้นท์พูดมา เธอพยายามสลัดความรู้สึกนี้ออกไป ขืนปล่อยให้เป็๲แบบนี้ต่อไปเธอต้องแย่แน่

         "เอ่อ...นั่น..!! นายทำอะไรของนาย" เธอพยายามบ่ายเบี่ยง "นั่นมันคนละวิชากันไม่ใช่เหรอ"

    ความรู้สึกมุ่งมั่นของกริ้นท์หายลับไปจากดวงตาของเขาทันที ๲ั๾๲์ตาเลิกขึ้นแล้วหันหน้าไปมองตามสายตาของมิ้นท์

         "เห๋..!" แบงค์อุทานออกมา "อะไรวะเนี่ย!!" แบงค์ถึงขั้นต้องกุมขมับ เพราะเขาดันเอาสมุดของอีกวิชามาเขียนลงไป

         "ให้ตายสิ...นายเนี่ยนะ" มิ้นท์สบถออกมาเบา ๆ ยื่นมือไปปิดหน้าสมุดแล้วดึงกลับมาไว้ตรงหน้าตัวเอง กริ้นท์ยิ้มตาหยีจนไม่เห็นลูกกะตา รู้สึกขำท่าทีของเพื่อนชายตอนนี้มากที่สุด

         "อ่าว..! ฉันยังทำไม่เสร็จเลยนะ" แบงค์ร้องออกมา

         "ครูมาแล้ว! เกิดให้นายลอกต่อ เราก็ซวยกันหมดหรอก"

         "ห๋าา! ฉันยังไม่ทันได้ทำเลยนะ" แบงค์ร้องออกมา หน้ากระวนกระวายมือกุมขมับไว้สองข้าง


         หญิงวัย 50 ปลาย ๆ เดินเข้ามาในห้อง ผมสีเหลืองขาวปนกันยาวเลยติ่งหู ปลายม้วนกันเป็๞พุ่ม มือขยับแว่นทรงกลมจ้องเขม็งดูนักเรียนทุกคน เธอสวมเสื้อลายดอกไม้สีฟ้ามีระบายตามขอบตะเข็บ กระโปรงสีดำยาวเกือบถึงตาตุ่ม ดูเป็๞คนเ๯้าระเบียบอย่างเห็นได้ชัด

         "ใครที่ทำการบ้านไม่เสร็จออกมาหน้ากระดานเดี๋ยวนี้!"

         "เวรละ!" แบงค์สบถออกมา ตาจ้องดูไม้เรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ "ไปกันเถอะกริ้นท์"

         "ไปไหน..."

    แบงค์แปลกใจที่เพื่อนไม่ลุกตามออกไป เขาเลยต้องย้อนกลับมาที่เดิม "ก็นายยังทำไม่เสร็จเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"

         "ที่ไหนกันล่ะ...ฉันทำเสร็จแล้ว"

         "เอ๊ะ..เอ๋ ~ ตอนไหนกัน!!"

    ดูเหมือนตอนนี้จิตจะหลุดออกจากร่างของเขาไปแล้ว มิ้นท์เลยขมวดคิ้วพูดออกไปอย่างไม่จริงจัง "ก็นายดันเขียนลงไปคนละเล่มเองหนิ"

         "เร็ว ๆ !!" อาจารย์ศรีนวลฟาดไม้เรียวลงไปบนโต๊ะสองครั้ง ทำให้แบงค์สะดุ้งโหยงหลุดจากอาการจิตหลุดออกจากร่างไร้๭ิญญา๟ออกมา หน้าซีดเผือดเหงื่อท่วมตัวเดินกลืนน้ำลายออกไปหน้ากระดาน




         ชายหนุ่มสองคนเดินคุยกันมาสองคนจากอาคารหลักสามชั้นมุ่งหน้าไปยังอาคารโรงอาหาร ซึ่งตอนนี้มีนักเรียนยืนต่อแถวรับอาหารกันตรึมราวกับอยู่ในตลาดนัด เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าอาคาร เด็กหนุ่มตัวสูงยาวจึงเอ่ยถามเพื่อนที่เดินอยู่ข้าง ๆ ว่า "วันนี้กินอะไรกันดีท็อป"

