ภายในหัวของนักบวชทั้งสามต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า บางทีชายหนุ่มธรรมดาผู้นี้อาจจะมีจิตใจบริสุทธิ์กว่าพวกเขาเสียอีก
ถ้าชายหนุ่มเลือกเดินเส้นทางธรรม เขามีโอกาสสูงที่จะบรรลุอรหันต์สูงสุดได้เลย!
นักบวชทั้งสามพยักหน้าเข้าใจกันโดยปริยาย พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้ต้นกล้าที่มีคุณธรรมสูงส่งอย่างชายหนุ่มหลุดมือไปได้!!
"อา..พวกท่านเป็นักบวชที่กำลังรอข้าอยู่เหรอขอรับ?"หลงเทียนเดินมาหานักบวชทั้งสามด้วยความสงสัย
"ใช่แล้วละ..พวกเราต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของผู้นำหลง พวกเรามีเื่เร่งด่วนต้องพูดกับผู้นำหมู่บ้านเท่านั้น"นักบวชทั้งสามพยักหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลงเทียนเกาศรีษะอย่างอายๆ"พวกท่านไม่จำเป็ต้องขอโทษข้าหรอก ข้าเพียงกำลังอ่านหนังสืออยู่เท่านั้น มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลยขอรับ"
"เอ๊ะ...ยุคนี้หายากจริงๆที่คนอายุน้อยแบบท่านจะสนใจใฝ่เรียนรู้อ่านหนังสือ ข้าขอถามได้ไหมว่าผู้นำหลงอ่านหนังสืออะไร?"นักบวชทั้งสามมองหลงเทียนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
นอกจากชายหนุ่มจะมีจิตใจบริสุทธิ์แล้ว เขายังเป็คนชอบอ่านหนังสืออีก เขาเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาเส้นทางธรรมจริงๆ
"เอ๊ะ..หนังสืออะไรเหรอ?"หลงเทียนก้มหน้าด้วยความเขินอาย ภายในหัวของเขามีแต่ภาพเซ็กซี่ของสาวงามปรากฏขึ้นมาเท่านั้น"ขะ-ข้ากำลังเรียนรู้หนังสือหลักธรรมอยู่ขอรับ"
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม สายตาของนักบวชทั้งสามพลันเปร่งประกายขึ้นมา“นี่..คงเป็ลิขิต์!! เขาต้องถูกส่งมาเพื่อนำพาเส้นทางธรรมของเราไปสู่จุดสูงสุดของยุทธภพ”
นักบวชทั้งสามจับไหล่หลงเทียนด้วยความตื่นเต้นโดยไม่สามารถเก็บซ่อนไว้ได้"ผู้นำหลง! ท่านสนใจจะศึกษาเส้นทางธรรมไหม? พวกเรามีหนังสือมากมายให้ท่านได้อ่าน"
"ขะ-ข้าขอคิดดูก่อนได้ไหมขอรับ.."หลงเทียนมองนักบวชด้วยใบหน้ากระตุก ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็เื่อื่นอย่างรวดเร็ว"พวกท่านมีเื่สำคัญอะไรจะพูดกับข้าเหรอ?"
"เอ่อ..พวกเราต้องขอโทษผู้นำหลงด้วยที่ทำตัวเสียมารยาทไป"เหล่านักบวชปล่อยมือจากหลงเทียนด้วยใบหน้าขอโทษ
พวกเขาตื่นเต้นจนลืมตัวไปว่าชายหนุ่มเป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้น อยู่ดีๆจะให้เขาเปลี่ยนมาเป็นักบวชเลยคงไม่ได้ พวกเขาต้องทำให้ชายหนุ่มเห็นก่อนว่าการเป็นักบวชมีความสำคัญในยุทธภพมากขนาดไหน!
