รถ SUV สีดำจอดรออยู่หน้าตึกE-Tech Corporation อชิระยืนพิงประตูรถมือหนึ่งกำโทรศัพท์ที่มีข้อความยาวเหยียดเกี่ยวกับการเดินทางขณะที่สายตาของเขากำลังมองหาคนที่ควรจะมาถึงตรงเวลา
คุณนารา... เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะเงยหน้ามองนาฬิกาข้อมือ ทำไมยังไม่มาอีก?
ไม่กี่นาทีต่อมาหญิงสาวในเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงยีนส์เรียบๆ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามามือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือหนึ่งกำลังพยายามดึงกระเป๋าเดินทางที่ดูหนักจนเกินเหตุ
ขอโทษค่ะ!รถติดนิดหน่อย! นาราเรียกพร้อมส่งยิ้มกว้าง
อชิระขมวดคิ้ว ทำไมกระเป๋าคุณใหญ่ขนาดนั้น? เราแค่ไป2 วัน
ก็นี่คือขนาด‘พอดี’ แล้วนะคะ เธอยักไหล่ ฉันต้องเตรียมอุปกรณ์เผื่อฉุกเฉินไงคะ
คุณจะไปทำวิจัยไม่ใช่ย้ายบ้าน
งั้นช่วยฉันยกขึ้นรถหน่อยได้ไหมคะ? เธอยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย
อชิระถอนหายใจยาวแต่สุดท้ายก็ช่วยยกกระเป๋าของเธอขึ้นท้ายรถ ไปขึ้นรถได้แล้ว
บนรถเสียงเพลงคลาสสิกจากวิทยุดังเบาๆ ขณะที่อชิระนั่งอยู่หลังพวงมาลัยนารานั่งข้างเขาและพยายามจะปรับเบาะให้นั่งสบายที่สุด
ว้าว!เพลงคลาสสิกเหรอคะ? เธอเอ่ยถามพลางมองวิทยุ
มีปัญหาอะไรกับเพลงคลาสสิก?
ไม่มีค่ะแต่ฉันคิดว่าคุณฟังเพลงร็อกหรือเพลงอะไรที่จริงจังกว่านี้
เพลงคลาสสิกช่วยให้ผมมีสมาธิ
โอ้... นาราพยักหน้า แต่ฉันขอฟังเพลงป๊อบได้ไหมคะ? ฉันคิดว่าเพลงสดใสๆน่าจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น
ไม่
โธ่...คุณนี่ไม่เปิดใจเลย เธอพึมพำแต่ก็ยอมเงียบและหันไปมองวิวข้างทางแทน
หลังจากขับรถไปเกือบ3 ชั่วโมงทั้งสองคนเริ่มเข้าสู่เขตชนบท ถนนลูกรังเล็กๆทำให้นาราสังเกตว่ารถดูเหมือนจะวิ่งผิดทาง
เดี๋ยวนะคะ...นี่เราอยู่ที่ไหน? เธอถามพลางชี้ไปที่ป้ายทางหลวงซึ่งดูเก่าและเต็มไปด้วยสนิม
ตาม GPS เขาตอบเรียบๆ
คุณแน่ใจเหรอคะ? ฉันว่าเราเลี้ยวผิดตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
เป็นไปไม่ได้ผมเชื่อใจ GPS
แต่ว่า...
ไม่ทันขาดคำถนนข้างหน้ากลับกลายเป็นเส้นทางตัน มีป้ายบอกว่า ทางปิดเพื่อซ่อมแซม
โอ๊ะ!เห็นไหมคะ! นาราพูดพร้อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ฉันบอกแล้วว่าคุณเลี้ยวผิด
อชิระขมวดคิ้วแน่น คุณคิดว่ามันตลกเหรอ?
ใช่ค่ะ!เพราะคุณดื้อเชื่อ GPS ไง เธอยิ้มกว้าง งั้นให้ฉันดูแผนที่เองดีกว่า
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเริ่มค้นหาทางใหม่อย่างขะมักเขม้นอชิระที่ปกติไม่เคยยอมให้ใครช่วยในเรื่องแบบนี้ กลับยอมปล่อยให้เธอเป็นคนหาทางออก
เมื่อทั้งสองคนกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องบรรยากาศในรถเริ่มผ่อนคลาย นาราเปิดหัวข้อสนทนาไม่หยุดตั้งแต่เรื่องสมัยเรียนของเธอไปจนถึงงานอดิเรก
คุณเคยลองทำอะไรนอกเหนือจากงานไหมคะ? เธอถามพลางจ้องหน้าเขา
งานก็คือสิ่งที่ผมถนัดที่สุด
แล้วคุณไม่เบื่อเหรอ?
ไม่
แปลว่าคุณไม่มีชีวิตอื่นนอกจากงาน?
มันไม่จำเป็น
นาราทำหน้าเหมือนอยากเถียงแต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมา งั้นฉันต้องช่วยให้คุณเจอชีวิตที่น่าสนใจมากขึ้น
ผมไม่คิดว่ามันจะจำเป็น
คุณคิดไปเองค่ะ เธอยักไหล่ แต่ฉันจะเปลี่ยนความคิดคุณให้ได้
อชิระหันไปมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย ลองดู
หลังจากการเดินทางที่ยาวนานทั้งสองคนมาถึงไซต์ทดลองในช่วงเย็น อชิระลงจากรถพร้อมตรวจสอบเอกสารขณะที่นารามองรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น
ที่นี่น่าสนใจจังค่ะเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง
คุณมาทำงานไม่ใช่มาเที่ยว
โอเคค่ะคุณซีอีโอ!แต่ฉันขอถ่ายรูปไว้อวดเพื่อนสักรูปได้ไหมคะ?
เขาไม่ได้ตอบเพียงเดินนำเธอเข้าไปในตัวอาคารนารายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปวิวรอบๆ
ในช่วงค่ำหลังงานตรวจสอบเสร็จนารากับอชิระนั่งอยู่ด้วยกันในพื้นที่เล็กๆ สำหรับพักผ่อนของทีมงาน
คุณเคยคิดไหมว่าถ้าวันหนึ่งคุณไม่ได้ทำงานนี้คุณจะทำอะไร? นาราถามขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง
ไม่เคยคิด
แต่คุณต้องมีสิ่งที่อยากทำบ้างสิ
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ บางทีผมอาจจะเปิดร้านกาแฟ
นาราหัวเราะเสียงดัง คุณเนี่ยนะ? ซีอีโอร้านกาแฟ? น่าสนใจแฮะ
ทำไม?
เพราะฉันคิดว่าคุณดูเข้มเกินไปสำหรับงานแบบนั้น
เขายิ้มเล็กน้อย คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย
งั้นก็เล่าให้ฉันฟังสิคะ
เขาไม่ได้ตอบแต่สายตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ขณะที่เขามองเธออย่างครุ่นคิด