บทที่ 6 กระบี่สังหารของชายตาบอด
ไหเน่า เหม็นเน่า หนอนั์ซีอิ๊วปีศาจ ซีอิ๊วต้องสาปปปปปปปปป เน่า เน่า เน่า เน่า หลินหลานหรูหยุดคิดไม่ได้
"คุณหนูหลิน เ้าวางใจข้าเททิ้งก่อนใส่เ้าลงไปแล้ว"
ให้หลินหลานหรูวางใจหรือลำพังแค่ตัวแปลกๆ ขยับใต้เท้าของนาง สติก็กระเจิงไปคนละทิศละทางแล้วจะมีใจที่ใดไปวางลงได้ "คุณชายเย่า..."
"เ้าเงียบก่อน"
มือข้างหนึ่งของเสวี่ยเฟิ่งตวัดกลับหลังกดศีรษะหลินหลานหรูลงไหจนมิด เหม็นยิ่ง นางกลั้นหายใจเอาเป็เอาตายหรือนี่นางต้องตายอีกเป็ครั้งที่สอง ในไหนี่น่ะหรือ... ชีวิตข้าไม่ว่ากี่ชาติก็ตายอย่างอนาถ
เสวี่ยเฟิ่งอาศัยไหซีอิ๊วนับสิบไหที่เรียงสูงสองชั้นและเงามืดจากตัวอาคารซึ่งทอดผ่านเข้ามาในตรอกหลบซ่อนตัว มองจากช่องว่างระหว่างไหออกไปยังมุมสุดของถนนบริเวณนั้นเป็ทางแยกออกจากตรอกจึงพอมีแสงสว่างของโคมแขวนหน้าอาคารอยู่บ้าง
ไม่ทำให้รอนานนักก็ปรากฏเงายาวๆของคนสองผู้พร้อมกับเสียงฝีเท้าดังสลับใกล้เข้ามา
เสวี่ยเฟิ่งยิ่งจ้องเขม็งกระทั่งชายฉกรรจ์ร่างกำยำหนึ่งถือมีด อีกหนึ่งถือไม้ ลากมาตามพื้นหินอ่อนบนถนน
ใจคนมองถึงกับเต้นตึกๆลุ้นระทึกทุกฝีก้าวของศัตรู
ส่วนหลินหลานหรูผู้มองไม่เห็นสิ่งใดนางไม่ยอมหายใจจนกว่าจะโผล่ออกจากไหได้
ดังนั้นในความมืดอันแสนโหดร้ายเช่นนี้นางวิเคราะห์กลิ่นเหม็นเน่าแยกออกเป็ชนิดๆพร้อมเปรียบเทียบกลิ่นอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเรียบร้อยแล้วจัดหมวดหมู่ให้เสร็จสรรพด้วย และหากอยู่ข้างในนานกว่านี้เห็นทีนางอาจบอกได้ว่าไหนี้เริ่มหมักเมื่อไร มีอะไรเป็ส่วนประกอบ เน่าได้อย่างไรและผ่านมากี่วันแล้ว
ท้ายที่สุดก็หมักศพเหม็นเน่าของนางลงไปด้วยเลยเป็อย่างไร
"ทางนั้น..."เสียงชายฉกรรจ์หนึ่งในสองคน ยกไม้ชี้ไปยังไหดินหลายใบที่เรียงซ้อนกันสองชั้น
ไหทั้งหมดวางตั้งข้างอาคารเก่าและลึกเข้าไปในตรอกที่ตรงนั้นมืดสนิท อีกทั้งยังเงียบจนชวนให้เดินผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้
เสวี่ยเฟิ่งมองตาไม่กะพริบคิ้วเด็กหนุ่มขมวด จับจ้องทุกความเคลื่อนไหวบนถนนยามนี้เขากลั้นหายใจเรียบร้อยแล้ว ด้วยรู้สึกตึงเครียดเกรงจะถูกพบตัว ทว่าด้านหลังของเขากลับได้ยินแต่เสียงหลินหลานหรูหายใจฟืดฟาดดังๆในไห
ตามจริงแล้วเมื่อครู่หลินหลานหรูได้ยินเสียงคนเดินนางจึงไม่ปริปากพูดอีก ปิดเงียบสนิทไปพร้อมๆกับความรู้สึกอยากอาละวาดไหหมักซีอิ๊วทุกใบบนโลกนี้...