"ผู้นำหลง..ท่านทำใจดีๆนะ ตอนนี้ชาวเมืองทุ่งหญ้าเขียวที่อยู่ไม่ห่างไกลจากที่นี่ พวกเขาได้เสียชีวิตกันหมดแล้ว พวกเขาได้ตายจากคำสาปร้ายของเหล่าคนนอกรีตที่มีจิตใจเหี้ยมโหด พวกเราไม่รู้ว่าตอนนี้พวกมันออกจากเขตัฟ้าแล้วหรือยัง"
"พวกเราจึงมาหมู่บ้านของท่านเพื่อช่วยวางค่ายกลแห่งธรรมของพวกเราเอาไว้ เพื่อปกป้องหมู่บ้านของท่านไม่ให้ถูกคำสาปร้ายเหล่านั่น"นักบวชทั้งสามอธิบายด้วยเสียงจริงจัง
เมื่อหลงเทียนได้ยินคำอธิบายของเหล่านักบวชทั้งสามแล้ว ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็ซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว เขาพึ่งกลับมาจากเมืองทุ่งหญ้าเขียวได้ไม่นาน เขารู้ดีว่าคนในเมืองมีมากมายขนาดไหน ถ้าเขากลับมาช้ากว่านี้ เขาคงกลายเป็หนึ่งในศพของคนเ่าั้เหมือนกัน!!!
หลงเทียนถอนหายใจด้วยร่างกายสั่นเครือ"ข้าต้องขอบคุณพวกท่านจริงๆที่ได้มาช่วยเหลือหมู่บ้านของพวกเรา แต่ข้ากลับไม่มีอะไรตอบแทนท่านเลย ถ้าพวกท่าน้าอะไรบอกข้ามาได้เลย ไม่ว่ามันยากขนาดไหน ข้าจะทำมันให้ดีที่สุดขอรับ"
นักบวชทั้งสามมองหลงเทียนด้วยความชื่นชม"พวกเราเป็นักบวชที่ออกเดินทางเพื่อเผยแพร่หลักธรรมให้ทั่วยุทธภพเท่านั้น การปราบปรามสิ่งไม่ดีเป็หน้าที่ของพวกเราเหมือนกัน ถ้าผู้นำหลง้าตอบแทนพวกเราจริงๆละก็ พวกเราขอให้ท่านได้ลองศึกษาหลักธรรมของพวกเราดูหน่อยว่าท่านมีความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับมัน อีกหนึ่งเดือนพวกเราจะกลับมาฟังคำตอบของท่านอีกครั้ง"
นักบวชทั้งสามได้มอบหนังสือหลักธรรมของวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้กับหลงเทียนด้วยรอยยิ้ม
พวกเขามั่นใจว่าคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์เหมือนชายหนุ่ม ถ้าได้อ่านมันแล้ว เขาจะััได้ถึงความดีงามของหลักธรรมที่สามารถช่วยให้เขาเปลี่ยนใจมาเป็นักบวชได้แน่ๆ
"พวกท่านคงชอบอ่านหนังสือหลักธรรมกันมากเลยสินะ ข้ามีหนังสือเกี่ยวกับหลักธรรมให้กับพวกท่านเหมือนกัน ข้ามั่นใจว่าพวกท่านคงไม่เคยอ่านหนังสือหลักธรรมของข้ามาก่อนแน่ๆ"หลงเทียนรับหนังสือของนักบวชทั้งสามด้วยรอยยิ้ม
“อืม..ในห้องสมุดของเรามีหนังสือเกี่ยวกับธรรมะของโลกเดิมหลายเล่มเลย ถ้าพวกเขาได้อ่านคงชอบมากแน่ๆ”
นักบวชทั้งสามหันมองหน้ากันอย่างสนใจ"เมื่อพวกเราวางค่ายกลเสร็จก็จะเดินทางออกไปกันแล้ว ถ้าผู้นำหลงมีหนังสือหลักธรรมที่พวกเราไม่เคยอ่านจริงๆเหมือที่ท่านบอก พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็หนังสือหลักธรรมแบบใด"
หลงเทียนไม่รอช้ารีบสั่งให้ชาวบ้านคนหนึ่งไปเอาหนังสือธรรมะในสำนักออกมาทันที
ซึ่งขณะนั้นเองเหล่านักบวชทั้งสามก็เริ่มทำพิธีวางค่ายกลให้กับหมู่บ้านแล้วเหมือนกัน โดยที่พวกเขาทั้งสามกำลังนั่งสวดมนต์บางอย่างออกมา..
