ตอนที่ 20: สัญญารักผูกวิญญาณ
เสียงกรีดร้องเรียกชื่อคิวดังลั่นท่าน้ำยมจากปากของฝ้ายที่แทบจะขาดใจตาย ทว่าเสียงคลื่นลมบ้าคลั่งและพายุฝนกลับหนาแน่นกลืนกินเสียงของเธอหายไปในสายลมเย็นยะเยือกริมตลิ่งชัน แสงอัสนีบาตสาดวาบสลับผ่าเปรี้ยงปร้างลงบนยอดไม้ป่าฝั่งตรงข้ามเผยให้เห็นเงาทะมึนชวนขนพองสยองเกล้าในราตรีวันโกนที่ดวงจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆดำมืดมิดสนิทไร้เงาแสงดาว กระแสเกลียวน้ำยมที่หมุนวนปั่นป่วนส่งเสียงคำรามกึกก้องปะทะตลิ่งชันดินผุพังส่งเสียงครืนๆ ราวกับคำเตือนภัยร้าย ลมพายุพัดกระโชกยอดไผ่เสียดสีสั่นระริก ฝ้ายต้องพยุงตัวเองด้วยความเหน็บหนาว แขนขาอ่อนแรงจนแทบหมดกำลังลุกยืนขึ้น
หล่อนมองเห็นเงาร่างคิวขยับขึ้นแพไม้ผุพังที่กำลังลอยคว้างท่ามกลางเกลียวน้ำวนอย่างเฉยชา รันในชุดขาวบางเบาชื้นแฉะสบตาหวานหยาดเยิ้มพรายชักจูงคิวข้ามขึ้นแพไม้ไผ่ผุพังที่กำลังลอยละลิ่วสู่กลางลำน้ำวนลึก คิวขยับกายอย่างเชื่องช้าไร้การประมวลผลดั่งหุ่นเชิดที่ไร้จิตวิญญาณ แววตาสีดำสนิทไร้ประกายไร้เงาสะท้อนแห่งความรักที่เคยมีต่อฝ้ายคู่หมั้นของเขาโดยสมบูรณ์ ราวกับร่างกายเป็นเพียงเครื่องแกะสลักไม้ที่ถูกดึงชักใยด้วยเสน่หารัญจวนของพรายน้ำ
ฝ้ายวิ่งไปที่ขอบตลิ่งเกือบพลัดตกหน้าผาผุ ตะโกนร้องเรียกคิวสุดเสียงสั่นเครือหวังเรียกสติคนรักกลับคืนมา "คิว! ได้ยินฝ้ายไหม! อย่าก้าวลงแพนั่นเด็ดขาด! คิว... คุณจำฝ้ายได้ไหม ความรักสิบปีของเราล่ะคิว! อย่าทิ้งฝ้ายไปแบบนี้!"
