……
วิศณีตุลย์เดินเข้าห้องของเธอ และอาเทนติยูสก็เดินตามเข้ามาอย่างติดๆ วิศณีตุลย์ลงนั่งที่เก้าอี้กลางห้องของเธอ อาเทนจึงบอกกับวิศณีตุลย์ไปว่า
“ ตุลย์.. ถ้าเ้าอาร์มมิ่งนั่นจะพาเ้ากลับไปที่จักรวรรดิอาเทนติยูสแล้วล่ะก็ ถ้าแบบนั้นข้าก็จะกลับไปรอเ้าที่บ้านของข้าก่อนก็แล้วกันนะ ถึงข้าจะไม่ค่อยชอบหน้าเ้านั่นสักเท่าไหร่นัก.. แต่เท่าที่ข้าดูจากท่าทางและคำพูดของเขาในตอนที่เรียกเ้าไปคุยด้วยแล้วนั้น.. เ้าอาร์มมิ่งนั่น.. ก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายสักเท่าไหร่หรอก และอีกอย่างในตอนนี้เ้าอาร์มมิ่งก็ได้ส่งจดหมายด่วนไปที่จักรวรรดิของข้า และในตอนนี้.. ตัวของข้าก็มิได้อยู่ที่จักรวรรดิอาเทนติยูสด้วย และข้าก็ไม่้าให้ใครๆร่วงรู้ว่าข้าไม่ได้อยู่ที่บ้านเมืองของข้า เพราะฉะนั้นเ้ารออยู่ที่นี่เพื่อที่จะกลับไปที่จักรวรรดิอาเทนติยูสนะ ” อาเทนติยูสร่ายยาวมาเลยจนวิศณีตุลย์ทำหน้างงๆ
“ แล้วทามมัยท่านม่ายพาฉานไปด้วยล้า ? ( แล้วทำไมท่านไม่พาฉันไปด้วยล่ะ ? ) ” วิศณีตุลย์ถามอาเทน
“ เพราะว่าข้ามาด้วยวิธีการเทเลพอร์ตน่ะสิ และเ้าไม่มีแม้กระทั่งมานาในตัวเอง แถมร่างกายบอบบางแบบนี้ อาจจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าเ้าอยากจะให้ข้าพาเ้าไปโดยวิธีการนี้แล้วล่ะก็ เ้าก็จะต้องฝึกฝนร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันก่อน เพราะขนาดตัวข้าที่เดินทางด้วยวิธีนี้ ยังคงมีอาการมึนๆงงๆและคลื่นไส้และเวียนหัวจนอาเจียนเลยใน่แรกๆ ข้าเป็ห่วงเ้ามากนะ ตุลย์ของข้า.. ” อาเทนอธิบายเหตุผลให้วิศณีตุลย์ฟัง
วิศณีตุลย์พอได้ฟังเหตุผลของอาเทนติยูสแล้ว เธอก็เลยเข้าใจเขามากขึ้น และอีกอย่างวิศณีตุลย์ก็อยากที่จะเรียนเวทมนตร์เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเองบ้าง
" ท่านอาเทน ฉานยากเลียเวทโมบ้างขา จาด้ายอาวไว้ป้องกานตัวเองได้ขา ( ท่านอาเทน ฉันอยากเรียนเวทมนตร์บ้างค่ะ จะได้เอาไว้ป้องกันตัวเองได้ค่ะ ) " วิศณีตุลย์บอกความ้าของเธอให้แก่อาเทนฟัง
อาเทนติยูสได้ฟังดังนั้น เขาก็ขอสร้อยคอของเธอที่สวมใส่อยู่ วิศณีตุลย์ก็ถอดออกมาให้แก่อาเทน
อาเทนติยูสรับสร้อยเส้นนั้นมา เขาเอาถุงหนังใบเล็กๆที่พกเอาไว้ที่ข้างลำตัวของเขา พร้อมทั้งหยิบสิ่งของข้างในถุงหนังใบนั้น มันคือผงอะไรสักอย่างที่มีความแวววาวและวิบวับ ใช่แล้วค่ะ!!.. มันคือเกล็ดหินเวทย์นั่นเอง!!
