บทที่ 16 ขี่เสือขาว
อาต้ายังคงเรียกหลานเยว่กับหงรื่อมาดูแลอวิ๋นอินอินเช่นเดิม
เมื่อสาวใช้ทั้งสองเห็นอวิ๋นอินอิน พวกนางก็ยินดีเป็อย่างมาก ขนาบอยู่ข้างกายของอวิ๋นอินอินอย่างมีความสุขซ้ายคนขวาคน เบียดเอาอาต้าออกไปอยู่ด้านข้าง ส่วนอาต้ายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ คิดว่ากลับไปนอนต่อดีกว่า
“หงรื่อ ซาลาเปานี้อร่อยจริง ๆ ข้าเอากลับสองสามลูกได้ไหม?”
“องค์หญิงเก้า้านำกลับไปให้พระมเหสีหรือเพคะ?” หลานเยว่ตอบอย่างรวดเร็ว “ในครัวยังมีอีกมาก ข้าจะไปห่อที่ยังร้อนให้ พระองค์นำกลับไปนะเพคะ”
“ขอบคุณเ้ามากหลานเยว่!”
อวิ๋นอินอินดื่มกินจนอิ่มหนำ หิ้วกล่องข้าวที่หลานเยว่ห่อให้ เดินฮัมเพลงไปอย่างสบายอารมณ์
“ข้ายังคงเป็เด็กหนุ่มคนเดิมในวันนั้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้เพียงเศษเสี้ยว~…”
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเงาสีขาวพุ่งออกมาอย่างกะทันหัน พุ่งเข้าใส่อวิ๋นอินอินจนล้มลงบนพื้นอย่างแรง
“โอ๊ย! ก้นของข้า… เจ็บ…”
อวิ๋นอินอินร้องโหยหวน นวดบั้นท้าย พลางเงยศีรษะขึ้น ในทันใดที่เผชิญหน้ากับใบหน้าปุกปุยใหญ่โตเท่าอ่างล้างหน้านั้น อวิ๋นอินอินก็กรีดร้องออกมา ใช้มือไถขยับถอยไปด้านหลังสองสามก้าว แต่ระยะห่างเล็ก ๆ ที่นางใช้ความพยายามกระดึ๊บไปนั้น เยว่หยากลับก้าวเพียงก้าวเดียวก็ตามมาทันเสียแล้ว
ภายใต้สายตาตื่นตระหนกของอวิ๋นอินอิน เยว่หยายื่นหัวออกมา คลอเคลียอยู่ในอ้อมอกของอวิ๋นอินอินสองสามครั้ง จากนั้นหมอบลงข้างมือของนาง มองมาที่นางด้วยใบหน้าแสนเชื่อง
มองดูเ้าสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารนี่ อวิ๋นอินอินที่นั่งอยู่บนพื้นก็แทบจะร้องไห้ออกมา “พี่เสือขาว ที่จริงแล้วที่ข้าพูดกับท่านครั้งก่อนนั้นโกหกท่านน่ะ”
ที่บอกว่าครั้งหน้าค่อยพบกันใหม่ ที่จริงแล้วนางไม่คิดกลับไปแม้เพียงนิด
เยว่หยาพ่นลมหายใจครั้งหนึ่ง ส่งหัวมาคลอเคลียกับมือของอวิ๋นอินอินอีกครั้ง อวิ๋นอินอินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นตัดสินใจยื่นมือไปลูบหัวที่ใหญ่โตของเยว่หยา เ้าเสือตัวโตหลี่ตาลงอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข ราวกับแมวตัวใหญ่ที่กำลังออดอ้อน
อารมณ์ที่ตื่นตระหนกของเด็กสาวค่อย ๆ ผ่อนคลายลง อวิ๋นอินอินหัวเราะ ลูบมันอีกสองสามครั้ง
“พี่เสือขาวมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน? ท่านหนีออกมาหรือ?”
ทันใดนั้น อาต้ารีบวิ่งมาจากอย่างร้อนรน
“องค์หญิงเก้า ขอประทานอภัยจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่กระหม่อมกำลังช่วยเยว่หยาอาบน้ำ คิดไม่ถึงว่ามันจะวิ่งหนีมาอย่างนี้ ดูแล้ว มันน่าจะได้กลิ่นของท่านน่ะพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ข้ายังคิดว่ามันหนีออกมาเองเสียอีก” อวิ๋นอินอินยิ้มเขิน คลานขึ้นมาจากพื้น จากนั้นค้อมตัวลงไปหยิบกล่องข้าวที่หล่นอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าซาลาเปาไม่หล่นลงพื้น นางก็วางใจ
อาต้ารู้ว่าอวิ๋นอินอินเข้าใจผิด จึงยิ้มพร้อมอธิบายว่า
“ปกติแล้วเยว่หยาอาศัยอยู่ในสวนเสือพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่วันนั้นมันทำตัวไม่น่ารัก จึงถูกนายท่านขังไว้ที่คุกมืดแห่งนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“โอ้ เช่นนั้น ในยามปกติล้วนเป็ท่านดูแลมันหรือ?”
