"จะดีหรือครับ คุณป้า"
นางทองกรรีบส่งข้อความให้ รตอ.ทะนงมาพบที่โรงพยาบาล และออกมาคุยที่ร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาลตอนที่ข้าวขวัญหลับพักผ่อน เขาไม่เห็นด้วยกับการให้ข้าวขวัญกลับไปที่บ้านริมทะเลของทิวไท เพราะการได้เห็นบรรยากาศเก่าๆที่ข้าวขวัญกับทิวไทนั้นได้อยู่ด้วยกัน เขากลัวว่าจิตใจของข้าวขวัญอาจจะย่ำแย่ลงไปอีก แล้วที่สำคัญ ถ้าสองคนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันแล้ว เป็นไปได้ว่าข้าวขวัญก็จะยิ่งมีอาการหนักกว่าที่เขาคิดไว้อีกก็เป็นไปได้
"แต่มันเป็นความต้องการของข้าวนะ ผู้กอง ป้าสงสารลูก ไม่รู้ว่าจะห้ามยังไง จะว่าตามใจลูกป้าก็ยอม"
"อืมม...ผมก็แค่เป็นห่วงสภาพจิตใจของคุณข้าวเท่านั้นเองว่า ถ้ากลับไปอยู่ตรงนั้นแล้ว คุณข้าวจะเป็นยังไง? ผมเชื่อว่าเขาสองคนน่าจะมีความทรงจำดีๆอยู่ที่นั่น"
"ไม่มีใครรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน แต่ป้าคิดว่า คนที่นั่น อาจจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างดีก็ได้ การที่ข้าวขวัญอยากจะกลับไปที่นั่นอีก อาจเพราะอยากจะรื้อฟื้นความรู้สึกดีๆของความสัมพันธ์นั้นผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นก็เป็นได้นะคะ ข้าวคงคิดว่าจะไปที่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะกลับอเมริกา เพราะข้าวขวัญบอกว่า จะไม่กลับมาอีก จะไปเริ่มใช้ชีวิตใหม่ที่นั่น ป้าว่า ข้าวขวัญน่าจะอยากไปเก็บความทรงจำดีๆเป็นครั้งสุดท้าย"
"คุณป้าลึกซึ้งมากครับ มีความเป็นไปได้สูงมาก ผมนึกไม่ถึงจริงๆในเรื่องนี้ เอาเป็นว่า ให้คุณข้าวไป แต่ผมขอไปด้วยนะครับ ทางป้าภาฝากมาให้ดูแลป้าขวัญเรือนด้วย แล้วผมเองก็เป็นห่วงทั้งคุณป้าทั้งคุณข้าว แล้วไปครั้งนี้ ผมอาจจะไปดูอีกครั้ง เรื่องที่ทิวไทหายไปครับ"
"ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ผู้กอง ที่ยังนึกถึงคนแก่ ถ้าเดินทางกันสองคน ป่วยคนนึง แก่คนนึง ป้าก็ว่าน่าจะไม่รอด"
"ครับ ถ้าอย่างนั้นไปเมื่อไหร่ คุณป้าแจ้งผมนะครับ"
"ได้จ๊ะ แล้วเดี๋ยวป้าจะบอกข้าวขวัญให้ว่าผู้กองจะไปด้วย"
ในวันที่ข้าวขวัญออกจากโรงพยาบาล รตอ.ทะนง เอารถตู้มารับเพื่อจะไปที่สนามบินตามที่คุยกันไว้กับข้าวขวัญ หญิงสาวมีสีหน้าท่าท่างที่กระเตื้องขึ้น มียิ้มแย้มบ้าง แต่อย่างไรก็ตามเธอก็ยังต้องทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
"เดี๋ยวเราจะไปที่บ้านป้าทองกรกันแล้วนะลูก ดีใจมั้ย?"
"ค่ะแม่ ข้าวดีใจที่สุด แล้วก็ขอขอบคุณผู้กองด้วยนะคะ ที่ไปเป็นเพื่อนกัน"
ข้าวขวัญหันไปขอบคุณ รตอ.ทะนง เขาพยักหน้าแล้วยิ้ม สีหน้าแววตาของเขานั้นส่งกำลังใจให้เธอเต็มที่ ในเวลายากลำบากของเธอ ผู้กองทะนง คือคนที่ดูแลเธอมาตลอด และเธอก็ได้รู้ว่า เขาคือเพื่อนสนิทของทิวไท และสำหร้บงานปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้ เขาคือหัวหน้าหน่วยโดยมีทิวไทอยู่ในทีม รู้เท่านี้ก็ยิ่งทำให้เธอเจ็บแปลบ เธอไม่ได้โกรธทิวไทเลยเพราะมันไม่มีประโยชน์ เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หากเขายังมีชีวิตอยู่ เธอคงไม่กล้าสู้หน้า เหมือนที่เธอพยายามทำมาตลอดเวลาแต่เธอก็หนีหัวใจตัวเองไม่ได้เลย
เธอไม่เคยบอกรักเขาสักครั้ง แม้ในเวลาอันน้อยนิด เขาก็เฝ้าบอกเธออยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่เธออยู่ในอ้อมกอดของเขา
"แน่ใจนะว่าจะไม่บอกรักผมสักหน่อย ผมเสียเปรียบจังเลย ผมบอกรักคุณข้าวจนปากจะฉีกถึงหูแล้วเนี่ย"
"..."
