บทที่เก้า
จบงาน ณเมืองเสวียนเทียน
ค่ำคืนนี้เมืองเสวียนเทียนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่นหลังจากที่พวกเขาเดินทางมาอย่างยาวนานในที่สุดก็ได้มาถึงเมืองที่เป็บ้านเกิดของอดีตอัครเสนาบดีเสียทีเมืองชายแดนอันเงียบสงบล้อมรอบไปด้วยูเาและป่าไม้
เมื่อคณะของหลี่รุ่ยหลินเดินทางเข้ามาในเมืองทุกอย่างก็เป็ไปอย่างราบรื่นพวกชาวเมืองต่างให้การต้อนรับเป็อย่างดีพวกเขาเคารพอัครเสนาบดีหวังซึ่งเป็บุคคลที่มีชื่อเสียงและทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน เ้าเมืองเสวียนเทียนได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นเพื่อเป็การขอบคุณหลี่รุ่ยหลินและพี่น้องสำนักคุ้มภัยที่ช่วยคุ้มกันและดูแลความปลอดภัยของอดีตอัครเสนาบดีมาตลอดการเดินทาง
งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นที่จวนของเ้าเมืองทั้งจวนประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสีและดอกไม้สดที่ถูกจัดอย่างสวยงามกลิ่นหอมของอาหารที่ถูกปรุงอย่างประณีตลอยฟุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะถูกจัดเรียงด้วยอาหารเลิศรสจากทั่วสารทิศไม่ว่าจะเป็เนื้อสัตว์ย่างรสเลิศ น้ำแกงสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยาช่วยฟื้นบำรุงร่างกายและผลไม้สดใหม่จากสวนในท้องถิ่น
หลี่รุ่ยหลินในชุดเครื่องแต่งกายที่งดงามตามแบบที่เหล่าสตรีสวมใส่กันเดินไปยังโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขานางได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอัครเสนาบดีหวังและพี่น้องสำนักคุ้มภัยที่นั่งอยู่รอบโต๊ะหวังข่ายนั่งอยู่ข้าง ๆ หลี่รุ่ยหลินสายตาของเขาที่เห็นนางงดงามอย่างไม่เคยเป็มาก่อนก็ถึงกับค้างไปชั่วขณะ
"ข้าขอขอบคุณเ้ามากที่ช่วยคุ้มครองและดูแลข้ากับทุกคนในระหว่างการเดินทางข้ารู้ว่ามันไม่ใช่เื่ง่าย ไหนพวกเราจะต้องมาเจอโจรปล้นกลางทางอีกแต่พวกเ้าก็สามารถจัดการกับโจรพวกนั้นได้ ยอดเยี่ยมจริง ๆ"อัครเสนาบดีหวังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งจากนั้นยกจอกสุราขึ้นมาเพื่อดื่มขอบคุณ
หลี่รุ่ยหลินยกจอกสุราขึ้นพร้อมรอยยิ้ม"ขอบคุณท่านอัครเสนาบดีสำหรับความไว้วางใจและการต้อนรับอย่างอบอุ่นในคืนนี้ข้าและพี่น้องสำนักคุ้มภัยถือเป็เกียรติที่ได้รับหน้าที่นี้ข้าขอดื่มเพื่อขอบคุณท่านและชาวเมืองเสวียนเทียนเช่นกันเ้าค่ะ"
เสียงจอกสุราที่กระทบกันดังกังวานไปทั่วโต๊ะพี่น้องสำนักคุ้มภัยทุกคนต่างยกจอกสุราของตนขึ้นเพื่อดื่มฉลองการดื่มสุราในคืนนี้ไม่ใช่แค่การดื่มเพื่อฉลองความสำเร็จในการเดินทางแต่ยังเป็การขอบคุณและเคารพต่อหัวหน้าสำนักของพวกเขาที่นำพาพวกเขามาจนภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
หวังข่ายมองหลี่รุ่ยหลินด้วยความชื่นชมั้แ่นางเดินเข้ามาสายตาของเขาก็ไม่ละไปจากนางเลยหญิงสาวแข็งกร้าวที่เขาเห็นมาตลอดหลายวันนั้นมาบัดนี้กลับกลายเป็หญิงสาวที่อ่อนช้อยงดงามทำเอาหัวใจของเขาเต้นไม่เป็จังหวะเลยทีเดียว
