แสงแดดยามเข้าส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กระทบลงที่ใบหน้าของดิล เขาตื่นขึ้นหลังจากผ่านการร่วมรักอันดุเดือดจากเมื่อคืน ที่เดียวกันกับที่พวกเขาทั้งสองนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและน้ำรักผสมกันไปทั่วทั้งพื้นฟูกและห้องนอน
ดุ้นของเขายังเสียบไว้อยู่บริเวณร่องรักของเรนซึ่งเธอนั้นไม่ได้หลับ แต่เธอจ้องเพดานอยู่เงียบๆตลอดทั้งคืน เธอไม่ได้ขยับตัวออกห่างจากเขาเลยแม้แต่เส้นผม
เมื่อมองไปที่่ท้องของเรนก็เกิดรู้สึกประหลาดใจ เพราะว่าท้องของเธอที่ควรจะอัดแน่นไปด้วยน้ำกามของเขา มันกลับยุบลงเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
"...อึก"
ดิลพยายามที่จะถอนท่อนเอ็นออกมาอย่างช้าๆ แต่ด้วยผนังเนื้ออ่อนนุ่มที่คอยบีบรัดทุกทิศทางทำให้เขารู้สึกเสียวซ่านตรงปลายดุ้นเป็อย่างมาก ดิลจึงตัดสินใจดันท่อนเอ็นของเขากลับเข้าไป และเริ่มขยับเอวเข้าออกอีกครั้ง
เขาติดใจในความรู้สึกคับแน่นแบบนี้มาก และอาจจะมากเกินไปสักหน่อย แต่ใครกันจะห้ามเขาได้? ดิลไม่อยากที่จะหยุด่เวลาแห่งความสุขนี้ไป พลิกตัวเรนให้เธอหันไปอีกด้าน และกอดรัดเธอจากด้านหลัง เขาเริ่มซอยเอวเข้าออกถี่ยิบ จนเตียงที่พวกเขานอนอยู่เริ่มโยกไปมาตามแรงของเขา
"ฮ่า~♥ใกล้แล้ว"
ไม่นานนักก็เริ่มใกล้จะเสร็จอีกครั้ง เขากระแทกท่อนเอ็นเข้าไปอีกสองสามที และปล่อยน้ำรักออกจำนวนมหาศาลออกมาเทียบเท่ากับครั้งก่อน
พรวด! พรวด! พรวด! พรวด!
ท่อนเอ็นของเขาอัดฉีดน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปในมดลูกเป็จำนวนมากจนล้นทะลักร่องที่คับแน่นของเรน อาจเป็เพราะ่เวลาที่ได้ใช้ไปกับการพักผ่อนเมื่อคืน ทำให้ความเข้มข้นที่อยู่ในของเหลวเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานท้องน้อยของเธอก็เริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อย เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นที่อยู่ภายใน
เขากระตุกอยู่หลายครั้งไปตามอัตโนมัต กอดร่างของอดีตเพื่อนสาวเอาไว้อย่างแแ่ เหมือนกลัวว่าเธอจะหลุดหายไปไหน ปล่อยให้ดุ้นของตนกระตุกต่อเนื่องจนกว่าจะสงบลงไปเอง ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่หลายนาที ดิลหายใจเข้าลึกๆจนเต็มปอดด้วยความเสียดายก่อนที่จะรีบถอนท่อนเอ็นของเขาออกมา เพราะกลัวว่าถ้าแช่ไว้นานกว่านี้ โอกาสที่จะกลับมามีอารมย์อีกครั้งมันเกือบที่จะแน่นอน และก็จะไม่ได้ทำอะไรต่อไปตลอดทั้งวัน
หลังจากนั้น เขาก็ใช้เวลาตามหาเสื้อใส่ให้กับเรน เป็เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น ในสายตาของเขาตอนนี้เธอดูน่ารักเป็อย่างมาก ถึงจะอยู่นิ่งเฉยเหมือนกับหุ่นยนต์แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เมื่อเรียบร้อยแล้วเขาก็ปล่อยเธอไว้ในบ้าน โดยที่ไม่ได้เอาน้ำรักที่อยู่ในท้องของเธอออก ดิล้าที่จะทดสอบอะไรบางอย่างเล็กน้อย
เขาออกมาจากบ้าน โดยมีความคิดที่ว่า้าหาที่อยู่ใหม่ที่กว้างขวางกว่านี้ บริเวณที่อยู่อาศัยของเขาในตอนนี้นั้นค่อนข้างจะเป็จุดอับคับแคบ และเต็มไปด้วยซากปรักหักพังไม่น่าชมต่อสายตา เขาคิดว่าน่าจะไปอยู่บนตึกที่อยู่แถวๆชายหาด วิวดีและมองเห็นได้รอบด้านอีกด้วย
แต่ก่อนที่จะไปแถวนั้น เขาอยากจะหาอาวุธติดตัวที่เหมาะสมกับตัวเองซะก่อน
ถ้าเกิดว่าเขาพบกับผู้รอดชีวิต แล้วไม่มีอะไรติดตัวอยู่เลยนั่นจะเป็ที่น่าสงสัย ยิ่งกับเขาที่กลายเป็เด็กด้วยแล้วยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
ไม่ถูกซอมบี้ไล่กัด ก็ใช่ว่าจะไม่ถูกมนุษย์ฆ่าซะเมื่อไหร่จริงไหม?