เหตุใดเสียงฝีเท้าของสองคนนี้เหมือนะเิเวลายิ่งก้าวมาทีละก้าว ยิ่งใกล้เข้ายิ่งเดินช้านี่จงใจทำให้คนหลบซ่อนกลั้นใจชิงตายไปก่อนหรือ อีกนิดแล้ว อีกนิดเดียว
เอี๊ยด เสียงเปิดประตู
"เ้าหนุ่มทั้งสอง"จังหวะนั้นชายชราผู้หนึ่งเปิดประตูออกมาจากตัวอาคาร
พร้อมกับยกไหซีอิ๊วเน่าออกมาอีกสองไหเรียกให้ชายสองคนบนถนนช่วยยกไห"ช่วยข้ายกไหขึ้นรถลากแล้วขนไปวางรวมกับของเก่าด้านหน้าทีจะเดินผ่านไปอยู่มิใช่รึ ยืมแรงพวกเ้าหนุ่มแน่นสักหน่อยเป็อย่างไร"
ชายฉกรรจ์ทั้งสองไม่ตอบแต่ยกมือบีบจมูกแทนทันทีอยู่ห่างขนาดนี้กลิ่นยังเหลือจะทน แล้วคนที่หลงไปอยู่ในไหนั่นเล่าไม่ตายหรือ จริงสิ...คงหายใจทางปากไปแล้วกระมังถึงอย่างนั้นก็ยังไหลขึ้นจมูก
"ตาแก่ หยุดอยู่ตรงนั้นเลยเหม็นเน่าเยี่ยงนี้ไม่ขุนดินฝังกลบเลยล่ะ"
"ไม่ไหว ไปทางอื่นกันเถอะ"ชายอีกคนชวนกลับ ก่อนยกมือปัดอากาศหวังจะให้กลิ่นเหม็นเน่าจางลงบ้างแต่กลับยิ่งตีตลบเข้าจมูก ไหลอีกต่อขึ้นสมองจนเกือบเป็ลม
เสวี่ยเฟิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นชายสองคนนั้นเดินจากไปแล้ว ประเดี๋ยว...ยังไม่ยอมไปอีกหรือ
สองคนนั้นหยุดเดินกะทันหันแล้วหมุนตัวกลับมามองอีกครั้งทั้งยังมองจ้องมายังจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่และเหมือนจะรอให้ชายชรายกไหขึ้นรถลากเสร็จ จากนั้นร่างแก่ๆ ก็ค่อยๆเข็นเข้าไปอย่างเชื่องช้า หยุดแล้วยกลงมากองรวมกับของเดิม
สองคนนั้นสังเกตปฏิกิริยาของชายชราไปพลางมองหาพิรุธหรือความเคลื่อนไหวในกองไหพอเห็นว่าชายชราไม่มีพิรุธใดจึงได้เตะเท้าเดินออกจากตรอกในที่สุด
คล้อยหลังคนไปแล้วชายชราก็หัวเราะในลำคอเล็กน้อย ยกไหใบสุดท้ายลงมาพลางบ่นไปเรื่อยว่า"คนหนุ่มพละกำลังเยอะแต่แล้งน้ำใจ เอาแต่ไล่ตีฟันแทงผู้อื่นไปวันๆพลาดท่าตายขึ้นมา ต้องให้คนหัวขาวมาส่งศพคนหัวดำ โลกช่างบิดเบี้ยวผิดแผกขึ้นทุกวันคนดีหรือ แทบไม่มีเหลือบนโลกแล้วกระมัง เ้าสองคนเองก็ออกมาเถอะ... เฮือก!"