"เ้าดื่มเก่งจริงๆ นะ"หวังข่ายพูดด้วยรอยยิ้มขณะที่เขาเห็นหลี่รุ่ยหลินดื่มสุราอย่างต่อเนื่อง
หลี่รุ่ยหลินหัวเราะเบาๆแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย "ในฐานะหัวหน้าสำนักข้าต้องสามารถทนรับทุกสถานการณ์ได้แม้กระทั่งการดื่มสุราในงานเลี้ยง"
หวังข่ายยิ้มรับ"ไม่ใช่ว่าแอบดื่มั้แ่ยังเด็กหรอกหรือ"
หลีรุ่ยหลินขมวดคิ้วโก่งงามของนางให้เขาคราหนึ่งแล้วกล่าว"เป็เื่ธรรมดาอยู่แล้วทั้งสำนักมีแต่บุรุษ มีท่านแม่กับข้าเป็สตรีเพียงแค่สองคนหากข้าจะทำอะไรเช่นที่บุรุษทำกันย่อมไม่แปลก"
"ข้าเพียงแต่ล้อเ้าเล่นเ้าทำเป็จริงจังไปได้" หวังข่ายกล่าวด้วยน้ำเสียงแกมหยอกล้อ
บรรยากาศในงานเลี้ยงเป็ไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่นพี่น้องสำนักคุ้มภัยต่างพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานหลี่รุ่ยหลินได้รับคำขอบคุณและคำยกย่องจากทุกคนในงานไม่ว่าจะเป็ชาวเมืองหรือพี่น้องสำนักคุ้มภัยทุกคนต่างชื่นชมในความสามารถและความมุ่งมั่นของนาง
ในยามเช้าที่บ้านอดีตอัครเสนาบดีหวังเมืองเสวียนเทียนกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหลังจากที่พี่น้องสำนักคุ้มภัยได้พักฟื้นและฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนานหลี่รุ่ยหลินรู้ว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องเดินทางกลับสู่สำนักของตนแล้วนางจึงเริ่มต้นเตรียมตัวและจัดขบวนการเดินทางอีกครั้ง
ใน่เวลาที่พวกเขากำลังจัดเตรียมสิ่งของหลี่รุ่ยหลินได้เข้าไปกล่าวลากับอดีตอัครเสนาบดีหวังและหวังข่ายนางยืนอยู่ตรงหน้าสองพ่อลูกด้วยท่าทีที่สงบและมั่นคง"ข้าและพี่น้องสำนักคุ้มภัยขอขอบคุณท่านอัครเสนาบดีสำหรับการต้อนรับและการดูแลใน่เวลาที่พวกเราได้พักที่นี่แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องกลับแล้ว"
อัครเสนาบดีหวังพยักหน้าและยิ้มอย่างอบอุ่น"ข้าขอให้พวกเ้าเดินทางกลับอย่างปลอดภัยหลี่รุ่ยหลิน…เ้าเป็ผู้นำที่มีความสามารถจงตั้งใจสืบสอดสำนักต่อจากบิดาและพี่ชายให้ดี"
หลี่รุ่ยหลินโค้งคำนับอย่างเคารพ"ขอบคุณท่านอัครเสนาบดี ข้าจะทำให้ดีที่สุดเ้าค่ะ"
จากนั้นนางก็หันไปหาหวังข่าย"ข้าคิดว่าคุณชายหวังจะพักที่นี่กับบิดาท่านอีกสักระยะหนึ่งก่อนจึงค่อยเดินทางกลับเสียอีกแต่เห็นว่าท่านเตรียมตัวออกเดินทางพร้อมกับพวกเราข้าไม่แน่ใจว่าท่านได้ตัดสินใจเช่นนั้นจริงหรือ"
หวังข่ายยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับ"ใช่ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะเดินทางกลับไปพร้อมกับพวกเ้า"
หลี่รุ่ยหลินเงียบไปชั่วขณะก่อนจะกล่าวต่อ"หากท่านตั้งใจจะเดินทางกลับไปพร้อมกับพวกเราข้าก็ไม่มีปัญหาแต่ข้าต้องบอกท่านไว้ก่อนว่าหากเกิดเหตุอันใดขึ้นท่านจะต้องพึ่งพาตนเองเพราะการเดินทางกลับนี้ไม่ได้มีสัญญาจ้างใด ๆ ระหว่างพวกเรา"