โชคดีที่ว่าแถวนี้มีร้านปืนขายอยู่ จึงไม่ต้องลำบากหาจากบ้านคนอื่นให้ยาก ไม่งั้นเขาก็คงต้องไปสถานีตำรวจเพื่อค้นศพแถวนั้น
ในร้านปืนมีสภาพที่ดูเละเทะเป็อย่างมาก ของกระจัดกระจายไปทั่วพื้น เขาค้นหาของที่ใช้ได้อยู่ซักพักก็พบกับปืนพกหนึ่งกระบอก พร้อมกับะุอีกเป็โหล โชคดีที่ว่ายังเหลือปืนแบบนี้อยู่บ้างแม้จะเกิดเื่เป็เดือนแล้วก็ตาม เขารู้เื่การใช้ปืนอยู่บ้าง แต่ปัญหาก็คงเป็การใช้งานจริง
ความทรงจำที่เกี่ยวกับของพวกนี้ยังคงเรือนราง แต่พอได้จับดูแล้วก็เริ่มมีความชัดเจนขึ้นมาอยู่บ้าง เขาแทบจะไม่เคยได้แตะปืนเลยหลังจากที่เรียนจบแล้วมัวทำงานที่นี่
เขาเก็บะุและของที่ต้องใช้เปลี่ยนอะไหล่ปืนที่จำเป็ทั้งหมดใส่ไว้ในกระเป๋า แล้วเอาปืนพกเหน็บไว้ที่กระเป๋ากางเกง ทำให้เขารู้ว่าตัวเองเหมือนเป็ตัวเอกที่อยู่ในหนังเื่หนึ่ง
เสียดายที่ว่าสถานที่ที่เขาอยู่มันคือเื่จริง
หลังจากที่ออกมาจากร้านปืนแล้ว ดิลก็ยังไปสำรวจพื้นที่ให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม มีพวกซอมบี้จำนวนมากขึ้นกว่าที่เขาอาศัยอยู่ และยังมีพวกท่าทางแปลกๆอยู่ด้วย แน่นอนว่าพวกมันไม่ทำอะไรเขา แค่หันตามเสียงฝีเท้าเท่านั้น เขาเดินไปเรื่อยๆจนเป็เวลา่บ่าย เขาได้ยินเสียงดังขึ้นจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างจากเขาไม่ไกลนัก เป็เสียงที่ใช้ของแข็งฟาดกับหัวของพวกซอมบี้ เขาที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังรถที่อยู่แถวนั้นอย่างรวดเร็ว
เขาชำเลืองมองออกไป พบกับกลุ่มของผู้รอดชีวิตประมาณ 4 คน มีคนหนึ่งกำลังใช้แท่งเหล็กฟาดไปที่หัวซอมบี้ พร้อมกับอีกคนที่คอยเคลียทางเดินเพื่อที่จะหลบหนี
"เวรเอ๊ย! เมื่อวานก็ไม่ได้เยอะแบบนี้นี่ พวกเราแค่จะมาหาเสบียงเองนะ!" เสียงของผู้ชายที่ใส่หมวกคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น พร้อมกับเอามีดฟันลงไปที่ซอมบี้ตัวหนึ่ง
"อย่าเสียงดังสิเว้ย! เดี๋ยวพวกมันก็แห่มาอีกหรอก" มีผู้ชายร่างใหญ่อีกคนตอบกลับคำพูดของชายใส่หมวก ทว่าเสียงของเขาดันดังกว่าซะอีก
"อีกอย่าง เป็แผนใครกันล่ะวะ!? ว่าให้มาเขตต้องห้าม!" ชายร่างใหญ่ซ้ำเติม ทำให้ชายใส่หมวกนิ่งเงียบไปในทันทีด้วยความอึดอัด
"พวกนายนั่นล่ะเงียบๆกันให้หมดเลย แล้วก็มาหลบในนี้ซะ!" เสียงของผู้หญิงในกลุ่มดังขึ้น พร้อมกับเปิดประตูแล้วเรียกให้คนที่เหลือเข้าไป