"ผมรอฟังอยู่นะ"
เขาจากไปอย่างเดียวดายและทรมาน และก็ยังไม่ได้ยินคำบอกรักจากเธอเลย
"ข้าวขวัญ ถือผ้าเช็ดหน้านี่ไว้นะ ดูสิเลอะหมดแล้ว"
นางขวัญเรือนเอาผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมมาเช็ดน้ำตาที่ไหลอยู่อย่างเงียบๆให้ข้าวขวัญ แล้ววางผ้าเช็ดหน้าใส่ในมือให้เธอ นางไม่รู้หรอกว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการรักษา PTSD แต่นางก็จะทำมันอย่างสุดความสามารถ การที่นางได้ลูกสาวคืนมาก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว
"ถึงสนามบินแล้วครับ"
อีกประมาณชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย รถตู้ที่ รตอ.ทะนงติดต่อไว้ รับทั้งสามคนแล้วไปส่งที่ท่าเรือเพื่อเดินทางไปที่เกาะพะงันทันที
ข้าวขวัญตื่นเต้นที่จะได้พบกับนางทองกร ป้าพรและไข่นุ้ย ข้าวขวัญได้โทรคุยกับนางทองกรแล้ว ทั้งสามคนต่างก็พากันดีใจที่จะได้เจอเธอ
นางทองกร_[ป้าพรเตรียมทำกับข้าวไว้เต็มโต๊ะเลย ป้าอยากจะเจอหนูข้าวจะแย่อยู่แล้ว คิดถึงเหลือเกิน]
ข้าวขวัญ_[หนูก็คิดถึงทุกคนค่ะ ข้าวขอไปนอนด้วยสักสองสามคืนนะคะ แล้วข้าวก็จะไปอยู่กับแม่ขวัญเรือนที่อเมริกาแล้ว]
นางทองกร_[พวกเราคงคิดถึงหนูแน่ๆเลย]
รถตู้จอดหน้าบ้านนางทองกร ทุกคนรีบออกมายืนรอข้าวขวัญที่จะลงจากรถตู้ ทันทีที่ข้าวขวัญลงจากรถ นางทองกรก็เข้าสวมกอดเป็นคนแรก แล้วตามด้วยป้าพรและไข่นุ้ย
"ข้าวคิดถึงทุกคนที่นี่เลยค่ะ"
ทุกคนสัมผัสได้ถึง 'คนที่ข้าวขวัญคิดถึง' ได้อย่างชัดเจนในน้ำเสียงนั้น ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากไข่นุ้ยที่รีบพูดทันทีหลังจากที่หญิงสาวพูดจบ
"คนที่นี่ก็คิดถึงพี่ข้าวมากครับ โดยเฉพาะผม นี่ถ้ากรุงเทพไม่ไกลมาก ผมพาแม่กับป้าไปเยี่ยมพี่ข้าวแล้ว"
"เก่งเหมือนเดิมเลยนะไข่นุ้ย"
"ไข่นุ้ยต้องเก่งๆครับ เอาไว้ดูแลสาวๆแถวนี้"
ไข่นุ้ยยิ้มฟันขาวตัดกับสีผิว เด็กชายโตขึ้นแล้วก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เค้าหล่อก็มาแล้วเช่นกัน
"ไข่นุ้ยโตเร็วมาก นี่ไม่เห็นกันไม่กี่เดือน สูงขึ้นมากเลย"
ข้าวขวัญทักทายครบหมดแล้วก็หันมาแนะนำนางขวัญเรือนและ รตอ.ทะนง ทั้งสองคนพักที่บ้านพักของนางทองกรคนละหลัง แต่ข้าวขวัญนั้นขอพักที่บ้านนางทองกร
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมนำไปที่บ้านพักนะครับ จะได้พักกันก่อน เปิดแอร์เย็นๆมองทะเลสวยๆ ช่วงนี้แดดดี ถ่ายรูปทะเลได้สวยๆเลยครับ"
ไข่นุ้ยเป็นทุกอย่างให้คนที่บ้านนี้จริงๆ ไม่มีทิวไทแล้ว เด็กชายคงต้องเข้มแข็งให้มากขึ้น ข้าวขวัญคิดแล้วก็มองตามเด็กชายที่ขึ้นรถตู้ไปกับนางขวัญเรือนและผู้กองทะนง
"หนูข้าว เข้าไปนั่งคุยกันที่ใต้ถุนบ้านเถอะ มีเรื่องต้องคุยกันเยอะแยะเลย"