มีดเล่มหนึ่งพลันแทงทะลุร่างของชายชรา สุ้มเสียงอำมหิตหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง "ตาแก่พูดมากไปแล้วหรือไม่"
ชายชราเอี้ยวตัวหันกลับอย่างเชื่องช้าพบชายประหลาดซีกหน้ามีแผลไฟไหม้เหวอะหวะฉกรรจ์ดวงตาดำมืดไร้เงาคุณธรรมความดีประทับผ่าน มือจับมีดเล่มยาวจ้วงแทงทะลุช่องท้องของชายชรา
เมื่อมองลงไปก็เห็นปลายมีดโผล่ออกมาจากเนื้อเหลือซึมแดงฉานเป็วงกว้าง ผิวมีดสะท้อนแสงมันวาววิบวับจากนั้นสองขาชายชราจึงซวนเซอ่อนแรงหงายหลังทับไหซีอิ๊วด้านหลังดวงตาเบิกโพลงมองคนลงมือราวกับจะสลักจดจำว่าผู้ใดสังหารตน แล้วติดตามล้างแค้นไปทุกพบทุกชาติอย่างไรอย่างนั้น
ชายหน้าไฝมองดูชายชราร่างกระตุกติดกันถี่ๆก่อนสิ้นลมหายใจอยู่เพียงชั่วครู่ จากนั้นเงยหน้ากวาดตามองไปรอบๆ ความมืดเมื่อไม่พบสิ่งมีชีวิตใดให้ลงมือฆ่าก็หันหลังแล้วเดินจากไป ขอเพียงฆ่าได้หนึ่งคนก็เหมือนได้ปลอบประโลมความสูญเสียในใจครั้งนี้แล้ว
ผ่านไปพักใหญ่ค่อยได้ยินเสียงแหบแห้งดังสะท้อนก้องในไห"ตะ...ตายแล้วหรือ"
เสวี่ยเฟิ่งโผล่ศีรษะขึ้นมาพลันผงะเมื่อศีรษะชายชราเอียงตกกะทันหัน ใบหน้าแห้งเหี่ยวอีกทั้งดวงตายังเบิกโพลงห่างจากหน้าเขาไม่ถึงคืบ รอจนตั้งสติได้แล้วก็พรูลมหายใจออกมา
...ใจหายใจคว่ำหมด
จากนั้นเสวี่ยเฟิ่งค่อยยกมืออังจมูกจับเส้นชีพจรบนคอ ไม่นานก็เอ่ยอย่างทอดถอนใจ "คิดช่วยก็คงไม่ทันแล้ว"
เสวี่ยเฟิ่งเลื่อนสายตาไปยังมุมสุดของถนนอีกครั้งบริเวณนั้นยังมีเงาคนผ่านไปมาให้เห็นรางๆคิดว่าหากอยู่ที่นี่ต่อตรงนี้คงไม่ได้แล้ว จึงหันกลับไปหาหลินหลานหรูเห็นนางยืนหัวโด่ขึ้นมาแล้ว ทั้งยังหน้าง้ำหน้างอพร้อมจะตีคนได้ทุกเมื่ออีก
"โกรธข้าหรือ" เขาถามนางแต่ได้รับเพียงความเงียบตอบกลับมา เขาเองก็ไม่อยากจะเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์จึงเร่งไปว่า "คุณหนูหลิน ส่งมือมาให้ข้า ข้าจะยกตัวเ้าออกมา"
นิ่ง? นางโกรธเขาเห็นๆดังนั้นเสวี่ยเฟิ่งจึงเอ่ยเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม "อย่าเล่นออกไปข้าจะให้เ้าตีหนึ่งทีดีหรือไม่ อยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัยรีบส่งมือมาให้ข้าเร็ว"
ยามนี้ตัวเสวี่ยเฟิ่งกับหลินหลานหรูถูกศพหนักๆของชายชราขวางกั้นไว้ตรงกลาง ยิ่งเห็นหลินหลานหรูไม่ยอมพูดจายิ่งทำให้เขาหงุดหงิดไปใหญ่ กว่าจะอุ้มนางหนีไฟจนรอดมาได้ก็ทรหดเกินพอแล้วถึงตอนนี้นางยังมางอแงเช่นนี้อีก เขกหัวเลยดีหรือไม่
"คุณหนูหลิน..."เอ่ยได้แค่นั้นก็สะดุด
มารดาเถอะ!