พวกเขาไม่สามารถจัดการฝูงศพเดินได้จำนวนมากนี้ได้อย่างแน่นอน พวกเขาวิ่งเข้าไปหลบในตึก เนื่องจากประตูไม่ใหญ่นักจึงทำให้เข้าได้ทีละคน ผู้ชายทั้งสามคนนั้นรีบเข้าประตูบานนั้นไป และระหว่างที่ผู้หญิงกำลังจะเข้าไปเป็คนสุดท้าย เธอก็ถูกซอมบี้ตัวหนึ่งดึงแขนของเธอไว้
"ไม่นะ! ดีน่า!!" เสียงของผู้ชายใส่หมวกะโเรียกชื่อของผู้หญิงที่ชื่อว่าดีน่า และเตรียมวิ่งเข้าไปช่วยเธอ
โชคไม่ดีที่ระยะของพวกเขามันห่างกันเกินไปหน่อย
"...เอ๋?" เธอถูกดึงเอาไว้และกำลังจะโดนกัดโดยซอมบี้ เธอกำลังจะตาย ตายโดยที่เป็พวกติดเชื้อ ความคิดมากมายถาโถมเข้าใส่ เธอตัดสินใจที่จะหลับตาลง แต่ทันใดนั้น แทนที่แขนของเธอจะโดนกัด ใบหน้าของผู้ติดเชื้อคนนั้นก็ถูกอะไรบางอย่างกระแทกอย่างแรงจนกระเด็นไปไกล
เป็ดิลที่เอาแท่งเหล็กฟาดเข้าไปนั่นเอง เขายังจัดการกับพวกที่อยู่ใกล้ๆทั้งหมดด้วยความรวดเร็วฟาดหัว แขน และขา ถีบพวกมันให้กระเด็นออกไปให้พ้นทางเพื่อความสมจริง
"นะ...นี่เธอ?" ดีน่าพึมพำออกมาด้วยความสับสน แต่ดิลไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเขาก็รีบวิ่งเข้าไปในตึกหลังจากนั้นก็ปิดประตูทันที
พวกด้านนอกเดินกลับมารวมกันอยู่ที่ประตูอีกครั้งหนึ่ง คงใช้เวลาอีกสักพักถึงพวกมันจะหมดความสนใจและเดินออกไปกันเอง
"ไม่เป็ไรใช่ไหมครับ พี่สาว!?" เขาหันไปถามดีน่าด้วยท่าทางเป็ห่วง ซึ่งเธอนั้นถูกดิลผลักเข้ามา และช่วยจัดการซอมบี้ทั้งหมด
เธอประทับใจั้แ่แรกพบเห็น เธอถูกช่วยชีวิตให้รอดพ้นจากการที่จะถูกกัดและกลายเป็พวกมัน ทั้งยังเป็เด็กที่หน้าตาดูน่ารักและดูหล่อเหลาควบคู่ไปด้วยกัน ความรู้สึกหลายอย่างทับถมจนทำให้เธอรู้สึกเขินอายจนหน้าแดงเล็กน้อย
คนที่เหลือรีบวิ่งมาดูอาการของเพื่อนทันที
"ขอบคุณที่ช่วยนะ...เด็กงั้นเหรอ?" พวกเขาหันมาและกำบังจะขอบคุณดิล แต่ก็ชะงักเพราะเห็นว่าผู้มีพระคุณนั้นยังเป็เด็กหนุ่มตัวน้อยอยู่เลย
เขารอดชีวิตมานานขนาดนี้ได้ยังไงกัน? แถมยังเป็เขตต้องห้ามอีก
ถึงจะมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว แต่พวกเขาก็ไม่คิดจะยุ่งเื่ของคนอื่น พวกเขารอที่จะให้พวกผีดิบเดินออกจากประตู และรีบวิ่งกลับที่พักของพวกเขาทันที โดยที่มีดิลติดร่างแหไปอย่างงุนงง
'เห็นทีว่าคงต้องปล่อยให้เรนอยู่คนเดียวสักพักนึงแล้วล่ะ' เขาคิดพลางถูกแบกไปด้วยกลุ่มมนุษย์ทั้ง 4 คน
