หลังจากที่มิคกี้และใบเฟิร์นรับประทานอาหารเสร็จ พวกเขาทั้งสองก็ได้ไปเดินบนถนนคนเดินของบางแสน เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ของทะเลในยามเย็น
ในระหว่างที่เดินมิคกี้ก็ได้ชวนใบเฟิร์นพูดคุยหยอกล้อราวกับเป็คู่รักกัน
ใบเฟิร์นได้พบว่ามิคกี้ที่เดินอยู่ข้างเธอ ดูเหมือนว่าจะรู้จักและเข้าใจเธอเป็อย่างดี เขารู้ว่าเธอมีนิสัยเป็ยังไง รู้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร และยังสามารถหาหัวข้อเื่ต่างๆ มาพูดคุยกับเธอได้ตลอด
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปสองทุ่มกว่า
"นี่มันก็เริ่มดึกแล้ว พวกเราจะแยกย้ายกลับบ้านกันเลยไหมคะ?" ใบเฟิร์นกล่าวอย่างไม่เต็มใจ
"เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ" มิคกี้ยิ้มตอบ
"หลังจากไปส่งพี่เสร็จแล้ว น้องมิคกี้จะไปไหนต่อไหมคะ? หรือกลับบ้านนอนเลย" ใบเฟิร์นเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
"ผมยังไม่กลับบ้านครับ ผมว่าจะไปเที่ยวผับกับพวกเพื่อนๆ แถวนี้แหละครับ ตอนกลางคืนแบบนี้เป็่เวลาของอัศวินรัตติกาล"
มันจะเป็ไปได้จริงๆ เหรอ? ที่คุณชายเสเพลอันดับหนึ่งอย่างมิคกี้จะกลับบ้านนอน? ถ้ามีวันนั้นขึ้นมาจริง ฝนคงจะตกกลับด้านแล้ว!
อย่างไรก็ตามใบเฟิร์นที่ได้ยิน เธอก็รู้สึกโกรธเล็กน้อยภายในใจ
เธออยากจะเอ่ยปากห้ามมิคกี้ แต่ลืมไปว่าเธอกับเขาไม่ได้เป็อะไรกัน อย่างมากสุดพวกเขาก็เป็แค่เพื่อนฟิลแฟนกันเท่านั้น สิทธิ์ที่เธอมีตอนนี้ก็มีเพียงแค่สิทธิ์แลกซื้อเท่านั้น
"ไม่ไปได้ไหม..." ใบเฟิร์นดึงชายเสื้อของมิคกี้ กล่าวด้วยน้ำอู้อี้เบาๆ
"่เวลาตอนกลางคืนมันยาวนานมากเลย ผมรู้สึกเหงาถ้าต้องนอนคนเดียว" มิคกี้พูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "และ่นี้ผมนอนไม่ค่อยจะได้เลย ต้องนอนคนเดียวไม่มีใครให้กอด..."
ใบเฟิร์นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า "งั้น...ไปดูหนังด้วยกันไหม? หนังจบก็ประมาณห้าทุ่มกว่าๆ พอน้องมิคกี้กลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนพอดี"
มิคกี้ยิ้มอย่างซุกซนเล็กน้อย "ตกลงครับ"
เมื่อพวกเขาตกลงกันเสร็จ มิคกี้ก็ขับรถพาใบเฟิร์นไปยังโรงภาพยนตร์ที่อยู่ชั้นบนของห้างสรรพสินค้า เพื่อที่จะดูภาพยนตร์รอบดึก
ภาพยนตร์ยอดนิยมใน่นี้เป็หนังรักโรแมนติกที่มีดอกลาเวนเดอร์เป็ธีมหลัก
ด้านหน้าโรงหนังจึงมีแก้วน้ำและถังใส่ป๊อปคอร์นเป็ลวดลายดอกลาเวนเดอร์ และยังมีของที่ระลึกที่เป็ขวดแก้วเล็กๆ ภายในนั้นมีดอกลาเวนเดอร์แห้งอยู่
"คุณลูกค้าค่ะ แฟนของคุณสวยมากเหมือนดาราเลย! คุณลูกไม่สนใจซื้อของขวัญให้แฟนสักชิ้นหนึ่งเหรอคะ?" พนักงานแคชเชียร์พูดกับมิคกี้ด้วยความกระตือรือร้น
มิคกี้ได้แต่ยิ้มพร้อมส่ายหัว "คุณเข้าใจผิดแล้ว เธอไม่ใช่แฟนของผม..."