หวังข่ายหัวเราะเบา ๆ"ถ้าเช่นนั้นข้าจะจ้าง เ้าตกลงค่าจ้างมาเลย"
หลี่รุ่ยหลินมองหวังข่ายด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความท้าทายและความงุนงง"หากว่าท่านคิดดีแล้วข้าก็จะคิดค่าจ้างแค่สามส่วนของค่าจ้างขามาก็แล้วกันเพราะถึงอย่างไรพวกเราพี่น้องสำนักคุ้มภัยก็จะเดินทางกลับกันอยู่แล้ว"
หวังข่ายยิ้มและตอบตกลงทันที "ตกลงข้าจะจ่ายค่าจ้างตามที่เ้าว่ามา"
เมื่อการเจรจาสิ้นสุดลงทั้งสองต่างรู้สึกถึงความผูกพันที่เริ่มลึกซึ้งมากขึ้นในใจของตนเองแม้ว่าหลี่รุ่ยหลินจะรักษาท่าทีในฐานะที่เป็หัวหน้าสำนักคุ้มภัยและมีความรับผิดชอบที่หนักหน่วงแต่ความใกล้ชิดระหว่างนางกับหวังข่ายก็ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ในขณะที่คณะสำนักคุ้มภัยเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยและพร้อมที่จะออกเดินทางอดีตอัครเสนาบดีหวังก็ออกมาส่งพวกเขาที่หน้าประตูบ้าน"ขอให้เดินทางกลับอย่างปลอดภัยข้าขอให้เ้าโชคดีและหวังว่าเราจะได้พบกันอีก"
หลี่รุ่ยหลินโค้งคำนับอย่างสุภาพให้เขาอีกครั้ง"ขอบคุณท่านอัครเสนาบดีข้าขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงและขอให้ท่านได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขเ้าค่ะ"
คณะสำนักคุ้มภัยเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากเมืองเสวียนเทียนหลี่รุ่ยหลินขี่ม้าอยู่หน้าขบวนขณะที่หวังข่ายตามมาเคียงข้างนางหวังข่ายรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เพิ่มขึ้นในใจเมื่อได้อยู่ใกล้หลี่รุ่ยหลินอีกครั้ง
ขบวนสำนักคุ้มภัยเคลื่อนตัวออกจากเมืองเสวียนเทียนอย่างราบรื่นพวกเขามุ่งหน้าสู่เส้นทางที่ต้องผ่านหุบเขาเล็ก ๆ ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้หนาทึบหลี่รุ่ยหลินยังคงเป็ผู้นำขบวนขี่ม้านำหน้าทุกคนสายตาของนางจับจ้องมองไปยังเส้นทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ขณะที่หวังข่ายขี่ม้าเคียงข้างนางคอยพูดคุยเบา ๆ เพื่อคลายความเงียบเหงาของการเดินทาง
ทว่าเมื่อพวกเขาเดินทางมาได้ไม่ไกลจากเมืองเสวียนเทียนสัญชาตญาณของหลี่รุ่ยหลินก็เริ่มเตือนถึงความไม่ปลอดภัยนางหยุดม้าทันทีและเงี่ยหูฟัง บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบา ๆที่น่าแปลกใจคือการที่ไม่มีเสียงนกหรือเสียงสัตว์ใด ๆ เลย นางรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล"หลี่รุ่ยหลินเอ่ยเสียงต่ำพร้อมกับหันไปบอกพี่น้องสำนักคุ้มภัยให้เตรียมพร้อม
หวังข่ายสังเกตเห็นสีหน้าของหลี่รุ่ยหลินที่แสดงถึงความระมัดระวังเขาถามด้วยความเป็ห่วง "เกิดอะไรขึ้น เ้ารู้สึกถึงอะไร"
หลี่รุ่ยหลินพยักหน้า"ข้าััได้ถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง พวกเราควรเตรียมพร้อมพี่น้องทุกคนตั้งรับ!"