เป็่เวลาใกล้มืดพอดีหลังจากที่มาถึงที่พักของทั้ง 4 คน พวกเขาอาศัยอยู่ที่คอนโดที่ติดกันอยู่ 2 หลัง ที่หันหน้าเข้าหากันโดยมีรั้วสูงประมาณสองเมตรล้อมรอบ และพวกเขาเองก็อยู่กันโดยที่ดีน่่าอยู่อีกตึกนึง และอีกสามคนก็อยู่อีกฝั่งนึง เห็นว่าในส่วนนี้คือพื้นที่ที่อยู่ด้านนอกจาก "เขตหวงห้าม" แต่ในมุมมองของเขานั้น บอกตามตรงว่าเขาแยกแยะไม่ออกเลย
หลังจากที่พวกเขาเก็บพวกเสบียงที่เก็บมาได้นั้น ชายใส่หมวกก็ก่อกองไฟตรงลานกว้าง และพวกเขาก็มาล้อมรอบเพื่อนั่งคุยกันพลางทานอาหารไปด้วย
"ชั้นชื่อโจ แล้วนั่นก็ชื่อจิม เขาเป็น้องชายของฉันเอง แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยดีน่าด้วยนะ" ชายร่างใหญ่เริ่มแนะนำตัว โดยเขาแนะนำอีกคนที่ชื่อจิมโดยชี้ไปทางคนที่นั่งเงียบๆอยู่ เขาใส่แว่น ดูแล้วน่าจะฉลาดอยู่ไม่น้อย
เขาโบกมือให้ดิลเมื่อเขาหันไปมองจิม
"ส่วนชั้นก็ชื่อดิม เป็เพื่อนของเ้าพวกนี้ ยินดีที่ได้รู้จัก" ชายที่ใส่หมวกพูดแนะนำตัวแบบสั้นๆ ถึงแม้จะไม่ค่อยพูดจา แต่ดูท่าแล้วเขาจะเข้าหาง่าย
คนสุดท้ายก็คือดีน่า ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม
"...พี่ชื่อดีน่าจ่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เธอพูดแนะนำตัวกับดิล โดยที่ยิ้มอย่างน่ารักขณะพูดไปด้วย
"ผมชื่อดิลครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน" สุดท้ายเขาก็แนะนำตัวให้กับทุกคน ในที่แรกเขาก็มีความกังวลในด้านของการสื่อสาร แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็ไปอย่างราบรื่น ดิลไม่ได้ทำพฤติกรรมแปลกๆที่ทำให้คนพวกนี้สงสัยในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง ในระหว่างนี้พวกเขาพูดคุยกันหลายเื่ ส่วนมากจะเป็เื่ราวของพวกเขาก่อนที่จะเข้าสู่่ยุคโกลาหลเหมือนกับตอนนี้
ดิลได้รู้ว่าพวกเขาเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจากหลายประเทศ และดีน่าก็เป็ลูกครึ่ง เธอจึงมีผมสีออกทองๆ และดวงตาสีฟ้าอ่อน ส่วนสูงประมาณ 170 เิเ
พวกเขาคุยกันได้ซักพัก โจก็เป็คนเปิดประเด็นสำคัญขึ้น
"แล้ว นายมาอยู่แถวนี้ได้ไงล่ะเ้าหนู?" หลังจากที่เขาตั้งคำถาม ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
"ใช่ ไม่ใช่ว่านายมีคนดูแลอยู่อย่างนั้นเหรอ" ดิมกล่าวเสริม
จะมีเด็กที่ไหนบ้างอยู่รอดได้นานขนาดนี้! ขนาดผู้ใหญ่ด้วยกันเองก็ยังเกือบจะตายกันทั้งหมด!