ผ่านไปครู่หนึ่ง รอบๆหมู่บ้านได้ปรากฏโดมสีทองขนาดใหญ่ครอบคลุมหมู่บ้านเอาไว้ ก่อนจะหายไปจากสายตาของทุกคน
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้ทำให้หลงเทียนอ้าปากค้างด้วยใบหน้าตื่นเต้น"ยะ-ยอดฝีมือ..ในที่สุดเราก็ได้เห็นเซียนตัวเป็ๆแล้ว!!"
นักบวชทั้งสามเดินมาหาหลงเทียนด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า"ผู้นำหลง..พวกเราวางค่ายกลเสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องกลัวว่าคำสาปใดๆจะสามารถทำร้ายคนในหมู่บ้านได้แล้ว"
"ขะ-ขอบคุณขอรับท่านนักบวชทั้งสาม"หลงเทียนโค้งคำนับอย่างตื่นเต้น“พอเห็นความสามารถของเซียนด้วยตาตัวเองแล้ว มันสุดยอดยิ่งกว่าหนังที่เราเคยดูมาเสียอีก!!”
ขณะนั้นเองชาวบ้านที่หลงเทียนให้ไปเอาหนังสือธรรมะในสำนักก็กลับมาถึง เขาได้มอบหนังสือธรรมมะที่ถูกห่อด้วยผ้าให้กับนักบวชทั้งสามด้วยรอยยิ้ม
"ผู้นำหลง..ถึงเวลาที่พวกเราต้องไปแล้ว อีกหนึ่งเดือนพวกเราจะกลับมาอีกครั้ง"เหล่านักบวชรับห่อผ้าด้วยใบหน้าคาดหวัง ก่อนะโขึ้นดอกบัวหายไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
"ข้าจะรอพวกท่านกลับมานะ"หลงเทียนะโตามหลังด้วยท่าทางเสียดาย“เฮ้อ..ถ้ารู้ว่าพวกเขาเป็ยอดฝีมือั้แ่แรก เราคงได้ถามพวกเขาเกี่ยวกับการฝึกฝนให้เป็ผู้เชี่ยวชาญไปแล้ว”
…
หลังจากเหล่านักบวชทั้งสามออกจากหมู่บ้านของหลงเทียนได้ไม่นาน พวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงเมืองทุ่งหญ้าเขียว
สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาของพวกเขาทั้งสามคือร่างของเหล่าชาวเมืองมากมายที่กำลังนอนกระจายอยู่บนพื้น
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้นักบวชทั้งสามอย่างพวกเขาตกตะลึงมากที่สุด คือร่างิญญาไหม้เกียมของเหล่าชาวเมืองที่กำลังถูกมัดด้วยโซ่ขนาดใหญ่
แถมตอนนี้ร่างิญญาของพวกเขาเริ่มกลายเป็ภาพจางๆแล้ว ซึ่งมันหมายถึงิญญาของเหล่าชาวเมืองกำลังถูกลบหายไปตลอดกาล!!!
"นี่…มันเื่จริงเรอะ!! ิญญาที่ตายแล้วของพวกเขาถูกผนึกเอาไว้"
"มะ-มันเป็คำสาปจากหนังสือโบราณจริงๆ!"
"หึ!..ไม่ดีแล้ว พวกเราต้องรีบไปปลดปล่อยิญญาของพวกเขาแล้ว"เหล่านักบวชทั้งสามรีบะโลงไปเบื้องล่างด้วยท่าทางร้อนรน
พวกเขาสามารถปลดปล่อยิญญาของชาวเมืองได้ครั้งละคนเท่านั้น แต่ิญญาของเหล่าชาวเมืองกลับมีหลายหมื่นคน พวกเขาจึงต้องเลือกว่าจะปลดปล่อยิญญาของใครไป?