อาเทนติยูสนำผงของเกล็ดหินเวทย์มาโรยใส่สร้อยคอของวิศณีตุลย์ และร่ายเวทย์อันศักดิ์สิทธิ์
" Hagarastyyyyy.... OooooMooo... "
หลังจากที่ร่ายเวทย์กำกับไว้แล้ว ก็ได้เกิดกลุ่มควันจางๆ ที่กำลังค่อยๆห่อหุ้มสร้อยคอทั้งเส้นของวิศณีตุลย์อยู่ เพียงแค่พริบตา.. กลุ่มควันที่ก่อตัวอยู่ในขั้นตอนแรกนั้นก็ถูกจี้ที่เป็รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และมีน้ำสีแดงบรรจุอยู่ข้างในหลอดแก้วเล็กๆนั้น!!.. ก็ได้ดูดเอากลุ่มควันทั้งหมดเข้ามา เหมือนกับว่าจี้ได้ดูดเอาควันหายไปหมดเลยนั่นเอง หลังจากนั้น อาเทนติยูสจึงหยิบเอาสร้อยเส้นนั้น และนำ มาสวมใส่ให้แก่วิศณีตุลย์เช่นดังเดิม..
วิศณีตุลย์รู้สึกประทับใจในท่าทางที่เธอนั้น.. ได้โดนอาเทนติยูสได้ใส่สร้อยให้เธอ มันเหมือนฉากที่พระเอกใส่สร้อยนางเอกหรือใส่สร้อยให้คนที่เขารักเลย
" นี่คือ.. สิ่งที่มีเอาไว้เพื่อป้องกันตัวของเ้า จะไม่มีผู้ใดที่มาทำอันตรายเ้าได้ แต่เวลาที่เ้าจะใช้งานนั้น เ้าจะต้องจับสร้อยเส้นนี้ หรือว่าจับตรงจี้ก็ได้ และแค่เอ่ยชื่อของข้า เ้าก็จะพ้นอันตราย "
" มานจาปล่อยะเิส่ายฉายหมาย ? ( มันจะปล่อยะเิใส่ฉันไหม ? ) " วิศณีตุลย์ถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
" ไม่.. สิ่งนี้แค่จะทำให้เ้าหายตัวได้ และอาจเคลื่อนย้ายเ้าไปอีกที่ที่หนึ่งที่ไม่ใช่จุดที่เกิดเหตุ.. แค่นั้น!! " อาเทนติยูสบอก
" เหมือนการเทเลพอร์ตอย่างน้านหรือ ? หนาท่านบอกว่ามานอันตรายยางงายเล่า ? ( เหมือนการเทเลพอร์ตอย่างนั้นรึ ? ไหนท่านบอกว่ามันอันตรายยังไงเล่า ? ) " วิศณีตุลย์ยังสงสัยอีก
“ แค่คล้ายๆน่ะ.. แต่ไม่เหมือน.. เพราะว่าเคลื่อนย้ายไปในอีกที่ที่ใกล้ๆกัน แต่สามารถให้เ้าได้หนีหรือแอบซ่อนตัวได้ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ และเ้าก็อย่าใช้มันเล่นๆนะ เพราะว่ามันมีอายุในการใช้งาน " อาเทนติยูสบอก
" อายุการช้ายงาน ? แล้วมานช้ายด้านกี่ค้างล้าขา ? ( อายุการใช้งาน ? แล้วมันใช้ได้กี่ครั้งล่ะคะ ? ) "
" อืม.. ข้าก็ไม่เคยนับซะด้วยสิ..!! น่าจะร้อยครั้งได้ล่ะมั้ง " อาเทนติยูสทำหน้านึกถึงอายุของการใช้งานของเวทมนตร์ที่ตัวเขาลงอาคมไว้ให้กับสร้อยของวิศณีตุลย์เพื่อไว้ให้ปกป้องเธอ..
" ฉานจาช้ายย่างระวังขา ( ฉันจะใช้อย่างระวังค่ะ ) " วิศณีตุลย์บอกกับอาเทนติยูสอย่างเข้าใจ
“ และข้าก็จะได้กลับบ้านเมืองของข้าไปก่อนอย่างสบายใจ และรอเ้ากลับมาหาข้านะตุลย์.. ” อาเทนติยูสค่อยๆบรรจงจับปอยผมของวิศณีตุลย์มาอย่างเบามือ เขาััถึงความนุ่มลื่นของเส้นผมของเธอได้เป็อย่างดี
วิศณีตุลย์เริ่มเข้าใจแล้วล่ะว่า.. อาเทนติยูสนั้นคงจะเริ่มชอบในตัวของเธอเพิ่มขึ้นมาแล้วแน่ๆ เนื่องด้วยเธอใช้วิจารณญาณจากการที่อาเทนได้ปฎิบัติแก่เธออย่างนุ่มนวล และเป็ห่วงเป็ไยต่อความปลอดภัยของเธอขนาดนี้..
