เสียงดนตรีคลาสสิคบรรเลงเป็่สั้นๆ ทำนองอันไพเราะดังกึกก้องทั่วทั้งคฤหาสน์ เป็สัญญาณบ่งบอกการกลับมาของบุรุษสูงศักดิ์ผู้เป็หนึ่งในสามตระกูลแห่งสายเืั พาหนะหรูสีเงินเทียมัจอดลงหน้าประตูคฤหาสน์อย่างพอดิบพอดี
“เชิญครับ ท่านเอิร์ล!!” เสียงของชายหนุ่มผู้ที่เป็ทั้งคนขับยานพาหนะและพ่อบ้านดังขึ้นพร้อมกับเปิดประตู
ร่างสูงของหนุ่มผู้ทรงเกียรติเผยออกมาด้วยกิริยาท่าทางที่สง่างาม ผมสีขาวอมฟ้าราวเมฆาแห่งนภายามเช้า ั์ตาสีเขียวอมน้ำเงินดังเบื้องลึกของท้องทะเล บุรุษผู้หล่อเหลามัดผมที่ท้ายทอย สวมเสื้อสูทแขนยาวสีขาวพาดลายปกสีแดงเืนก มีกระดุมเพียงอันเดียวที่ถูกติดเข้าด้วยกันบริเวณ่เอว ถัดจากเสื้อสูทเข้าไปข้างในเป็เสื้อเชิ้ตสีดำออกแดง ติดกระดุมั้แ่คอปกเรียงลงมาจนถึงกระดุมเม็ดสุดท้าย บริเวณคอปกมีผ้าสีขาวจับจีบระบายเป็รัศมีออกมาเป็ชั้นๆ และยังสวมผ้าคลุมสีขาวที่ยกปกขึ้นเหนือคอปกของเสื้อสูทอีกที
สตรีสูงศักดิ์ผู้อยู่ในชุดกระโปรงจับจีบสีเทาระบายพลิ้วยืนรอต้อนรับท่านชายแห่งคฤหาสน์ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมกับพ่อบ้านประจำตัว
“การเจรจาทางการฑูตที่นครอิสระ Foresto (ฟอเรสโต) เป็อย่างไรบ้าง ท่าน Aldre Valiant (อัลเดร วาเลียน) ” ท่านหญิงแห่งคฤหาสน์กล่าวเปิดบทสนทนา
“ข้าว่าถ้าเราคุยกันตรงนี้ คงต้องยืนจนเท้าชาเลยทีเดียว เข้าไปคุยกันข้างในเถิด” บุรุษผู้ทรงสง่าตอบกลับพร้อมยื่นแขนให้ท่านหญิงผู้เลอโฉมเกาะ แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าคฤหาสน์ไปด้วยกัน ตามหลังมาด้วยพ่อบ้านหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน
“ช่างน่าอิจฉาจริงๆ เลยนะครับ คุณ Macas Loon (มาคัส ลูน) ” พ่อบ้านหนุ่มผมบลอนด์ทองกล่าวขณะที่พ่อบ้านของท่านชายแห่งคฤหาสน์เดินผ่านหน้า
“อิจฉาผมเื่อะไรครับ คุณ Callen Clean (คัลเลน คลีน) ” เสียงสุขุมตอบกลับมาอย่างนุ่มนวล แต่ั์ตาสีแดงกลับจ้องประชันกับั์ตาสีเดียวกันของคู่สนทนาอย่างไม่เป็มิตร
“ก็เื่ที่คุณได้ตามท่านเอิร์ลไปเที่ยวไกลถึงฟอเรสโตยังไงล่ะครับ”
“ผมไม่ได้ไปเที่ยวนะครับ ผมเป็พ่อบ้านประจำตระกูลวาเลียน มีหน้าที่รับผิดชอบต้องตามไปดูแลท่านเอิร์ลทุกหนทุกแห่งอยู่แล้วครับ ผมน่ะสิครับต้องอิจฉาคุณที่ได้อยู่ดูแลท่านหญิงคาลิสซาร์ที่คฤหาสน์สบายๆ ”
“สบายที่ไหนกันครับ ผมเองก็มีเื่เหนื่อยมากมายต้องทำในระหว่างอยู่ที่นี่ ใช่ว่าจะดูแลท่านหญิงอย่างเดียวเสียเมื่อไร”
“เราอย่ามัวเสียเวลายืนคุยกันอยู่เลยครับ ท่านเอิร์ลกับท่านหญิงเข้าไปในคฤหาสน์นานแล้ว ไปทำหน้าที่ของเรากันดีกว่าครับ” เมื่อบรรยากาศการพูดคุยไม่รื่นรมย์ พ่อบ้านหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนก็รีบปิดการสนทนา
ณ ห้องนั่งเล่นประจำคฤหาสน์
(คนละห้องกับห้องรับแขกที่วันเดอร์พานอร์ดเดนมารอศาสตราจารย์คาลิสซาร์)