“เยว่หยาแยกแยะคนแปลกหน้าได้ ไม่ยอมให้ผู้อื่นเข้าใกล้ สาวใช้และองครักษ์ในตำหนักล้วนกลัวมัน นายท่านไม่มีทางอื่น ได้แต่ให้กระหม่อมดูแลพ่ะย่ะค่ะ” อาต้ากล่าวจบ ก็ยื่นมือไปกวักเรียกเยว่หยา “ไป เยว่หยา กลับไปอาบน้ำ”
เยว่หยาเงยหน้ามองอาต้า พ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็หมอบลงข้างเท้าของอวิ๋นอินอิน ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน
อ้าต้าเรียกมันอยู่หลายครั้ง หากแต่เยว่หยาไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ จึงได้แต่ขอความช่วยเหลือจากอวิ๋นอินอินอย่างจนใจ
“องค์หญิงเก้าพ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์ทรงไม่รีบร้อน ช่วยกระหม่อมส่งเยว่หยากลับสวนเสือก่อนได้หรือไม่?”
“เอาสิ ได้ ๆ” อวิ๋นอินอินแอบหัวเราะอยู่ในใจ ตัวนางกำลังปวดหัวว่า ไม่มีข้ออ้างจะอยู่ต่อ รีบก้มลูบหัวเ้าตัวใหญ่ปุกปุยนั่น “เยว่หยา ไปเถิด พาข้าไปชมสวนเสือของเ้ากัน”
กล่าวจบ เ้าเสือขาวที่เมื่อครู่เป็ตายก็ไม่ยอมลุกขึ้นมา ถือโอกาสคลอเคลียมือของอวิ๋นอินอินไปครั้งหนึ่งด้วย
อาต้ายืนอยู่ด้านข้าง ใจนกรามเกือบจะร่วง
ช่างแปลกจริง ๆ ในยามปกติ แม้แต่กับนายท่าน เยว่หยาก็ไม่เคยออดอ้อนเช่นนี้มาก่อน
“เยว่หยาเป็เด็กดีเสียจริง พวกเราก็ไปกันเถิด”
อาต้านำทาง โดยมีเยว่หยาเดินอยู่ข้างกายของอวิ๋นอินอิน เพียงแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว มันก็หมอบลงเบื้องหน้าของอวิ๋นอินอิน ไม่ว่าอวิ๋นอินอินจะบอกให้มันลุกขึ้นมาอย่างไรก็ไม่ยอม
สุดท้าย ยังคงเป็อาต้าที่มองออก
“องค์หญิงเก้า เยว่หยาเหมือนจะอยากให้พระองค์นั่งบนหลังมันพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็ไปไม่ได้กระมัง? มันเป็เสือไม่ใช่ม้าเสียหน่อย”
“ไม่เช่นนั้น ลองดูไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
“แบบนั้นข้าคงจะไม่ทับมันแย่หรือ?”
“องค์หญิงเก้าโปรดทรงวางพระทัย เยว่หยาแข็งแรงกำยำมากพ่ะย่ะค่ะ”
ในเมื่อเป็อย่างนั้น งั้นก็ลองดูสักหน่อยก็ได้ นางส่งกล่องอาหารในมือให้อาต้า ลองลูบขนบนหลังของเยว่หยา จากนั้นค่อย ๆ คร่อมขึ้นไปอย่างระมัดระวัง
เป็ดังที่คาด เยว่หยาที่เมื่อวินาทีก่อนยังหมอบไม่ยอมขยับก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“อ๊าย!”