ซึ่งในดินแดนแห่งนี้อาจจะมีพวกที่ชอบการโกหก แต่สังคมของพวกเขาก็ไม่ได้เปิดกว้าง แบบโลกที่เธอเคยอยู่ในยุคปัจจุบัน ผู้คนที่นี่จึงดูซื่อสัตย์กว่ากันมาก ทั้งสายตา อาการ และคำพูดจะบ่งบอกถึงความจริงใจ แม้ว่าจะพูดปดโกหกก็จะมองได้ออกเลยว่าคนผู้นั้นได้โกหกออกมา..
และที่อาเทนติยูสได้แสดงออกกับวิศณีตุลย์ในครั้งนี้ เธอจึงได้เข้าใจในทันทีว่าอาเทนเป็ห่วงเธอจากใจจริง ซึ่งวิศณีตุลย์นั้นก็รู้สึกดีเป็อย่างมากเพราะั้แ่พ่อและแม่ของเธอได้จากไปั้แ่ตอนที่เธอยังเป็เด็กๆ วิศณีตุลย์ก็ไม่เคยได้รับความรักและความห่วงใยจากผู้ใดอีกเลย.. ทั้งๆที่ในชีวิตของเธอนั้นจะต้องคอยโกหกเป็พวก 18 มงกุฎอยู่ตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอดและเพื่อเงินมาเลี้ยงชีพของตนเอง..
“ ขาท่านอาเทน ฉานจากลับปายหาท่าน ด้ายโปรดรอฉานด้วยน้าขา ( ค่ะท่านอาเทน ฉันจะกลับไปหาท่าน ได้โปรดรอฉันด้วยนะคะ ) ” วิศณีตุลย์พูดพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ
“ ข้าจะรอเ้าที่บ้านของข้า.. ข้าไปก่อนนะตุลย์ ”
อาเทนติยูสฝืนใจของตน และเดินจากมา เขาตรงรี่ออกไปหาลาทส์ที่ยืนเฝ้าอยู่ที่บนต้นไม้ ที่เขาได้สั่งเอาไว้ั้แ่ตอนแรกที่มาถึงที่คฤหาสน์ไวท์ อาเทนส่งสัญญาณให้ลาทส์รู้ตัว ลาทส์เลยลงจากต้นไม้ต้นนั้นเพื่อที่จะมาคุยกับอาเทน
“ เมื่อครู่ข้าเห็นท่านด้วยขอรับ.. แล้วคนที่อยู่ในห้องก็ยังคงนั่งอยู่.. รู้สึกว่าจะนั่งทำงานอยู่ ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยขอรับท่านผู้นำ ” ลาทส์รีบรายงานในสิ่งที่เขาได้เฝ้าสังเกตการณ์ไป
“ เราสองคนไปในที่เงียบสงบกว่านี้กัน.. เพื่อที่จะทำการเทเลพอร์ตกลับไปยังจักรวรรดิอาเทนติยูสกันดีกว่า.. ” อาเทนบอกกับลาทส์
“ แล้วท่านผู้นำจะไม่ช่วยท่านเลดี้หรือขอรับ ? ” ลาทส์สงสัย
“ เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกัน.. แต่ตอนนี้เราต้องกลับบ้านกันก่อน ไปเร็ว!! ” อาเทนพูดตัดบท
อาเทนติยูสและลาทส์เดินหาที่ที่เงียบสงบและไร้ผู้คนซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับคฤหาสน์ไวท์นั่นแหละ แต่เป็ชายป่าแถวๆนั้น แล้วเขาทั้งสองคนก็คลายเวทย์พลางตัวของพวกเขาออก หลังจากนั้น ทั้งอาเทนติยูสและลาทส์ก็ได้ทำการเทเลพอร์ตเพื่อที่จะได้กลับไปยังจักรวรรดิอาเทนติยูสของเขาต่อไป..
…….