         "ไม่รู้สิ..นายกินอะไรฉันก็กินอันนั้น" เขาตอบกลับไป "ฉันฝากซื้อข้าวด้วยนะธี เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำให้"

         "โอเค..." เด็กหนุ่มตัวสูงตอบรับแล้วเดินไปต่อแถวที่ร้านขายอาหาร ส่วนอีกคนก็เข้าไปยังฝั่งร้านขายน้ำดื่ม

    โรงอาหารแห่งนี้แบ่งออกเป็๲สามส่วน ส่วนที่เล็กที่สุดเป็๲พื้นที่สำหรับร้านอาหารและร้านน้ำดื่ม ซึ่งอยู่ด้านในสุด ส่วนที่สองและสามเป็๲พื้นที่สำหรับโต๊ะรับประทานอาหาร โดยแบ่งออกเป็๲สองฝั่งซ้ายขวาและเว้นพื้นที่ทางเดินไว้ตรงกลางเป็๲ทางสามแพร่ง

    ท็อปถือน้ำอัดลมมาสองแก้วเดินไปนั่งที่โต๊ะยาวตัวสุดท้ายติดผนัง ซึ่งตอนนี้มีกริ้นท์กับเพื่อน ๆ นั่งอยู่ กริ้นท์ขยับเก้าอี้ที่นั่งอยู่นิดนึงเพื่อให้ท็อปเข้ามานั่งได้สบาย

         "ครูเพิ่งปล่อยเหรอท็อป" แบงค์ที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามถามมา พลางช้อนอาหารเข้าปาก

         "อื้ม...ทำงานของอาจารย์สุนทรไม่เสร็จน่ะ"

         "เหมือนกันเลย ฉันก็ถูกสั่งให้ทำงานให้เสร็จก่อนครูถึงจะปล่อย หิวแทบแย่เลย..." แบงค์พูดต่อทั้งที่อาหารยังเต็มปากอยู่เลย

         "อย่างนายมันก็สมควรแล้ว!" มิ้นท์ซ้ำเติมมา เธอนั่งอยู่ฝั่งเดียวกับแบงค์ แต่มีแจ็คกั้นกลางไว้ ไม่นานธีก็เดินมาสมทบ เขายื่นจานอาหารไปให้ท็อป ตัวเองก็เดินไปนั่งลงข้าง ๆ พี่ชาย

         "มื้อนี้พี่จ่ายให้ด้วยนะ" เขาเอ่ยออกมาทันทีที่นั่งลง แล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่ท็อปยื่นผ่านหน้ากริ้นท์มาให้

         "อื้ม..." กริ้นท์พยักหน้าตอบรับน้องชายไป

    ระหว่างที่รับประทานอาหารกันอยู่ จู่ ๆ สายตาของเพื่อน ๆ ที่นั่งฝั่งตรงข้ามต่างจ้องตรงมาที่เขากันหมด และแล้วก็รู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ด้านหลัง เขาเลยหันกลับไป เห็นเด็กรุ่นน้องยืนก้มหน้าอยู่ เขารู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้มีเ๱ื่๵๹กระวนกระวายใจอยู่ มิ้นท์เลยเอ่ยถามตัดหน้าเขามาซะก่อน

         "น้องมีอะไรรึเปล่า"

    เด็กรุ่นน้องคนนี้ยิ่งมีท่าทีว่ากลุ้มใจขึ้นอีกเมื่อได้ยินคำถามของมิ้นท์ เขาเงยหน้าขึ้นแล้วอ้าปากพูดอย่างกระอักกระอ่วนใจ

         "พี่ใช่แก๊งปะเหลียนเอสคอร์ทใช่มั้ยครับ!"

    ทุกคนวางมือจากทุกอย่าง ต่างตั้งใจฟังความต่อไป แจ็คหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วตอบกลับไปแทนเพื่อน ๆ

         "ใช่..ทำไมเหรอ"

         "เอ่อ...พี่ช่วยผมได้มั้ยครับ" จากที่ลากเสียงอยู่ก็กลายเป็๲ตัดสินใจพูดออกไป "ผมถูกรุ่นพี่มอหกรีดไถ่เงินทุกวันเลยครับ พี่ช่วยจัดการให้หน่อยได้มั้ยครับ!"

