เธอจะแข็งแกร่งขึ้น และจะเคียงข้างเขาในสักวัน...
“กลับมาแล้วเหรอคะ เรียนวันแรกเป็ยังไงบ้างคะ” เสียงทักทายจากแม่นบ้านร่างท้วมดังขึ้นในเย็นวันนั้น
“ก็ดีครับ ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
“กลับมาแล้วเหรอครับนายน้อย” ร่างบางหมุนตัวกลับมาตามเสียงเรียก เอเดนเดนมาหยุดตรงหน้าเธอ เขาก้มหัวให้เธออย่างนอบน้อม
“คืนนี้จะมีงาน บอสมีคำสั่งให้นายน้อยไปด้วยครับ”
“ผมทราบแล้วครับ”
“สองทุ่มผมจะมารับครับ” เอเดนค้อมคำนับอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป นายน้อยของบ้านหันมามองคาเร็น
“ไม่ต้องเป็กังวลไปหรอกครับ ใช่ว่าผมจะไม่เคยไปสักหน่อย อีกอย่างผมก็กลับมาอย่างปลอดภัยทุกครั้ง”
“ดิฉันทราบคะ แต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้”
“อย่าคิดมากเลยครับ ไปเตรียมอาหารให้ผมดีกว่า ผมหิวแล้ว ต้องรีบเติมพลังก่อนออกรบด้วยสิ” เธอยกมือลูบท้องเป็เชิงบอกว่าหิวมากจริงๆ คาเร็นดูรู้ว่านายน้อยของเธอแค่เปลี่ยนเื่เพื่อให้เธอสบายใจ
สองทุ่มตรงเอเดนมายืนรอฟีบีที่หน้าประตูคฤหาสน์ ร่างบางเดินออกมาเมื่อถึงเวลา เธอออยู่ในสูทสีดำเหมือนบอดี้การ์ดคนอื่น ในสังคมภายนอก เธอเป็เพียงบอดี้การ์ดคนหนึ่งเท่านั้น เป็โล่ชีวิตให้กับผู้ชายคน
“แล้วนายท่านล่ะครับ” เธอหันไปถามเอเดินที่นั่งมาด้วยกัน
“คืนนี้จะมีแค่พวกเราครับ นายท่านไม่ได้ด้วย แล้วก็ ....นายท่านฝากนี่มาให้นายน้อยครับ” กล่องหนังสีดำเงาถูกเปิดออก ข้างในนั้นมีมีดสั้นวางไว้
“นี่มัน..........” มือที่ยื่นไปหมายจะรับมาดูพลันชะงักเมื่อเห็นลายสลักที่ด้ามมีด มันคือสัญลักษณ์ของแก็ง สัญลักษณ์ของตระกูลเซนเลอร์แวนด์ เธอมองหน้าคนสนิทของพี่ชายเป็เชิงตั้งถาม นี่มันอะไรกัน ของชิ้นนี่ คนที่จะได้มีแต่ผู้นำตระกูลเท่านั้น
“รับไว้เถอะครับ มันเป็คำสั่ง”
“มันไม่สมควร”
“ถ้าจะคืน ก็ไปคืนกับนายท่านด้วยตัวเองเถอะครับ” ท้ายที่สุดร่างบางจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาจากกล่อง นำมาพกติดตัวไว้ รู้สึกเหมือน.......มีเขาคนนั้นอยู่ด้วย อยู่ใกล้ตัวเธอ
เสียงครืดสาดสัดกระทบกับกำแพงสูง มีเรือสินค้ามากมายจอดเรียงรายกันอยู่ ๆ ฟีบีลงจากรถเดินมาเคียงคู่กับเอเดน มารวมตัวกับคนของคราวน์ที่รออยู่ก่อนแล้ว ชายร่างสูงกำยำในสูทแบบเดียวกันโค้งคำนับให้กับเธอ
“เราจะส่งของกันที่นี่เหรอ” เธอหันไปถามเอเดนที่เดินไปหยิบกระเป๋าสีดำในรถ มันคือสินค้าที่จะค้าขายกันสำหรับคืนนี้