ณ ที่จักรวรรคอินเทอร์โฟ
ได้มีม้าเร็วมาส่งข่าวให้กับท่านผู้นำ ไรเทนต์ อาซเตอร์ แต่ในตอนนี้.. ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมืองของไรเทนต์ยังคงไม่ให้ผู้ที่เป็ม้าเร็วนั้นได้เข้าไป และยังคงให้เฝ้ารออยู่ที่หน้าประตูเมืองอยู่อย่างนั้น
“ เอ่อ.. ท่านทหารที่เฝ้าประตู ข้าน้อยมีสารจากต่างเมืองมาขอรับ มาจากแคว้นฮัมเบิร์ตนะขอรับ ด่วนมากๆ ขอข้าน้อยได้ไปส่งสารและเข้าพบท่านผู้นำไรเทนต์ด้วยขอรับ ” ม้าเร็วที่นำสารมาส่งะโร้องบอกกับเหล่าทหารที่เฝ้าอยู่ที่หน้าประตู
พวกทหารที่เฝ้าหน้าประตูยืนมองแต่ก็ไม่สนใจในตัวของม้าเร็วเลยสักนิด เพราะพวกเขาได้รับคำสั่งว่าถ้ามีข่าวสารอะไรที่มาจากแคว้นฮัมเบิร์ตให้รออยู่ด้านนอกอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะไปรายงานให้ท่านผู้นำไรเทนต์ก่อนและให้ท่านอนุญาตถึงจะสามารถนำสารนั้นเข้ามาได้..
ม้าเร็วก็ต้องรออยู่นานเกือบๆครึ่งวันกว่าจะได้เข้าไปได้ เขาเหนื่อยและร้อนจากการที่ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูเมืองเป็เวลานานอย่างมาก..
และพอได้เข้ามาเจอกับท่านผู้นำไรเทนต์ ม้าเร็วคนนั้นก็ได้ส่งสารเร่งด่วนให้แก่เขาไป.. ทหารเดินไปรับมาและแกะอ่านให้แก่ท่านไรเทนต์ฟังว่า
‘ ข้าผู้น้อย ชื่อกัสต้า จากแคว้นฮัมเบิร์ต ข้าได้พบและช่วยท่านผู้หญิงผมสีดำเอาไว้ และข้ารู้ความ้าของท่าน ข้าได้เก็บตัวนางไว้ให้ท่านเพื่อแลกกับเงินรางวัลเหรียญทองที่ท่านได้ติดประกาศเอาไว้ ไม่ทราบว่าเป็เื่จริงหรือเปล่า ? แต่ที่แน่ๆ ข้าน้อยได้แนบการ์ดเชิญมางานเลี้ยงเปิดตัวของทายาทตระกูลอาร์เมียส เพื่อพบปะและสังสรรค์เพื่อพูดคุยธุระกัน และเพื่อมิให้ผู้คนได้สงสัยจะไม่มีใครรู้ว่าท่านมาด้วยธุระอันใด ? จะมีก็แต่.. การต้อนรับท่านในฐานะแขกรับเชิญแต่เพียงเท่านั้น!!.. ขอรับกระผม ถ้าท่านผู้นำสนใจและใคร่อยากจะคุยเื่ธุรกิจด้วยกันกับข้าแล้ว ขอให้ท่านฝากบอกมาแก่ม้าเร็วของข้ามาได้เลยขอรับ ’
ไรเทนต์ อาซเตอร์ได้ฟังดังนั้น จากการที่เขานั่งอยู่บนเก้าอี้บัลลังก์ที่อยู่บนแท่นสูงจากพื้นห้อง ด้วยท่าทางสบายๆอารมณ์อย่างไรเทนต์ ( คือนั่งเอนเอียงไปที่ท้าวแขนยกมือขึ้นท้าวคางด้านข้างตรงแก้มข้างขวาของเขา และชันเข่าข้างซ้ายขึ้นมาบนเก้าอี้และเอนตัวพิงพนักอย่างนั้น ) เขาก็ได้ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นมานั่งหลังตรงอย่างช่วยไม่ได้
ไรเทนต์ครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก็ได้เอ่ยปากบอกกับม้าเร็วไป
