หงซือเหนียงเห็นว่าหลิวอี้เฟยดูสนใจหนอนไหมและรังไหมพวกนี้ยิ่งนักจึงเดินเข้ามาเพื่อเล่าประวัติของหมู่บ้านนี้แก่นางด้วยความภูมิใจ
"หมู่บ้านล้อมหลิวแห่งนี้ผู้คนส่วนมากเป็ชาวหลีอยู่ทางตอนเหนือั้แ่ราชวงศ์สุ่ยต่อมาพวกเราอพยพย้ายมาปักหลักอยู่ที่นี่จึงนำการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมรวมถึงการทอผ้ามาใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าและเลี้ยงชีพเ้าค่ะ"
"หืม...ชาวหลี" หลิวอี้เฟยใอยู่บ้างไม่นึกว่าหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ถึงกับเป็ชาวหลีที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในราชวงศ์ก่อนเนื่องด้วยผ้าไหมและงานปักผ้าของชาวหลีถือว่าซับซ้อนรวมถึงการปักด้ายให้เกิดความสวยงามอย่างการปักผ้าลายัที่มอบเป็บรรณาการแด่จักรพรรดิ ซึ่งงานผ้าของชาวหลีถือว่าสูงค่ามาก
"ใช่เ้าค่ะชาวหลี พวกเราอยู่กันอย่างพอเพียงเลี้ยงหม่อนทอผ้าปลูกผักทำนาใช้ชีวิตอยู่ตามอัตภาพ" ว่าแล้วหงซือเหนียงก็หยิบผ้าไหมพับหนึ่งที่ทอเสร็จแล้วขึ้นมาให้หลิวอี้เฟยดู หลิวอี้เฟยเมื่อได้ััผ้าพับนี้ก็รู้สึกถูกใจเป็อันมากนอกจากจะมีเนื้อมันแวววาวสวยงามมากแล้วยังเหนียวมากสวมใส่สบาย เมื่อััผ้าพับนี้เวลากระทบถูกผิวเนื้ออากาศร้อนกลับเย็นสบายแต่หากอากาศเย็นกลับอบอุ่นได้อย่างน่าแปลกประหลาด ชาติก่อนนางรู้ว่าจูเสิ่นสามีของหลินซุนลี่นำผ้าจากหมู่บ้านล้อมหลิวแห่งนี้ไปขายได้กำไรมากมายแต่ไม่นึกว่าผ้าไหมที่นี่จะงดงามและมีความพิเศษมากขนาดนี้คิดไม่ผิดจริงๆที่มาที่นี่เพื่อฉกชิงวาสนาของผู้อื่น หลินซุนลี่ชาตินี้ข้าจะทำให้เ้าอยู่ไม่สู้ตายเอง!
"ผ้านี้งดงามมากจริงๆเ้าคะฮูหยิน"อีซูเม่ยที่ยืนดูอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
"นอกจากผ้าไหมแล้วชาวบ้านที่นี่ยังทอผ้าฝ้ายได้อีกด้วยนะเ้าคะ" หงซื่อเหนียงเห็นหลิวอี้เฟยดูพออกพอใจผ้าพับนี้มากจึงรีบกล่าวเพื่ออวดความภาคภูมิในมรดกที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ
"ข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่"หลิวอี้เฟยพูดขึ้นทั้งที่สายตาและมือคู่สวยยังไม่ปล่อยจากผ้าไหมพับนั้น หงซือเหนียงจึงหยิบผ้าฝ้ายพับหนึ่งที่มีสีสันสวยงามแปลกตาออกมาให้นางชมดู
"ผ้าพับนี้สีสันงดงามแปลกตามากเลยเ้าคะฮูหยิน..เหตุใดจึงมีลวดลายที่ไม่ใช่ทั้งการทอหรือการเย็บปักได้เล่าเ้าคะ?" อี้ซูเม่ยที่ดวงตาเป็ประกายเอ่ยถามผู้เป็นาย นางยังไม่เคยเห็นผ้าฝ้ายที่มีลวดลายแปลกตาแบบนี้มาก่อนเลยปรกติแล้วผ้าฝ้ายจะมีเพียงสีเดียวทั้งผืนไม่ใช่หรือไงแต่ผ้าผืนนี้กลับมีพื้นเป็สีขาวแล้วมีลายคล้ายดอกไม้หลายสีอยู่บนนั้นมองไปราวกับทุ่งดอกไม่กำลังพลิบานก็ไม่ปาน..สวย สวยเกินไปแล้ว
