The X-Ghost: Bangkok Blood Moon
EP9: พยัคฆ์ร้ายในเมืองหลวง และศึกสถานทูตเื
ถนนสาทรเหนือ
เวลา 06:15 น.
หมอกสีม่วงอ่อนจางๆ เริ่มแผ่ปกคลุมถนนสาทรที่เต็มไปด้วยต้นจามจุรีใหญ่ สัญญาณจราจรหยุดนิ่ง รถเมล์สาย 17 จอดทิ้งไว้กลางถนนโดยไร้คนขับ ทีม X-Ghost จอดรถจี๊ปห่างจากประตูเหล็กมหึมาของสถานทูตลึกลับเพียงหนึ่ง่ตึก
“นั่นไง... สถานทูตที่ไม่มีในแผนที่ราชการ” คเชนทร์ สวมแว่นสแกนเนอร์ พลางมองไปที่ตึกทรงโมเดิร์นที่ดูล้ำยุคเกินปี 2520 ไปไกล “ระบบพรางตาด้วยคลื่นความถี่ต่ำ นี่มันเทคโนโลยีจากหน่วยคลังแสงโลกคู่ขนานของผมชัดๆ”
“และดูที่ยอดตึกนั่นสิ” ไพรวัลย์ ชี้ไปที่เสาสัญญาณรูปทรงคล้ายกระดูกสันหลังที่กำลังเรืองแสงวาววับ “ยัยมาดามค้างคาวคงไปนอนกกตัวอยู่บนนั้น เตรียมพ่นพิษใส่คนกรุงแล้วล่ะ”
ศัตรูเก่าในคราบ "The Executive"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังกังวานออกมาจากหน้าประตูสถานทูต ชายในชุดสูทสีเทาเรียบกริบที่เคยเจอที่โกดังน้ำแข็งเดินออกมาอย่างใจเย็น แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว เขาพกปืนพลาสม่ารุ่น "Ghost-Breaker" ซึ่งเป็อาวุธระดับสูงของหน่วย X-Ghost ติดตัวมาด้วย
คเชนทร์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้าง “ผู้กองอรรถ?... นายยังไม่ตายงั้นเหรอ?”
ชายชุดสูทหัวเราะเบาๆ พลางถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็ยาวจากหูถึงลำคอ “คเชนทร์เพื่อนยาก... ฉันตายไปแล้วในภารกิจที่ดาวอังคารเมื่อสิบปีก่อนนั่นไง ตายจากอุดมการณ์โง่ๆ ของหน่วยเรา แล้วมาเกิดใหม่ในฐานะ ‘ผู้บริหาร’ (The Executive) ขององค์กรที่จะเปลี่ยนจักรวาลนี้ให้เป็ระเบียบ”
“นายขายิญญาให้พวกวาลักซ์เพื่อแลกกับชีวิตะเนี่ยนะ?” คเชนทร์คำราม พลางเล็งปืนใส่เพื่อนเก่า
“ฉันแค่เลือกข้างที่ชนะ คเชนทร์” อรรถยิ้ม “ที่นี่คือ์... โลกในปี 2520 ที่ผู้คนยังงมงายและควบคุมง่าย แค่ไวรัสตัวเดียวกับอำนาจเงินเพียงนิดหน่อย ฉันก็คุมกองทัพและนายพลโง่ๆ ได้ทั้งประเทศแล้ว”
ศึกสาทรเดือด
“คุยพอหรือยังไอ้หน้าหล่อ!” ไพรวัลย์ ะโขัดจังหวะ พลางสาดะุเงินนัดแรกเปิดฉาก “ไปลงนรกซะทั้งคู่เลยไป!”