ในฐานะนักบวชที่มีหัวใจแห่งธรรมแล้ว พวกเขา้าช่วยเหลือทุกคน แต่ตอนนี้กลับต้องมาเลือกว่าจะช่วยเหลือใคร มันทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกทรมานทั้งเป็!!!
พวกเขาทั้งสามจึงตัดสินใจเลือกเผาผลาญพลังชีวิตเพื่อะเิพลังให้กับพวกเขาชั่วคราว จากทัณฑ์์ระดับ6ได้แปรเปลี่ยนเป็ระดับ7
แม้จะเพิ่มมาเพียงหนึ่งระดับเท่่านั้น แต่ช่องว่างระหว่างพวกมันไม่แตกต่างจากฟ้ากับเหว!!!
แต่ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มลงมือ พวกเขาได้เอาหยกสือสารออกมาส่งข้อความบางอย่างไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์!
…
ชายแดนทางทิศใต้เขตัฟ้า
ท่ามกลางกองทัพนับหมื่นกับระดับจักรพรรดิอีกเจ็ดคนที่กำลังยืนเรียงแถวยาว น้องเล็กของสามพี่น้องหมาป่าคลั่งได้หันมองรอบๆอย่างสงสัย
"หืม..เ้าพวกนั้นทั้งสามคนหายไปนานแล้วยังไม่กลับมาเลย หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกมันทั้งสามแล้ว?"
พี่คนกลางหัวเราะเบาๆ"น้องเล็ก..เ้าคิดมากเกินไปแล้ว พวกมันทั้งสามต่างอยู่ในระดับจักรพรรดิ จะมีใครในบริเวณรอบนอกนี้สามารถทำอันตรายพวกมันได้?"
เพียงสิ้นสุดคำพูดของมัน เบื้องหน้ากองทัพของพวกมันได้ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเมดกระโปรงยาวสีดำออกมาพร้อมกับเสียงโกรธแค้น
"เป็เพราะสวะอย่างพวกเ้าเข้ามารบกวน นายน้อยของข้าจึงไม่ได้พักผ่อน!!"
สายตาเ็าของเธอกวาดมองเหล่าทองทัพอย่างไม่พอใจสุดขีด"พวกเ้าเตรียมพร้อมรับความโกรธเกี้ยวจากข้าแล้วหรือยัง!"
"เ้าเป็ใครกันแน่? พวกเราไม่เคยพบเจอกับเ้ามาก่อนเลย พวกเราจะไปมีปัญหากับเ้าได้อย่างไรกัน?"พี่น้องหมาป่าคลั่งหันมองหน้ากันด้วยความสับสน
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าหญิงสาวเบื้องหน้านี้เป็ใครกันแน่ แต่เธอต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้ามายืนขวางกองทัพของพวกเขาที่ถูกนำโดยเทวะสามคน!!
"หึ..พวกเ้าส่งสวะจักรพรรดิสามคนมารบกวนการพักผ่อนของนายน้อย พวกเ้าคิดว่าจะไม่เกี่ยวกับพวกเ้าเหรอ?"เฉินเหมยแสยะยิ้มเ็า
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ใบหน้าของสามพี่น้องหมาป่าคลั่งพลันเปลี่ยนเป็เ็า
"ที่แท้เ้าก็จัดการพวกมันทั้งสามไปแล้ว แถมเ้ายังกล้ามาหาพวกเราถึงที่อีก เ้าอย่าคิดว่าจะกลับไปง่ายๆได้อีกเลย!"
"หึหึ..เมื่อจัดการกับเ้าเสร็จแล้ว พวกเราจะจับไอนายน้อยของเ้าให้มาเป็ทาสของพวกเรา"
ในความคิดของพวกเขาทั้งสามนั้น หญิงสาวสามารถจัดการกับจักรพรรดิทั้งสามได้ง่าย เธอคงอยู่ในระดับเทวะเหมือนกัน
แม้จะไม่รู้ว่าเธออยู่เทวะขั้นใด แต่จากกลิ่นอายของเธอที่เบาบางแล้ว พวกเขามั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในระดับเทวะขั้นต้นเหมือนกับพวกเขา!