"คำถามของเ้าคงต้องรบกวนป้าซือเหนียงตอบแทนข้าแล้ว" หลิวอี้เฟยพูจบก็หันไปค้อมกายคำนับเพื่อแสดงความอ่อนน้อมต่อหงซือเหนียงทำให้นางยิ่งรักและเอ็นดูหลิวอี้เฟยเพิ่มขึ้นไปอีก
"ข้ายินดีเ้าค่ะคุณหนูหลิว อันที่จริงก็ไม่นับว่าเป็ความลับอะไรเพราะคนในหมู่บ้านแห่งนี้ล้วนทำเป็กันทั้งนั้น แรกเริ่มด้วยการเก็บฝ้ายแล้วแยกเมล็ดออกจากใยโดยใช้เครื่องหีบฝ้าย จากนั้นตีฝ้ายให้ฟูจนเป็เส้นใยนำไปปั่นโดยใช้กระสวยมือแล้วก็ย้อมสีจากเปลือกไม้บ้างหรือผักผลไม้ที่พอจะมีสีที่นำมาย้อมได้เช่นใบฮ่อมตำที่ได้สีแดง ต้นครามที่ให้สีฟ้า ส่วนผ้าผืนที่พวกท่านถืออยู่เรานำฝ้ายไปทอก่อนโดยใช้กี่ทอขนาดเล็กที่ต้องรั้งกี่ด้วยเอวและเหยียดกี่ด้วยเท้า พอได้ผ้าตามที่ต่องการเราก็จะนำด้ายไปมัดเป็ตำแหน่งบนผ้าฝ้ายเพื่อสร้างลวดลายก่อนจำนำผ้าไปย้อมเ้าค่ะ"
"ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ผ้าผืนนี้มา"หลิวอี้เฟยรำพึงเสียงแ่เมื่อได้ฟังวิธีการทอผ้าและย้อมไม่แปลกใจเลยที่ผ้าไหมและผ้าฝ้ายของชาวหลีจะโด่งดังและล้ำค่ายิ่ง ตอนนี้นางต้องทำให้การเจรจาครั้งนี้สำเร็จให้ได้ผ้าพวกนี้หากนำไปขายต้องได้ราคาดีมากเป็แน่
"ท่านป้าซือเหนียงหากข้า้าซื้อผ้าไหมและผ้าฝ้ายของท่านทั้งหมดไม่ทราบว่าจะคิดราคาเท่าไรเ้าคะ?"
"ทะ..ทั้งหมดหรือเ้าคะ?" หงซือเหนียงใจนพูดอะไรไม่ออกไปแล้ว
"ใช่เข้าค่ะ...ทั้งหมด!ไม่เฉพาะของท่านป้าแต่รวมถึงของชาวบ้านทุกเรือนในหมู่บ้านล้อมหลิวหากใคร้าขายข้าจะรับซื้อทั้งหมดเข้าค่ะ" หลิวอี้เฟย้าที่จะผูกขาดผ้าจากหมู่บ้านล้อมหลิวแห่งนี้ไว้กับตนเพราะเมื่อผ้าชุดแรกออกวางขายต้องมีพ่อค้าคนอื่นมองเห็นถึงเงินตำลึงอันมหาศาลจากสิ่งนี้แล้วยื่นมือมาวุ่นวายเป็แน่ ดังนั่นนางต้องวางแผนและจัดการให้รัดกุม
"ผ้าไหม หะ..ห้าตำลึง ส่วนผ้าฝ้ายสองตำลึงได้หรือไม่เข้าคะ?" หงซือเหนียงยิ่งพูดเสียงยิ่งแ่จนท้ายประโยคแทบไม่ได้ยินเพราะกลัวว่าราคาที่ตนพูดจะสูงจนหลิวอี้เฟยที่ยืนกำผ้าในมือจนยับย่นใบหน้าบึ้งตึงจะโกรธและไม่ซื้อผ้า ใช่! หลิวอี้เฟยกำลังโกรธ แต่ไม่ได้โกรธหงซือเหนียง! นางโกรธจูเสิ่นสามีของหลินซุนลี่ผู้นั้นต่างหาก ชาติที่แล้วเขานำผ้าพวกนี้ไปค้าขายจนร่ำรวยแต่กลับซื้อผ้าจากชาวบ้านด้วยราคาเศษเงิน ช่างหน้าไม่อายยิ่งนัก นี่มันไม่ต่างอะไรกับการทำนาบนหลังคนสักนิด
"ยี่สิบตำลึง..ผ้าไหมพวกนั้นข้าให้ราคาพับละยี่สิบตำลึงส่วนผ้าฝ้ายข้าให้ราคาพับละแปดตำลึงเ้าค่ะ"
ตึง!!! "ว๊าย!หวังฮูหยิน" อี้ซูเม่ยร้องโวยวายขณะที่หงซือเหนียงเป็ลมล้มพับไปแล้ว
เมื่อได้ยินราคาที่หลิวอี้เฟยพูด