ปัง! การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที! อรรถใช้ความเร็วระดับไซบอร์กหลบะุและสวนกลับด้วยลำแสงพลาสม่าสีส้มจ้าจนพื้นถนนะเิเป็หลุม กลุ่มแวมไพร์สาวติดเชื้อนับสิบกระโจนลงมาจากกำแพงสถานทูตเข้าจู่โจมทีม X-Ghost
“ไอริช! นุช! เข้าไปในรถ!” คเชนทร์สั่งพลางยิงปะทะกับอรรถ “มนัส! หาทางชัตดาวน์เสาสัญญาณนั่น ถ้ามันทำงาน เราจบเห่กันหมด!”
มนัส เหงื่อแตกซิก เขาแบกเครื่องวิทยุธานินทร์วิ่งไปที่ตู้ไปรษณีย์เหล็กข้างถนน “ผมต้องใช้เสาไฟฟ้าแรงสูงเป็ตัวขยายสัญญาณกวนครับ! คุณคเชนทร์ กันหลังให้ผมที!”
*วิทยาศาสตร์ vs ไซบอร์กอาคม*
คเชนทร์พุ่งเข้าชาร์จอรรถ การต่อสู้ของสองอดีตคู่หูรุนแรงจนตึกแถวรอบข้างกระจกแตกกระจาย อรรถมีพลังเหนืุ์จากการดัดแปลงร่างกาย แต่คเชนทร์ใช้ไหวพริบและการประสานงานกับไพรวัลย์
“ไพรวัลย์! ตอนนี้!”
ไพรวัลย์ขว้างตะกรุดที่พันด้วยสายไฟทองแดงไปกลางอากาศ คเชนทร์เล็งปืนพลังงานยิงใส่ตะกรุดนั้นจนเกิดการแตกตัวของประจุไฟฟ้า กระแทกใส่อรรถจนระบบไซบอร์กในตัวเขาช็อตชั่วขณะ
“แกเรียนรู้ที่จะเล่นสกปรกขึ้นนะคเชนทร์” อรรถกัดฟันกรอด ร่างกายของเขาเริ่มมีเกล็ดค้างคาวงอกออกมาตามิั
“เขาเรียกว่า ‘การประยุกต์ใช้ทรัพยากรท้องถิ่น’ โว้ย!” คเชนทร์สวนกลับพลางถีบยอดอกอรรถจนกระเด็นเข้าไปในเขตสถานทูต
ความหายนะที่กำลังจะเริ่ม
บนยอดตึกสถานทูต มาดามราตรีในร่างราชินีค้างคาวแผดเสียงร้องก้องกังวาน เสาสัญญาณกระดูกสันหลังเริ่มหมุนวนและรวบรวมพลังงานสีม่วงเข้มเตรียมยิงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
“มนัส! เร็วเข้า!” ไอริชะโ ขณะที่เธอกำลังใช้ปืนสั้นยิงสกัดแวมไพร์ที่พยายามจะฉีกรถจี๊ปเป็ชิ้นๆ
“ได้แล้วครับ!” มนัสเสียบสายไฟเส้นสุดท้ายเข้ากับเสาไฟฟ้า แสงไฟสปอร์ตไลท์ทั่วถนนสาทรกะพริบถี่ๆ ก่อนจะะเิออก “ส่งคลื่นรบกวนเต็มกำลัง... ไปเลยลูกพ่อ!”
เสียงวิทยุธานินทร์ดังแผดขึ้นเป็คลื่นความถี่สูงเสียดแทงไปถึงม่านตา เสาสัญญาณบนยอดตึกเริ่มสั่นะเืและเสียสมดุล แต่มาดามราตรีกลับไม่ยอมหยุด เธอบินลงมาพุ่งเป้าไปที่มนัสโดยตรง!
“ระวัง!” นุชกรีดร้อง
เงามืดขนาดั์ของราชินีค้างคาวปกคลุมร่างของมนัสที่กำลังกอดวิทยุไว้แน่น ศึกในสถานทูตเืกำลังจะถึงจุดแตกหัก โดยมีชีวิตของคนทั้งกรุงเทพฯ เป็เดิมพัน!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
Next EP10 : ราชินีค้างคาวเผยตัว และสมรภูมิเหนือหมู่เมฆ