บุรุษและสตรีผู้สูงศักดิ์แห่งคฤหาสน์นั่งเสวนาเกี่ยวกับการเจรจาทางการฑูตที่นครอิสระฟอเรสโต ในห้องนั่งเล่นประจำคฤหาสน์ซึ่งเป็พื้นที่ส่วนตัวของผู้วิเศษผู้มีสายเืแห่งัทั้ง 3 ตระกูล เป็ห้องที่ตกแต่งสไตล์กอธิคเช่นเดียวกับห้องรับแขก แต่ใหญ่กว่ามาก มีเก้าอี้โซฟากำมะหยี่หนานุ่มตั้งอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ที่บริเวณกลางห้องมีโต๊ะอะครีลิคทรงกลมหน้าตัดและเก้าอี้โซฟาครึ่งวงกลมตั้งขนานประกบกับโต๊ะทั้งสองด้าน โดยเว้นช่องว่างไว้พอประมาณ บนผนังมีรูปภาพของผู้ที่เคยคฤหาสน์มาั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ถัดมาทางด้านเด็กชายผมเงินผู้ซึ่งผิดหวังกับการรอคอยการเปลี่ยนแปลงของหินครัสตัลดาวตก เด็กหนุ่มกำลังครุ่นคิดว่าจะนำวัตถุนี้พกติดตัวไปด้วยอย่างไร ครั้นจะวางไว้ในห้องนอนก็จะต้องถูกพบโดยคุณพ่อบ้านแน่นอน หรือถ้าถือเดินเพ่นพ่านในคฤหาสน์แล้วถูกศาสตราจารย์คาลิสซาร์พบเข้าก็จะต้องรู้แน่ว่าเมื่อคืนนี้เราแอบหนีออกไปดูดาวตกนอกคฤหาสน์ จะต้องโดนดุแน่ๆ หลังจากที่นอร์ดเดนแต่งตัวเสร็จโดยสวมชุดคลุมมีฮู๊ดที่คุณพ่อบ้านเอลเดอร์เตรียมไว้ให้ ก็เกิดความคิดอันบรรเจิดในการนำวัตถุที่เขาเพิ่งได้มาเมื่อคืนพกติดตัวไปทุกหนทุกแห่งแบบไม่ให้มีใครรู้
หนุ่มร่างเล็กเดินลงบันไดวนจากชั้นของห้องนอนลงมาที่ชั้นล่างของคฤหาสน์ไม่พบใครจึงเดินสำรวจไปเรื่อยๆ
“จะเดินไปไหนหรือครับ คุณหนู” เสียงคำถามจากร่างสูงของพ่อบ้านผมดำดังขึ้นจากทางด้านหลัง จนเด็กหนุ่มต้องสะดุ้ง
“โถ่! คุณพ่อบ้านเอลเดอร์นี่เอง ทำผมใหมดเลย” หนุ่มน้อยหันหลังกลับพร้อมอุทานและกล่าวต่อว่า
“ไม่ได้จะไปไหนหรอกครับ ผมลงมาจากห้องนอนแล้วไม่พบใคร ก็เลยเดินตามหาไปเรื่อยๆ ”
“คุณหนูเพิ่งมาอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้เอง อย่าเดินไปไหนมาไหนตามใจชอบแบบนี้สิครับ ไม่เจอใครแล้วทำไมไม่กลับขึ้นไปห้องนอนแล้วกดปุ่มที่โคมไฟหัวเตียงเรียกผมล่ะครับ”
“บางอย่างเป็เื่เล็กๆ น้อยๆ ผมก็ไม่อยากรบกวนครับ”
“ไม่รบกวนเลยครับ ทุกๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
“ดึ๊ง ดึ่ง ดึง ดึ่ง” เสียงบางอย่างดังออกมาจากนาฬิกาข้อมือของคุณพ่อบ้าน
“เดี๋ยวคุณหนูรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ คุณหนูวันเดอร์้าให้ผมไปช่วยอะไรบางอย่าง” ทันทีที่คุณพ่อบ้านพูดจบ ร่างสูงก็เคลื่อนตัวไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่นอร์ดเดนยืนรอคุณพ่อบ้านรูปหล่ออยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงการสนทนาของใครบางคนดังเล็ดลอดออกมาจากประตูบานใหญ่ หนุ่มผมเงินเอาหูแนบกับประตูพลันได้ยินเสียงของหญิงสาวที่คาดว่าน่าจะเป็เสียงของศาสตราจารย์คาลิสซาร์กับเสียงของผู้ชายคู่สนทนาที่ไม่ทราบว่าเป็ใคร
“องค์ประมุข Arseus Clak (อาเซอุส คาล์ก) ประสงค์จะให้นครอิสระฟอเรสโตเป็ส่วนหนึ่งของเมืองหลวง โดยขึ้นตรงต่ออำนาจการบริหารของขุนนางแห่งมหานครเซนต์คาไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าผู้นำแห่งนครอิสระฟอเรสโตไม่ยอม ทำให้การเจรจาทางการฑูตครั้งนี้ค่อนข้างตึงเครียด”
“ตามนิสัยของอาเซอุส คงไม่หยุดแค่การเจรจาเพียงอย่างเดียวแน่ เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขา้า แม้จะต้องก่อาก็ตาม”
“ทำไมท่านคาลิสซาร์เรียกชื่อท่านประมุขเฉยๆ โดยไม่มีคำนำหน้าเช่นนั้นเล่า”
“สำหรับข้าไม่นับว่าเขาเป็ประมุขของเหล่าผู้วิเศษ!”