พลันหลินหลานหรูตะเบ็งเสียงร้องไห้
นางขยับตัวไม่ได้นางเกลียดหนอนเป็ที่สุด มันทั้งสกปรกและน่ารังเกียจทุกครั้งที่ขยับเท้าก็จะรับรู้ได้ถึงสิ่งอ่อนนุ่มข้างในนั้น ตัวนางเลยแข็งทื่อตามไปด้วย
หากนางเปิดปากพูดก็จะมีแต่เสียงร้องไห้แหบแห้งดังออกมาแบบนี้อย่างไรเมื่ออดทนอดกลั้นมานาน ท้ายที่สุดก็ะเิออกมา น้ำตาไหลพลั่กราวกับห่าฝน
เสวี่ยเฟิ่งใหันซ้ายหันขวาหาสิ่งแปลกปลอม กังวลยิ่งว่านางเป็อะไรไปทั้งยังกลัวว่าชายหน้าไฝจะได้ยินจึงพยายามเอ่ยปลอบเสียงเบา "คุณหนูหลินเ้าเงียบเสียงหน่อยดีหรือไม่ เ้าบอกข้า เ้าเป็อะไรไปเหตุใดต้องร้องไห้เด็กดีเ้าเจ็บหรือ เจ็บที่ใดให้ข้าดูแผลให้เ้า เ้าอย่าร้องเลยนะ"
โอ๊ย! หลินหลานหรูยิ่งสะอื้นใหญ่ใจเด็กหนุ่มเช่นเขาก็ยิ่งสั่นไหวตาม แพ้น้ำตาเด็กผู้หญิงเป็ที่สุด"หากเ้ายังร้องไม่หยุด ข้าได้ร้องตามเ้าแน่ ...เด็กดีเ้าเชื่อฟังข้าหยุดร้องเถอะนะ"
หลินหลานหรูหยุดร้องไม่ได้เสียงคุณชายเย่านุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งนางยิ่งแหกปากดังกว่าเดิมด้วยความรู้สึกซับซ้อนในใจ หากไม่ติดที่ว่าเสียงไม่ค่อยมีคงดังไปสุดตรอกแล้วกระมัง
เสวี่ยเฟิ่งเห็นว่าไม่ได้การแล้วจึงโน้มตัวไปยกนางขึ้นจากไห พาออกมายืนตรงที่ว่างบนถนนปากก็เอ่ยปลอบพลางปัดคาบซีอิ๊วเน่าขาวเหลือง ดำๆ ออกตามเส้นผมนางคลายเสื้อคลุมสีดำที่ใช้ห่อตัวนางตอนหนีไฟออกมาจับชายผ้าบางส่วนแล้วยกขึ้นเช็ดดวงหน้าเล็กเปื้อนน้ำตาเบาๆ อย่างนุ่มนวล
"ไม่ร้องแล้ว มีข้าอยู่เ้าอย่ากลัวหลานหลันมีข้าปกป้องเ้าเช่นนี้ดีหรือไม่"
ฮึก!เ้าถึงกับเรียกข้าสนิทสนมเช่นนี้ ช่างกล้า! ทว่าเขาเอ่ยเช่นนี้ก็ดีไม่น้อย
หลินหลานหรูพยักหน้าหงึกๆตอนนี้นางต้องพึ่งพาเขาให้มีชีวิตรอด เก็บความไม่ไว้วางใจและความหวาดระแวงในตัวคุณชายผู้นี้เข้าหลืบไปก่อน
หลินหลานหรูหยุดร้องแล้วเสวี่ยเฟิ่งจึงค่อยเบาใจหน่อยเช็ดมือให้นางแล้วหยิบผิงกั่วในถุงผ้าซึ่งห้อยตรงเอวออกมา เดิมทียังเหลือสองลูกลูกหนึ่งใช้ขว้างศีรษะชายฉกรรจ์ในบ่อนตอนต่อสู้ไปแล้วจึงส่งที่เหลืออีกลูกวางบนมือนาง
นางรับไว้ทว่ายังไม่ยอมขยับตัวเช่นเดิม เสวี่ยเฟิ่งถึงกับใจหาย "เ้าาเ็หรือ"