“เปล่าครับ ไม่ใช่ที่นี่ มาเถอะครับ ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอเดนพาเธอดินลัดเลาะไปตามถนนสายเล็ก รอบตัวมีแต่ความมืด เดินมาได้ไม่นานคนนำทางก็เดินเลี่ยงออกจากถนนปูนซีเมนส์สายเล็ก ลัดเลาะไปตามป่าข้างทาง เขาหันมองนายน้อยเป็ระยะๆ เธอคนนี้เขาต้องปกป้องด้วยชีวิต
เดินผ่านป่าละเมาะมาเกือบยี่สิบนาทีก็เห็นแสงไฟอยู่ลิบๆ
“ใกล้ถึงแล้ว นายน้อยอดทนอีกหน่อยนะครับ”
“ผมไม่เป็ไร แต่ทำไมครั้งนี้เราต้องยุ่งยากขนาดนี้”
“มีคนของรัฐกำลังจับตาดูเราอยู่ครับ ครั้งนี้เลยต้องระวังมากๆหน่อย และนี่ก็เป็เหตุผลที่บอสไม่ได้มาด้วยครับ” หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มของพวกเธอก็เดินมาใกล้กับอาคารปูนขนาดย่อม ที่นั่นมีเวรยามตรวจตราไปมา ในมือก็มีอาวุธครบครัน เอเดนส่งสัญญาณให้ทุกคนหยดเดิน แล้วหันไปพยักหน้าชายคนหนึ่งในกลุ่ม เขายิ่งลูกดอกออกไป มันไปปักตรงต้นไม้หน้าอาคารหลังเล็กพอดี เวรยามที่อยู่ใกล้ๆรีบวิ่งมาดู ชายคนนั้นดึงลูกดอกออกมาดูสัญลักษณ์ที่สลักไว้ เขารีบวิ่งไปบอกแจ้งกับคนที่อยู่ภายในอาคาร ไม่นานชายร่างสูงอีกคนก็เดินออกมา เขาหันมองรอบตัวก่อนจะผิวปากสามครั้ง
ได้ยินอย่างนั้น เอเดนก็กันมาพยักหน้าให้ทุกคนเดินเข้าไปได้
“คุณเอเดน” เขาคำนับให้เอเดนเล็กน้อย แต่ไม่ได้ให้ความสนใจเธอเหมือนกับกลุ่มคนที่มาด้วยกัน คนพวกนี้ ไม่ใช่คนของคราวน์
“ที่นี่เป็ยังไงบ้าง”
“เรียบร้อยดีครับ อีกประมาณสิบนาที อีกฝ่ายจะมาถึงที่นี่”
“อืม จัดการเฝ้าระวังให้ดี อย่าให้ใครคิดตุกติกเด็ดขาด”
“ครับ” ชายคนนั้นรับคำเสียงแข็ง เอเดนหันมาพยักหน้าให้เธอเดินตามไป เอเดนเดินไปหยุดอยู่มุมหนึ่ง สายตาสอดส่องรอบตัวพลาง ปากก็กระซิบกับเธอเบาๆ
//ตอนที่เราแลกของกัน นายน้อยต้องอยู่ใกล้ๆผมไว้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะ.........................//
//ผมมาที่นี่ในฐานะบอดี้การ์ดเป็แค่ลูกน้องของคุณคนหนึ่ง อย่าปฏิบัติกับผมเกินไปนัก// เธอปฏิเสธ ใช่ ที่นี่เธอเป็บอดี้การ์ดไม่ใช่นายน้อยที่ต้องให้ใครมาปกป้อง
//อีกอย่าง ผมมาเพื่อเป็กำลังของคุณไม่ใช่ภาระ หรือคุณไม่เชื่อในความสามารถของผม// เธอย้อนถามเสียงนิ่ง เมื่อได้รับหน้าที่เธอก็อยากทำมันให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเธอก็มีประโยชน์กับผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน
//ไม่ใช่ครับ แต่มันคงไม่ดีแน่ถ้าผมปล่อยให้นายน้อยาเ็// เขาบอกด้วยเสียงที่หนักใจ ถึงนายน้อยจะเป็คนเงียบๆไม่ค่อยเถียง แต่ก็ดื้อเงียบ เขาพอรู้ฤทธิ์ของเธออยู่บ้าง
//เอาเป็ว่าผมจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ทำให้ตัวเองาเ็ โอเคไหม//
//........///ไม่มีเสียงตอบมีแต่เสียงถอนหายใจยาวๆ ดูก็รู้ว่าคนสนิทของพี่ชายไม่พอใจในคำตอบของเธอ
//อย่าทำเหมือนผมเป็เด็กดื้อที่ไม่เชื่อฟังคุณสิ//
//ก็ตอนนี้นายน้อยกำลังดื้ออยู่// คำตอบของเอเดนทำให้ร่างบางถึงกับกลั้นขำ เอเดนหันมามองด้วยท่าทีแปลกใจ
//เหมือนคุณกำลังตำหนิผมอยู่เลย หึๆ นานๆทีจะได้เห็นเอเดนหลุดบ้าง//
//เอ่อ เปล่าครับ ผมไม่ได้ตำหนิ กรุณาอย่าเข้าใจแบบนั้น// ร่างสูงทำหน้าเหรอหรารีบแก้ตัวทันที เห้อ เผลอแสดงท่าทีไม่เหมาะสมออกไปจนได้
//ครับ ผมเชื่อว่าเอเดนไม่ได้ตำหนิผมหรอก ก็แค่เหมือนไง แต่ไม่ได้ตำหนิจริงๆ//
//เป็นายน้อยตัวแสบเหมือนที่คุณคาเร็นพูดไว้จริงๆด้วยครับ// เอเดินพึมพำเอา คนถูกพาดพิงย่นปากตัวเองเมื่อได้ยิน
//ผมเพิ่งรู้ว่า ผมเป็เด็กแสบในสายตาคาเร็น// คนเคยหัวเราะพูดด้วยเสียงนิ่งๆ เอเดนหลิ่วตามองคนที่อารมณ์เปลี่ยน งานเข้าแล้วไหมล่ะ ไม่น่าเผลพูดออกไปเลย โดนนายน้อยข่มไม่พอ กลับไปคงเจอค้อนวงเบ้อเริ้มจากคุณแม่บ้านใหญ่ด้วยแน่ๆ โทษฐานทำให้เกิดความร้าวฉาน
//นายน้อยอย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมอาจจะอดกินกับข้าวอร่อยๆของคุณคาเร็นไปอีกหลายวัน//
///ก็ได้ แต่ผมจะถือว่าเอเดนต้องจ่ายค่าปิดปากให้ผมทีหลัง จะจำไว้// รอยยิ้มเอ็นดูเกลื่อนไปทั่วไปหน้าของร่างสูง ไม่แปลกใจว่าทำไมคุณแม่บ้านใหญ่ย่ถึงหลงรักคนตัวเล็กขนาดนี้
//ว่าแต่ทำไมผมไม่คุ้นหน้าคนพวกนี้เลย// ฟีบีถามเสียงจริงจัง เธอเคยไปทำงานกับคราวน์หลายครั้ง พอคุ้นหน้าบ้าง แต่กลุ่มพวกนี้เธอไม่รู้จักเลย
//เป็คนที่คุณลูเซียส่งมาจากอิตลีครับ บอสไม่อยากเสี่ยงให้คนที่คิดจะเล่นงานพวกเราจับพิรุจได้เลยพยายามใช้คนทางนี้ให้น้อยที่สุด... คู่ค้าของเรามาแล้วครับ ระวังตัวดีๆนะครับ// เมื่อได้รับสัญญาณ เอเดนเดินไปรวมกับกลุ่มคนที่เหลือ เพื่อรอรับคู่ค้าที่กำลังจะมาถึง
“ไง เอเดนไม่เจอกันนาน” เสียงแหบทุ้มตามประสาผู้ชายดังขึ้นก่อนที่ชายวัยกลาคนจะเดินฝ่าความมืดออกมา เขาเหยียดยิ้มมองรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เอเดนอีกครั้ง
“แล้วคราวน์?”