นางทองกรกับป้าพรชวนหญิงสาวมานั่งที่โซฟาใต้ถุนบ้าน
"เย็นนี้กินข้าวให้อร่อยกันเลยนะ ป้าพรลุกตั้งแต่เช้า ทำอาหารอร่อยๆทั้งนั้นเลย ของชอบของหนูทั้งนั้น"
"ขอบคุณคุณป้าแล้วก็ป้าพรนะคะ ข้าวคิดถึงที่นี่ที่สุดเลยค่ะ"
ข้าวขวัญยิ้มสดใส น่าแปลกที่ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกโศกเศร้าเลย ในตอนแรกข้าวขวัญคิดว่า ถ้าเธอได้มาที่นี่ เธอน่าจะร้องไห้ฟูมฟายหรือไม่ก็ดิ่งเพราะคิดถึงเขา แต่พอมาถึงจริงๆ ได้เห็นหน้าทั้งนางทองกร ป้าพรและไข่นุ้ยแล้ว ข้าวขวัญกลับคิดว่า เธอควรจะยิ้มแย้มสดใสมากกว่า เพราะทุกคนก็ล้วนแต่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาเหมือนกัน ทุกคนควรจะลืมเรื่องร้ายๆไปได้แล้ว
"อยู่แค่สามวันเองเหรอ หนูข้าว?"
ป้าพรถาม
"ป้าพรนึกว่าจะอยู่สักเดือนนึง พักผ่อนให้สบายใจแล้วค่อยกลับ มาแค่สามวันจะไปพออะไร เพราะยังไง หนูข้าวก็จะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วนี่"
"ค่ะป้าพร ข้าวไม่อยากจะรบกวนมาก ข้าวว่าจะขอไปนอนที่บ้านบนเขาด้วยสักสองคืน แต่คืนนี้ขอนอนกับคุณป้าแล้วก็ป้าพรที่นี่นะคะ"
ทั้งนางทองกรและป้าพรนั้นหน้าเจื่อนไป แล้วนางทองกรก็ถอนหายใจ
"หนูข้าวแน่ใจเหรอ ว่าจะไปนอนบนเขาได้ ไฟก็ไม่มี ลำบากออก สู้พักที่นี่ให้สบายจะดีกว่ามั้ย?"
"ไม่เป็นไรค่ะ ข้าวอยากจะไปนอนที่นั่น ก่อนที่ข้าวจะกลับไปใช้ชีวิตใหม่ที่โน่นกับแม่ขวัญเรือน ข้าวสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้ ข้าวจะเก็บความรู้สึกดีๆจากที่นี่ไปค่ะ"
นางทองกรพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"ดีแล้วจ๊ะ ถ้าเป็นความตั้งใจของหนูข้าว หนูข้าวเข้มแข็งกว่าที่ป้านึกไว้มาก"
ข้าวขวัญส่ายศีรษะ
"ไม่หรอกค่ะคุณป้า กว่าที่ข้าวจะมานั่งอย่างนี้ได้ ข้าวก็แทบตายเหมือนกัน"
น้ำตาไหลเงียบๆอย่างเคย แต่คราวนี้ข้าวขวัญปาดน้ำตาทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะเธอสัญญากับตัวเองแล้วว่า เธอจะเก็บแต่ความทรงจำดีๆเอาไว้ แล้วเริ่มชีวิตใหม่เสียที ถ้าเธอไม่เริ่ม ไอ้โรค PTSD ก็คงจะตามหลอกหลอนเธอไปจนชั่วชีวิต
"ข้าวต้องเข้มแข็งค่ะ คุณป้า ป้าพร ไม่อย่างนั้น คนที่เขาไม่อยู่ เขาจะเป็นห่วงเราได้นะคะ"
นางทองกรกับป้าพร ถึงกับนั่งน้ำตารื้น
"ดีแล้วค่ะหนูข้าว แล้วถ้าหนูข้าวมีความสุขมากๆเมื่อไหร่ หนูข้าวก็กลับมาที่นี่อีกนะคะ พวกเราก็อยู่กันที่นี่ไม่ไปไหนหรอกค่ะ ป้าพรก็คงอยู่ที่นี่ไปจนตาย"
"ข้าวยังไม่อยากรับปากค่ะ ข้าวเองก็ต้องรักษาตัวเองให้หายก่อน"
"เอาเถอะหนูข้าว ป้าว่าอย่างเพิ่งคุยอะไรเลย ขึ้นไปพักบนห้องก่อน เย็นๆค่อยลงมากินข้าวกัน"
นางทองกรตัดบทเพราะอยากจะให้ข้าวขวัญได้พักผ่อนก่อน