เข้าไม่รอให้นางตอบก้มสำรวจตามตัวนางอีกรอบมีเพียงอกเสื้อที่มีรอยเืไก่เปรอะเปื้อนชุดบุรุษสีน้ำเงินของนางอยู่คิดถึงตรงนี้แล้ว ภาพในบ่อนก็ย้อนกลับเข้ามาในสมอง
ตอนที่สตรีนางนั้นจ้วงมีดคิดแทงชายหน้าไฝไม่นึกว่าชายหน้าไฝจะดึงหลินหลานหรูมาเป็โล่กำบังด้วยระดับความสูงต่างกันมีดจึงเสียบเข้ากลางหน้าอกของนาง
ยามนั้นเสวี่ยเฟิ่งแทบคลุ้มคลั่งนางยืนอยู่ข้างเขาแท้ๆ แต่ยังปล่อยให้นางถูกผู้อื่นดึงตัวไปได้เื่เห็นคนรักตายต่อหน้าแค่ชาติเดียวก็พอแล้วกระมัง
ยังดีที่เืแดงๆนั้นไม่ใช่เืของนาง แต่เป็เืไก่ที่นางคิดเล่นพิเรนทร์พกไว้ในอกเสื้อซ้ำยังมีหยกชิ้นหนึ่งที่นางพกติดตัวช่วยรับแรงมีดเอาไว้ จึงรอดพ้นความตายมาได้
หลินหลานหรูในใจก็คิดไม่ต่างกันตอนนั้นนึกไม่ถึงว่าชายหน้าไฝจะดึงตัวนางไปเช่นนั้นยังดีที่หยกสลักดอกไม้ประหลาดสิบสองกลีบของนางช่วยไว้ทว่าตอนนี้หยกหายไปที่ใดแล้วไม่รู้ได้ บนพื้นห้องโถงในบ่อนนางมองหาจนทั่วก็ไม่พบคงมีผู้ใดเก็บไปเป็แน่
ส่วนคุณชายเย่า นางสงสัยยิ่งคนผู้นี้มีพิรุธ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้มีชีวิตต่อไปได้
เสวี่ยเฟิ่งใช้นิ้วนวดหว่างคิ้วหลินหลานหรูให้คลายออกเบาๆเขาไม่ชอบให้นางคิด ยิ่งนางคิดเื่ยิ่งไปกันใหญ่
เห็นนางถลึงตากลับมาอย่างไม่ชอบใจเขาก็ระบายยิ้มอ่อนโยนส่งให้ จากนั้นคลี่เสื้อคลุมสีดำในมือสะบัดสองสามทีแล้วใช้คลุมไหล่ให้หลินหลานหรู ผูกเชือกตรงคอปกเสื้อให้นางเรียบร้อย
เสร็จจากนั้นจึงย่อตัวลงจับชายชุดบุรุษตัวยาวของนางที่ยาวเฟื้อยลากพื้น ฉีกออกจนรอบจึงได้เห็นว่าขาของนางกำลังสั่น ทั้งยังยืนตะแคงฝ่าเท้าไม่เหยียบลงเต็มๆ
เด็กหนุ่มลอบอมยิ้มคิดว่ารู้สาเหตุแต่ก็ยังกล่าวว่า "เ้าเจ็บหรือ"
เขาพูดพลางยื่นมือไปถอดรองเท้าของนางออกแต่กลับทำให้นางเกือบเสียหลักหกล้ม นางจึงเกาะไหล่เขาไว้ด้วยมือข้างเดียวอีกมือยังถือผิงกั่วจึงไม่ถนัด ประคองทรงตัวอยู่เช่นนั้นต่อมาจึงได้ยินเสียงนางอ้อมแอ้มตอบอย่างแ่เบาว่า "ข้าเกลียดหนอน"
สิ้นสุดคำพูดของนางเท่านั้นเสวี่ยเฟิ่งก็หลุดหัวเราะเบาๆ ไม่แน่ชัดว่าจริงๆ แล้วนางเกลียดหรือกลัวกันแน่
