‘ดาช่วยปรียาสักครั้ง เห็นใจปรียาและคุณปู่เถอะ’ ในตอนนี้วีรดาทำอะไรไม่ถูก นอกจากนึกถึงแต่คำพูดปรียานีย์ ทันทีนั้นเองหล่อนก็แสร้งล้มลง ทิ้งตัวโผเขากอดเข้า
“โอ้ย! พี่ปรัชคะ ดาเจ็บเท้าค่ะ คงเดินต่อไปไม่ไหว” หล่อนแสร้งเอนตัวกอดเขาไว้
“เป็อะไรมากไหมครับ”
“สงสัยเท้าแพลงค่ะ” สองแขนของหล่อนกอดคอเขาแน่น ถือโอกาสนั่งบนตัก ตอนที่เขาทรุดตัวนั่งลงบนส้นเท้าตัวเอง...
“ปรัช! นี่มันอะไรกันคะ ทำไมแม่นี่ถึงนั่งบนตักคุณ”
“น้องดามารับน่ะแอน”
“คงจะเป็มากกว่าน้องสาวใช่ไหมคะ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่นั่งตักกันแบบนี้หรอกค่ะ” ชายหนุ่มรีบดันร่างบางของหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน แล้วเดินตามแอนนาไปติด
“แอนนาคุณฟังผมก่อนสิ”
“ไม่ค่ะ แอนจะไม่ฟัง”
“ผมอธิบายได้นะแอน คุณต้องเชื่อใจผม”
“ขนาดนังนี่นั่งบนตักคุณนี่นะ ยังบอกไม่มีอะไรอีก แอนไม่เชื่อคุณค่ะ” แอนนาไม่รอให้เขาอธิบายอะไรอีก นอกจากหล่อนจะรีบเดินออกไปด้วยความโกรธเสียใจ ชายหนุ่มเดินตามมาติดๆ แอนนาเลือกที่จะปิดประตูขับรถหนีเขา
“แอนกลับมานะ คุณกลับมาฟังผมก่อน” เขายืนมองตามท้ายรถของแอนนาที่แล่นไปไกล
ชายหนุ่มยกโทรศัพท์โทรหาแฟนสาวอยู่นานสองสามครั้ง...หล่อนก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับสาย เมื่อโทรหลายครั้งเข้า หล่อนก็ปิดโทรศัพท์! ไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่บอกว่ารักเขา จะไม่ยอมฟังเหตุผลจากเขาบ้าง
“บ้าเอ้ย!”
สักพักเขาก็หันกลับไป หมายจะไปเอากระเป๋า แล้วต่อแท็กซี่กลับบ้านเอง คงจะดีกว่ากลับไปกับหล่อนเพราะกลัวว่าเื่ของเขากับแอนนา จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอีก
สายตาคมกริบกวาดตามองหาร่างบาง เพียงแค่นาทีเดียวเขาก็เห็นหล่อนเข็นกระเป๋าของเขาเดินออกไปยังรถที่จอดไว้ ไม่มีอาการอย่างคนปวดเท้ามาก่อน ชายหนุ่มเดินมาหาหล่อน ใบหน้าของเขาบึ้งตึง บ่งบอกว่าไม่พอใจกับสิ่งที่หล่อนทำ เพราะทำให้แฟนสาวเข้าใจเขาผิด เขากระชากแขนของหล่อนเข้ามาใกล้
“เธอแกล้งทำให้แอนนาเข้าใจฉันผิดเพื่ออะไร วีรดา?” เขาบีบเรียวแขนของหล่อนอย่างแรง จนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ…
“พี่ปรัชดาเจ็บนะคะ” จนเมื่อเขารู้สึกตัวก็ยอมปล่อยหล่อนให้เป็อิสระ ทว่ายังมองหล่อนด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ดาปวดเท้าจริงๆ นะคะ”
“ฉันไม่เชื่อ!” เขาพูดเสียงกร้าว หล่อนมองแววตาคมของเขาแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความไม่พอใจกับสิ่งที่หล่อนทำ
“ถ้าพี่ปรัชไม่เชื่อ ก็ไม่เป็ไรค่ะ เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ” วีรดาทำใจกล้าเดินเข้ามาใกล้เขา แต่แล้วหล่อนก็เห็นเพียงแค่แววตาเ็าของเขาเท่านั้น ที่มองหล่อน
“ถ้าเธออยากกลับก็เชิญ แต่ฉันจะไม่ไปกับเธอ!”
“แต่พี่ปรัชคะ เอ่อคือ...” หล่อนพยายามจะทักท้วง เพราะอุตส่าห์มารับเขา ตอนนี้จะให้กลับคนเดียวได้อย่างไร
“ขอบใจที่อุตส่าห์มารับ แต่ฉันไม่อยากจะเดือดร้อนเพราะเธออีกต่อไป” ชายหนุ่มยกกระเป๋าของตัวเองลงมาจากรถเข็น แล้วเดินไปหารถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ไม่ไกล หญิงสาวทำได้เพียงมองตามร่างสูงของเขา แต่เท้าทั้งสองข้างกลับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน... เพื่อความสบายใจของเขา หล่อนจะไม่ตามไป!