คิวหันหลังกลับมามองฝ้ายช้าๆ แววตาสีดำสนิทว่างเปล่าเฉยชาและเลื่อนลอย ชายหนุ่มปัดสายตาหลบหลีกและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างคนไม่มีหัวใจ เหยียบย่ำลงบนแพไม้ไผ่ที่ตอกตรึงไว้ชั่วคราว ปล่อยตัวปล่อยใจจมดิ่งลงสู่เกลียวน้ำยมสายสิเน่หานี้อย่างสมบูรณ์
แพไม้ไผ่พยุงสองร่างลอยค้างนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางเกลียวน้ำวนที่เป็นมรกตขุ่นเข้มหมุนเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ รันใช้มนตราเสน่หาลี้ลับโบราณลูบไล้เปลื้องกางเกงและเสื้อของคิวออกจนหมดเผยเรือนร่างแกร่งหนาเปลือยเปล่าสู้ลมอุ่นชื้นริมน้ำยม รันสลัดชุดสีขาวบางเบาออกจนเปลือยเปล่าหมดจด
เรือนร่างขาวผ่องสง่างามสะท้อนแสงนิมิตสีเขียวมรกตเรืองประกายในความมืดริมตลิ่ง ทรวงอกอวบอัดตูมเต่งขาวผ่องตั้งเต้าชูชัน ยอดปทุมถันสีหวานสั่นระริกสู้สายลมเย็นริมน้ำยมชวนสยิวสะกดสายตาน่ากระสัน รันขยับตัวก้าวขึ้นขี่คร่อมร่างของคิว ชักนำแก่นกายใหญ่แกร่งร้อนที่ขยายแข็งตัวตึงแน่นด้วยมนตราสะกดวิญญาณ สอดแทรกเข้าไปในร่องสวาทชุ่มแฉะตอดรัดขยับขมิบแน่นหนาของรันจนสุดโคน กามราคะและความใคร่ความแค้นดั่งสายน้ำยมหลอมรวมปะทุขึ้นในดวงวิญญาณ
รันโยกส่ายสะโพกมนร่อนบดเค้นสะโพกอย่างเร่าร้อนลี้ลับ กลิ่นดอกลำเจียกป่าเน่าชื้นแผ่ซ่านทั่วผืนน้ำ คิวสะโพกสอบกระแทกกระทั้นซอยแรงรักป่าเถื่อนดุดันประสานมนต์พรายสะกิดวิญญาณบดขยี้สะโพกกระแทกกระทั้นเน้นจังหวะย้ำถี่ระรัวอย่างเสน่หาชู้รักกลางแจ้ง แก่นกายยาวร้อนทิ่มแทงเข้าสู่ห้วงช่องคลอดส่วนลึกของรันที่บีบรัดระรัวถี่ คิวกระเสือกกระสนขยับกระทุ้งสะโพกย้ำกระแทกเน้นย้ำความเสียวซ่าน รันแหงนหน้าก้มมองสะโพกสอบสลับกับครางเสียงหวานแผ่วหวิวเปี่ยมเสน่หายวนใจ โยกส่ายขย่มรักดุดันอย่างเสียวซ่าน
สองร่างบดเบียดเนื้อแนบเนื้อท่ามกลางไอเย็นและหยาดฝนปะทะสะกดความเสียวซ่าน คิวกระทุ้งสะโพกสอบซอยถี่ระรัวสะท้านเกลียวน้ำวน รันยกเรียวขาทั้งสองเกี่ยวรัดโอบรอบเอวหนาเพื่อทรงตัวบนแพไม้ไผ่เปียกชื้น รันโยกส่ายขย่มรักดุดันอย่างเสียวซ่านส่งเสียงครางหวานหวิวระเส่าระเหินไปในสายพายุ รันจดจ้องตาคิวบดเค้นและดูดกลืนพลังชีวิตกับดวงวิญญาณของคิวเพื่อเชื่อมโยงพันธสัญญาสัญญารักผูกดวงจิตในราตรีวันโกนอันมืดมิด คิวกระแทกซอยสะโพกถี่ระรัวตอกย้ำความใคร่ส่งท้ายเกร็งตัวและหลั่งปล่อยน้ำรักสีขาวอุ่นร้อนพรั่งพรูไหลทะลักนองในส่วนลึกสุดของรันจนเสร็จสม
ฝ้ายทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้ หล่อนตัดสินใจกระโจนดิ่งลงสู่กระแสน้ำยมที่หนาวเย็นและเชี่ยวกราก หวังจะว่ายน้ำไปช่วยดึงคิวกลับมา ร่างกายลอยคอพยายามว่ายน้ำลุยกระแสคลื่นหนาวปะทะหัวไหล่และลำคอ ทว่าสุดาที่ประสาทหลอนสติแตกกระโดดน้ำตามฝ้ายมา พยายามฉุดดึงยื้อเหนี่ยวรั้งแขนขาฝ้ายไว้แน่นหนาด้วยความกลัวน้ำจับจิตกระสับกระส่าย ฝ้ายตะโกนกล่อมเรียกสติสุดาฝ่าเกลียวน้ำวนอย่างบีบคั้นหัวใจ "พี่สุดา! ตั้งสติก่อน! ปล่อยแขนฝ้าย! ถ้าพี่ไม่ปล่อยเราจะจมน้ำตายกันทั้งคู่! เกาะท่อนไม้นี่ไว้เร็วพี่สุดา แข็งใจพยุงตัวขึ้นมา!"