ดิลนั่งเงียบๆอยู่พักนึง เขาถอนหายใจพลางแล้วจึงเริ่มพูดขึ้น
"จริงๆแล้ว...ผมมาเที่ยวกับครอบครัว ในวันนั้นเป็วันครบรอบวันแต่งงานของพ่อกับแม่ พวกเขาก็เลยพาผมมาเที่ยวทะเลที่นี่" เขาเล่าพลางปั้นหน้าเศร้าออกมาให้เหมือนจริงที่สุด
"พ่อผมเป็ทหาร ท่านชอบสอนให้ผมเอาตัวรอดเมื่อตอนลำบาก ท่านชอบเอาผมไปทิ้งไว้ในป่าตามลำพัง แล้วให้เอาตัวรอดให้ได้ แม่ของผมเป็นักลงทุน พวกเรามีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา" ใบหน้าของเขายิ้มขึ้นอย่างมีความสุข และหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็สีหน้าเศร้าขึ้นมาทันที
"แต่ว่า...เมื่อไม่นานก็มีเื่ประหลาดเกิดขึ้น ทุกคนเกิดทำร้ายคนรอบข้างโดยไม่รู้สาเหตุ พ่อกับแม่ของผมช่วยผมออกมา แล้ว....แล้วพวกท่านก็" น้ำตาของดิลเริ่มไหลออกมา พวกโจที่เห็นแบบนั้นก็ทำตัวไม่ถูก
บรรยากาศรอบข้างเงียบลงจนทำให้ดิลเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย นี่เขาเล่นเยอะเกินไปหรือเปล่า?
"พวกนายนี่นะ จะแกล้งแม้แต่เด็กเลยรึยังไงกัน?" ดีน่าเมื่อเห็นว่าบรรยากาศแย่ลง เธอจึงพูดตำหนิพวกเพื่อนของเธอเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดนี้
"เฮ้ย พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! ใช่ไหมโจ" ดิมรีบหาแนวร่วมด้วย ซึ่งโจเองก็พยักหน้าตอบตามคำพูดของดิม
"เอาเป็ว่าพวกเราไปพักผ่อนกันก่อนดีไหม ไว้เอาแรงไปใช้ต่อพรุ่งนี้...ส่วนเื่ที่นอนของเ้าหนูนั่นมาอยู่ที่ตึกของพวกเราก็ได้นะ" จิมพูดตัดจบ และจัดแจงเื่ที่นอนของดิลให้อย่างเสร็จสับ แต่ก่อนที่จะได้ตัดสินใจอะไรก็มีเสียงคัดค้านขึ้นมา
"ไม่ได้หรอก! ขืนไปอยู่กับพวกนายเขาต้องโดนแกล้งอีกแน่ มานอนกับชั้นดีกว่านะ!" พูดจบ ดีน่าก็ลากแขนดิลไปยังแมนชั่นของฝั่งตัวเอง โดยทิ้งให้ทั้งสามคนนั่นตะลึงไปตามๆกัน
พวกเขาทั้งคู่มาถึงที่ห้องของดีน่า เป็ห้องที่เหมือนกับที่พักอื่นๆ ไม่ได้พิเศษอะไรในภายนอก
แต่ที่พิเศษนั่นก็คือเขาจะได้นอนกับดีน่า ผู้หญิงตัวเป็ๆ!
...ถึงเขาจะมีเรนอยู่ก่อนแล้วก็เถอะ
"เอ่อ...คือว่าจะให้ผมนอนห้องข้างๆก็ได้นะครับ พี่จะได้ไม่อึดอัด" ดิลพูดบอกดีน่าตามมารยาท เนื่องจากห้องมันก็ไม่ได้ใหญ่มากสำหรับอยู่กันหลายคน
"ไม่เป็ไรหรอกน่า! แล้วก็ห้องอื่นเองก็ยังไม่ได้เก็บกวาดให้เรียบร้อยเลย ขืนไปนอนเธอคงตัวคันจนนอนไม่หลับแน่"
"ก่อนอื่นก็ไปอาบน้ำกันเถอะนะ ตัวเริ่มเหนียวแล้วด้วย" ยังไม่ทันไร เธอก็ลากเขาเข้าห้องน้ำไปด้วยอย่างรวดเร็ว
"ดะ-เดี๋ยวก่อนสิครับ!" ดิลพูดห้ามเอาไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันซะแล้ว
พวกเขาเข้ามาในห้องน้ำกันสองคน โดยมีดีน่าเป็คนนำ และดิลก็ถูกลากเข้ามา
"..คือว่า ให้ผมรออยู่ที่ข้างนอกก่อนก็ได้นะครับ?"