"เมื่อครั้งที่วัดต้าิเพราะเ้าเกลียดถึงได้เหยียบมันซะแหลกละเอียดเต็มฝ่าเท้าอย่างนั้นสิแล้วเหตุใดยามนี้ถึงไม่เหยียบให้แหลกเช่นยามนั้นบ้าง"
หลินหลานหรูขนลุกซู่ขยุ้มนิ้วเท้าด้วยรู้สึกหวาดเสียว ครั้งนั้นนางเหยียบด้วยพื้นรองเท้าไม่รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มน่าขยะแขยง อีกอย่างนางจะบอกเขาได้อย่างไรที่เหยียบไปวันนั้นไม่ใช่แค่เกลียดแต่กลัวคุณหนูเจินหยิบหนอนขึ้นมาแล้วเอามาล้อให้นางกลัวจะทำอย่างไร
ไม่เช่นนั้นคนที่ร้องไห้ต้องเป็นางอย่างแน่นอนมีหวังเจอกันทุกครั้งต้องถูกเจินชิ่วอิงเอาหนอนมาวิ่งไล่ต้อนให้นางร้องไห้ …หมดกัน ภาพลักษณ์สูงส่งของข้า
"วันนั้นไม่เหมือนกันนี่เ้าคะวัน...วันนั้น หนอนมันมีตัวเดียว แต่วันนี้หนอนมันมีหลายตัวข้าเหยียบพวกมันไม่ไหวหรอกเ้าค่ะ"
ที่คุณหนูหลินอยากบอกคือ มันเยอะ? ว่างั้น?
ครานี้เสวี่ยเฟิ่งไม่ได้แค่หัวเราะเบาๆเหมือนก่อนหน้า แต่หลุดปากออกมาเสียงดังพอควร
หลินหลานหรูพลันมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ทุบผิงกั่วลงบนไหล่เด็กหนุ่มรูปงามหนักๆ เสียงหัวเราะถึงได้เงียบไปท้ายที่สุดเสวี่ยเฟิ่งก็ตอบรับอืมไปกับนางด้วย ก่อนเอ่ยประโยคต่อมา"ไม่เป็ไร เ้าเหยียบไม่ไหว ข้าจะช่วยเ้าเหยียบอีกแรง"
หลินหลานหรูส่ายศีรษะดิกๆรีบเอ่ยเร็วไว "ให้ท่านเหยียบคนเดียวก็ได้เ้าค่ะ ข้าเสียสละให้ท่าน"
อุบ๊ะ! นางช่างมีน้ำใจยกหนอนให้เขาเหยียบทั้งหมด เสวี่ยเฟิ่งได้แต่อมยิ้มพลางคิดในใจ เ้ากลัวก็พูดมาเถิดจนแล้วจนรอดก็ยังหาข้อแก้ตัวได้ต่างๆ นานา
เสวี่ยเฟิ่งถอดรองเท้านางออกทั้งสองข้างกระทั่งปัดแล้วเคาะหนอนออกจนหมด จากนั้นค่อยสวมกลับให้นางตามเดิม"ขอบใจเ้าที่เสียสละ เอาไว้ข้าจะเหยียบแทนเ้าทั้งหมดทั้งต่อจากนี้ในวันข้างหน้า ข้าก็จะเหยียบมันแทนเ้าดีหรือไม่"
ประโยคนี้ของเสวี่ยเฟิ่งแน่นอนว่าย่อมมีความหมายแฝงแต่เขาไม่ได้หมายถึงหนอน เป็อย่างอื่นที่กวนใจนางต่างหากถึงตอนนั้นเขาจะกำจัดมันทิ้งให้หมด ไม่มีวันให้มันทำนางร้องไห้เช่นนี้
หลินหลานหรูย่อมเข้าใจแต่เข้าใจไปอีกแบบ ตรงกันข้ามเลยกระมัง นางช่างคิดได้ไกลถึงโน่น..."ขอบคุณคุณชาย"