สุดากรีดร้องและยื้อแขนฝ้ายดึงลากลึกลงสู่ใต้ตลิ่งดินโคลนเลนเน่าเสียชวนสะอิดสะเอียน ฝ้ายสำลักน้ำและเกือบจมดิ่งลงก้นน้ำยมเพราะโดนสุดาฉุดยื้อดึงลอยเหนี่ยวรั้ง ฝ้ายต้องใช้พลังกายเฮือกสุดท้ายพยุงสุดาตะเกียกตะกายเกาะท่อนไม้ลอยคอรอดชีวิตขึ้นตลิ่งชันมาได้อย่างเหน็ดเหนื่อยทุลักทุเลเปียกโชกเลอะเลนโคลน
ยามลอยคอ ฝ้ายมองเห็นคิวจากระยะไกล คิวจ้องมองคู่หมั้นสาวกำลังจะจมน้ำตายด้วยแววตาเฉยชาเยือกเย็นดุจคนแปลกหน้า ไม่มีแม้แต่ความห่วงใยหรือสำนึกผูกพันรักใคร่ ก่อนจะโอบประคองรันร่วมรักต่อจนเสร็จพิธีสัญญารักผูกวิญญาณใต้สายน้ำยม ฝ้ายปวดใจเจียนตายสิ้นหวังสุดจิตกับสายสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างเลือดเย็นป่าเถื่อนไร้ความเมตตาจากคิวชู้รักทรยศเจ็บช้ำใจสลายแหลกลาญชอกช้ำร้าวราน
คิวและรันไม่ได้จมน้ำหายไปใต้ก้นวารี ทั้งคู่ประคองกันก้าวเดินกลับขึ้นฝั่งน้ำยมกลับมายังธารารีสอร์ต คิวตกเป็นทาสรักหุ่นเชิดอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาของคิวเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเฉยชาและเมินเฉยใส่ฝ้ายประหนึ่งเธอเป็นฝุ่นผงไม่มีตัวตนในชีวิตของเขาอีกต่อไป ยามที่ฝ้ายเดินเปียกโชกเปื้อนโคลนเข้าไปดึงชายเสื้อของคิวเพื่ออ้อนวอน คิวพลันสะบัดแขนเสื้ออย่างหยาบกระด้าง ตวาดปัดเสื้อผ้าไล่ฝ้ายราวฝุ่นผง คิวเดินควงไหล่ประคองร่างรันก้าวผ่านร่างอันสั่นสะท้านเปียกชื้นของฝ้ายไปอย่างไร้ความอบอุ่นประหนึ่งคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ฝ้ายใจสลายร้าวรานเจ็บแค้นและทรมานถึงขีดสุด ส่วนสุดากลายเป็นวิปลาสสติกระเจิงอย่างถาวร เอาแต่นั่งร้องไห้หัวเราะสลับกับพร่ำบ่นละเมอชวนหดหู่ใจยิ่งยวดท่ามกลางความเย็นชาของคิวสามีจำแลงที่คอยเดินประคองหลบหน้าฝ้ายไปกับรันชู้รักในทุกยามริมระเบียงยาว
เวลาผ่านไป การก่อสร้างธารารีสอร์ตเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยรุ่งเรืองสวยงามตระการตา ทว่าเบื้องหลังความงดงามหรูหรานั้นคือขุมนรกริมตลิ่งแม่น้ำยม ฝ้ายและสุดาที่ตกเป็นคนบ้าคอยนั่งกอดเข่าระทมกอดประคองกันอยู่ริมระเบียงมืดมิดไร้ทางสู้ วันหนึ่ง คิวและรันควงคู่เดินมาที่ระเบียงยาวสบตากระทบฝ้าย ฝ้ายใจสลายจ้องมองคู่หมั้นที่เพิ่งร่วมสร้างฝันด้วยกันมาสิบปี ฝ้ายเอ่ยถามน้ำตานองหน้า "คิว... คุณทำกับฝ้ายแบบนี้ได้ยังไง คุณทิ้งฝ้ายให้จมน้ำเพื่อช่วยรัน และตอนนี้คุณยังกล้าส่งจดหมายเชิญเพื่อนๆ พี่สุดาและคนอื่นๆ มารวมตัวกันที่นี่ทั้งหมดเพื่อสร้างโครงการบ้านี่อีกเหรอ! จิตสำนึกและหัวใจคุณมันทำด้วยอะไรคิว!"