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวก็ดังขึ้นจากทุกทิศทางพวกเขาเห็นเงาดำของคนหลายสิบคนที่ขี่ม้าล้อมรอบขบวนเดินทางหลี่รุ่ยหลินจ้องมองไปยังผู้นำของพวกมัน
จงเหยียนหัวหน้ากลุ่มโจรยิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อเห็นหลี่รุ่ยหลิน
"หลี่รุ่ยหลิน…หัวหน้าสำนักคุ้มภัยคนใหม่อย่างนั้นหรือ"จงเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม"ครั้งที่แล้วเ้าเป็คนทำให้ลูกน้องข้าตายไปกว่าห้าสิบคนวันนี้ข้าจะมาแก้แค้นแทนพวกมันและข้าจะฆ่าเ้าให้ตายตามพ่อกับพี่ชายของเ้าไปด้วย"
หลี่รุ่ยหลินมองจงเหยียนด้วยสายตาเยือกเย็นจากคำพูดของมันนางก็รู้ได้ทันทีว่าหัวหน้าโจรผู้นี้แหละคือจงเหยียนคนที่ฆ่าบิดาและพี่ชายของนางความแค้นทำให้นางโกรธจัดจนแทบจะพุ่งตัวเข้าใส่จงเหยียนให้รู้แล้วรู้รอด"ข้าต่างหากที่จะแก้แค้นให้กับพ่อและพี่ชายของข้าข้าจะตีร่างเ้าให้แหลกไม่มีชิ้นดี"
จงเหยียนเห็นหลี่รุ่ยหลินเพียงแวบเดียวความชอบพอก็พลุ่งพล่านขึ้นมาภายในใจของมันความคิดชั่วร้ายเกิดก็บังเกิดขึ้นมาในทันทีมันกระซิบบอกลูกน้องที่อยู่ข้างกาย "อย่างไรก็ต้องจับตัวนางกลับไปให้ได้ นางจะต้องตกเป็ภรรยาของข้า"
ลูกน้องของจงเหยียนต่างรู้จักนิสัยหัวหน้าของตนดีพวกมันพยักหน้าเข้าใจในความคิดของจงเหยียนโดยไม่ต้องพูดมากและในทันทีที่จงเหยียนออกคำสั่งพวกโจรก็เริ่มบุกเข้ามายังขบวนของสำนักคุ้มภัยทันที
หลี่รุ่ยหลินเห็นการเคลื่อนไหวของพวกโจรก็รู้ได้ว่าต้องมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้งนางไม่รอช้ากระชับทวนที่ถืออยู่ในมือให้มั่นจากนั้นก็ะโสั่งพี่น้องในสำนักคุ้มภัย"ทุกคนเตรียมพร้อม! พวกโจรจะบุกเข้ามาล้อมพวกเราอีกครั้ง ระวังตัวด้วย"
พี่น้องสำนักคุ้มภัยต่างตั้งท่ารับมืออย่างมั่นคงอาวุธในมือของพวกเขาพร้อมที่จะต่อกรกับโจรที่กำลังวิ่งเข้ามาหวังข่ายเองก็ไม่รอช้าปลดกระบี่อ่อนที่พันรอบเอวออกมากระบี่เล่มนั้นยืดออกจากร่างกายของเขาอย่างคล่องแคล่วเสียงกระบี่ที่เรียวบางราวกับสายน้ำเคลื่อนที่ในอากาศนั้นสร้างความหวาดหวั่นให้กับพวกโจรไม่น้อย
จงเหยียนจับจ้องมองไปยังหลี่รุ่ยหลินเพียงคนเดียวความ้าในตัวนางทำให้มันเร่งเร้าเข้าสู่สนามรบโดยไม่คิดจะรั้งรอมันพุ่งตรงไปหานางด้วยความดุดันและความมุ่งมั่นที่จะแย่งชิงนางกลับไปเป็ของตนให้ได้