“บอสติดธุระสำคัญ มาไม่ได้”
“เหรอ ติดธุระ หึ นึกว่าโดนตำรวจคนดังจับตามองเลยไม่กล้าโผล่มาซะอีก” ผู้ชายคนนี้ ก็จับตามองพี่ชายของเธอทุกฝีก้าวเหมือนกัน
“ผมว่าเขามาแลกของให้เสร็จๆไปเถอะ จะได้แยกย้าย คุณเองเคลื่อนไหวมากก็ไม่ดีเหมือนกัน” คนสนิทของคราวน์ตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แทนที่อีกฝ่ายจะโกรธ กลับเหยียดยิ้มชอบใจ
“หึๆๆ เพราะแบบนี้สิฉันถึงชอบทำการค้ากับนายมากกว่าคราวน์ เออ จริงสิ อานีนลูกสาวของฉันฝากความคิดถึงมาด้วยนะ ฉันบอกแล้วครอบครัวของฉันอ้าแขนต้อนรับนายเสมอ ว่าไงล่ะ สนใจก็บอกฉันได้นะ” เอเดนพยายามอดกลั้นอามรณ์ไม่ให้ปะทะกับอีกฝ่าย
“ผมว่าเราเข้าเื่เถอะครับ”
“ก็ได้ นี่เงินที่ตกลงกันไว้” ชายคนนั้นพยักหน้าให้ลูกน้องถือกระเป๋าเงินออกมายืนตรงกลาง เอเดนเองก็ส่งกระเป๋าให้คนสนิทอีกคนถือไปยืนตรงกลางและเปิดออก ภายในนั้นคือชุดทอคำรูปพรรณโบราณ ที่มีมูลค่ามหาศาลที่นักสะสมค่อนโลกอยากได้ เป็สิ่งที่รัฐบาลของประเทศหนึ่งในซีกโลกตะวันตกตามหากันอย่างบ้าคลั่ง มันคือเครื่องประดับของราชวงศ์โบราณ ใช่แล้ว นี่เป็อีกหนึ่งธุรกิจของพี่ชาย คือการรับซื้อเครื่องเพชรอัญมณีมีค่า ของใต้ดินที่มีแต่คนอยากเก็บสะสม ของร้อนที่ใครๆก็ลุ่มหลง
หัวหน้าของกลุ่มคนที่ลูเซียส่งมาเดินไปตรวจเช็คเงินของอีกฝ่าย ทางฝ่ายโน่นก็ส่งคนมาเช็คของเช่นกัน เมื่อตรวจเช็คทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงเวลาแลกของ ทั้งสองฝ่ายมีท่าทีระแวดระวังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อการแลกของเสร็จสิ้นลง คนของทั้งสองฝ่ายก็ถือของกลับไปหาฝั่งตัวเอง
“โอะ จริงสิ.......” จู่ๆชายวัยกลางคนที่เป็คู่ค้าก็อุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งสองฝ่ายต่างยกปืนเล็งเข้าหากัน
-----------------------ต่อจ้า-----------------
“เฮ ใจเย็นน่า ใจเย็น ฉันแค่จะบอกว่าเื่อานีนนายรีบตัดสินใจหน่อยก็ดี เพราะถ้าช้าอีกนิด ฉันคงต้องส่งลูกสาวของฉันให้คนอื่นไอ้ฉันมันคนใจร้อน อยากได้ลูกเขยไวๆ” เขาบอกเสียงอารมณ์ดี
“ ถ้ายังตัดสินใจไม่เด็ดขาดก็รอรับการ์ดเชิญงานแต่งได้เลย”ในประโยคนี้เขาพูดมันเสียงเข้มแววตาจริงจัง ดูก็รู้ว่าเขาทำจริงแน่เขาบอกทิ้งทายแบบนี้ก่อนจะเดินออกไป
“ผมจะให้คนตามไปดูห่างๆเผื่อพวกมันจะย้อนกลับมา”หัวหน้ากลุ่มของลูเซียเดินเข้ามาบอก
“อืม ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อน”
“คุณดูไม่ค่อยสบายใจ”คนที่เดินตามมาเงียบๆ ถามแทรกเงียบขึ้นมา
“เปล่าครับ” ตอบพลายงสายตาก็ระแวดระวังดภัยพลาง
“เพราะสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดหรือเปล่าเื่ผู้หญิงคนนั้น?”
“เอ่อ......”