"ถึงตอนนี้จะยังไม่ใช่ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่! สู้ๆ นะคะ!" พนักงานแคชเชียร์ยกนิ้วโป้งให้กำลังใจ "แต่ก่อนอื่นเลย คุณต้องเริ่มจากการซื้อของขวัญชิ้นนี้ให้เธอก่อน จะได้ช่วยสร้างความประทับใจที่ดีให้แก่เธอ!"
มิคกี้แอบขำในใจพร้อมยิ้มที่มุมปาก พนักงานอุตส่าห์ให้กำลังใจและขายตรงมาขนาดนี้ มีหรือคุณชายอย่างเขาจะยอมเสียหน้า มิคกี้จึงได้ให้ทิปเล็กๆ น้อยๆ แก่พนักงานไว้ไปซื้อกาแฟสตาร์บังสักแก้วดื่ม และมิคกี้ก็ได้ซื้อขวดแก้วเล็กๆ ที่มีดอกลาเวนเดอร์แห้งอยู่ภายในนั้น พร้อมมอบเป็ของขวัญให้กับใบเฟิร์น
"พนักงานคนนี้แนะนำได้ดีมาก ผมเลยช่วยอุดหนุนเธอสักหน่อย ของขวัญชิ้นนี้ผมให้พี่ครับ พี่สามารถวางไว้บนโต๊ะทำงานหรือพกติดตัวไว้ก็ได้นะครับ เอาไว้เป็ตัวแทนของผมที่ได้อยู่กับพี่ตลอดเวลา"
"ขอบคุณค่ะ!" เวลานี้ หูของใบเฟิร์นขึ้นเป็สีแดง เธอยื่นมือออกไปรับของขวัญชิ้นนี้จากมิคกี้
เธอบอกกับตัวเองในใจว่า พวกเขาไม่ได้มาออกเดตกัน! เธอก็แค่มาดูหนังเป็เพื่อนเด็กขี้เหงาก็เท่านั้นเอง!
ทว่าใบเฟิร์นมองดูขวดแก้วที่มีดอกลาเวนเดอร์ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและอบอุ่นหัวใจไม่น้อย เธอเก็บมันลงใส่กระเป๋าสะพายข้างด้วยความระมัดระวัง เพราะกลัวว่ามันจะแตก
ทันใดนั้นเอง มิคกี้หันไปมองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เดินสวนไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ
"รปภ.คนนั้นมีปัญหาอะไรรึเปล่า?" ใบเฟิร์นมองดูพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เดินผ่านไป และถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่รู้สึกว่าเขาคุ้นเคยนิดหน่อย อาจจะเป็คนรู้จัก ไม่ก็ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้!" มิคกี้ขมวดคิ้วพยายามนึกหาดูว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เดินสวนไปเป็ใคร "หนังกำลังจะเริ่มฉายแล้ว พวกเราเข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ!"
หลังจากที่มิคกี้และใบเฟิร์นได้ผ่านที่ตรวจตั๋ว และเข้าไปในโรงภาพยนตร์แล้ว
ภายในห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกโรงภาพยนตร์ พนักงานรักษาความปลอดภัยคนนี้ ได้ไปยืนตรงด้านหน้าอ่างล้างมือแล้วดึงแมสปิดปากลง ภายใต้แมสปิดปากได้เผยใบหน้าของหนุ่มหล่อที่ซีดเซียวออกมา
หนุ่มหล่อคนนี้ได้ทำมือรองน้ำมาล้างหน้าที่ซีดเซียว จากนั้นใช้มือขวากดกุมหน้าอกซ้ายพร้อมหายใจหอบ "เกือบไปแล้ว! เกือบทำให้มันรู้ตัวแล้ว อย่างที่คาดไว้สำหรับชายผู้ที่ถูกเรียกว่าปีศาจเมืองชล"
"เดี๋ยวก่อนนะ? แล้วทำไมกูต้องกลัวว่ามันจะจำได้?"
"ตอนนี้กูได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว แน่นอนว่าเวลานี้ไอ้มิคกี้มันไม่มีทางรู้จักกู"
รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหนุ่มหล่อ "กูไม่ได้คิดเลยว่าถึงแม้ว่าจะได้เกิดใหม่และย้อนเวลากลับมาในอดีต แต่ความกลัวที่อยู่ภายในใจยังไม่หายไป!"
"แต่กูไม่มีทางที่จะให้มันเป็แบบนี้อีกต่อไป!"
"พระเ้าอุตส่าห์ได้ให้โอกาสกูย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต ถ้ากูยังกลัวจนไม่กล้าทำอะไรอยู่แบบนี้ กูไปผูกคอตายใต้ต้นผักชีแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในชาติหน้าเลยดีกว่า!"
"ในชีวิตนี้กูจะเหยียบย่ำมึง และเอาคืนสิ่งที่มึงได้แย่งไปในชีวิตที่แล้วกลับมาให้หมด!"