"ไม่เอาหรอก เนื้อตัวสกปรกแบบนี้ต้องช่วยกันทำความสะอาดสิ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันดีกว่านะ" ดีน่าถอดเสื้อคลุมและปลดบราของเธอออก เผยให้เห็นหน้าอกที่เต่งตึงได้รูปของเธอออกมา ร่างกายที่แทบจะไร้ไขมันนั่นทำให้เธอมีรูปร่างที่ดูดีเป็อย่างมาก และด้านล่างลงมาก็เป็ร่องรักที่เป็กลีบสีชมพู
ดิลพยายามที่จะเอามือมาปิดบังภาพตรงหน้า และนั่นก็ทำให้เธอนั่นชอบการแสดงออกแบบนี้ของดิลเป็อย่างมาก และนั่นก็ทำให้เธออยากแหย่เขาต่ออีกสักหน่อย ดิลเองก็ถอดเสื้อของตัวเองออกเหมือนกัน แต่เมื่อเธอได้เห็นร่างกายของเขาก็แอบตะลึงอยู่ไม่น้อย
กล้ามเนื้อที่ดูสมส่วนและได้รูป เหมือนกับว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนานนั้นทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากกับเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักคนนี้ สมแล้วที่บอกว่าเอาชีวิตรอดอยู่ในป่าด้วยตัวเอง
แต่ว่าเธอก็แอบผิดหวังอยู่ลึกๆ ว่าตรงที่ดุ้นของเขานั้นมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก เหมือนกับเด็กทั่วๆไป
ดีน่าที่รู้สึกตัวว่าตนเองมีความคิดแปลกๆก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
'นี่เราคิดบ้าอะไรอยู่กัน!? อีกฝ่ายยังเด็กอยู่ไม่ใช่หรือไง? ตั้งสติเข้าไว้สิ!' เธอส่ายหน้าไปมา จากนั้นก็ยิ้มให้กับดิลเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพียงแต่ ในส่วนของร่างกายที่เธอหมายตานั้น ก็เป็แค่ตอนที่เขาไม่มีอารมย์เท่านั้น ซึ่งเธอเองก็ยังไม่รู้เื่นี้
พวกเขาเริ่มล้างตัว โดยที่ดีน่าให้ดิลหันหลังให้กับเธอ และเริ่มสระผมก่อนเป็อย่างแรก
ดีน่านำแชมพูที่บีบไว้มาขยี้ผมที่ค่อนข้างยาวของเขา ด้วยมือที่อ่อนนุ่มของดีน่าคอยััดิลอยู่ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก
แต่พอผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง เขาก็ััได้ถึงอะไรซักอย่างที่อ่อนนุ่มมากระทบที่หลังของเขา
นั่นก็คือหน้าอกของดีน่านั่นเอง
"อะ-ขะ...ขอเวลานอกครับ!" ดิลทำท่าจะลุกหนีออกมา แต่ว่าดีน่าก็กอดเขาเอาไว้แน่น
"ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกนะ เดี๋ยวพี่จะถูหลังให้" เธอค่อยๆเอาหน้าอกถูไปมาอย่างช้าๆ ระหว่างนั้นดิลก็ส่งเสียงแปลกๆออกมาเบาๆ
'น่ารักจริงๆเลยเด็กคนนี้!' เธอรู้สึกถูกใจในตัวดิลมากที่ทั้งเก่งพึ่งพาได้ และน่ารักถึงขนาดนี้ เธอใช้มือลูบไล้ไปตรงส่วนหน้าอกของดิล และเลื่อนผ่านไปยังหน้าท้องของเขา
"...พี่สาวครับ"
"อะไรเหรอจ๊ะ?" ดีน่าถามขึ้น พลางคิดถึงเื่หาทางที่จะแกล้งดิลต่อ โดยที่ไม่ทันรู้ว่าตัวเองได้ติดกับเข้าซะแล้ว
"ผมเป็อะไรก็ไม่รู้ ทำไมที่ไว้ฉี่ของผมถึงใหญ่ขึ้นมาล่ะ?" ดิลหันไปหาดีน่า พร้อมกับเ้าดุ้นขนาด 9 นิ้วของเขาที่ลืมตาดูโลกตั้งชูชันขึ้นฟ้าอย่างน่าเกรงขาม