เสวี่ยเฟิ่งคลี่ยิ้มให้นางอีกครั้งจากนั้นหันไปยังศพชายชรา ซึ่งก่อนขาดใจตายชายชราผู้นี้ถือว่ามีบุญคุณช่วยชีวิตทั้งยังช่วยไล่ชายฉกรรจ์สองคนนั้นให้แม้ถูกแทงก็ยังกระซิบบอกให้พวกเขาอย่าออกจากที่ซ่อน
ดังนั้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายตายไม่สงบเช่นนี้ในใจจึงรู้สึกผิด ยกมือลูบดวงตาชายชราที่เบิกโพลงให้ปิดลง กำฟางบนรถลากมาปิดคลุมอีกต่อรอถึงพรุ่งนี้มีคนมาพบศพคงได้ทำพิธีอย่างถูกต้อง
หลินหลานหรูรับรู้แล้วว่าเสวี่ยเฟิ่งทำสิ่งต่างๆให้นางโดยไม่แสดงท่าทางรังเกียจ จึงรู้สึกโทษเขาไม่ลง เช่นนั้นก็ปล่อยไปก่อนเถิดส่วนศพชายชราผู้นี้ แม้ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นเพื่ออะไร แต่เห็นคนตายไม่อาจปล่อยผ่านคงเป็นิสัยเขากระมัง เื่นี้ก็ปล่อยให้เขาทำไปเถิด
"ไปกัน"เสวี่ยเฟิ่งคว้ามือนุ่มนิ่มเล็กๆ ของหลินหลานหรูมาจับจูงมือนางเดินออกจากตรอกไปด้วยกัน
ต่อมาก็ได้ยินนางเอ่ยถาม"ท่านรู้ทางหรือเ้าคะ"
อึก! ดูถูกกันยิ่ง...แน่นอนว่าหากเป็เมื่อห้าวันก่อนนับจากเข้าเมืองมาเขาไม่รู้ทางหลังจากนั้นไม่มีอะไรทำจึงชวนฉางิสำรวจพื้นที่เล่นๆ จึงรู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและทางออกอยู่ที่ใด "เราอยู่ในตรอกหลังตลาดย่านการค้าเครื่องเคลือบลายครามหากออกไปทางทิศเหนือด้านหลังพวกเราคือตรอกย่านการค้าท่าน้ำที่..." เขาเอียงศีรษะก่อนเบาเสียงลง"ที่เพิ่งหนีมาอย่างไรล่ะ...ส่วนด้านหน้าเป็ย่านสิ่งทอการค้าผ้าจากต่างเมือง"
ในหัวหลินหลานหรูปรากฏแผนที่เป็เส้นๆนางถูกห่อด้วยเสื้อคลุมจนมิดศีรษะพร้อมถูกจับอุ้มออกมา ไม่รู้ทิศรู้ทางซ้ำโผล่จากเสื้อคลุมมาได้ยังมาโผล่ในไหอีกต่อ ความเลวร้ายเช่นนี้ นอกจากสมองประมวลผลแต่เื่กลิ่นเหม็นเน่ากับหนอนตัวเท่าบ้านแล้วก็ไม่มีสมาธิให้คิดสิ่งอื่นใดอีก
"เ้าไม่ต้องห่วงพี่ใหญ่ของเ้าเอาตัวรอดเก่ง คงหาทางรอดกลับถึงจวนได้แล้วกระมัง"
หากเสวี่ยเฟิ่งไม่พูดถึงเื่นี้หลินหลานหรูก็ลืมไปแล้ว"ครั้งล่าสุดท่านเห็นพี่ใหญ่าเ็หรือไม่เ้าคะ" นางเอ่ยประโยคยาวๆเช่นนี้ลำบากมาก ราวกับว่ามีเข็มเล่มเล็กๆ ฝังอยู่ในลำคอ รู้สึกเจ็บระคายกระทั่งน้ำลายยังขมฝาด สู้บ้วนทิ้งดีกว่าทนฝืนกลืนลงไป