"และไม่ใช่เพียงแค่ร้อยเท่าพันเท่า แต่เป็ล้านล้านเท่า! รวมไปถึงผู้หญิงทั้งหมดของมึงด้วย!!!"
"รอกูก่อนเถอะ มึงกับกูจะได้เจอกันเร็วๆ นี้แหละ!"
"ไม่ตายไม่เลิกรา! ไอ้เด็กเxี้ยมิคกี้!"
หนุ่มหล่อยกมือขึ้นต่อยกระจกห้องน้ำทีเดียวจนแตก และเดินออกจากห้องน้ำมามองไปทางโรงภาพยนตร์ด้วยความเคียดแค้น พร้อมเดินหายเข้าไปในฝูงชนอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากที่มิคกี้และใบเฟิร์นดูหนังจบก็เป็เวลาห้าทุ่มกว่าๆ มิคกี้จึงได้ขับรถไปส่งใบเฟิร์นที่บ้าน จากนั้นเขาขับรถก็กลับวิลล่าของตัวเองเพื่อพักผ่อน
มิคกี้ยังไม่รีบร้อนที่จะกินใบเฟิร์น มิคกี้้าพัฒนาความสัมพันธ์ของพวกเขาไปถึงจุดหนึ่งก่อน ซึ่งแตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่นทั่วไป ที่มิคกี้ได้เข้าหาพวกเธอเพื่อความสนุกเท่านั้น เป็ความสัมพันธ์แบบวันไนต์สแตนด์
นั้นก็เพราะว่าใบเฟิร์นคนนี้เป็นางเอกที่จะมอบโชคลาภให้เขาไม่สิ้นสุด และช่วยทำลายโชคชะตาของพวกพระเอก
ในตอนเช้าของวันที่สาม มิคกี้ได้ตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงวัน
หลังจากที่ได้ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จแล้ว มิคกี้ก็ได้ขับรถไปเยี่ยมป้อมเพื่อนรักของเขาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด
การจับตาดูพระเอกเป็หน้าที่ของตัวร้าย สิ่งนี้เป็หลักพื้นฐานง่ายๆ ที่บรรดาตัวร้ายในนิยายเื่ต่างๆ ชอบละเลย และปล่อยให้พวกพระเอกมีโอกาสในการเติบโตมากระทืบตัวเอง
ซึ่งการกระทำในลักษณะเช่นนี้มันดูโง่และปัญญาอ่อนมาก บนโลกนี้มันจะยังมีใครที่เปิดบ้านต้อนรับโจรให้มาปล้น พร้อมขืนใจภรรยาและลูกสาวตัวเองละ?
คนที่ทำแบบนี้ได้ มันต้องเป็คนยังไงกันละเนี่ย?
และมิคกี้ยังชอบที่จะเห็นสีหน้าที่โกรธแค้นจนด้วยเกล้าของพวกพระเอก
พวกมึงทุกคนอยากจะฆ่ากู แต่ก็ทำอะไรกูไม่ได้ สู้กูไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
เนื่องจากอีกฝ่ายเป็บุตรแห่งโชคชะตา เป็ลูกรักของพระเ้า ได้รับความโปรดปรานจาก์ ทำให้มิคกี้ยังไม่สามารถฆ่าพวกพระเอกได้ทันที
เนื่องจากค่าโชคชะตาของพระเอกมีเยอะกว่าผู้คนทั่วไป มิคกี้จะต้องสร้างภัยพิบัติ และนำความโชคร้ายมามอบให้แก่พวกเขา เพื่อลดค่าโชคชะตาลง
เพราะฉะนั้นแล้ว มิคกี้จะต้องจับตาดูพวกพระเอกเหล่านี้ทุกฝีก้าว และนำเภทภัยความอับโชคต่างๆ มาโถมกระหน่ำใส่พวกเขาเรื่อยๆ
ในระหว่างทางที่มิคกี้ที่กำลังเดินไปยังห้องวีไอพีที่ป้อมเข้ารับการรักษาตัว เขาก็ได้มองเห็นพี่อู๋เปิดประตูเข้าไปในห้องของป้อมพอดี
อีกทั้งในมือของพี่อู๋ได้ถือกล่องที่ใส่เข็มเงินแบบสั่งทำพิเศษชุดหนึ่งมาด้วย เข็มเงินแบบสั่งทำพิเศษชุดนี้มีไว้สำหรับใช้รักษาป้อมโดยเฉพาะ
"จริงสิ! วันนี้กูยังไม่ขอพรเลยนี่หว่า~"
มิคกี้แสยะยิ้มลอบขอพรอยู่ในใจ "ปะป๊าฮ้าฟ หนูขอพรให้..."