“อ่า ขอโทษที ผมคงละลาบละล้วงเกินไป”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับนายน้อยผมแค่......”
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ตู้ม!
“อ่ะ” เพราเสียงปืนและเสียงะเิที่ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ข้างหลังเรียกให้ทุกคนหันกลังกลับไปมองอาคารหลังนั้น พวกเขาเพิ่งเดินออกจากที่นั่นได้ไม่ไกล
หมับ
เมื่อทรงตัวจากแรงะเิได้ เอเดนรีบคว้าร่างบางไว้เมื่อเห็ว่าเธอจะหมุนตัวกลับไปดู
“เราต้องกลับไปช่วยพวกเขา”
“ไม่ได้รับ นายน้อยต้องหนีก่ะ.....”
“เอดเนหลบ”
ปัง
ฟีบีผลักเอเดนให้ล้มไปด้วยกันหลบะุปืนที่พุ่งออกมาจากทิศทางหนึ่ง
ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!
คนของคราวน์เริ่มยิ่งโต้ตอบอีกฝ่ายไป
“นายน้อยตามผมมาครับ” เอเดนลากฟีบีให้วิ่งออกไปด้วยกัน
ปัง ปัง ปัง!!!!
มีคนตามพวกเธอมา
“นายน้อยพวกเราต้องรีบกลับไปที่รถให้เร็วที่สุดครับ
แกร็ก!
เมื่อวิ่งไปได้ไม่ไกล ก็มีชายห้าหกคนล้อมพวกเธอไว้ยกปืนเล็งมาที่พวกเธอ เอเดนดันร่างบางให้กลับไปอยู่ข้างหลัง
“วางอาวุธซะ”คนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นสั่งออกมาเป็ภาษาอังกฤษสำเนียงแปลกๆ เธอและเอเดนยอมวางอาวุธลงพวกมันส่งสัญญาณให้พวกมันคนหนึ่งเข้ามาเก็บอาวุธออกไป ในจังหวะนั้นเอง ฟีบีก็เข้าล็กคออีกฝ่ายไว้ควักมีดที่คราวน์ให้มายกขึ้นจ่อ
“วางอาวุธซะไม่อยากนั้นมีดนี่จะกดลงบนคอของเพื่อนแก” ฟีบีในสภาพผู้ชายบอกเสียงแข็ง
ควับ!
ทันใดนั้นมีดถูกเควี้ยงออกมาและปักลงตรงหน้าอกซ้ายของของตัวประกันในมือเธออย่างรวดเร็วคนที่เหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มหันไปทำหน้าไม่พอใจใส่มือมีดคนนั้น
“อย่าทำแบบนั้นอีก” มันหันไปตะคอกใส่มือมีดคนนั้น
ฟีบีไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเพราะอีกฝ่ายคงโกรธที่คนๆนั้นฆ่าพรรคพวกของตัวเอง ที่จริงมันมีเหตุผลอื่นที่ทำให้หัวหน้ากลุ่มต้องโกรธจัด...
“ไปเอาตัวเธอมา” มันสั่งลูกน้องอีกครั้ง
“.........” อยู่ๆก็มีใครบางคนพูดภาษาที่เธอฟังไม่เข้าใจ แต่เอเดนที่เข้าใจความหมายนั้นเขารีบกดคนข้างตัวลงหลบพร้อมกัน
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!