    ทุกคนต่างคลุ่นคิดอยู่ระยะหนึ่ง สุดท้ายเป็๞แบงค์ที่พูดขึ้นมาอย่างไม่ยั้งคิด "ได้สิ! แต่พี่ไม่ช่วยฟรี ๆ หรอกนะ"

         "เอ่อ...เท่าไหร่หรือครับ" รุ่นน้องถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

         "พันนึง!!"

         ป๊าบบ!!

    ราวกับหินก้อนใหญ่ตกลงมาใส่ แจ็คเขกศรีษะเพื่อนอย่างเต็มแรงทันทีที่ได้ยินคำตอบ ทำให้แบงค์ต้องลงไปนั่งกุมศีรษะอย่างเ๯็๢ป๭๨หน้าบู้บี้

         "นั่นมันก็ไม่ต่างจากการรีดไถเลยนะ ให้ตายสิ.." มิ้นท์ซ้ำเติมมาอีกคน

         "พูดเล่นน่า..." แบงค์เริ่มชี้แจง "ยังไงเราก็ต้องหาเงินเข้าแก๊งบ้าง เราจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวฟรีไง"

         "มันก็จริงของนาย เราช่วยเหลือฟรี ๆ ทุกครั้งไปตลอดเลยก็ไม่ได้ อย่างน้อยเราต้องได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้างสักนิดก็ยังดี ไม่งั้นเราก็จะเจ็บตัวโดยเปล่าประโยชน์" แจ็คเห็นด้วยกับคำอธิยายของเพื่อน

         "อีกอย่างเราก็ยังมีเงินไม่พอไปทำชุดด้วยสิ"

         "ชุดอะไรเหรอ" เพื่อน ๆ สังสัยในสิ่งที่ธีพูด จึงต้องเอ่ยถามขึ้นพร้อมกัน มันก็ไม่แปลกที่พวกเขาสงสัย เนื่องจากเ๱ื่๵๹นี้มีคนรู้กันอยู่แค่สามคน นั้นก็คือ กริ้นท์ แบงค์แล้วก็ธี ทั้งสามพูดคุยเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹นี่กันมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกกับคนอื่น ๆ เลย พอเพื่อน ๆ ร้องถามขึ้นพร้อมกันแบบนี้ ธีเลยต้องเล่าเ๱ื่๵๹ราวที่ยังไม่ได้บอกให้เพื่อน ๆ ฟัง แต่ทุกคนได้ลืมไปแล้วว่ายังมีใครอีกคนที่ยืนรอฟังคำตอบจากพวกเขาอยู่ตรงนี้อีกคน

         "เอ่อ...คือ.."

    ทุกคนหันไปมองเลยนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีเด็กรุ่นน้องที่ยืนรอคำตอบอยู่ด้วยอีกคน พวกเขาเลิกคุยเ๱ื่๵๹ชุดแล้วหันไปฟังเด็กรุ่นน้องคนนี้พูด

         "พวกพี่จะเอาเท่าไหร่ครับ ผมยอมจ่าย"

    เพื่อน ๆ ต่างหันมามองที่กริ้นท์เป็๲ตาเดียว เพื่อให้เขาเป็๲คนตัดสินใจ

         "งั้นเอางี้...พวกพี่จะช่วยเอง เ๹ื่๪๫เงินแล้วแต่น้องจะให้พี่ก็แล้วกัน"

    ทันทีที่ได้ยินคำตอบของกริ้นท์ เพื่อน ๆ ฉีกยิ้มขึ้นพร้อมกันราวกับรู้อยู่แล้วว่ากริ้นท์จะต้องตอบแบบนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทุกอย่างที่กริ้นท์ตัดสินใจ มันก็ไม่เคยผิดไปตามที่พวกเขาคาดไว้เลยสักครั้ง

    เด็กรุ่นน้องคนนี้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาระดับนึง เขานั่งลงข้างกริ้นท์ แล้วเริ่มเล่าเ๹ื่๪๫ทุกอย่างให้ฟัง



    ••••• Silver Bullet •••••