หลังจากกลับจากบ่อนการพนันเทียนหลง หลี่มู่ไป๋ก็ใช้เวลาหลายวันในการประมวลผลข้อมูลที่ได้มา เขาใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็แผนภาพความสัมพันธ์ระหว่างขุนนาง พ่อค้า และกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการบ่อนทำลายตระกูลหลี่
[กำลังประมวลผลข้อมูล...][ผลลัพธ์: เครือข่ายการคอร์รัปชั่นโยงใยถึงเสนาบดีเฉาหงโดยตรง และมีจักรพรรดิหลี่เหวินให้การสนับสนุนอยู่เื้ั][ระบุตัวตนศัตรูหลัก: เสนาบดีเฉาหง, จักรพรรดิหลี่เหวิน]
หลี่มู่ไป๋กำหมัดแน่นในใจ เขาไม่ใช่แค่แก้แค้นให้ตัวเองและพี่ชาย แต่ยังเป็การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตระกูล และเพื่อความยุติธรรมของแผ่นดิน
ในระหว่างที่เขาเก็บตัวอยู่ในห้องเพื่อคิดวางแผน ชุนฮวา ก็ยังคงคอยดูแลไม่ห่าง นางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในตัวนายท่านของนาง ท่านชายห้าที่เคยอ่อนแอและซึมเซา บัดนี้กลับมีแววตาที่เฉลียวฉลาดขึ้น มีความคิดที่ลึกซึ้งเกินวัย บางครั้งเขาก็จะจ้องมองแผนที่เก่าๆ หรือหนังสือนอกตำราที่นางหามาให้ด้วยความตั้งใจ จนลืมกินข้าวปลา
"ท่านชายห้า ไม่ทรงสบายหรือเ้าคะ?" ชุนฮวาถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นหลี่มู่ไป๋นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานเป็เวลานาน
หลี่มู่ไป๋เงยหน้าขึ้นมองชุนฮวา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "ข้าสบายดีชุนฮวา เพียงแต่กำลังคิดเื่บางอย่าง"
[บุคคล: ชุนฮวา - ความสัมพันธ์: 99% (ภักดีอย่างยิ่ง, รักและห่วงใย, เริ่มสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของผู้ถือครอง)]
ชุนฮวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายท่านกันแน่ แต่ก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยไว้ในใจ ความภักดีที่มีทำให้เธอยังคงเชื่อมั่นและทำตามคำสั่งของนายท่านอย่างเคร่งครัด
"บ่าวจะไปเตรียมชาให้ท่านนะเ้าคะ" ชุนฮวากล่าวพลางเดินออกจากห้องไป หลี่มู่ไป๋มองตามหลังนาง ก่อนจะกลับมาจ้องมองแผนภาพเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ระบบฉายขึ้นในสมองของเขา
เสนาบดีเฉาหง บุรุษผู้นี้คือศัตรูตัวฉกาจที่เขาต้องจัดการเป็คนแรก เฉาหงเป็ขุนนางใหญ่ผู้มีอำนาจในราชสำนัก เป็มือขวาของจักรพรรดิหลี่เหวิน และเป็ผู้ที่คอยใส่ร้ายตระกูลหลี่มาโดยตลอด นอกจากเื่การทุจริตเสบียงแล้ว ระบบยังแสดงข้อมูลว่าเฉาหงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพยายามบ่อนทำลายชื่อเสียงของตระกูลหลี่ในหมู่ประชาชน รวมถึงการแทรกซึมสายลับเข้าสู่จวนแม่ทัพ
หลี่มู่ไป๋ตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะต้องลงมือสร้างความชอบธรรมให้ตนเองและตระกูลบ้างแล้ว แผนการแกล้งโง่ยังคงต้องดำเนินต่อไป แต่เขาจะเริ่มดำเนินการเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตอบโต้และสะสมอำนาจ
วันรุ่งขึ้น มีข่าวลือแพร่สะพัดในเมืองหลวงว่ามีขุนนางบางคนกำลังกักตุนข้าวเปลือกเพื่อขึ้นราคาใน่หน้าแล้ง หลี่มู่ไป๋ใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบและจากการสืบสวนเล็กๆ น้อยๆ ของชุนฮวา เพื่อระบุตัวขุนนางเ่าั้
เขาไม่ได้ไปเปิดโปงเอง แต่ใช้วิธี "แกล้งโง่" โดยจงใจพูดเื่การกักตุนข้าวเปลือกให้ขุนนางชั้นผู้น้อยคนหนึ่งที่แกล้งทำเป็เห็นใจตระกูลหลี่ได้ยิน ซึ่งระบบระบุว่าบุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายตรงข้าม และจะนำข่าวไปบอกเฉาหงอย่างแน่นอน
และเป็ไปตามคาด ข่าวเื่การกักตุนข้าวเปลือกก็ไปถึงหูของเสนาบดีเฉาหง แต่ด้วยความที่หลี่มู่ไป๋พูดในลักษณะที่ดูไม่จริงจัง ไม่มีหลักฐาน และทำเหมือนเพียงแค่ "พูดไปเรื่อย" ตามประสาคนโง่ เฉาหงจึงคิดว่ามันเป็เพียงข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง และไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
แต่ทว่า ในอีกสองวันต่อมา ซูหลิน บุตรีของเสนาบดีซูหยาง ก็ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนพร้อมกับหลักฐานการกักตุนข้าวเปลือกของขุนนางเ่าั้ นางเปิดโปงความชั่วร้ายของพวกเขาอย่างหมดเปลือก ทำให้ขุนนางเ่าั้ต้องถูกจับกุมและลงโทษทันที
[บุคคล: ซูหลิน - ความสัมพันธ์กับผู้ถือครอง: 20% (เป็พันธมิตรโดยไม่รู้ตัว, สงสัยในตัวตนที่แท้จริงของผู้ถือครอง)]
หลี่มู่ไป๋ยิ้มมุมปาก เขาใช้ซูหลินเป็ตัวหมากในการจัดการขุนนางเ่าั้ แม้ซูหลินจะไม่รู้ตัวก็ตาม การกระทำของซูหลินไม่ได้เพียงแค่จัดการขุนนางฉ้อโกงเ่าั้ แต่ยังเป็การสร้างชื่อเสียงให้แก่เสนาบดีซูหยางผู้เป็บิดา และตอกย้ำให้เห็นถึงความยุติธรรมของฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเฉาหงอีกด้วย
เฉาหงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขารู้สึกว่าถูกสับขาหลอกอย่างจัง เขาไม่คิดว่าข่าวลือที่ออกมาจากปากของท่านชายหน้าขาวผู้โง่งมอย่างหลี่มู่ไป๋จะกลายเป็เื่จริง และกลายเป็หลักฐานมัดตัวคนของเขาได้!
ในค่ำคืนนั้น หลี่มู่ไป๋ยืนอยู่หน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลตา เขาไม่ได้้าอำนาจ ไม่ได้อยากเป็จักรพรรดิ แต่เขา้าทวงคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลที่ถูกทรยศ และเปิดโปงความชั่วร้ายที่คุกคามแผ่นดิน
"เฉาหง... นี่เป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น" หลี่มู่ไป๋พึมพำกับตัวเอง สายตาของเขาฉายแววคมกริบราวกับคมมีด "ข้าจะทำให้เ้าได้ชดใช้ในทุกสิ่งที่เ้าทำ"
เขาได้วางหมากตัวแรกไปแล้ว และกระดานอำนาจอันซับซ้อนนี้ กำลังจะถูกพลิกผันด้วยฝีมือของัหลับใหลที่ตื่นขึ้นมาแล้วอย่างแท้จริง