หัวหน้าของกลุ่มที่ลูเซียส่งมากราดยิ่งใส่กลุ่มศัตรูอย่างรวดเร็วโดยที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้ตอบโต้
“คุณเอเดนรีบหนีไปก่อนเถอะครับ อีกไม่นาน ตำรวจจะต้องแห่กันมาแน่ เดี๋ยวที่นี่พวกผมจะเก็บกวาดร่องรอยเอง”
“อืม จัดการให้เรียบร้อยอย่าให้เหลือศพคนของเรา” เอเดนย้ำความอีกครั้งก่อนจะเดินนำออกไป
พวกเธอกลับมาถึงที่รถอีกครั้งในระหว่างทางเอเดนก็โทรรายงานเ้านายตัวเองไปด้วย
“ตอนนี้ยังไม่ทราบครับว่าเป็พวกไหน”
((แล้วคนของเราล่ะ))
“มีาเ็บ้างเล็กน้อยครับ ตอนนี้ดีแลนด์กำลังกำจัดหลักฐานครับผมพานายน้อยกลับออกมาก่อน ส่วนเงินยังปลอดภัยดี”
((อืม รู้แล้ว ฉันจะกลับไปรอที่บ้าน))
“ครับ ผมจะรีบกลับไป” ตอบรับแล้วเขาก็รอให้คราวน์วางสายไปก่อนแล้วค่อยเก็บโทรศัพท์
“นายน้อยาเ็ตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”เมื่อรายงานนายใหญ่แล้ว เขาก็หันมามองสำรวจนายน้อย
“ผมไม่เป็ไร แค่มีรอยถลอกเล็กน้อย”ร่างบางตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ว่าแต่คนพวกนั้นเป็ใคร”
“ตอนนี้เรายังไม่ทราบครับ”
“ผมว่าเขาพูดภาษาอังกฤษแบบแปลกๆนะ บางทีกู้สึกคล้ายๆกับที่ดีแลนด์พูด” เอเดนหันมามองคนข้างตัวอย่างใสำเนียงคล้ายดีแลนด์ สำเนียงของคนอิตาลี ถูกส่งมาจากอิตาลีอย่างนั้นเหรอ
เมื่อประตูเปิดออก ร่างท้วมของแม่บ้านใหญ่พุ่งเข้าไปเปิดประตูให้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่แต่นาทีนี้เธอลืมมารยาทของแม่บ้านไปหมดแล้วเธอแค่อยากดูให้แน่ใจว่าคุณหนูของเธอไม่เป็ไร
“นายน้อย เป็อะไรมากหรือเปล่าคะ” คาเร็นเดินเขามาถามเธออย่างร้อนใจสองมือก็จับแขนของเธอ สายตาสำรวจไปทั่วร่าง
“นายท่าน” เอเดนทักขึ้นเมื่อเห็นนายใหญ่ของบ้านเดินออกมา
“ทำแผลเสร็จแล้ว ตามฉันมาที่ห้องด้วย”เขากวาดตามองน้องนอกไส้เพียงชั่วครู่ก่อนจะหันไปพูดกับเอเดนอีกครั้ง แล้วก็หมุนตัวกลับไปทางเดิมคนสนิทได้แต่นึกถอนหายใจกับความนิ่งของเ้านาย ดูก็รู้ว่าเป็ห่วงอยากมาดูด้วยตัวเองว่าคนตัวเล็กไม่เป็ไร แต่ก็ไม่ยอมถามออกมาตรงๆ
“คุณเอเดนไปรอที่ห้องนั่งเล่นก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนไปทำแผลส่วนนายน้อยขึ้นไปอาบน้ำก่อนะคะ เดี๋ยวดิฉันตามไปค่ะ” ทั้งคู่พยักหน้ารับ
“มาค่ะ เดี๋ยวดิฉันทำแผลให้” แม่บ้านใหญ่จับมือคนตัวเล็กมานั่งบนเตียงสองมืออวบเริ่มทำแผลให้ไปทีล่ะจุด ฟีบีสังเกตว่ามือของบ้านใหญ่เริ่มสั่นเท่าขึ้นทุกขณะก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงหยดน้ำที่หยดลงบนแขนเธอ
“ขอโทษค่ะ” แม่บ้านใหญ่รีบบอกขอโทษพลางเช็ดน้ำตาออกจากแขนคนที่เธอฟูมฟักมาแต่เล็กแต่น้อยมือบางของคนเป็นายยกขึ้นแนบแก้มของเธอ ออกแรงดันเพียงนิดให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ
“อย่าร้องไห้ไปเลยนะครับผมไม่เป็ไรจริงๆ อีกอย่างเื่แบบนี้ก็เกิดขึ้นบ่อย คาเร็นน่าจะชินได้แล้วนะ”พยายามปลอบ แต่ยิ่งปลอบคนถูกปลอบก็ยิ่งร้อง
“โธ่ คาเร็น ผมปลอบให้หยุดร้องนะ ไม่ใช่ให้ร้องหนักกว่าเดิม”เธอพูดเสียงกลั้นยิ้ม ก็เหตุการณ์ที่คาเร็นั่งร่ำไห้คาบาดแผผลของเธอมันก็เกิดขึ้นบ่อยพอๆกับเหตุการณ์ที่เธอาเ็นั้นแหละ
“ดิฉันเป็ห่วง ไม่อยากให้าเ็ แต่เห็นคุณเจ็บดิฉันก็น้ำตาจะไหลแล้วเมื่อก่อนตอนที่คุณยังเล็กนายหญิงคนก่อนหวงคุณ ดูแลอย่างดี ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนดูตอนนี้สิคะ เนื้อตัวคุณมีทั้งาแทั้งรอยแผลเป็แล้วแบบนี้ดิฉันจะมีหน้าไปพบนายหญิงได้ยังไง” พูดพลางปาดน้ำตาพลาง
“แม่ต้องเข้าใจแน่ๆครับอย่างห่วงไปเลย คราวน์อยากให้ผมเข้มแข็งก็เลยต้องทำแบบนี้เขาก็ปกป้องผมเหมือนที่แม่ทำ แค่วิธีการแตกต่างกัน” ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ใจก็ไม่ได้คิดอย่างที่พูดสักนิด ไม่กล้าหลงตัวเองว่าถูกผู้ชายนั้นปกป้องหรอก
“เพราะผมยังฝึกมาไม่ดีพอถึงเป็แบบนี้ ต้องโทษตัวเองครับเอาไว้ผมจะฝึกให้หนักกว่านี้ กลับมาครั้งหน้าจะไม่มีแผลมาเป็ของฝากให้คาเร็น”เธอยิ้มออกมา พูดด้วยท่าทีสบายๆ
“ยังจะไหวอีกเหรอคะ แค่นี้เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มีแล้ว เรียนหมอก็หนักแถมยังต้องกลับมาฝึกทุกวัน ถ้ามากกว่านี้ร่างกายจะรับไม่ไหวเอานะคะอย่าฝืนมากไปกว่านี้เลยค่ะ” ทุกวันนี้นายน้อยของเธอก็เหนื่อยจนร่างแทบขาดแล้วหลังจากกลับมาจากเรียนหนังสือก็ต้องมาฝึกการป้องกันตัวทุกวันแล้วยังต้องทำการบ้านอีก อ่านหนึ่งสืออีกวันไหนมีสอบวันนั้นเ้านายตัวเล็กของเธอแทบไม่ได้นอน เื่นี้แม้แต่เ้าของบ้านยังรู้แต่ก็ไม่เคยยอมผ่อนปรนให้ดูก็รู้ว่าพยายามทำเนียนบีบให้นายน้อยของเธอยอมแพ้แล้วเลิกเรียนหมอซะถึงวันนั้นเ้าตัวจะตกปากรับคำยอมให้เรียน ปากยอม แต่ใจไม่ได้ยอมด้วยเสียหน่อย
“ต้องฝึกเยอะๆ พอถึงวันหนึ่งจะได้ปกป้องคาเร็นได้ ปกป้องคราวนด์ได้......จะได้ไม่เป็ภาระของใคร”นี่ก็อีกเื่ที่เป็ปมฝังใจนายน้อยของเธอจนถึงทุกวันนี้ เื่ภาระคิดว่าตัวเองต้องทำให้คนอื่นลำบาก เลยอยากจะทำตัวให้มีค่าโดยการปกป้องคนอื่นบ้าง
“เอาเถอะค่ะ ดิฉันไม่อยากเถียงเื่นี้กับคุณนี่ก็ดึกมากแล้วคืนนี้รีบเข้านอนนคะ” เธอบอกหลังจากเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงกล่องเรียบร้อย
“อีกสักพักครับพอดีมีรายงานที่ต้องทำนิดหน่อย คาเร็นไปพักผ่อนก่อนเลย”
“ยังทำไหวเหรอคะ ไว้ค่อยทำดีกว่าไหม”