"ฮ่าๆ..พวกเ้ากล้ามากที่ดูิ่นายน้อยต่อหน้าของข้าผู้นี้"เฉินเหมยหัวเราะเสียงดัง
ซึ่งท่าทางของเธอทำให้ใบหน้าของคนทั้งสามเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะกลิ่นอายที่เบาบางของเธอเริ่มรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งกลิ่นอายของเธอได้ก้าวผ่านระดับเทวะไป!!
ตอนนี้ไม่เพียงแต่สามพี่น้องหมาป่าคลั่งเท่านั้นที่หวาดกลัว เหล่ากองทัพของพวกมันก็เปลี่ยนเป็ใบหน้าซีดเผือกเหมือนกัน!
"ทะ-ท่านผู้าุโ..ปะ-โปรดใจเย็นลงก่อน"
"มะ-มันต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ"
"โปรดไว้ชีวิตพวกเราทั้งสามด้วย..ถ้าท่านอยากได้อะไรก็เอาไปได้เลย"สามพี่น้องอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัว
แต่น่าเสียดายที่มันสายเกินไปแล้ว ร่างกายของกองทัพนับหมื่นได้ถูกตรึงไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้เลย ก่อนจะมีเสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นมา"หายไปซะ.."
เพียงพริบตาด้านหลังของกองทัพนับหมื่นได้ปรากฏเงาของพวกเขาขึ้นมา เงาเ่าั้มองร่างหลักด้วยใบหน้าว่างเปล่าพร้อมกับลงมือสังหารพวกเขาอย่างเืเย็น ซึ่งแต่ละคนได้ถูกเงาของตัวเองสังหารด้วยวิธีแตกต่างกัน!!
"อ๊ากกกก"
"เ้ามันปีศาจ.."
"ขะ-ข้ายังไม่อยากตายยย"
"ชะ-ช่วยด้วย"
"ม่ายยยยย"
เสียงกรีดร้องสิ้นหวังของเหล่ากองทัพนับหมื่นดังก้องอยู่ในบริเวณรอบๆครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบหายไปอย่างช้าๆ…
"ถึงเวลากลับไปหานายน้อยแล้วสิ"
เฉินเหมยมองกองทัพนับหมื่นที่กำลังนอนจมกองเืด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วหายไปโดยปราศจากร่องรอยใดๆ
ถ้ามีคนผ่านมาเห็นศพของกองทัพเหล่านี้ พวกเขาคงคิดกันว่ากองทัพพวกนี้ คงถูกกองทัพศัตรูหลายคนแอบซุ่มโจมตี
ยกเว้นแต่เพียงชายชรากับสาวงามในชุดธรรมดาที่กำลังหลบซ่อนอยู่ไม่ไกล พวกเขาทั้งสองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น!!
"ละ-ลุงเจียง..ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกัน!!"สาวงามเอ่ยด้วยเสียงสั่นเบาๆ
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ระดับบ่มเพาะของเธอสูงกว่าระดับเทวะไปแล้ว"
"ระ-ระดับศักดิ์สิทธิ์เรอะ!! โชคดีที่เธอไม่เห็นพวกเราทั้งสองคน"สาวงามถอนหายใจโล่งอก
"ไม่ใช่อย่างนั้นเยว์น้อย..เธอรับรู้แล้วว่าพวกเราแอบมองเธออยู่ แต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงปล่อยพยานอย่างพวกเราไป"ชายชราขมวดคิ้วสงสัย
"ลุงเจียงอย่าคิดให้ปวดหัวเลย ตอนนี้กองทัพฟีนิกซ์ได้ถูกหญิงสาวคนนั้นสังหารไปหมดแล้ว พวกเรายังต้องไปหมู่บ้านนั้นอีกไหม?"
"พวกเราเดินทางมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเราต้องไปตรวจสอบให้เห็นกับตาว่ามีิญญาเซียนจริงๆไหม"
ปล.เมื่อคืนเผลอหลับ ขอโทษด้วยครับT T