“ก๊อกแก๊ก ก ก แก๊กกกก” เสียงบางอย่างดังมาจากประตูของห้องนั่งเล่น
“นั่นใครอยู่ที่หลังประตู ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้!”
“ผมเองครับ นอร์ดเดน ทรีโอนี่” ร่างเล็กของหนุ่มผมสีบลอนด์เงินเผยตัวออกมา
“แอบฟังผู้อื่นคุยกันแบบนี้ เ้านี่ช่างเสียมารยาทจริงๆ ”
“ผมขอโทษครับ ศาสตราจารย์คาลิสซาร์”
“คราวหน้าคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก ถ้าอยากจะเข้ามาก็เคาะประตูขออนุญาตกันดีๆ อย่ามาทำลับๆ ล่อๆ แอบฟังผู้อื่นเขาคุยกัน ใครผ่านมาเห็นเข้าเขาจะคิดว่าเ้ามีแผนการอะไรไม่ดี”
“ครับ ศาสตราจารย์ ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับ”
“เอลเดอร์ นีล! อยู่ที่ไหน มาพบข้าที่ห้องนั่งเล่นเดี๋ยวนี้” สิ้นเสียงท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ คุณพ่อบ้านร่างสูงโปร่งก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“มาแล้วครับท่านหญิง มีสิ่งใดให้ผมรับใช้หรือครับ”
“เดี๋ยวเ้าพานอร์ดเดนกับวันเดอร์ไปซื้ออุปกรณ์สำหรับการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วิถีของผู้วิเศษอย่างแท้จริง ข้าจะส่งเด็กทั้ง 2 คนนี้เข้าศึกษาที่ Edinburg Giffen , Academy of Magic and Technology for Improving The Quality of Life (สถาบันแห่งเวทมนตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เอดินเบิร์ก กิฟเฟ่น) ”
“รับทราบครับ ท่านหญิง” พ่อบ้านหนุ่มผมดำพูดพร้อมกับพาหนุ่มน้อยร่างเล็กเดินออกไปจากห้อง
หลังจากนั้นท่านเอิร์ลผู้สูงศักดิ์ก็ถามท่านหญิงแห่งคฤหาสน์เกี่ยวกับเด็กผู้ชายผมสีบลอนด์เงินที่เพิ่งพบไปเมื่อสักครู่ ถึงสาเหตุที่หนุ่มน้อยแปลกหน้าผู้นี้ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ ท่านหญิงคาลิสซาร์ได้เล่าถึงเด็กหนุ่มในคำทำนายที่จะนำมาซึ่งสิ่งมหัศจรรย์อันจะทำให้โลกที่ปั่นป่วนบิดเบี้ยวอยู่นี้คืนสู่สมดุล
“ท่านมีแผนการอันใด ท่านคาลิสซาร์” ท่านเอิร์ลอันเดรสงสัยว่าท่านหญิงคาลิสซาร์มีแผนการอะไรอยู่ในใจ จึงถามอย่างตรงไปตรงมา ฝ่ายท่านหญิงผู้ทรงปัญญาก็ตอบกลับไปด้วยความปราดเปรื่อง
“เมื่อเขาเป็ความหวังสู่การเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้น เราก็ควรสนับสนุนเขา”
“ในตอนนี้เขาจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้และเข้าใจวิถีของผู้วิเศษอย่างเรามากกว่านี้”
“ปาฏิหาริย์ที่จะเกิดขึ้นจะถูกสร้างขึ้นมาด้วยตัวของเขาเอง”
เมื่อท่านหญิงผู้เลอโฉมกล่าวจบ ก็เปลี่ยนเื่สนทนาไปพูดถึงคดีรอบปลงพระชนม์ขององค์รัชทายาท พร้อมกับฝากให้ท่านเอิร์ลหนุ่มผู้ทำงานอยู่ในราชสำนักไปถามความคืบหน้าจากเ้ากรมผู้ทำหน้าที่สืบสวนคดี