“ไม่เป็ไร ผมยังไหว คาเร็นนั่นแหละรีบเข้านอนเลยพรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้ามาทำของอร่อยๆให้ผม” ดูก็รู้ว่าพยายามหลอกล่อเธอเอาเถอะ พูดไปก็คงไม่ฟังเธออยู่ดี คาเร็นได้แต่สายหน้ายอมเดินออกจากห้องมาในที่สุด
เช้าตรู่ของวันใหม่ คราวนด์เพิ่งลุกออกจากห้องทำงานชายหนุ่มเดินผ่านห้องนอนของคนตัวเล็ก เขาสังเกตเห็นว่ามีแสงลอดออกมา เ้าตัวไม่ลังเลที่จะเปิดเข้าไปเขาไม่คิดจะเคาะประตูอยู่แล้ว นี่มันบ้านเขา เขามีสิทธิ์ทุกตารางเมตรคราวนด์นิ่งมองร่างเล็กที่ฟุบหลับคาโต๊ะหนังสือตรงหน้านั้นมีโน๊ตบุ๊คถูกเปิดทิ้งไว้ ในมือยังกำดินสอแน่นหน้าเรียวเล็กทับสมุดที่เปิดคาไว้
ร่างสูงเดินมาหยุดใกล้ๆก่อนจะช้อนตัวร่างเล็กขึ้นมา อุ้มมาวางบนเตียงอย่างแ่เบามือใหญ่แกะดินสอในมือเล็กออก แล้วฉวยโอกาสไล้ปลายนิ้วไปตามาแเล็กตรงแขนบางครั้งร่างบางก็ขยับแขนหนีเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บ แต่เ้าของมือใหญ่กลับไม่ยอมปล่อยคงเป็เพราะความเหนื่อยล้า ฟีบีจึงไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ไม่อย่างเธอจะได้เห็นแววตาวูบไหวของเขา
หลายครั้งที่เขามองเห็นาแของเธอแล้วถามตัวเองนับร้อยครั้งว่าที่ทำอยู่วิธีการที่เขาใช้ปกป้องเธอมันดีแล้วจริงหรือ แต่ทุกครั้งเมื่อคิดถึงความไม่แน่นอนในอนาคตเขาก็ต้องใจแข็งยอมให้เธอมาเสี่ยงทำอะไรแบบนี้.......คนที่จะยืนเคียงข้างเขาต้องไม่ใช่ภาระอย่างน้อยเมื่อวันหนึ่งที่เขาไม่อยู่ เธอจะยังอยู่ได้อย่างปลอดภัย
ร่างสูงจัดการห่มผ้าให้จนถึงคอปิดไฟหัวเตียงให้ก่อนจะเดินออกมาเงียบๆ แต่ก็เห็นคาเร็นยืนถือถาดนมอยู่ตรงประตู
“ถ้าไม่อยากให้าเ็ก็อย่าให้ไปเสี่ยงอีกเลยคะ”แม่บ้านใหญ่ที่ปกตินอบน้อมเอ่ยปากขอร้อง
“ไม่ได้หรอกคุณก็รู้ถึงความจำเป็นั้นดี”
“แต่นายท่านก็ปกป้องนายน้อยได้เสมอ”
“แต่ไม่ตลอดไปครับมันต้องมีวันนึ่งที่เด็กคนนั้นจะต้องยืนได้ด้วยตัวเอง”
“ถ้าอย่างนั้น ให้ไปอยู่ที่ไกลๆ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเื่พวกนี้อีก...”เธอเสนอ แต่ไร้การตอบสนอง คนเป็นายเดินผ่านเธอไป ไม่ตอบรับใดๆ ไม่ใช่ไม่ได้ยิน แต่ไม่อยากตอบมันเป็การปฏิเสธคำร้องขอของเธอ
คงปล่อยไปไม่ได้สินะ...
---------------------------------
ฝากติดตามด้วยนะ ดีไม่ดีบอกกันได้จ้า จะเก็บไปพัฒนาตัวเองต่อไปจ้าา มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง ชวนๆกันมาอ่านด้วยน้าา
พล็อตเื่จะเว่อวังเหมือนการ์ตูนหน่อย เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเื่นึง รูปพระเอกก็ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวการ์ตูนตัวนึงในเื่นั้นด้วย ใครรู้ลองทายๆกันมาดูได้นะ
โอเค ไม่พูดเยอะละ ขอให้มีความสุขกับการอ่านจ้า