คิวขบกรามแน่น จ้องมองฝ้ายด้วยสายตาเยือกเย็นแข็งกระด้างและไร้เยื่อใย "ฝ้าย... เลิกทำตัวเป็นเหยื่อเรียกร้องความสนใจจากผมสักที โครงการธารารีสอร์ตนี้เปิดตัวสำเร็จก็เพราะกำลังของผม รันเขาคอยเคียงข้างสนับสนุนผมในวันที่พวกคุณมีแต่เรื่องเรียกร้องวุ่นวายสร้างความเสียหาย ส่วนเรื่องจดหมายเชิญ... ผมมีสิทธิ์เชิญใครก็ได้ที่ผมต้องการ! หุ้นส่วนทุกคนยินดีมาที่นี่ รวมทั้งเพื่อนเก่าๆ ของพี่สุดาด้วย! ฝ้าย... คุณก็ทำตัวให้สงบเรียบร้อยเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อยแล้วกัน ถ้ารู้ตัวว่าเป็นแขกที่อาศัยอยู่ฟรีและยังอยากจะซุกหัวนอนพักอยู่ที่นี่ต่อ!" คิวตวาดเสียงแข็งกร้าวปัดฝุ่นผงที่ชายแขนเสื้อปัดไล่ฝ้ายอย่างหูเบาไร้เยื่อใย
รันเข้ามาร่วมสบตาแสยะยิ้มและพูดตอกย้ำฝ้ายอย่างเย็นเยียบ "ยินดีต้อนรับสู่ธารารีสอร์ตแห่งใหม่อย่างเป็นทางการนะคะคุณฝ้าย... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสุขความแค้นเท่านั้นค่ะ"
รันคุมคิวส่งจดหมายเชิญกลุ่มเป้าหมายใหม่ ซึ่งคือเหล่าสามีคนอื่นๆ ในอดีตชาติของรัญจวน และบรรดาภรรยาหลวงทั้งหลายในชาติปางก่อนที่เคยร่วมทำร้ายเธอให้มารวมตัวกันพักผ่อนที่ธารารีสอร์ตแห่งนี้เพื่อชำระแค้นให้หมดสิ้น รันส่งรอยยิ้มหวานยั่วยวนเปี่ยมไอแค้นทวงคืนในใจว่าความทรมานของฝ้ายและสุดาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และนรกบนดินริมแม่น้ำยมกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อเหยื่อรายอื่นๆ เดินทางมาถึงรีสอร์ตแห่งนี้เพื่อชดใช้ชะตากรรมน้ำยมมรณะสะบัดเวียนทวงคืน!... ความทรมานกำลังจะกระหน่ำซ้ำเติมให้แหลกยับเยินไปพร้อมกระแสน้ำยมนี้!... เกลียวน้ำที่เชี่ยวกรากกำลังกวักมือเรียกทวงวิญญาณเพื่อชำระหนี้แค้นที่ค้างคามาหลายร้อยปีริมตลิ่งชันแห่งน้ำยมมรณะมืดมนอนธการชะตาขาดนี้!