อวิ๋นอินอินใจนร้องเสียงหลง ท่ามกลางความตื่นตระหนก นางก็กอดคอหนาของเยว่หยาไว้แน่น เยว่หยาคล้ายจะรับรู้ได้ถึงความกังวลของเด็กสาว มันจึงค่อย ๆ เดินอย่างสบายอารมณ์ จนอวิ๋นอินอินไม่ประหม่า กระทั่งในใจนางยังเกิดความภาคภูมิใจขึ้นมาเล็ก ๆ ด้วย
นางปล่อยมือจากคอเยว่หยา เหยียดร่างของตนขึ้นอย่างสง่างาม เมื่อคิดว่าตอนนี้ตนกำลังขี่อยู่บนลำตัวของเสือขาว คางก็อดเชิดขึ้นไม่ได้ บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นยินดี
บางทีอาจเพราะััได้ถึงความสุขของอวิ๋นอินอิน เยว่อย่าที่อยู่ใต้ร่างจึงสะบัดหางไปมา ย่างก้าวเล็ก ๆ อย่างร่าเริง เพิ่มความเร็วขึ้น
ต่อจากนั้น เย่วหยาก็เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ อวิ๋นอินอินไม่เพียงไม่หวาดกลัว แต่กับมีความรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก นางโน้มกายลงเบา ๆ ป้องกันตัวเองจากการตก
ในขณะที่อวิ๋นอินอินกำลังจินตนาการว่าตอนนี้ตัวเองกำลังผจญภัยในดินแดนแห่งโลกออนไลน์นั้น เยว่หยาที่อยู่ใต้ร่างพลันหยุดอย่างกะทันหัน อวิ๋นอินอินที่ทรงตัวไม่มั่นคง จึงหัวพุ่งลงตีลังกา อาต้าจะยื่นมือออกไป แต่ก็สายไปเสียแล้ว
อวิ๋นอินอินนอนหงายอยู่บนพื้น อวัยวะทั้งห้า[1]* ส่วนแนบกับพื้น แม้จะไม่เจ็บมากแต่ท่าทางของนางตอนนี้มันน่าอนาถจริง ๆ
“เยว่หยา เ้าทำอะไรเนี่ย...” อวิ๋นอินอินบ่นอุบ พลางใช้มือยันพื้น ขึ้นมา
นางกลับมา เตรียมจะสั่งสอนเ้าเสือใหญ่ตัวนี้สักรอบ แต่กลับพบสายตาของเยว่หยาที่มองไปยังเบื้องหน้าอย่างประหม่า ถูกต้อง ตัวนางมองเห็นความประหม่าบนใบหน้าของเสือตัวนี้ เมื่อมองอาต้าอีกครั้ง ก็เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าหวาดกลัวเมื่อมองไปด้านหน้าเช่นกัน อวิ๋นอินอินจึงหันศีรษะไปตามสายตาของพวกเขา
หน้าของนางพลันซีดลงในฉับพลัน
“เสด็จอา ทรงฟังข้าอธิบาย… เื่ไม่ได้เป็อย่างที่ทรงเห็น…”
ในใจของอวิ๋นอินอินแทยหยุดเต้น ทำไมนางต้องฟังคำพูดของอาต้าด้วยนะ ตอนนี้ดีแล้วแท้ ๆ นี่นางกลับไปขี่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเสด็จอา ฮือ นางต้องไม่ได้รับการต้อนรับจากเสด็จอาอีกแน่ ขาทองคำท่อนใหญ่ของข้า รักษาไว้ไม่ได้แล้ว…
เซวียนเหยียนฟู่สาวเท้าไปเบื้องหน้าสองก้าว หยุดลงห่างจากอวิ๋นอินอินประมาณหนึ่งเมตร ก้มมองนางจาก้า
“ความสุขมากไหม?”
์ เสียงเย็นเพียงนี้ จะต้องโมโหแล้วแน่ ๆ อวิ๋นอินอินสีหน้าอมทุกข์ มีความสุขก็ไม่ดี ไม่มีความสุขก็ไม่ดี สุดท้ายนางได้แต่กัดฟันพยักหน้า พูดไปว่า “พอได้เพคะ”
“เ้าขี่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของข้า เพียงพอใช้ได้เท่านั้น?” เซวียนเหยียนฟู่จงใจกดเสียงลงต่ำ จู่ ๆ ก็อยากจะแกล้งหยอกจิ้งจอกน้อยที่ตื่นตระหนกตัวนี้ขึ้นมา
จิ้งจอกน้อยตัวสั่น จากนั้นรีบเงยหน้าขึ้นแก้คำพูด “ไม่ใช่ ไม่ใช่เพคะ ที่จริงข้าขี่อย่างมีความสุขมาก มีความสุขสุด ๆ เลยเพคะ!”
สายตาของอวิ๋นอินอินสบเข้ากับเซวียนเหยียนฟู่เพียงพริบตา นางก็รีบก้มหัวลงไปทันที รอการตัดสินจากเซวียนเหยียนฟู่ราวกับรอความตาย
“เอานางไปขังคุกมืด!”
“ว่าอย่างไรนะ?”
[1]* อวัยวะทั้งห้าในที่นี้หมายถึง ศีรษะ มือและเท้าทั้งสี่ข้าง