เขาแสดงท่าทีห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด คำพูดของเขามันทำให้หล่อนต้องทำหน้าสลดลง หล่อนพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร่วงลงมา วีรดายืนมองตามแผ่นหลังเขาที่กำลังเดินลับตาที่ห่างไกลออกไปทุกที
‘โธ่ พี่ปรัช ดาไม่ได้ตั้งใจให้ผลออกมาแบบนี้นะคะ’ หล่อนััถึงกลิ่นไอของความห่างเหิน และความชิงชังของเขาผ่านดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น คราวนี้เขาอาจจะระมัดระวังตัวมากขึ้น เพื่อที่จะไม่เดือดร้อนเพราะหล่อนอีก เอาเถอะหล่อนก็จะพยายามตัดใจจากเขา จะรักษาระดับความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับเขาเพียงเท่านี้ เท่านี้ก็พอแล้ว สำหรับหัวใจดวงหนึ่งที่เคยลุ่มหลงเขา หล่อนจะขีดเส้นของความรู้สึกจำกัดอยู่แค่นี้พอ!
เมื่อไม่อาจพาเขากลับบ้านได้ หล่อนจำใจต้องกลับมาเอง หญิงสาวจึงให้คนขับ ขับรถมาส่งหล่อนที่บ้าน จากนั้นหล่อนก็เข้าบ้านไม่ได้ติดต่อกลับไปหาปรียานีย์ที่เป็ผู้เริ่มความคิดนี้
ปรียานีย์เดินมารอหน้าบ้านใจจดใจจ่อ รอพี่ชายกลับมาพร้อมกับเพื่อนรัก หล่อนอดที่จะยิ้มดีใจไม่ได้ ภายในใจคิดว่าพี่ชายคงกลับมาพร้อมกับวีรดา แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากแท็กซี่พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางมาคนเดียว
“พี่ปรัช ดาล่ะ ดาไม่มาด้วยเหรอ”
“ไม่มา”
“แล้วไม่เจอกันเหรอคะ ปรียานีย์ ฝากดาไปรับพี่ปรัชนะคะ” น้องสาวยังคงถามต่อด้วยความอยากรู้ และอดเป็ห่วงเพื่อนรักไม่ได้
“เจอแต่ไม่ได้มาด้วยกัน”
“ปรียาอุตส่าห์รอ เผื่อดากลับมาจะได้กินข้าวด้วยกัน”
“นี่ปรียารู้ไหม เพื่อนของเราร้ายยิ่งกว่าที่คิดอีก แอนนาเข้าใจฉันผิดก็เพราะ วีรดาคนเดียว ต่อไปนี้ขอสั่งเลยนะ เราเลิกคบเพื่อนแบบนี้”
“พี่ปรัชเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคะ ดาเป็คนดี ผู้หญิงที่เรียบร้อย น่ารักอ่อนหวาน มีคุณสมบัติเป็แม่ศรีเรือน พี่ ปรัชควรเปิดใจนะคะ” ปรียานีย์ ยังคงพูดสนับสนุนพี่ชาย ให้มองหญิงสาวในแง่ดี
“พอแล้วปรียา พี่ไม่อยากฟังอะไรเกี่ยวกับเพื่อนของปรียาอีก” เขาทำท่าเดินขึ้นชั้นบนห้องของตัวเอง สักพักก็เห็นคนขับรถ ที่ขับรถมาถึงทีหลังอาสายกกระเป๋าของเขาขึ้นไปเก็บให้ ปรียานีย์เดินตามคนขับมาติดๆ ก่อนถามขึ้น
“ดาล่ะ”
“กลับไปแล้วครับ” หล่อนได้แต่มองคนขับกับพี่ชายที่เดินเข้ามาในห้อง
“ปรียานีย์ คุณปู่ล่ะ ปู่อยู่ไหน”
“ปู่คงนอนพักน่ะพี่ปรัช”
“ถ้าปู่ตื่นมาพี่ค่อยไปหา ตอนนี้ปรียานีย์ออกไปก่อนพี่ขออยู่คนเดียว”
“ได้ค่ะ ปรียานีย์จะรอกินข้าวกับพี่ปรัชนะ” น้องสาวเดินมากอดเขา แม้จะรู้สึกขุ่นเคืองในใจ จากเื่ที่เกิดขึ้นตอนอยู่สนามบิน แต่การไม่เจอกันสองปี มันทำให้เขาคิดถึงปรียานีย์ไม่น้อย เขาจึงดึงน้องสาวเข้ามากอด ก่อนปล่อยให้ปรียานีย์ออกไป