“ นี่เ้า!! จงนำความของข้าไปบอกแก่นายของเ้าว่า ข้าตกลงไปที่งานเลี้ยง.. ตามคำเชิญ!! ” ไรเทนต์เปล่าประกาศด้วยสุรเสียงอันก้องกังวานจนม้าเร็วที่ได้นั่งฟังและเหล่าทหารที่ได้นั่งอยู่ในห้องนั้นต่างก็ต้องสะดุ้งเฮือกกันไปเป็การใหญ่
ด้วยพละและกำลังความสามารถของไรเทนต์นั้น ที่จักรวรรดิอินเทอร์โฟถึงจะเป็แค่เกาะและมีแต่น้ำทะเลล้อมรอบอยู่ในทุกๆด้านนั้น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครมีความสามารถรุกรานได้ ทั้งๆที่แผ่นดินก็ไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลอะไรสักหน่อย
อีกทั้งหน่วยทหารของไรเทนต์ต่างก็มีอยู่เป็กลุ่มๆแบบกลุ่มกองโจรทั้งหลาย จึงทำให้พวกที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้มีความกล้าและบ้าบิ่น อีกทั้งยังโเี้ต่อศัตรูคู่อาฆาตมากนัก แต่พวกกลุ่มโจรในที่นี่แทบจะทุกคนกลับรักและจงรักภักดีต่อไรเทนต์อาซเตอร์มากยิ่งนัก
เนื่องด้วยจักรวรรดิอินเทอร์โฟนั้นเป็เกาะที่กว้างใหญ่ และมีทรัพยากรที่สำคัญๆจนใครๆนั้นก็ต่างอยากจะได้ และอยากจะทำการค้าด้วย แต่ไรเทนต์ไม่้าทำการค้ากับใครเพราะเค้า้าปิดเมืองของเขาโดยสมบูรณ์เพื่อป้องกันคนจากภายนอกที่จะมาทำลายความสงบสุขของประชาชนของพวกเขา และอีกอย่างที่แคว้นฮัมเบิร์ตซึ่งมีตระกูลไวท์เป็ผู้นำอยู่แล้วนั้นได้เคยเป็สหายในวัยเด็กของไรเทนต์อีกด้วยนั้น ก็ได้เปิดตลาดเสรีอยู่แล้ว จึงเป็เื่ที่ง่ายกว่าถ้าประชาชนของเค้า ( หมายถึงของไรเทนต์ ) จะเดินทางมาที่แคว้นฮัมเบิร์ตเพื่อมาทำการค้าขาย ไรเทนต์ก็ไม่ได้ว่ากระไร แต่จะมีการทำเป็หนังสือสัญญาและตรา เพื่อให้เข้าและ ออกจากเมืองได้โดยง่าย แต่คำว่าง่ายของไรเทนต์นั้นก็คือ.. ต้องรอให้เขาอนุญาตเสียก่อน หรือรอครบจนหมดวันก่อนถึงจะเข้าเมืองมาได้นั่นแหละ
จึงทำให้การขนสินค้าไปค้าขายที่ข้างนอกถิ่นฐานนั้นจึงเป็เื่ที่ยุ่งยาก และซับซ้อน แถมยังน่าเบื่อในการที่จะต้องมานั่งรอคอย จึงมีการแอบลักลอบขนย้ายกันอยู่บ่อยๆ เพราะพวกกลุ่มและกองโจรที่จักรวรรดิอินเทอร์โฟนี้มีอยู่มากมายจนเต็มไปหมด
ซึ่งในบางเขต ไรเทนต์ก็รู้ดี แต่ว่าปล่อยไป.. เพราะมันไม่ค่อยสำหลักสำคัญอะไรกับจักรวรรดิอินเทอร์โฟนัก และแต่ละเขตในดินแดนแห่งนี้จะมีอยู่ 7 เขตด้วยกัน และในแต่ละเขตจะมีนายทหารยศแม่ทัพประจำกองไว้อยู่ในทุกๆเขต โดยจะลดหลั่นความสามารถกันไปตามความสำคัญของป้อมปราการที่เอาไว้ประจำในแต่ละเขต
อย่างเขตที่หนึ่งนั้นอยู่ใกล้ตัวเมืองเป็ที่สุด และมีความสำคัญมากพอๆกับเป็หน้าด่านให้กับประตูเมืองและมีป้อมปราการที่สำคัญอยู่ตรงแถวๆท่าเรือที่จะนำไปยังดินแดนต่าง ๆจะต้องผ่านจุดนี้ไป ทหารยศแม่ทัพผู้นั้นก็คือ อากัสโซ่ กริชซึ่งเป็คนสนิทกับท่านผู้นำไรเทนต์นั่นเอง..