"ที่ข้าเห็น เหมือนแขนซ้ายจะหลุดส่วนอื่นข้าเองก็ไม่แน่ใจ…" เสวี่ยเฟิ่งยังพูดต่ออีกหลายประโยคนางเองก็รับฟังอย่างเงียบๆ
จากนั้นหลินหลานหรูก็ไม่เอ่ยถามสิ่งใดอีกเงียบไปและเดินช้าลงทุกขณะ
"เ้าเหนื่อยหรือ"
หลินหลานหรูนิ่วหน้าคล้ายกำลังทนต่อความเ็ปอยู่ แต่ที่หลุดออกจากปากนางมีเพียงแค่"ข้าี้เีเดิน"
เสวี่ยเฟิ่งหยุดกึกกำลังจะยกมือเขกศีรษะนาง แต่ก็ยังค้างไว้ เมื่อเห็นหลินหลานหรูหดคอรอแล้วซ้ำยังมองมือเขาที่เงื้อค้างตาแป๋ว จึงตัดใจเขกนางไม่ลง
ถึงขั้นนี้แล้วนางยังเห็นเขาเป็ศัตรูอีกเคยวางใจกันบ้างหรือไม่ เหตุใดการจะทำให้นางเชื่อใจช่างยากเย็นนัก เช่นนั้นเ้าก็เดินเจ็บเท้าอยู่อย่างนี้เถอะ
หลินหลานหรูเจ็บจริงๆเห็นเขาจะเขกศีรษะนางจึงหดคอตามสัญชาตญาณ ปากไม่ร้องห้ามเพราะกลัวเสียงหมดั้แ่หนีออกจากบ่อนพนัน กระทั่งลงไปอยู่ในไห สมองก็คิดแต่เื่หนอนหลังผ่านพ้นเื่นี้ไปแล้วความรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าพลิกก็เริ่มสำแดงฤทธิ์แต่ไม่อาจแสดงอาการต่อหน้าผู้อื่น
หากศัตรูของนางรู้ว่านางาเ็ต้องคิดเล่นงานอย่างแน่นอน
ทว่าผู้ใดกันเล่าศัตรูนางคนทั้งยุทธภพ?
"คุณชายข้าไม่อยากเดินแล้วเ้าค่ะ"
เสวี่ยเฟิ่งหันมองนางตรงๆนี่ยังไม่พ้นตรอกดิบดี ชายหน้าไฝอาจโผล่มาได้ทุกเมื่อ จะนั่งพักหรือก็ไม่มีทาง"ทนเดินอีกหน่อย ด้านหน้านี้ถนนคนเดินพลุกพล่านข้าจะหารถม้าสักคันส่งเ้ากลับจวน แล้วค่อยเรียกเก็บเงินทีหลัง"
"ข้า...ข้าไม่ชอบคนเยอะเ้าค่ะ"หากเจอคนในยุทธภพจะทำเช่นไร นางเพิ่งก่อเื่ ไม่ดีๆ"เดินอ้อมสักหน่อยคงดีเ้าค่ะ"
เวลานี้หลินหลานหรูรู้สึกเพลียมากๆประสิทธิภาพทางการคิดยังลดต่ำ เริ่มเลอะเลือนและหวาดระแวงสิ่งไม่เข้าท่าปราการป้องกันตัวเองยังเปราะบาง อีกทั้งนางไม่อยากได้ยินเสียงผู้คนพูดกันจอแจมันคล้ายเสียงกระซิบเรียกนางว่าหลี่ถิงเช่นทุกคืนที่นอนฝัน
เสวี่ยเฟิ่งเริ่มขมวดคิ้วให้กับความยุ่งยากนี้แล้ว"คิดจะเดินอ้อม เ้าคงทำใจได้แล้วว่าต้องเดินอีกไกล เช่นนั้นก็เดิน"
เขาจูงมือนางเดินต่อแต่นางขืนตัวไว้ ส่ายหน้าไปมาบอกปฏิเสธ
"คุณชาย" นางกล่าวยิ้มๆดวงตาดำขลับกลมโตเป็ประกายงดงาม "ท่านก็ให้ข้าขี่หลังสิเ้าคะ"
หา? หมดกัน!